หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
nikon d90 กับ canon 50d แนะนำหน่อยครับ
nikon d90 กับ canon 50d ผมมือใหม่ แต่สนใจ อยากเล่น ชอบถ่าย วิว เล่น แสง ภาพกลางคืน พระจันทร์ แล้ว ก็ ภาพที่ไวๆ เช่น รถวิ่ง สาวเดินผ่าน ที่มันไวๆ อะไร ประมาณนี้ แนะนำ หน่อยครับ เซียนๆ ทั้งหลาย ขอบคุณมากครับ
กล้อง 9/1/53 โพสต์โดย YoKee
คำตอบ
1 จาก 5
ไม่ใช่เซียนตอบได้ป่ะคับ?  ^_^

ต้้องออกตัวก่อนนะครับว่าผมเป็นสาวกหนอน (Canon) ไม่ใช่สาวกนิกร (Nikon) ถึงแม้ว่านิกรจะได้รับคำชมจากเหล่าสาวกของพวกเค้าในเรื่องคุณภาพสีที่ได้ว่าสดกว่าของหนอนก็ตาม แต่ผมก็ชอบตรงที่หนอนให้สีภาพที่นุ่มและคงสีเดิมๆ ของวัสถุ หรือคนที่เป็นธรรมชาติมากกว่า หากต้องการปรับภาพให้สดเดียวเราใช้ซอฟต์แวร์ช่วยเอาสิครับ เพราะยังไงมันก็ไม่ได้เสร็จที่ตอนที่เราถ่ายอยู่แล้ว ยังไงถ้าถ่ายเป็น RAW file มามันก็ต้องผ่านซอฟต์แวร์อยู่แล้ว เช่น Lightroom ที่ผมใช้อยู่เป็นต้น

จากข้อมูลจะพบว่าเจ้าสองตัวนี้ออกมาในเวลาใกล้เคียงกันมาก  Canon EOS 50D ออกมาวาดลวดลายในวันที่ 23 สิงหาคม 2008 และส่วน Nikon D90 ในวันที่ 27 สิงหาคม ในปีเดียวกัน
แถมคุณสมบัติและฟังก์ชั่นที่ได้จากการ Review ของเซียนทั้งหลายพบว่าเจ้าสองตัวนี้สูสีกันมาก

ถ้าสนใจอยากเล่น ชอบถ่าย วิว เล่น แสง ภาพกลางคืน พระจันทร์ แล้ว ก็ ภาพที่ไวๆ เช่น รถวิ่ง สาวเดินผ่าน ที่มันไวๆ อะไร ประมาณนี้  ถ้าพูดถึงกล้องระดับ DSLR กันแล้ว ความสามารถมันถึงอยู่แล้ว
แต่มือใหม่ถึงกับจะเอา 50D เลยเหรอครับ?  ผมว่าแค่ 1000D, 450D, หรือไม่ก็ 500D ก็พอมังคับ แล้วเอาเงินที่เหลือไปซื้อเลนส์ดีๆ มาสักตัว เพราะลำพังแค่กล้องอย่างเดียวถึงแม้ว่ามันจะดีแค่ไหน แต่ถ้าเลนมันห่วยและเรายังเป็นมือใ่หม่อยู่ภาพมันก็ออกมาไม่ดีหรอกครับ

ยังไงถ้าอยากเรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพหรือเทคนิคเรื่องกล้องและการถ่ายภาพ เค้ามาดูแฟ้มประวัติของผมในกูรูก็ได้ครับ ผมทิ้งลิ้งค์ดีๆ เกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพไ้ว้ให้แล้ว

มาว่ากันถึงเรื่อง นิกร D90 กะ หนอน 50D กันต่อดีก่าคับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผมขอยกบทความการ Review เปรียบเทียบเจ้ากล้องสองตัวนี้ของ Mr.D2H จากเว็บ digital2home.com มาฝากเพื่อประกอบการพิจารณานะครับ

ถ้าพูดถึงกล้อง DSLR ระดับโปรในเวลานี้คงไม่มีใครไม่พูดถึง Canon Eos 50D กับ Nikon D90 แน่นอนครับ เพราะทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่มีคนชื่นชอบและยอมรับอยู่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถที่พัฒนาขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ ที่ทำให้เกิดข้อแตกต่างได้เห็นอย่างชัดเจน

วิวัฒนาการและกาลเวลาที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา มากยิ่งขึ้นครับ จากเมื่อก่อนกล้องเป็นกล้องฟิล์มก็มาพัฒนาเป็นดิจิตอล ฟังก์ชั่นก็ทำให้ใช้งานอย่างง่ายขึ้น Liveview ความสามารถเกิดขึ้นจากกล้องคอมแพค แต่นะปัจจุบันกล้อง DSLR ในรุ่นใหม่ๆ ก็สามารถทำได้ แถมฟังก์ชั่นบันทึกภาพเคลื่อนไหว Nikon D90 ยังสามารถทำได้ดีอีกด้วยครับ

ระบบโฟกัสใบหน้า มีใครไม่ทราบฟังก์ชั่นนี้บ้างครับ คือ ฟังก์ชั่นที่จับใบหน้าของบุคคล โดยการจับปากและตาของบุคคลนั้นๆ เพื่อหาโฟกัสให้ภาพที่ได้คมชัดยิ่งขึ้น ทั้ง Canon Eos 50D กับ Nikon D90 ก็สามารถใช้งานฟั่งชั่นนี้ได้

ความสามารถทั้ง 2 รุ่น ถ้าเทียบแล้วไม่หนีกันมากครับ อย่างที่ทราบๆ กันว่า Nikon ภาพที่ได้จะเหมาะกับคนที่ชอบสีสดครับ ส่วน Canon จะเหมาะสำหรับคนที่ชอบภาพสีนุ่มๆ ดูสบายๆ ครับ แต่ถ้าจะทำให้สีสดก็สามารถใช้ฟังก์ชั่น Picture Style ในการเลือกสีภาพให้สดและตามเหตุการณ์ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นสีในแนวถ่ายภาพบุคคล ถ่ายภาพทิวทัศน์ ถ่ายภาพขาวดำ หรือจะเน้นสีที่ตรงกับความจริงไว้ใช้กับโปรแกรมตกแต่งภาพได้เลยครับ

ความแตกต่างของ Canon Eos 50D กับ Nikon D90 มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรครับ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เหมือนๆ และคล้ายกัน คือ เซ็นเซอร์ประมวลผล CMOS ที่หันมาใช้เหมือนกัน ทำให้คุณภาพภาพที่ได้ไม่หนีกันครับ เพราะได้มีการพัฒนาให้ดีและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม

มาดูกันเป็นข้อๆ กันเลยดีกว่าครับ เรื่องของราคาอาจจะต่างกันอยู่บ้างครับเพราะเรื่องของความละเอียด Canon Eos 50D จะได้เปรียบตัว Nikon D90 อัดภาพขยายได้ใหญ่และคุณภาพดียิ่งขึ้นครับ ระบบกำจัดฝุ่นทั้ง 2 รุ่น ก็มีระบบกำจัดฝุ่นที่ CCD ด้วยกันทั้งคู่ครับ เพื่อลดปัญหาอาการฝุ่นติดที่เซ็นเซอร์ CCD จะสังเกตุได้ว่าปัญหาฝุ่นติดที่ CCD ที่กล้องสำหรับรุ่นเก่าพอใช้งานได้สักช่วงหนึ่งก็ต้องเขาศูนย์ล้างทำความ สะอาดแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นอยู่พอตัวเลยครับ แต่สำหรับกล้องที่มีระบบนี้ก็ช่วยให้อุณใจยิ่งขึ้นมากกว่าเดิมครับ แต่ถ้าใช้อย่างต่อเนื่องใช้ทุกวันก็ควรส่งศูนย์ล้างบ้างก็ดีครับ

ระบบกันสั่น Canon Eos 50D กับ Nikon D90 ทั้ง 2 รุ่น ยังคงต้องใช้กันสั่นที่ตัวเลนส์ครับ แต่ละค่ายก็มีการพัฒนาในระบบกันสั่นของตัวเองครับ ดังนั้นถ้าใช้เลนส์ที่มีระบบกันสั่นก็ต้องให้คำว่า VR (Vibration Reduction) ของ Nikon และ IS (Image stabilizer) ของ Canon ติดอยู่ที่เลนส์ครับ การใช้ของเลนส์กันสั่นอยากจะแนะนำให้เลือกใช้ในเฉพาะตอนที่ใช้กำลังซูมเยอะๆ หรือ ในที่แสงน้อยครับ เพราะถ้าเปิดระบบกันสั่นตลอดเวลาก็จะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานครับ

ระบบโฟกัสใบหน้า อย่างที่ผมได้เขียนไปในตอนแรกนะครับ ว่าระบบประมวลผลทั้ง 2 รุ่นเป็นระบบใหม่ครับ โดยทาง Canon จะใช้ตัวประมวลผลที่ชื่อว่า Digic 4 ส่วนของ Nikon จะใช้ 420 – pixel RGB sensor ที่ใช้ในกล้อง Nikon D3 และ Nikon D300 ครับ ทั้ง 2 ค่ายก็ต่างพัฒนา Chip ประมวลผลของตัวเองให้ทำงานได้เร็ว และแม่นยำในเรื่องแสงและสียิ่งขึ้นครับ ดังนั้นทั้ง 2 รุ่น จึงทำให้ฟังก์ชั่นบางอย่างคล้ายๆ กันครับ

canon-50d-vs-nikon-d90

ระบบ White Balance (WB) ค่าความสมดุลแสงขาว สามารถปรับได้เอง และเซ็ทตามคำสั่งที่ตั้งมาให้อย่าง Day Light, Shade, Cloudy , Fluoresent, Tungsten, Flash ซึ่งการเลือกของทั้ง 2 รุ่นจะมีการปรับคล้ายกัน

ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง หรือเรียกกันว่า Continuous Drive เป็นการสร้างสรรค์ภาพได้อีกอย่างหนึ่ง เหมือนถ่ายแล้วนำภาพมาต่อกันได้เป็นเรื่องราวอีกแบบหนึ่งเลยครับ ซึ่งความสามารถของทั้ง 2 รุ่นถือว่าทำได้ดีเลยครับ

ระบบวัดแสง (Metering) ความสามารถ Canon Eos 50D จะต่างจาก DSLR รุ่นเล็กๆ ของ Canon เองเลยครับ เพราะระบบวัดแสงของรุ่นนี้จะสามารถวัดแสงได้แม่นยำกว่าตัวอื่น ถ้าเทียบกับ Nikon D90 จะได้ระบบวัดแสงที่ละเอียดกว่ากันเล็กน้อยครับ เพราะถึงเป็น Nikon รุ่นก่อนๆ จะพบว่าระบบการวัดแสงจะเป็นระบบที่ละเอียดเหมือนกัน ที่เรียกว่าเฉลี่ยเป็นตารางนิ้วได้เลยครับ

ระบบถ่ายภาพเคลื่อนไหว Movie Clips ตรงนี้คงต้องเลือกที่ Nikon D90 เท่านั้นแล้วละครับ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับ ไม่ได้ถ่ายได้นานต่อเนื่องจนการ์ดเต็มอย่างกล้องตัวเล็ก ๆ นะครับ เพราะถ้าเป็นตัวนี้ จะถ่ายได้ระยะหนึ่งกล้องก็จะเตือนและปิดหน้าจอของ LCD ลงครับ สาเหตุเกิดจากความร้อนของ CCD ที่เปิดรับแสงนานครับ ดังนั้นถ้าถามว่า Nikon D90 ซื้อไปถ่ายวีดีโอเลยดีไหมอันนี้ผมไม่แน่นำเลยครับ แต่ถ้าเน้นถ่ายภาพนิ่ง แล้วถ่ายวีดีโอได้บ้างไว้เก็บเป็นที่ระลึกผมว่าตัวนี้ผลิตมาได้ลงตัวเลยครับ

สำหรับระบบแฟลชการใช้งานในตัวกล้องก็สามารถปรับได้เหมือนกับกล้อง DSLR ทั่วๆไปครับ แต่ระบบของแฟลชนอก ของทั้ง 2 ยี่ห้อจะแตกต่างในชื่อที่เรียกต่างกันครับ แต่ระบบการใช้ไม่ต่างกันมากครับ ในส่วนชื่อของ Canon ถ้าเลือกซื้อแฟลชของยี่ห้อ Canon เอง จะได้ชื่อที่เป็นระบบ E-TTL ครับ ส่วนถ้าเป็นข้อยี่ห้อของ I-TTL ครับ ถ้าเลือกใช้แฟลชที่เต็มระบบของทั้ง 2 ตัวนี้ ว่าง่าย ๆ คือไม่ต้องคิดอะไรมากแค่กดๆ ถ่ายอย่างเดียวเครื่องก็คำนวลให้หมดเลยครับ ทั้งวัดระยะและกำลังแฟลช

ไฟล์ทั้ง Canon Eos 50D กับ Nikon D90 สามารถที่จะเลือกเป็นไฟล์ RAW ได้ แต่ถ้าพูดถึงจะถ่ายภาพทั่วไปคงได้เลือกใช้กันหน่อยครับ

ขนาดหน้าจอถือว่าใหญ่พอสมควรเลยครับ กว้างถึง 3 นิ้ว และความละเอียดของหน้าจอสูงถึง 920,000 พิกเซล ทำให้ความละเอียดของหน้าจอดูสบายตาและสว่างยิ่งขึ้น
ต่อคอมพิวเตอร์ ต่อโทรทัศน์ สามารถใช้ได้เลยครับ ทั้ง 2 รุ่นเลยครับ

canon-50d-vs-nikon-d90

สื่อที่ใช้จะแตกต่างกันครับระหว่าง Compact Flash กับ SD ถ้าเทียบแล้ว Compact Flash จะมีราคาสูงกว่าสักนิดครับ แต่ผมว่าไม่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้นะครับ เพราะถื อว่าเป็นน้ำจิ้มมากกว่าครับ Battery เป็นแบบเดียวกันทั้ง Canon Eos 50D กับ Nikon D90 โดยใช้เป็น Lithium-lon ที่สามารถชาร์จได้หลายๆ ครั้งเลยครับ

น้ำหนักและขนาดอาจจะต่างกันอยู่บ้างครับ เพราะตัวCanon ตัวนี้จะใหญ่กว่าและดูโปรกว่าครับ และที่สำคัญหนักกว่าอีกด้วยครับ


ถ้าเทียบแล้วทั้ง Canon Eos 50D กับ Nikon D90 ความสามารถอาจไม่แตกต่างกันครับ แต่ถ้าระดับมืออาชีพที่ต้องการความสามารถที่เพิ่มขึ้น และดูหนักแน่นกว่า Canon Eos 50D จะทำได้ดีกว่าครับ แต่ถ้าพูดถึงราคาก็ต่างอยู่ครับ


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณข้อมูลจาก www.digital2home.com ครับผม
9/1/53 โพสต์โดย Nate_1983
2 จาก 5
ผมไปหาลิ้งค์ที่เซียนเค้าทดสอบคุณภาพของภาพที่ถ่ายมาจากเจ้า nikon d90 กับ canon 50d มาให้แล้วครับ
ลองเข้าไปเช็คดู เอาไว้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อครับ

http://forum.camerartmagazine.com/showthread.php?t=3845

รับรองว่า "แหล่ม" เลยครับ ^_^
9/1/53 โพสต์โดย Nate_1983
3 จาก 5
โอ้ว! ถ้ามีงบขนาดนั้นก็ไม่ต้องลังเลอะไรแล้วครับ ซื้อมันไปเลยครับ (ชักจะอิจฉาแล้วสิ) แต่ก็อย่างที่บอก มันขึ้นอยู่กับความพอใจของเราด้วย
ผมเคยเห็นมากพอสมควรแล้วกับคนที่มีแค่ 450D แต่รูปถ่ายออกมาดีกว่าคนที่ใช้พวก 500D, 40D และ 50D ครับ
นอกจากกล้องดีแล้ว เราต้องรู้จักกล้องให้ดีด้วยนะครับ มาเรียนรู้หลักการและเทคนิคการถ่ายภาพ เช่นว่า ภาพแบบไหนควรใช้ความไวชัตเตอร์เท่าไร ควรปรับรูรับแสงขนาดไหน ควรชดเชยแสงเท่าไร
White balance แค่ไหน  ควรเลือกใช้เลนส์แบบใด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแบบ Portrait , ภาพ Landscape, หรือ ภาพระยะใกล้และไกล ควรเลืือกใช้ให้ถูก
แค่นี้ก็สามารถถ่ายภาพออกมาให้สวยได้แล้วครับ หลังจากนั้นค่อยมาฝึกหัดเรื่องของมุมมองภาพ มันถือว่าเป็นศาสตร์และศิลป์เลยทีเดียวครับ ที่สำคัญพยายามหาแนวของตัวเองนะครับ ช่างภาพเก่งๆ มักจะมีแนวเป็นของตัวเองเสมอ ซึ่งอันนี้มันต้องอาศัยประสบการณ์เอามากๆ ครับ

จริงๆ แล้วเจ้า 50D เนี่ย ISO มันสูงถึง 12800 ก็จริงนะครับ แต่เราไม่ค่อยใช้ถึงขนาดนั้นหรอกครับ  
ISO มากๆ ผลที่ได้ก็คือน้อยส์จะมากตามมาด้วยนะครับ

มาต่อกันเรื่อง err99 หน่อยนึง
ไอ้เจ้าำปัญหา err99 มันเกิดมาจากหลายสาเหตุครับทั้งจากตัวกล้องเองและผู้ใช้กล้องด้วย
กล้องทุกรุ่นเจอปัญหานี้หมดเลยครับ ไม่ใช่เฉพาะ 50D เท่านั้น
err99 เนี่ยมันบ่งบอกว่ากล้องมีปัญหา แต่กล้องไม่สามารถบอกได้ว่า ปัญหาที่ว่าคืออะไร
บ้างก็เป็นที่ lens, grip, หรือไม่ก็ memory card
ซึ่งปรกติหากเกิดปัญหานี้ขึ้นมาก็ทำการปิดเครื่องแล้วลองเปิดใหม่ ถ้าไม่หายก็เข้าโรงหมดครับ ทางที่ดีหากว่าคุณ Yokee จะซื้อกล้องใหม่สักตัว ผมแนะนำให้ซื้อประกันศูนย์ครับ
หากมีปัญหาต้องซ่อมจริงๆ เค้าจะลดค่าซ่อมให้ 30% ครับ หากซื้อประกันร้านเราต้องจ่ายเต็มราคาซ่อมยังไม่พอ ต้องรอประมาณ1-2 เดือนกว่าจะได้ เผลอปาเข้าไป 3 เดือนยังต้องรอ ทำเอา
จนเราหมดอารมณ์ถ่ายภาพไปเลยก็ได้

ในบางกรณีการที่ขึ้น er99 แล้วสีเพี้ยนอาจเกิดจาก Shift ในตัวเลนส์เสีย  บ้างถ่ายไปเป็น 10 รูป แต่ปรากฎว่าถูกบันทึกลงการ์ดแค่ 4-5 ภาพ อีแบบนี้เกิดจาก กล้องกับการ์ด ไม่เข้ากัน
วันดีคืนดีปุ่มเปิด flash popup ไม่ยอมทำงาน พยายามกดไป 2-3 ที err99 ขึ้มอีกแล้ว หากได้มาครอบครองจริงๆ แล้ว ยังงัยๆ ก็หมั่นดูแลทำความสะอาดกล้องบ่อยๆ มั่งก็ดีนะครับ

สำหรับเจ้า 50D นี่สามารถปรับแต่งให้สีสดได้ไม่แพ้เจ้า D90 เลยหล่ะครับ โดยไปเลือกปรับความเข้มของสีให้มันสดขึ้นใน picture style รับลองว่าสุดๆ จริงๆ ครับ
เอาลิ้งภาพที่ปรับ Picture Style มาฝากครับ       http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=152999   บอกได้คำเดียวว่า "แหล่ม" ครับผม

จากลิ้งค์ที่ให้ไป ในส่วนของรูปที่ 4 - 5 นั้นผมไม่ทราบจริงๆ ครับว่านายแบบเค้าใส่เสื้อสีอะไรกันแน่ครับ ผมแค่เอาลิ้งค์ของเค้ามาแปะให้ดูประกอบแค่นั้นครับ
มันมีอยู่สามกรณีคือ หนอนให้สีสมจริงคือสีดำ แต่นิกรให้สีที่เข้มเกินจริงจนกลายเป็นสีน้ำเงิน (แต่ดูสวนและชัด) ของเค้าขึ้นชื่อเรื่องทำให้สีสดเกินจริงอยู่แล้ว
กับ อีกกรณีคือเสื้ออาจจะเป็นสีน้ำเงินแต่หนอนทำให้สีมันนุ่มตามสไตล์ของเค้า อันนี้ผมไม่แน่ใจจริงๆ ครับ หากอยากรู้จริงๆ เข้าไปเมนท์ถามเจ้าของกระทู้เองเลยจะดีกว่าครับ
10/1/53 โพสต์โดย Nate_1983
4 จาก 5
ผมเองก็ยังมือใหม่เหมือนกันคับ แต่พอดีใช้ d90 เลยขอเข้ามาแจม
ต่อหลังสาวกหนอนอีกซักคน *v*

ตามที่คุณ nate ว่า และที่หลายๆ คนพูดกันล่ะคับ นิกรสีสด หนอนสีนุ่ม
หนอนถ่ายรูปคนสีออกเนียนกว่า ถ้าชอบแนวไลฟ์หรือ portrait เป็นพิเศษ
คงเชียร์ให้ใช้ 50d ด้วยคน แต่ถ้าโจทย์ของผู้ถามคือรูปวิว แสงสี
ขอเชียร์ d90 ซักเสียงนึง เรื่อง iso 12800 ก็ตามคุณ nate เหมือนกันคับ
เป็นค่าที่ใช้งานจริงแล้วคงแทบไม่ได้ไปแตะระดับนั้น นอกจากเจตนา
ต้องการได้ภาพที่เกรนสุดๆ เพราะถึงจะมี iso ที่สูงได้แค่ไหน เอาเข้าจริง
ก็ปรับใช้กันไม่เกิน 800 1600 อยู่ดี เพื่อคุณภาพของภาพที่ดีกว่า
ถ้าจำใจจะใช้สูงกว่า 3200 ก็ทนเหนื่อยพกขาตั้งซะดีกว่า

ขอนอกเรื่องสนับสนุนคุณ nate อีกซักเรื่อง
"ผมเคยเห็นมากพอสมควรแล้วกับคนที่มีแค่ 450D แต่รูปถ่ายออกมาดีกว่าคนที่ใช้พวก 500D, 40D และ 50D ครับ"
เห็นด้วยอย่างแรงคับ เห็นรูประดับอาจารย์หลายท่าน หยิบเอาพวก g10 g11 มาถ่าย
ทำเอามือใหม่ถือ dslr หงายหลังมานักต่อนักแล้ว
สำหรับการถ่ายรูป คำว่ากระบี่อยู่ที่ใจ เป็นจริงที่สุดคับ ถ้าเข้าใจแสง เข้าใจสี เข้าใจเทคนิค
หยิบกล้องไหนมาถ่ายก็สวย เคยเจอโปรหลายๆ คน แค่ยกกล้องขึ้นมากดในขณะขับรถ
โดยไม่ได้วัดแสงไม่ได้โฟกัสอะไรเลย ภาพยังออกมาสวยกว่าผมถ่ายเองหลายเท่า *-*
อยู่ที่ตาจะมองเห็นซีนสวยๆ ได้มากกว่ากันล่ะคับ กล้องเป็นแค่ส่วนนึง ที่จะช่วยดึง
เอาจินตนาการในหัวเราออกมาเป็นจริงได้มากน้อยต่างกัน เท่านั้นเอง
10/1/53 โพสต์โดย Abel
5 จาก 5
อย่างที่บอกไปแล้วในคำตอบช่วงแรกครับว่าผม "ไม่ใช่เซียน" แค่พอมีความรู้บางแค่นั้นครับ ผมเองก็ศึกษาเรื่องกล้องถ่ายภาพ DSLR มาไม่นานนี้เหมือนกัน
ผมอ่านเอาจากเว็บต่างๆ บ้าง ถามเพื่อนพ้องที่เค้าเรียนมาด้านนี้โดยตรงบ้าง ครูพักลักจำครับ จริงๆ แล้วผมถนัดงานวีดีโอมากกล่าว กล้องที่ใช้อยู่ตลอดก็เป็นกล้องถ่ายวีดีโอครับ
ที่หันมาสนใจกล้องถ่ายภาพ DSLR ก็เพราะมันมีฟ้งค์ชั่นถ่ายวีดีโอให้เหมือนกันครับ ข้อดีที่เห็นได้ชัดของกล้องถ่ายภาพ DSLR คือในเรื่องของภาพเราสามารถปรับโฟกัส ปรับเลนส์ได้ครับ
เมื่อเทียบกับกล้องถ่ายวีดีโอในราคาระดับเดียวกันแล้ว กล้องวีดีโอจะไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ครับ เช่น กล้องวีดีโอราคา 20,000 - 30,000 บาท เราก็จะได้แค่กล้อง Handicam ซึ่งไม่สามารถ
เปลี่ยนเลนส์และปรับความชัดลึกและความชัดตื้นของภาพได้  ถ้าเอาเงินในจำนวนนี้มาซื้อกล้องถ่ายภาพ DSLR มันตอบโจทย์เรื่องการเปลี่ยนเลนส์และการปรับความชัดลึกชัดตื้นของผมได้  
แต่ข้อเสียของการที่ผมเลือกใช้กล้องถ่ายภาพ DSLR ในการถ่ายวีดีโอก็คือมันจะถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ไม่นานเหมือนกล้องวีดีโอ

ของผมเล่น Canon EOS 500D ครับ ชอบตรงที่มันถ่ายวีดีโอได้ มีเพื่อนบางคนไม่แนะนำให้ผมใช้กล้องถ่ายรูปมาถ่ายวีดีโอ แต่ผมก็ให้เหตุผลตามที่ผมบอกไว้ก่อนหน้านี้แหล่ะครับ
ส่วนเรื่องผลงานภาพถ่ายของผมคงไม่สามารถให้ใครดูได้ในตอนนี้ เพราะผมคิดว่าฝึมือตัวเองยังไม่ดีพอจะโชว์ใครได้ ก็อย่างที่บอกผมไม่ใช่มืออาชีพด้านถ่ายภาพครับ ยังต้องศึกษาอึกเยอะเหมือนกัน
ผมก็ช่วยแนะนำคุณ Yokee ไปตามที่ผมพอจะรู้ไปบ้างก็เท่านั้นครับ เอาไว้ผมคิดว่าฝีมือตัวเองดีพอแล้ว ผมจะฝากลิ้งค์ไว้ที่แฟ้มประวัติของกูรูนี่แหล่ะครับ


ในเรื่องราคาประกันศูนย์และราคาประกันร้านก็พอจะแนะนำได้ดังนี้ครับ
การรับประกันนี้สำคัญมากๆ ครับ เพราะ อุปกรณ์ถ่ายรูปแบบอิเลคทรอนิคมีโอกาสเสียง่ายกว่าอุปกรณ์ถ่ายรูปที่เป็นกลไก ที่ไม่ซับซ้อนแบบเดิมๆ ดังนั้นเราควรพิจารณาให้ดี ซึ่งการรับประกันจะมี 3 แบบคือ

- ประกันศูนย์ หมายถึงรับประกันโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง จากเจ้าของผลิตภัณฑ์โดยตรง ซึ่งแบบนี้ก็ไม่ต้องพิจารณาอะไรมาก เพราะเค้าจะมีศูนย์ซ่อมและอะไหล่ไว้บริการเวลาเครื่องเสียอยู่แล้ว

- ประกันร้าน แบบนี้หมายถึง ทางร้านนำกล้องเข้ามาขายเอง ไม่ได้ผ่านตัวแทนจำหน่ายโดยตรง จึงได้ราคาถูกกว่า เพราะไม่ต้องกันราคาไว้ตั้งศูนย์บริการหลังการขาย แต่ก็เสี่ยงกว่า ในแบบนี้แน่นอนถ้าเสียทางร้านก็คงต้องเป็นคนรับผิดชอบ ซึ่งก็คงยากมากที่จะซ่อมเร็วกว่าศูนย์ และในบางกรณีอาจโดนโบ้ยได้ (โบ้ยเป็นภาษาจีนแปลว่าไม่รับผิดชอบ) จึงต้องพิจารณาร้านที่จะซื้อให้ดี แนะนำว่าถ้าราคาไม่ถูกกว่ามากนัก ก็ซื้อแบบประกันศูนย์เถอะครับ สบายใจกว่า

- ประกันแบบตัวใครตัวมัน โดยแบบนี้เห็นบางราย นำเข้ามาขายในลักษณะหิ้วเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้มีอาชีพขายกล้องโดยตรง แน่นอนราคาถูกกว่า(แต่ผมว่าก็ไม่เท่าไหร่) แต่แบบนี้เวลาเสียขึ้นมาคิดหรือว่าเค้าจะหิ้วกล้องของคุณไปที่ต่างประเทศ เพื่อเอาไปซ่อมให้ ฝันกลางวันแน่ๆ

ฝากไว้พิจารณานะครับ
11/1/53 โพสต์โดย Nate_1983
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
Canon 500D กับ Nikon D90 ตัวไหนดีกว่ากันครับ
ระหว่างกล้อง Cannon EOS 600D กับ Nikkon D90
Canon VS Nikon
กล้อง Nixon กับ canon
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู