หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัย
ขอเนื้อหา / website ที่เกี่ยวข้องกับวิชาการสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัยค่ะ ( ต้องการอย่างละเอียด )
การศึกษา | ข้อมูล | ปัญหาคาใจ | อนุบาล | เลี้ยงดูเด็ก 20/7/54 โพสต์โดย ครูหญิง
คำตอบ
1 จาก 2
ดูรายการอมยิ้ม
20/7/54 โพสต์โดย ชิมิ ชิมิ
2 จาก 2
รูปแบบของการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

            การสังเกตมีอยู่ 2แบบคือ การสังเกตแบบเป็นทางการ มีวิธีการที่เป็นไปอย่างมีระบบ ได้แก่การสังเกตอย่างมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนตามแผนที่วางไว้ กับการสังเกตแบบไม่เป็นทางการ เป็นการสังเกตในขณะที่เด็กทำกิจกรรมประจำวันและเกิดพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นและผู้สอนจดบันทึกไว้

            แบบสังเกตพฤติกรรมเด็กมีหลายรูปแบบให้ครูเลือกใช้ตามความเหมาะสม ดังนี้

            1. แบบบันทึกพฤติกรรม กระทรวงศึกษาธิการ (2546: 75-78) อธิบายว่า การสังเกตและการบันทึกพัฒนาการเด็กสามารถใช้แบบง่ายๆ โดยใช้วิธีการบันทึกเหตุการณ์เฉพาะอย่าง โดยบรรยายพฤติกรรมเด็ก ผู้บันทึกแบบบันทึกพฤติกรรมใช้บันทึกเหตุการณ์เฉพาะอย่างโดยบรรยายพฤติกรรมเด็ก และผู้บันทึกต้องบันทึก วัน เดือน ปีเกิดของเด็ก และวัน เดือน ปีที่ทำการบันทึกแต่ละครั้ง

           2. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม ในการสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นวิธีการที่ผู้สอนใช้ ในการศึกษาพัฒนาการของเด็ก เมื่อมีการสังเกตก็ต้องมีการบันทึก ผู้สอนควรทราบว่าจะบันทึกอะไรการบันทึกพฤติกรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องทำอย่าง สม่ำเสมอ เนื่องจากเด็กเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องนำมาบันทึกเป็นหลักฐานไว้อย่างชัดเจน แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม ที่ผู้สังเกตต้องบันทึก พฤติกรรมที่สังเกตเห็น และแสดงความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยแยกการออกเป็นคนละส่วนจากผลการสังเกตพฤติกรรม กับการนำข้อมูลส่วนแรกมาแปลความหมายพฤติกรรมเด็ก

          3.แบบบันทึกรายวัน เป็น การบันทึกเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนทุกวัน ถ้าหากบันทึกในรูปแบบของการบรรยายก็มักจะเน้นเฉพาะเด็กรายที่ต้องการศึกษา ข้อดีของการบันทึกรายวันคือ การชี้ให้เห็นความสามารถเฉพาะอย่างของเด็กจะช่วยกระตุ้นให้ผู้สอนได้พิจารณาปัญหา ของเด็กเป็นรายบุคคล ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญมีข้อมูลมากขึ้นสำหรับวินิจฉันเด็กว่าสมควรจะได้รับคำปรึกษาเพื่อลดปัญหาและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กได้อย่างถูกต้อง นอกจากนั้นยังช่วยชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสีย ของการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ได้เป็นอย่างดี (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546: 75-78)

         4.แบบประเมินผลพัฒนาการ เป็นวิธีการที่ต้องใช้การสังเกตพฤติกรรมเด็กและบันทึกสิ่งที่สังเกตเห็นตามรายการที่กำหนดขึ้นปัจจุบันนิยมใช้แทนแบบสังเกตมากขึ้น เพราะใช้สะดวกมีรายละเอียดกำหนดกรอบให้บันทึกได้ครบถ้วนทางพฤติกรรมและมีระดับที่บอกระดับความสามารถหรือระดับพัฒนาการ สำหรับข้อจำกัดของแบบประเมินผลพฤติกรรมคือไม่มีการบันทึกข้อมูลปลายเปิด อาจขาดการบันทึกพฤติกรรมสำคัญลงไปในการประเมินผลพัฒนาการเพื่อกำหนดความชัดเจนของพฤติกรรมที่น่าเชื่อถือได้ การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการหรือ Checklistsถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ครูเข้าใจพฤติกรรมเด็กได้ดีขึ้นในการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการนั้น ครูประจำชั้นจะต้องตั้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการจะศึกษาอะไรหลังจากนั้นนำมาสร้างแบบประเมินผลพัฒนาการโดยอาศัยทฤษฎีพัฒนาการ (นภเนตร ธรรมบวร, 2537:48)แบบประเมินผลพัฒนาการถือเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการประเมินรูปแบบพฤติกรรมของเด็ก การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการจะให้ได้ผลดีที่สุดว่ามีการใช้ควบคู่กับการสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างเป็นระบบ การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการช่วยประหยัดเวลาครูประจำชั้นได้มากในกรณีที่ครูประจำชั้นไม่มีเวลามากนัก แต่ในขณะเดียวกันถ้าใช้แบบประเมินผลพัฒนาการแต่เพียงอย่างเดียว ครูประจำชั้นก็ไม่อาจทราบถึงรายละเอียดของพฤติกรรม พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กข้อที่ควรระมัดระวังอีกอย่างหนึ่งในการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ คือครูมีแนวโน้มที่เช็คพฤติกรรมที่เกิดขึ้นของเด็กให้อยู่ในช่วงกลางๆ มากกว่าที่จะเป็นช่วงต่ำสุดหรือสูงสุด
20/7/54 โพสต์โดย เดย์1977
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย
มุมประสบการณ์บางมุมในห้องเรียนปฐมวัย ไม่มีเด็กสนใจ ครูควรแก้ปัญหาอย่างไร ?
ของเล่นเด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างไรบ้าง
ช่วยบอกจุดประสงค์ของเนื้อหาที่จะสอนเด็กอายุ 3-5 ปี
การจัดการระดับปฐมวัยมีไหมค่ะ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู