หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
อาการของคนเป็นริดสีดวงเป็นยังไง รักษายังไง
การรักษา | แชท 8/11/54 โพสต์โดย edward never die
คำตอบ
1 จาก 21
กินกล้วยหอม เพื่อให้ระบายง่าย อุจจาระนิ่ม
ถ้าต้องการหายขาด ไปผ่าตัดออก
8/11/54 โพสต์โดย เดอะนิว
2 จาก 21
โรคริดสีดวงทวารหนัก มาจากคำสองคำประสมกัน คือคำว่า "ริดสีดวง" + "ทวารหนัก"   คำว่า "ริดสีดวง" จะหมายถึง สิ่งผิดปกติที่เป็นติ่ง หรือเนื้อยื่นออกมาจากร่างกาย นิยมใช้เรียกโรคริดสีดวง ที่เกิดขึ้นที่ทวารหนักเสียเป็นส่วนใหญ่ จนบางครั้งจะเรียกสั้นๆ ว่า  ริดสีดวงž ก็เข้าใจว่าเป็นโรคริดสีดวงของทวารหนัก
             
ในอดีตมีอีกโรคหนึ่งที่ใช้คำว่าริดสีดวงเหมือนกัน แต่ไม่ใช่โรคริดสีดวงทวารหนัก ก็คือโรคริดสีดวงของจมูก ซึ่งหมายถึง เนื้องอกผิดปกติในโพรงจมูก มักพบในผู้ป่วย โรคภูมิแพ้ชนิดเรื้อรัง ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมเรียกว่าริดสีดวงจมูกแล้ว แต่จะเรียกเนื้องอกในโพรงจมูกแทน
             
โรคริดสีดวงทวารหนัก จึงหมายถึง โรคที่เกิดความ ผิดปกติเป็นติ่งเนื้อของทวารหนักเกิดการยื่นออกมา ซึ่งพบได้บ่อยและเป็นปัญหาสำหรับประชาชนทั่วไป
ที่สหรัฐอเมริกามีการศึกษาและประมาณว่า เกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรชาวอเมริกันเคยเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก และคาดว่าประเทศไทยก็พบโรคนี้ได้บ่อยเช่นกัน
     
โรคริดสีดวงทวารหนักเกิดได้อย่างไร
ติ่งเนื้อผิดปกตินี้ เกิดจากหลอดเลือดดำที่ผนัง   ของลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก มีการบวมและอักเสบขึ้น มักมีอาการคัน ปวด และอาจมีเลือดออกจากทวารหนักร่วมด้วย การที่ผนังหลอดเลือดดำมีการอักเสบบวม ทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อหรือติ่งเนื้อนุ่มๆ ยื่นออกมาที่บริเวณทวารหนัก บางรายอาจมีของเหลวลื่นๆ เหนียวๆ ไหลออกจากทวารหนัก
     
สาเหตุของริดสีดวงทวารหนัก
ส่วนใหญ่เกิดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระบ่อยๆ นานๆ ซึ่งเป็นผลของท้องผูก การตั้งครรภ์ พฤติกรรมการดำรงชีวิต และลักษณะของการถ่ายอุจจาระ เช่น ชอบอ่านหนังสือในห้องสุขา การถ่ายอุจจาระบนส้วมชักโครก การยกของหนักๆ การนั่งหรือยืนท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนานๆ การกลั้นอุจจาระ เป็นต้น
             
การเบ่งอุจจาระบ่อยๆ นานๆ จะส่งผลเพิ่มระดับแรงดันในช่องท้อง ทำให้การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักไม่สะดวก เกิดการยืด
ย่น คด งอ พอง และโตขึ้นเป็นติ่งเนื้อ เหมือนกับการเป่าเติมลมเข้าไปในลูกโป่ง เมื่อลูกโป่งโตขึ้น ก็จะมีความหนาของผนังลดน้อยลง เมื่อใดก็ตามที่มีของแข็งๆ มาเสียดสี เช่น อุจจาระแข็งๆ หรือเพิ่มระดับแรงดันขึ้นอีก ก็จะทำให้เกิดการปริแตกหรือฉีกขาดของหลอดเลือดดำ ทำให้เกิดเลือดออกมาเป็นเลือดสดๆ ได้
             
นอกจากการเบ่งถ่ายอุจจาระนานๆ ซึ่งเป็นสาเหตุ หลักแล้ว ยังพบว่าระดับความดันเลือดในตับที่สูง (ซึ่งเกิดได้จากความอ้วน หรือโรคตับ) อายุที่มากขึ้น อาการท้องเสียเรื้อรัง หรือการร่วมเพศทางทวารหนัก ล้วนเป็นปัจจัยเสริมทำให้เกิดริดสีดวงทวารหนักได้เช่นกัน
     
ชนิดของริดสีดวงทวารหนัก
แบ่งได้เป็น ๒ ชนิดใหญ่คือ ริดสีดวงทวารหนักภายใน และริดสีดวงทวารหนักภายนอก
ริดสีดวงทวารหนักภายใน เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด เกิดติ่งเนื้อบวมขึ้นอยู่ภายในทวารหนัก ไม่สามารถ สัมผัสได้ โดยมากมักไม่มีอาการเจ็บปวด แต่สังเกตได้จากอาการเลือดสดๆ ไหลออกพร้อมๆ กับอุจจาระ

ริดสีดวงทวารหนักภายนอก เป็นชนิดที่มีติ่งเนื้อ นุ่มๆ ยื่นออกมาจากทวารหนัก มักมีอาการเจ็บปวด และอาจมีเลือดออกได้เมื่อมีการเบ่งอุจจาระ
     
ความรุนแรงของริดสีดวงทวารหนัก
ความรุนแรงของโรคริดสีดวงทวารหนักแบ่งได้เป็น ๔ ระยะคือ
๑. ระยะที่ยังไม่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก
๒. ระยะที่เริ่มมีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่ง ถ่ายอุจจาระ และจะหดกลับเข้าไปได้เอง โดยไม่ต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป
๓. ระยะที่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปได้เอง จะต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป จึงจะกลับเข้าไปในทวารหนัก
๔. ระยะนี้มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาแล้ว ไม่สามารถใช้มือดันติ่งเนื้อนี้เข้าไปในทวารหนักได้เลย  
     
การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก
เนื่องจากโรคริดสีดวงทวารหนักส่วนใหญ่มักไม่มีอันตรายถึงชีวิต และถ้ามีการดูแลรักษาปฏิบัติตนเองได้ดี อาการเลือดออกและการเจ็บปวดก็จะทุเลาลง หรือหายได้เองภายใน ๑-๒ สัปดาห์
               
กรณีที่ระดับความรุนแรงของโรคอยู่ในระยะที่ ๑ ไม่ว่าจะเลือดออกหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการดูแลปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ และถ้าโรคลุกลามเข้าสู่ระยะที่ ๒ หรือเริ่มเข้าสู่ระยะที่ ๓ (แต่ยังมีขนาดเล็กอยู่) แนะนำให้การดูแลรักษาปฏิบัติตนเองควบคู่กับการใช้ยา แต่ถ้าความรุนแรงของโรคเข้าสู่ระยะที่ ๓ (ร่วมกับมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่) หรือเป็นระยะที่ ๔ หรือรายที่เป็นรุนแรง เช่น มีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร
ขณะที่มีอาการเลือดออกและ/หรือเจ็บปวด ควรแนะนำการปฏิบัติตัวควบคู่กับการใช้ยาเหน็บทางทวารหนัก ซึ่งเป็นยาใช้ภายนอก มีทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง มักจะประกอบด้วย ยาชา (บรรเทาอาการปวด) ยาลดการอักเสบ ยาหดตัวของหลอดเลือด และยาปฏิชีวนะ ซึ่ง   ผู้ผลิตมักผลิตยาของตนเองทั้ง ๒ ชนิดคือ ทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง ซึ่งมีส่วนประกอบของตัวยาและความเข้มข้นเท่ากัน
               
การใช้ยาชนิดแท่ง (suppository) ควรแช่ในตู้เย็น น้ำแข็ง หรือน้ำเย็น เพื่อให้ยาแข็งตัว ก่อนนำออกมาใช้ (เพราะที่อุณหภูมิห้อง ยานี้จะเป็นของเหลว แต่ถ้าแช่เย็น ยานี้จะแข็ง เมื่อเหน็บเข้าไปในร่างกายแล้ว อุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนกว่า จะช่วยละลายยาให้กระจายไปทั่วบริเวณ) เมื่อแข็งตัวดีแล้ว ก็นำแท่งยาสอดเข้าทางรูทวารหนักให้สุด วันละ ๑-๒ ครั้ง หลังการถ่ายอุจจาระ และอีกเวลาหนึ่ง อาจเป็นเวลาเช้า หรือก่อนนอนก็ได้ แล้วแต่สะดวก ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
กรณีที่เป็นขี้ผึ้ง ผู้ผลิตมักแนบหลอดต่อกับปากของหลอดยา เพื่อใช้สวนเข้าในช่องทวารหนัก แล้วบีบยาขี้ผึ้งเข้าไป ซึ่งมีความถี่และระยะเวลาการให้ยาเช่นเดียวกับยาแท่งคือ วันละ ๑-๒ ครั้ง ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
                 
นอกจากนี้ อาจมียาหดตัวของหลอดเลือด ยาฝาดสมาน ยาช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดดำ ยาระบาย มาใช้ในการบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร
     
สรุป
โรคริดสีดวงทวารมีหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการเบ่งอุจจาระนานๆ ซึ่งมักเกิดจากท้องผูก มีหลาย ระดับความรุนแรง การดูแลปฏิบัติตนเองที่ดีในการดำเนินชีวิต อาหาร และการถ่ายอุจจาระมีผลต่อโรคนี้ ถ้าลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ ก็จะช่วยป้องกันการเกิดโรค หรือถ้าเป็นแล้ว ก็จะช่วยลดความรุนแรงและบรรเทาอาการได้อย่างดี ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นใหม่ได้โดยง่าย
                   
การใช้ยาส่วนใหญ่เป็นการบรรเทาอาการเท่านั้น ซึ่งควรใช้ให้ถูกวิธี ถ้าดูแลรักษาตนเองมาสัก ๑-๒ สัปดาห์ แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือกลับรุนแรงมากขึ้น ก็ควรไปขอคำปรึกษากับแพทย์ หรือเภสัชกรที่ประจำอยู่ที่ร้านยา ซึ่งพร้อมให้ความกระจ่าง และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ต่อสุขภาพ

การปฏิบัติดูแลตนเอง
อาการและความรุนแรงของโรคจะทุเลา บรรเทาได้อย่างมาก ด้วยการดูแลปฏิบัติตนเองที่ดีดังนี้
๑. ควรนั่งแช่น้ำอุ่น ๑๐-๑๕ นาที วันละ ๓ ครั้ง เพื่อช่วยลดอาการปวด การอักเสบ และช่วยทำความสะอาดบริเวณที่เป็นโรค
๒. ควรหลีกเลี่ยงอาการท้องผูก เพราะท้องผูกเป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งของริดสีดวงทวารหนัก ทั้งเป็นสาเหตุของการเบ่ง และทำให้อุจจาระแข็ง ซึ่งมีวิธีแก้ไขอาการท้องผูกดังนี้
กินอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และเมล็ดธัญพืช เพื่อช่วยให้อุจจาระนุ่มขึ้น
ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ ๘ แก้ว หรือ ๒ ลิตร อย่างสม่ำเสมอ
ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกาเฟอีน เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ กาแฟ ชา น้ำโคล่า เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ อุจจาระแข็ง และถ่ายลำบากขึ้น
ควรหลีกเลี่ยงกลั้นอุจจาระ
ไม่ควรนั่งหรือเบ่งอุจจาระโดยไม่รู้สึกปวดจะถ่าย

๓. ควรหลีกเลี่ยงการขัดถูบริเวณทวารหนักอย่างรุนแรง เพราะจะยิ่งระคายเคืองริดสีดวงทวารหนัก
๔. ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยเพิ่ม กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ถ่ายอุจจาระได้ง่าย
                     
นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรสำรวจและสังเกตตนเองว่า ตนเองมีพฤติกรรมที่เสี่ยงในการส่งเสริมทำให้ท้องผูก หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคริดสีดวงทวารหนัก เช่น ชอบอ่านหนังสือในห้องสุขา การถ่ายอุจจาระบนส้วมชักโครก การยกของหนักๆ การนั่งหรือยืนท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนานๆ การกลั้นอุจจาระ เป็นต้น ซึ่งถ้าพบและแก้ไขสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างมาก
8/11/54 โพสต์โดย หนวดเต่า
3 จาก 21
น่าจะทรมาน น่าดู แต่ ว่า ดื่มน้ำมากๆ ทานผักผลไม้ ด้วย น่ะ ><
10/12/54 โพสต์โดย อุกาอุกะ
4 จาก 21
ถ้าไม่หายจะมีโอกาสเป็นมะเร็งไหมอ่ะ
26/7/55 โพสต์โดย ยัยส้ม ส้ม
5 จาก 21
ริดสีดวง อาการ
จริงๆ มันมีแบบหลบใน ไม่แสดงอาการ และแสดงอาการภายนอกให้เห็น เคยดูคริปนักฟุตบอลริดสีดวงแตกกลางสนามแข่งมั้ย เลือดอาบก้นกันเลยทีเดียว อาการที่ควรหลีกเลี่ยง ก็คืออาการท้องผูก หลีกเลี่ยงการนั่งอุจจาระนานๆ ฝึกนิสัยการขับถ่ายที่ดี รับประทานอาหารที่มีกากใยอาหาร ประเภทผัก ผลไม้เยอะๆ และที่สำคัญห้ามเบ่ง ถ่ายอุจจาระ
24/10/55 โพสต์โดย 24hourswebdesign
6 จาก 21
อ่านเพิ่มเติม
25/10/55 โพสต์โดย 24hourswebdesign
7 จาก 21
ตามไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี้
25/10/55 โพสต์โดย 24hourswebdesign
8 จาก 21
เป็นริดสีดวงทำยังไง อ่านต่อ
13/12/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
9 จาก 21
ตรีผลา กับริดสีดวงทาวร ทำอย่างไรเพื่อให้ได้ผล 100 %
        การเป็นริดสีดวงทวาร เป็นเรื่องที่ ทรมานมาก หากใครไม่เคยเป็นคงไม่รู้รสชาดของโรคริดสีดวงทวาร คนส่วนเป็นแล้วไม่ยอมบอกใครเพราะอาย ไม่กล้าที่จะรักษาเพราะอาย ริดสีดวงเกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่จะเกิดกับคนที่มีอาการถูกผูกบ่อยๆ คนที่ตัวร้อนมากๆ เนื่องจากไม่ได้ถ่ายอุจจาระบ่อย  จะสะสมของเสียในร่างกายทำให้เกิดธาตุไฟมาก ตัวจึงร้อน ริดสีดวงมีหลายอย่าง เช่น ริดสีดวงพวง เมื่อท่านเป็นริดสีดวงใหม่ ท่านจะซื้อยามากิน  หรือซื้อยามาทา  ทำสองอย่างนี้ก่อนถ้าอาการหนักก็ถึงจะไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา หรือทำการผ่าตัดแล้วก็ไม่หาย กลับมาเป็นอีก จากประสบการณ์ที่ผมจำหน่ายตรีผลา มาประมาณ 3 ปี คนที่ซื้อไปกินเพื่อรักษาริดสีดวงทวารมีประมาณ 80% ของจำนวนการซื้อ และส่วนใหญ่ที่ผมได้ติดตามผลการกินทุกคนได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ การกินให้ได้ผลดีจะต้องมีวิธีการกินที่ถูกต้องด้วย ดังที่จะบอกให้ทุกท่านทราบดังนี้
1. สำหรับท่านที่เริ่มต้นเป็นริดสีดวงหรือเริ่มมีอาการสงสัยว่าจะเป็นริดสีดวง จะมีอาการดังนี้
- เป็นคนที่ท้องผูกบ่อยมาก ไม่ค่อยถ่ายอุจจาระ
- เวลาถ่ายอุจจาระเริ่มมีอาการเจ็บที่ปลายทวารหนัก
- เวลาถ่ายอุจจาระอาจมีเลือดไหลซิบๆ ติดมากับอุจจาระ
- เวลาถ่ายเสร็จอาจมีตุ่มย้อยห้อยออกมาที่ปลายทวารหนัก
นี่คื่ออาการของคนเริ่มเป็นริดสีดวง วีธีที่จะใช้ตรีผลาให้ได้ผลกับวิธีนี้ คือ
1.1 ใช้ตรีผลาแบบผงชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว ประมาณ 200 CC กินตอนก่อนอาหาร เช้า กลางวัน และก่อนนอน วันละ 3 เวลา เป็นระยะเวลา 7 วัน ต่อจากนั้นกินก่อนนอนวันละครั้งเป็นระเวลาประมาณ 7 วัน อาการจะหายเป็นปกติ ระหว่านี้ควรซื้อยาทามาทาด้วยเพื่อให้เวลาเดินปลายทวารจะได้ไม่เสียดสีกันจนเป็นแผลบวม (การกินควรกินก่อนหรือหลังอาหารประมาณ 1 ช.ม หรืออย่างน้อย 30 นาที)

2. สำหรับท่านที่เป็นระยะปานกลาง คือ เริ่มมีเลือดไหลปนมากับเวลาถ่ายอุจจาระ หรือเวลาถ่ายเริ่มเจ็บที่ปลายทวาร หรือเวลาถ่ายแล้วจะมีปลายทวารหลุดออกมา ซื้อยามากินก็ไม่หาย หรือซื้อยาทา มาทาก็ไม่หาย เป็นอาการที่ทรมานมาก จะไปหาหมอก็อาย วิธีที่จะใช้ตรีผลาให้หายขาดควรปฏิบัติดังนี้
2.1  กินตรีผลา วันละ 3 เวลา เวลาละ 1 แก้ว กาแฟ ก่อนหรือยังอาหาร ประมาณ 30-60 นาที ช่วงเย็นทกินก่อนนอน
- พอกินแบบนี้ได้ประมาณ 2-3 วัน อาการเจ็บจะบรรเทาลง อาการเลือดไหลจะเริ่มหยุดหรือเหลือน้อยลง
- พอประมาณ 7 วัน อาการเจ็บและอาการเลือดไหลจะหยุด อาการที่ปลายทวารบวมก็เริ่มจะยุบตัวลง ในระว่างที่กินตรีผลา ควรหาซื้อยาทามาทาด้วยจะทำให้เวลาเดินจะได้ไม่มีอาการเจ็บ และควรซื้อน้ำเกลือตามร้านขายยามาทำความสะอาดแผลทุกวันหรือทุกเวลาที่เข้าห้องน้ำ และก่อนนอนเพื่อไม่ให้มีอาการคัน
- กินตรีผลาไปประมาณ 30 วันอาการเริ่มจะเป็นปกติ ก็เริ่มลดการกินตรีผลาให้เหลือเช้าเย็น 2 เวลาก็พอ
- พออาการเริ่มหายเป็นปกติ ก็กินตรีผลาเฉพาะก่อนนอนครั้งเดียวก็พอ เพื่อช่วยในระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ
ข้อควรระวัง เฉพาะสตรี เวลามีรอบเดือนควรงดการกินตรีผลา เพราะจะทำให้เลือดออกมามากกว่าปกติ คนเป็นโรคหัวใจควรงดการกิน
3. สำหรับผู้มีอาการหนักถึงขั้นหมอจะผ่าตัด ก็กินตรีผลาหายมาแล้ว  ไม่ต้องเสียเงินหายหมื่นบาทเป็นค่าผ่าตัด  กินตรีผลาตามวิธีที่ 2 แต่ระยะเวลาอาจถึง 2-3 เดือนถึงจะหายเป็นปกติ
เมื่อหายแล้วควรเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารให้มีผัก หรืออาหารที่มีกากใยให้มากหน่อย อย่าให้ท้องผูก
สอบถามข้อมูลได้ที่ ธนัช โทร. 081-9210-679
เขียนโดย Thanud Siradulyakorn ที่ 23:13
17/2/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
10 จาก 21
บ่องตง คือเป็นเพราะโดนแฟนเอามากไปง่ะ เลยเริ่มเป็นแล้ว อยากรักษาให้หาย
3/4/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
11 จาก 21
มีหนองปนมากับเลือดดว้ยเป็นมากไหมค่ะ
27/4/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
12 จาก 21
มีแค่เลือดครับ แสบๆ เวลาถ่าย
28/4/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
13 จาก 21
เรามียาดีมากรักษาริดสีดวงหาย100% หายใน15 วัน หายขาด 250บาท1กระปุกรวมค่าจัดส่งEMS
                   โทร. 081-7949032 เหน่ง ไม่มียอมเเมว ไม่โกหกไม่หลอกลวง ซื่อกินไม่หมดคตกินไม่นาน
                                                         ขอบคุณที่มาอุดหนุนสินค้าเราครับ
12/5/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
14 จาก 21
อาการของริดสีดวง
2/6/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
15 จาก 21
รักษาโดยการยัดยาสีฟันเข้าไปข้างใน
16/6/56 โพสต์โดย เด็กต่างมิติ
16 จาก 21
ใครที่เป็นริดสีดวง ไม่จำเป็นต้องทรมานไปผ่าตัดให้แพงและเจ็บตัวรักษา
ตัว
ถ้าคุณไปหาหมอแพทย์แผนไทย เขาจะตรวจให้ฟรี
และถ้าพบว่าเป็นเขาก็จะแนะนำแนวทางรักษา
โดยฉีดบริเวณที่เป็น ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลา 3 วัน และพบหมออีกวันเว้นวัน ใช้ระยะเวลาที่่หัวของริดสีดวงฟ้อและหลุดออก ประมาณ 10วันเอง
คุณสามารถทำงานหรือเดินได้ปกติเหมือนเดิม ไม่ต้องเสียเวลาหยุดงานเลยแม้แต่วันที่ไปฉีด ค่ารักษา เม็ดละ 2000 บาท ปกติก้นของคนเรา จะมี8
ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ประมาณ 3-7 เม็ดที่เจอ ค่ายาไม่เกิน 600 บาท
อยู่ย่านแถวถนนพระราม2 เคหะ เก่งมาก การันตีว่าไม่กลับมาเป็นอีกสำหรับเม็ดที่รักษาแล้ว
13/8/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
17 จาก 21
ฉันไม่แน่ใจค่ะ ตอนนั้นเข้าห้องน้ำ พอฉันอุจจาระ ตอนที่ฉันถ่าย มันเจ็บนิดๆ และมีเลือดออกด้วย และต่อมาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอถ่ายอีกครั้งก็ไม่มีเลือดออกมา และก็ไม่เจ็บ
ฉันอยากรู้นี่เป็นโรคริดสีดวงหรือเปล่า
ช่วยบอกหน่อยค่ะ
ฉันกลัวมาก
5/1/57 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
18 จาก 21
คือ พึ่งรู้สึกตัวตั้งแต่วันที่ 4 กุมภา อ่ะค่ะว่ามันเริ่มคันแต่ไม่มาก พอวันที่5-6 ก็รู้สึกแบบเดิมเลยค่ะ ก็เริ่มเอะใจแต่ว่าก็ไม่ได้ตรวจดู พอวันนี้วันที่7กุมภา เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ยอมหาย เลยลองตรวจดูพบว่าเป็นเนื้อเยื่อนิ่มๆยื่นออกมา แต่ไม่มีเลือดเวลาถ่าย ไม่เจ็บมาก แค่คันๆ อยากรู้ว่าหนูเข้าขั้นระยะเท่าไหร่หรอคะ แล้ววิธีรักษาแบบไม่สอดยา ไม่ต้องพบแพทย์ แค่ทาแล้วหาย หรือต้องทานผักผลไม้อะไรคะ ถึงจะหายดี หนูกลัวมากเลยค่ะ ไม่รู้จะทำไงดี
8/2/57 โพสต์โดย คิม ลีมิน
19 จาก 21
หายได้ครับเพิ่งเริ่มเป็น คนเป็นหนักกว่านียังหายได้เลย  ใช้ตรีผลาหายได้ครับ  เพราะดดรคนี้เป็นกันทั้งประเทศไม่มีใครกล้าบอกเพราะอายครับ ไปดูข้อมูลที่ www.ตรีผลา.net
12/2/57 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
20 จาก 21
คงต้องดูนะครับว่า ปลายทวารโปร่งออกมาไหม หรือ มีหงอนยื่นจากข้างใน  หรือเป็นเม็ด ขอบปลายทวาร แต่ละอย่างไม่เหมือนกัน บ้างทีก็ไม่ใช่ริดสีดวงครับ
12/2/57 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
21 จาก 21
ตอนนี้ฉันมีอาการเลือดไหลออกกับอุจจาระ แสบด้วยค่ะ ควรใช้วิธีอย่างไรดีค่ะ ขอบคุณค่ะ
6/4/57 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ทำไม??
asshole1
การรักษาด้วยผึ้งบำบัด ใช้กับอาการป่วยจากโรคใดได้บ้าง ?
มีอาการปัสสาวะบ่อยๆมากขอทราบสาเหตุและวิธีการบำรุงรักษาหรือการป้องกัน
วิธีการรักษาอาการเม็ดเลือดขาวมากกว่าเม็ดเลือดแดง
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู