หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
เดือนทางจันทรคติมีเดือนอะไรบ้าง
สังคม 4/11/51 โพสต์โดย ไม่มีชื่อ
คำตอบ
1 จาก 8
Google กูรู นั้นเปิดให้ทุกคนสามารถใช้งาน แต่คุณจะต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ Google ก่อน ถ้าคุณยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ Google คุณจะสามารถสร้างได้ที่
4/11/51 โพสต์โดย Numthon
2 จาก 8
ความหมาย ปฏิทิน คือ แบบสำหรับดูวัน เดือน ปี เขียนตามรูปแบบภาษาบาลี ซึ่งอาจแผลงเป็นประฏิทิน ส่วนรูปภาษาสันสกฤตเขียนว่า ปฺรติทิน คือ ประติทิน และอาจเพี้ยนเป็นคำ ประดิทิน และประนินทินความหมายตรง ๆ ของคำนี้ แปลได้ว่า เฉพาะวัน สำหรับวัน ทีละวัน แต่ละวัน บางท่านก็แปลโดยอัตโนมัติว่า รายวัน เฉพาะวันหนึ่ง ๆ หรือ วันเฉพาะ ซึ่งเป็นการกำหนดนับเอาเฉพาะเป็นวัน ๆ ไปในสมัยโบราณการนับวันเดือนปี ถือการโคจรของดวงจันทร์เป็นหลักเรียกว่า จันทรคติ ปีจันทรคติปรกติมี ๓๕๔ วัน ปีมีอธิกวาร มี ๓๕๕ วัน ถ้าเป็นปีอธิกมาศ (เดือนแปดสองหน) จะมี ๓๘๔ วันเพื่อชดเชยวันที่ขาดหายไป ต่อมาจึงมีวิธีนับวันเดือนปีตามการหมุนเวียนของโลกรอบดวงอาทิตย์ เรียกว่า สุริยคติ ระยะเวลาที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์รอบหนึ่งปรกติประมาณ ๓๖๕ วัน ๕ ชั่วโมง ๔๙ นาที ปีสุรคติกับจันทรคติ จึงผิดกันอยู่ปีละประมาณ ๑๐ – ๑๑ วันเศษสมัยโรมัน เมื่อจูเลียส ซีซาร์ มีอำนาจปรากฎว่าการนับวันเดือนปี ทางจันทรคติคลาดเคลื่อนไปถึง ๓ เดือน คือแทนที่จะเป็นฤดูหนาวกลับกลายเป็นฤดูใบไม้ร่วง ซีซาร์จึงยกเลิกวิธีนับปีตามจันทรคติ และใช้สุริยคติแทน นักดาราศาสตร์ของโรมัน ขณะนั้นคำนวณแล้วประกาศขยายปีออกไปเป็น ๔๔๕ วัน เพื่อให้ระยะเวลาเดือนและฤดูตรงกับความเป็นจริง ในปีต่อมาให้มีเวลา ๓๖๕ กับ 1/4 วัน แต่เพื่อไม่ยุ่งยากแก่การนับจึงกำหนดให้ปีปรกติมี ๓๖๕ วัน ซึ่งขาดไป ๖ ชั่วโมง หรือ 1/4 วัน พอครบ ๔ ปีเป็นปีอธิกสุรทิน ซึ่งมี ๓๖๖ วัน ปฏิทินระบบของซีซาร์เริ่มประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๔๙๗ ****การทำปฏิทินสมัยซีซาร์ ได้กำหนดให้เดือนต่าง ๆ มี ๓๑ และ ๓๐ วัน สลับกันเว้นแต่เดือนกุมภาพันธ์ มี ๒๙ วัน ถ้าเป็นปีอธิกสุรทินจึงเพิ่มอีกวันเป็น ๓๐ วัน
ปฏิทินแบบยูเลียน ต่อมาสมัยจักรพรรดิออกุสตุส (พ.ศ. ๔๘๐ – ๕๕๗) ครองจักรวรรดิโรมัน ใน พ.ศ. ๕๑๗ ได้ทรงปรับปรุงโดยเทียบกับปฏิทินอียิปต์ ที่กำหนดให้เดือนหนึ่งมี ๓๐ วัน และมีวันเพิ่มอีก ๕ วัน ซึ่งเรียกว่าอธิกวาร ได้ลดเดือนกุมภาพันธ์ลงเหลือ ๒๘ วัน ถ้าเป็นปีอธิกสุรทินจึงเพิ่มเป็น ๒๙ วัน วันที่ขาดไปหนึ่งวันให้เพิ่มเดือนสิงหาคม ซึ่งเดิมมี ๓๐ วัน เป็น ๓๑ วัน
ปฏิทินแบบนี้มีชื่อเรียกว่า แบบยูเลียน แม้จะใช้สะดวกแต่มีข้อบกพร้อง คือ กำหนดให้ปีหนึ่งมี ๓๖๕ วัน เกินกว่าเวลาจริงที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ปี ๑๑ นาที ๑๔ วินาที ฉะนั้นในเวลา ๑๒๘ ปี จะผิดเวลาจริงไปราว ๑ วัน ถ้าเวลาล่วงเลยไปหลายร้อยหลายพันปี ก็ยิ่งผิดวันมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ใน พ.ศ. ๒๑๒๕ สันตะปาปา เกรกอรี่ ที่ ๓๓ แห่งโรม (พ.ศ. ๒๑๑๕ – ๒๑๒๘) ได้ประกาศยกเลิกปฏิทินแบบเก่าหรือยูเลียนให้ใช้แบบใหม่เรียกว่า แบบเกรกอเรียน โดยกำหนดเพิ่มจากปฏิทินยูเลียน ว่าถ้าปีใดตรงกับปีศตวรรษ เช่น ค.ศ. ๑๗๐๐ ๑๘๐๐ ๑๙๐๐ ฯลฯ ห้ามมิให้เป็นปีอธิกสุรทิน เว้นแต่ปีนั้นหารด้วย ๔๐๐ ลงตัว เช่น ค.ศ. ๑๖๐๐ ๒๐๐๐ ๒๕๐๐ คงเป็นอธิกสุรทินตามเดิม การกำหนดเช่นนี้ทำให้ปีปรกติมี ๓๖๕ วัน ๕ ชั่วโมง ๔๙ นาที ๑๒ วินาที เวลาต้องล่วงไป ๓๓๒๐ ปี จึงจะผิดเวลาจริง ๑ วัน ซึ่งนานพอจะใช้เป็นหลักกำหนดเวลาได้ใกล้เคียงที่สุด ระบบปฏิทินนี้ได้แพร่หลายนิยมใช้ในยุโรป และทั่วโลกปฎิทินในประเทศไทย - ปีจันทรคติ ในเมืองไทย ได้ประกาศใช้ปฏิทินแบบใหม่ตามสุริยคติกาลเป็นทางราชการเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๒ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางศาสนาได้เปลี่ยนตามเมื่อ วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕
แม้เราจะใช้ปฏิทินตามสุริยคติแต่ทางจันทรคติเราก็ยังใช้ควบไปด้วย กำหนดขึ้นปีใหม่ ในเดือนเมษายน (เดือน ๔ ทางสุริยคติ แต่เป็นเดือน ๕ ทางจันทรคติ) ใช้มาจนถึง พ.ศ. ๒๔๘๓ มี ๑๒ เดือน จากนั้นแต่ละปีมี ๑๒ เดือน (มกราคม – ธันวาคม) ตามปรกติตลอดมาปีจันทรคติ กำหนดนับตามระยะเวลาการโคจรของดวงจันทร์รอบโลก ๑๒ ครั้ง มีการแบ่งเป็น ๑๒ เดือน ตามจำนวนเวลาเดินทางรอบโลก กล่าวคือพระจันทร์เดินทางโคจรรอบโลกครั้งหนึ่งใช้เวลา ๒๙ วันครึ่งในเวลาหนึ่งเดือน ถ้านับเพียง ๒๙ วัน เวลาจะขาดไป ๑๒ ชั่วโมง แต่ถ้านับ ๓๐ วัน เวลาจะเกินไป ๑๒ ชั่วโมง จึงต้องนับ ๕๙ วัน เป็นสองเดือน คือให้นับเดือนคี่มี ๒๙ วัน และเดือนคู่มี ๓๐ วัน (เดือนคี่ บางทีเรียกว่าเดือนขาด ได้แก่เดือน ๑, ๓, ๕, ๗, ๙, ๑๑ ส่วนเดือนคู่หรือเดือนเต็ม ได้แก่เดือน ๒, ๔, ๖, ๘, ๑๐, ๑๒ ) โดยระบบนี้เดือนคี่จึงเป็นเดือนต้น เดือนคู่เป็นเดือนรองถัดไป สลับกันจนครบรอบ (๑๒ เดือน) แล้วเริ่มต้นใหม่ เมื่อนับวันกันจริง ๆ ปีจันทรคติ จึงมีเพียง ๓๕๔ วัน ซึ่งมีการเพิ่มวัน เรียกว่า อธิกวาร (ดูเรื่องอธิกวาร) เดือนในจันทรคติมีสองช่วงหรือ ๒ ปักษ์ (ช่วง หรือปักษ์ละ ๑๕ วัน) คือข้างขึ้นและข้างแรม
ข้างขึ้น เรียกตามศัพท์ว่า ชุณหปักษ์ หรือชุษณปักษ์ หรือศุกลปักษ์ เป็นต้น เดือนหนึ่งมี ๑๕ วัน ใช้ตัวย่อว่า ข.
ข้างแรม เรียกตามศัพท์ กาฬปักษ์นับเป็นปลายเดือนใช้ตัวย่อว่า ร. ข้างแรมนี้มีข้อสังเกตคือ ถ้าเป็นเดือนคู่ จะมี ๑๕ วัน (มีถึงแรม ๑๕ ค่ำ) แต่ถ้าเป็นเดือนคี่จะมีเพียง ๑๔ วัน (มีเพียงถึงแรม ๑๔ ค่ำ) เท่านั้นด้วยเหตุนี้เดือนคี่จึงมักเรียกกันว่า เดือนขาดเป็นการบอกให้รู้ในตัวว่า ข้างแรมมีเพียง ๑๔ วัน อย่าได้เผลอนึกว่ามีแรม ๑๕ ค่ำ ในเดือนคี่ เป็นอันขาด นอกจากเดือน ๗ ที่เป็นอธิกวารจึงมีแรม ๑๕ ค่ำ การนับเดือนทางจันทรคติเดือนทางจันทรคติ
เดือนห้า เรียกว่า จิตมาส, จิตตมาส, จิตตะมาส หรือจิตรมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที๑๔ คือ จิตตะ หรือจิตรา (ดาวจระเข้ หรือดาวหมู)
เดือนหก เรียกว่า วิสาขมาส วิสาขะมาส ไพศาขมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๑๖ คือ วิศาขา (ดาวคันฉัตร ดาวเขากระบือ หรือดาวแขนนาง)
เดือนเจ็ด เรียก เชษฐมาส เชฏฐมาส เชฏฐะมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๑๘ คือ เชษฐา, เชฏฐา (ดาวแพะหรือดาวช้างใหญ่)
เดือนแปด เรียก อาษาฒมาส หรืออาสาฬหมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ทรี่ ๒๐ – ๒๑ คืออาษาฒะหรืออาสาฬหะ เรียกเต็มอีกแบบหนึ่งว่า บุรพาษาฒและอุตราษาฒ (ดาวสัปคับช้าง ดาวแตรงอนหรือดาวแรด)
เดือนเก้า เรียก สาวนมาส หรือ ศราวณมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๒๒ คือ สาวนะ หรือ ศราวะณะ (ดาวหลักชัยหรือดาวคนฟังธรรมจำศีล)
เดือนสิบ เรียกภัทรบทมาส ภัททปะทะมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๒๕-๒๖ คือภัทรปทา หรือภัทรบท (ดาวราชสีห์)
เดือนสิบเอ็ด เรียก อัสสยุชะมาส อัสยุชมาส อัศวยุชมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๑ คือ อัสสยุชะ อัสวนี หรืออัสวยุช (ดาวม้า)
เดือนสิบสอง เรียก กิตติกะมาส กัตติกมาส กัตติกามาส หรือ กฤติกามาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๓ กัตติกา กฤตติกา หรือ กฤติกา (ดาวลูกไก่หรือดาวธงสามเหลี่ยม)
เดือนอ้าย (หนึ่ง) เรียก มิคสิรมาส มิคสิระมาส มิคเศียรมาส มฤคศิรมาส มฤคศิรษมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๕ คือ มฤคศิระ มฤคศีรษะ หรือ มิคสิระ (ดาวหัวเนื้อ)
เดือนยี่ (สอง) เรียกว่าบุษยมาส ปุสสะมาส ปุษยมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๘ คือ บุษยะ ปุสสะ หรือปุษยะ หรือสิธยะ (ดาวปุยฝ้ายหรือดาวสมอสำเภา)
เดือนสาม เรียก มาฆะ (ดาวแข้งม้า ดาวถัง ดาวงอนไถ หรือดาวงูผู้)
เดือนสี่ เรียก ผัคคุณมาส ผัคคุณะมาส พระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ ๑๑ – ๑๒ คือ ผัคคุณี เรียกเต็ม ๆ ว่า บุรพผลคุณี (ดาวงูเมีย) และอุตรผลคุณี (ดาวเพดาน) http://www.yenta4.com/webboard/viewtopic.php?cate_id=64&order_reply=0&post_id=1208429
4/11/51 โพสต์โดย sutop
3 จาก 8
ท่าน sutop ตอบได้ครบถ้วนแล้วครับ
สรุปง่ายๆ สั้นๆ คือ
เดือนอ้าย
เดือนยี่
เดือนสาม
เดือนสี่
เดือนห้า
เดือนหก
เดือนเจ็ด
เดือนแปด (บางปีก็มีเดือนแปดสองหน)
เดือนเก้า
เดือนสิบ
เดือนสิบเอ็ด และ
สิบสอง ครับ
4/11/51 โพสต์โดย maddog
4 จาก 8
2 ท่านด้านบนตอบไปแล้ว
งั้นคำตอบอีกด้านของผมก็คือ

เดือนทางจันทรคติ มีเดือนของไทย เดือนของจีน และเดือนของอิสลาม
(นอกเหนือจากนี้ก็คงมี แต่ผมยังไม่เคยเจอครับ)
เดือนทั้งสามนี้ยังมีใช้อยู่ในปัจจุบัน
ส่วนมากมักใช้นับวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับศาสนา
เช่น วันพระ, วันถือศีลอด ฯลฯ
5/11/51 โพสต์โดย Jombthep
5 จาก 8
เผอิญเซิร์ชมาเห็นอ่ะ หาข้อมูลทำรายงาน ...อิอิ
5/11/51 โพสต์โดย แอมเวย์
6 จาก 8
โอ้โห!ขอชม Maddog ด้วยใจจริง ทำให้ย่นเวลาในการศึกษาและเข้าใจง่ายด้วย
25/9/52 โพสต์โดย ธุรกิจ สำเร็จ เครือข่าย
7 จาก 8
คำว่า ประนินทิน เป็นคำเรียกเพี้ยน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยตำหนิว่า
"...หนังสือจำพวกเรียงรายวัน
นับคติพระอาทิตย์พระจันทร์และอื่นๆที่ลงเป็นตารางนั้น
ภาษาไทยเราเขียนว่า ประฏิทิน
ถึงคำเพ็ดทูลและอ่านว่า ประฏิทิน
แต่คนไม่รู้เรียกว่า ประนินทิน
คำนี้พวกครูของพวกโรงพิมพ์จะไม่รู้ดอกกระมัง
ด้วยมิใช่ของข้างวัดวาอารามบาล่ำบาลีอะไร"
2/2/53 โพสต์โดย ภูริ2
8 จาก 8
เหมือนกันหางานเรื่องเดือนตามจันทรคติหาแทบตายขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
8/7/55 โพสต์โดย FILM LOVE PHONG
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ตรุษจีน ต่างกับสาร์ทจีน อย่างไร
เริ่ม ต้น วันศุกร์ กับ ความสุข ของเดือนไหม่ จ้า
ทำไมเดือนแต่ละเดือนทั้ง12เดือนถึงมีวันที่ต่างกันเช่น30,31ใครรู้บอกหน่อย
วันจันทร์ต้นเดือน ?
วันที่20มิถุนายนเป็นวันเกิดใคร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู