หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
พลาสติกใช้เวลากี่ปีในการย่อยสลาย
ข้อมูลเกี่ยวกับพลาสตก
"พลาสติก" 24/11/51 โพสต์โดย chesta
คำตอบ
1 จาก 13
น่าจะ200ปีเท่าที่จำได้นะ
24/11/51 โพสต์โดย KIRA
2 จาก 13
ระยะเวลาการย่อยสลายของวัสดุแต่ละประเภทในธรรมชาติ จะมีระยะเวลาต่างกันไป ในการเข้าป่าเรามักจะพบวัสดุที่คนทิ้งไว้ หรือบางครั้งเราก็มีการทิ้งเสียเอง โดยเข้าใจว่าวัสดุนั้น ๆ สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้โดยง่าย เช่น เปลือกส้มที่นิยมนำเข้าไปทานจะมีอายุการย่อยสลายถึง 6 เดือน ลองมาดูกันว่าวัสดุแต่ละประเภทใช้เวลาในการย่อยสลายมากน้อยเพียงใด ข้อมูลนี้อาจะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดในการทิ้งขยะในป่าก็ได้

วัสดุ ระยะเวลาย่อยสลาย
ผ้าฝ้าย 1-5 เดือน  
เศษกระดาษ 2-5 เดือน  
เชือก 3-14 เดือน  
เปลือกส้ม 6 เดือน  
ผ้าขนสัตว์ 1 ปี  
ถ้วยกระดาษเคลือบ 5 ปี  
ไม้ 13 ปี  
ก้นกรองบุหรี่ 15 ปี  
รองเท้าหนัง 25-40 ปี  
กระป๋องอลูมิเนียม 80-100 ปี  
กระป๋องเหล็ก 100 ปี  
ขวดพลาสติก 450 ปี  
ถุงพลาสติก 450 ปี  
โฟม ไม่ย่อยสลาย ควรหลีกเลี่ยง  
ขวดแก้ว ชั่วกัลปวสาน

อ้างอิงข้อมูลจาก แผ่นป้ายที่ติดบริเวณอุทยานแห่งชาติ
24/11/51 โพสต์โดย BABORCLUB
3 จาก 13
สี่ร้อยถึงห้า่ร้อย กว่าปีคราบผม
24/11/51 โพสต์โดย wooddy
4 จาก 13
โหใช้เวลานานมากเลยอะ โฟมนี่แล้วใหญ่มันไม่ย่อยเลย ตายๆ โลกร้อนๆๆ
24/11/51 โพสต์โดย โลตัส
5 จาก 13
ตามทฤษฎีเขาว่าเป็นหลัก ร้อยปีครับ
แต่ทางปฏิบัติจริงแม้กระทั่งเก้าอี้พลาสติกเกรดเอ ยังทนไม่ถึง 10 ปีเลยครับ
ถุงพลาสติก แขวนไว้ไม่ถึงปีก็เปื่อยแล้ว
ผมไม่ค่อยเชื่อทฤษฎีเท่าไรแล้ว
ฟันธงว่าไม่เกินอายุคนแน่นอนครับ
(เขาเอาอะไรมาหาว่าพลาสติกทนเป็นร้อยปีก็ไม่รู้ แล้วก็พากันเชื่อไปได้เนาะ)
24/11/51 โพสต์โดย maddog
6 จาก 13
ชั่วลูก ชั่วหลาน..
24/11/51 โพสต์โดย ไม่มีชื่อ
7 จาก 13
200 - 400 ปี หรือมากกว่านั้น
แล้วแต่คุณภาพของพลาสติก
25/11/51 โพสต์โดย chada
8 จาก 13
ประเภทของพลาสติกย่อยสลายได้
โดยทั่วไป เราสามารถแบ่งกลไกการย่อยสลายของพลาสติกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. การย่อยสลายได้โดยแสง (Photodegradation) การย่อยสลายโดยแสงมักเกิดจากการเติมสารเติมแต่งที่มีความว่องไวต่อแสงลงใน พลาสติกหรือสังเคราะห์โคพอลิเมอร์ให้มีหมู่ฟังก์ชันหรือพันธะเคมีที่ไม่แข็ง แรง แตกหักง่ายภายใต้รังสี (UV) เช่น หมู่คีโตน (Ketone group) อยู่ในโครงสร้าง เมื่อสารหรือหมู่ฟังก์ชันดังกล่าวสัมผัสกับรังสียูวีจะเกิดการแตกของพันธะ กลายเป็นอนุมูลอิสระ (Free radical) ซึ่งไม่เสถียร จึงเข้าทำปฏิกิริยาต่ออย่างรวดเร็วที่พันธะเคมีบนตำแหน่งคาร์บอนในสายโซ่พอ ลิเมอร์ ทำให้เกิดการขาดของสายโซ่ แต่การย่อยสลายนี้จะไม่เกิดขึ้นภายในบ่อฝังกลบขยะ กองคอมโพสท์ หรือสภาวะแวดล้อมอื่นที่มืด หรือแม้กระทั่งชิ้นพลาสติกที่มีการด้วยหมึกที่หนามากบนพื้นผิว เนื่องจากพลาสติกจะไม่ได้สัมผัสกับรังสียูวีโดยตรง

  2. การย่อยสลายทางกล (Mechanical Degradation) โดยการให้แรงกระทำแก่ชิ้นพลาสติกทำให้ชิ้นส่วนพลาสติกแตกออกเป็นชิ้น ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้โดยทั่วไปในการทำให้พลาสติกแตกเป็นชิ้นเล็กๆ

  3. การย่อยสลายผ่านปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidative Degradation) การ ย่อยสลายผ่าน)ฏิกิริยาออกซิเดชันของพลาสติก เป็นปฏิกิริยาการเติมออกซิเจนลงในโมเลกุลของพอลิเมอร์ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ เองในธรรมชาติอย่างช้าๆ โดยมีออกซิเจน และความร้อน แสงยูวี หรือแรงทางกลเป็นปัจจัยสำคัญ เกิดเป็นสารประกอบไฮโดรเปอร์ออกไซด์ (hydroperoxide, ROOH) ในพลาสติกที่ไม่มีการเติม สารเติมแต่งที่ทำหน้าที่เพิ่มความเสถียร (stabilizing additive) แสงและความร้อนจะทำให้ ROOH แตกตัวกลายเป็นอนุมูลอิสระ RO และ OH) ที่ไม่เสถียรและเข้าทำปฏิกิริยาต่อที่พันธะเคมีบนตำแหน่งคาร์บอนในสายโซ่พอ ลิเมอร์ ทำให้เกิดการแตกหักและสูญเสียสมบัติเชิงกลอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาขึ้นในปัจจุบันทำให้พอลิ โอเลฟินเกิดการย่อยสลายผ่านปฏิกิริยาออกซิเดชันกับออกซิเจนได้เร็วขึ้นภายใน ช่วงเวลาที่กำหนด โดยการเติมสารเติมแต่งที่เป็นเกลือของโลหะทรานสิชัน ซึ่งทำหน้าที่คะตะลิสต์เร่งการแตกตัวของสารประกอบไฮโดรเปอร์ออกไซด์ (Hydroperoxpide, ROOH) เป็นอนุมูลอิสระ (Free radical) ทำให้สายโซ่พอลิเมอร์เกิดการแตกหักและสูญเสียสมบัติเชิงกลรวดเร็วยิ่งขึ้น



  4. การย่อยสลายผ่านปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส (Hydrolytic Degradation) การ ย่อยสลายของพอลิเมอร์ที่มีหมู่เอสเทอร์ หรือเอไมด์ เช่น แป้ง พอลิเอสเทอร์ พอลิแอนไฮดรายด์ พอลิคาร์บอเนต และพอลิยูริเทน ผ่านปฏิกิริยาก่อให้เกิดการแตกหักของสายโซ่พอลิเมอร์ ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสที่เกิดขึ้น โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ใช้คะตะลิสต์ (Catalytic hydrolysis) และไม่ใช้คะตะลิสต์ (Non-Catalytic Hydrolysis) ซึ่งประเภทแรกยังแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ แบบที่ใช้คะตะลิสต์จากภายนอกโมเลกุลของพอลิเมอร์เร่งให้เกิดการย่อยสลาย (External Catalytic Degradation) และแบบที่ใช้คะตะลิสต์จากจากภายในโมเลกุลของพอลิเมอร์เองในการเร่งให้เกิด การย่อยสลาย (Internal catalytic degradation) โดยคะตะลิสต์จากภายนอกมี 2 ชนิด คือ คะตะลิสต์ที่เป็นเอนไซม์ต่างๆ (Enzyme) เช่น Depolymerase lipase esterase และ glycohydrolase ในกรณีนี้จัดเป็นการย่อยสลายทางชีวภาพ และคะตะลิสต์ที่ไม่ใช่เอนไซม์ (Non-enzyme) เช่น โลหะแอลคาไลด์ (alkaline metal) เบส (base) และกรด(acid) ที่มีอยู่ในสภาวะแวดล้อมในธรรมชาติ ในกรณีนี้จัดเป็นการย่อยสลายทางเคมี สำหรับปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสแบบที่ใช้คะตะลิสต์จากภายในโมเลกุลของพอลิเมอร์ นั้นใช้หมู่คาร์บอกซิล(Carboxyl Group) ของหมู่เอสเทอร์ หรือเอไมด์บริเวณปลายของสายโซ่พอลิเมอร์ในการเร่งปฏิกิริยาการย่อยสลายผ่า ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส


  5. การย่อยสลายทางชีวภาพ (Biodegradation) การ ย่อยสลายของพอลิเมอร์จากการทำงานของจุลินทรีย์โดยทั่วไปมีกระบวนการ 2 ขั้นตอน เนื่องจากขนาดของสายพอลิเมอร์ยังมีขนาดใหญ่และไม่ละลายน้ำ ในขั้นตอนแรกของของการย่อยสลายจึงเกิดขึ้นภายนอกเซลล์โดยการปลดปล่อยเอ็น ไซม์ของจุลินทรีย์ซึ่งเกิดได้ทั้งทั้งแบบใช้ endo-enzyme หรือ เอนไซม์ที่ทำใหเกิดการแตกตัวของพันธะภายในสายโซ่พอลิเมอร์อย่างไม่เป็น ระเบียบ และแบบ exo-enzyme หรือเอนไซม์ที่ทำให้เกิดการแตกหักของพันธะทีละหน่วยจากหน่วยซ้ำที่เล็กที่ สุดที่อยู่ด้านปลายของสายโซ่พอลิเมอร์ เมื่อพอลิเมอร์แตกตัวจนมีขนาดเล็กพอจะแพร่ผ่านผนังเซลล์เข้าไปในเซลล์ และเกิดการย่อยสลายต่อในขั้นตอนที่ 2 ได้ผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนสุดท้าย (ultimate biodegradation) คือ พลังงาน และสารประกอบขนาดเล็กที่เสถียรในธรรมชาติ (Mineralization) เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สมีเทน น้ำ เกลือ แร่ธาตุต่างๆ และมวลชีวภาพ (biomass)

     *มวลชีวภาพหมายถึง มวลรวมของสสารที่เกิดขึ้นจากกระบวนการในการดำรงชีวิตและเติบโตของสิ่งมี ชีวิต ซึ่งรวมถึงพืช สัตว์ และจุลินทรีย์

     นอกจากนี้ยังพบว่า มีการใช้คำว่า พลาสติกย่อยสลายได้ในสภาวะแวดล้อมธรรมชาติ (Environmentally Degradable Plastics, EDP) ซึ่ง หมายถึง พลาสติกที่สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงสมบัติเนื่องจากปัจจัยต่างๆ ในสภาวะแวดล้อม เช่น กรด ด่าง น้ำ และออกซิเจนในธรรมชาติ แสงจากดวงอาทิตย์ แรงเค้นจากการกระทบของเม็ดฝนและแรงลม หรือจากเอนไซม์ของจุลินทรีย์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมี กลายเป็นสารที่ถูกดูดซึม และย่อยสลายต่อได้อย่างสมบูรณ์โดยจุลินทรีย์ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ สารอนินทรีย์ และมวลชีวภาพ เป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย โดยการย่อยสลายและการดูดซึมนี้ต้องเกิดขึ้นได้รวดเร็วเพียงพอที่จะไม่ทำให้ เกิดการสะสมในสภาวะแวดล้อม และคำว่า พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสภาวะแวดล้อม (Environmental Friendly Plastics) หรือ พลาสติกสีเขียว (Green Plastics) หมายถึง พลาสติกที่ทำให้ภาระในการจัดการขยะลดลง และส่งผลกระทบโดยรวมต่อสภาวะแวดล้อมน้อยกว่าพลาสติกที่ใช้กันอยู่ทั่วไปใน ปัจจุบัน
25/11/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
9 จาก 13
เว็บนี้ดีมากๆเลยครับ เป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของพลาสติกทั้งหมดเลยครับ ลองเข้าไปศึกษากันดู

http://www.mtec.or.th
25/11/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
10 จาก 13
นานจัง...
25/11/51 โพสต์โดย yoo
11 จาก 13
ขอบคุณครับคุณ BARBORCLUB
16/10/52 โพสต์โดย talent
12 จาก 13
ตอบให้ตรงเลยต้องใช้เวลาย่อยสลาย250ปี
13/3/53 โพสต์โดย ซีร
13 จาก 13
วัสดุที่ทำจากพลาสติกไม่ได้ทนทาน กว่าอายุคนหรอกครับ แต่ถ้าจะเปลี่ยนจากพลาสติกกลายเป็นดิน หรือถูกย่อยสลายจนหมด คงต้องใช้เวลาหลายร้อยปี
5/7/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
แผ่นcd ย่อยสลายกี่ปี
Biolice คืออะไร
พลาสติกทำมาจากอะไรแล้วใช้เวลาย่อยสลายนานเท่าไรแล้วของสิ่งใดที่ใช้เวลาย่อยสลายนานที่สุดในโลก
คีย์บอร์ดใช้เวลาย่อยสลายกี่ปี
ไรโชโซม ทำหน้าที่อะไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู