หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การปฏิบัติธรรมคืออะไร
ควรทำความเข้าใจเป็นเบื้องต้นว่าปฏิบัติธรรมเพื่ออะไร..
การปฏิบัติธรรมไม่ใช่อยากได้ หรืออยากจะเอา เป็นการลด ละ เลิก กิเลสตัณหา
ถ้ายังอยากได้จะไม่ได้..เพราะนั่นมันเป็นตัณหา
เช่นอยากได้นิพพาน..นอกจากไม่ได้แล้ว เผลอๆยังลงอบาย เพราะไปเกิดคิดอกุศลกับผู้มีคุณธรรม
ธรรมะ | ความรู้สึก 4/4/54 โพสต์โดย lungsem
คำตอบ
1 จาก 5
อยากได้ในอกุศล มาจาก โลภะ อยากได้ในกุศล มาจาก ฉันทะ ความปรารถณานิพพาน จึงไม่ใช่กิดลสตัณหา เพราะไม่ได้เกิดจาก โลกภะ โทสะ โมหะ แต่เกิดจาก เนกขัมมะวิตก

ฉันทะดับด้วยฉันทะ วิริยะดับด้วยวิริยะ จิตตะดับด้วยจิตตะ วิมังสาดับด้วยวิมังสา
4/4/54 โพสต์โดย Darkcoder
2 จาก 5
การปฏิบัติธรรม คือการทำหน้าที่อันถูกต้องเหมาะสมชอบธรรมทั้งหมด ของฆราวาสในที่ทำงาน ในที่ทำเลี้ยงชีพ ในที่อยู่อาศัยบ้านในครอบครัว
                     กับของผู้ประพฤติพรหมจรรย์  อันมีธรรมวินัยครอบอยู่คุ้มครองอยู่
                     การปฏิบัติธรรม จึงไม่ใช่แยกไปเฉพาะคนนุ่งขาวห่มขาว ผู้ ถืออุโบสถ สมถกรรมฐาน สมาธิและวิปัสสนาภาวนา ซึ่งคนทั่วไปยังเข้าผิดอยู่มาก ว่าตนไม่ได้ปฏิบัติธรรม ทั้งๆที่ในชีวิตประจำวันตนได้ปฏิบัติธรรมแล้ว


การปฏิบัติธรรม ระดับ จริยธรรม  เพื่อประโยชน์สุขในโลกปัจจุบันนี้ และภายหน้าโลกหน้า
                     ระดับ เพื่อความหลุดพ้น เป็นวิมุตติ ไตรสิกขา มีอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา เป็นผลด้วยศีล สมาธิ ปัญญา มรรคมีอง๕ ๘ รวมเป็นหนึ่ง
                     วิธีการ และ แนวทางจึงแบ่งระดับ ยากง่ายต่างกันไปตามฐานะของบุคคล ภิกษุอย่างหนึ่งที่ละเอียดกว่า ของฆราวาส คฤหัสถ์จะกว้างกว่าแต่มีจุดหรือเป้าหมายเดียวกัน เพราะพระพุทธองค์โปรดเวไนยสัตว์

โดยดูจาก มงคลชีวิต ๓๘ ที่พระพุทธองค์ทรงวาง ระดับปฏิบัติขั้นต้น ของระดับจริยธรรม ไปจนถึงระดับ ปฏิบัติจิตบริสุทธิ์ และวิมุตติ

๑.  การไม่คบคนพาล
 ๒.  การคบบัณฑิต
 ๓.  บูชาบุคคลที่ควรบูชา
 ๔.  การอยู่ในประเทศที่สมควร
 ๕.  การได้กระทำบุญไว้ในปางก่อน
 ๖.  การตั้งตนไว้ชอบ
 ๗.  การสดับตรับฟังมาก
 ๘.  การศึกษาศิลปะ
 ๙.  วินัยที่ศึกษาดีแล้ว
 ๑๐.  วาจาสุภาษิต
 ๑๑.  การบำรุงมารดา
 ๑๒.  การบำรุงบิดา
 ๑๓.  การสงเคราะห์บุตรและภรรยา
 ๑๔.  การงานไม่คั่งค้างอากูล
 ๑๕.  ทาน การให้
 ๑๖.  การประพฤติธรรม
 ๑๗.  การสงเคราะห์ญาติ
 ๑๘.  การงานที่ไม่มีโทษ
 ๑๙.  การงดเว้นจากบาป
 ๒๐.  การสำรวมจากน้ำเมา
 ๒๑.  ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
 ๒๒.  ความเคารพ
 ๒๓.  การอ่อนน้อมถ่อมตน
 ๒๔.  ความสันโดษ
 ๒๕.  ความกตัญญู
 ๒๖.  การฟังธรรมตามกาล
 ๒๗.  ความอดทน
 ๒๘.  ความเป็นผู้ว่าง่าย
 ๒๙.  การเห็นสมณะ
 ๓๐.  การสนทนาธรรมตามกาล
 ๓๑.  ความเพียรเผากิเลส
 ๓๒.  การประพฤติพรหมจรรย์
 ๓๓.  การเห็นอริยสัจ
 ๓๔.  การทำนิพพานให้แจ้ง
 ๓๕.  จิตไม่หวั่นไหวเมื่อถูกโลกธรรมกระทบแล้ว
 ๓๖.  ความไม่เศร้าโศก
 ๓๗.  จิตที่ปราศจากธุลี คือกิเลส
 ๓๘.  จิตที่เกษมจากโยคะ

http://www.84000.org/tipitaka/book/bookpn06.html
5/4/54 โพสต์โดย Miscellanous
3 จาก 5
ขอสนับสนุนข้อความนี้
#การปฏิบัติธรรมไม่ใช่อยากได้ หรืออยากจะเอา แต่เป็นการลด ละ เลิก กิเลสตัณหา#

อธิบาย
ความอยาก มีทั้งเป็นตัณหา และที่ไม่ใช่ตัณหา
ความอยาก ของปุถุชนว่าตรงๆนั้นเป็นตัณหา เพราะเพื่อประโยชน์สุข แต่เป็นสามิสสุข สุขที่มีสิ่งภายนอกเป็นเหยื่อล่อ(กาม) เป็นเหตุนำไปสู่ทุกข์
ความอยาก ของปุถุชนเพื่อทำความดี เช่น อยากทำความดี อยากช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจเมตตากรุณาอย่างชอบธรรม อยากทำบุญ นี้เรียกว่า ความอยากที่เป็น ธรรมฉันทะ
ฉะนั้น ความอยากที่ไม่เป็นที่ตั้ง ของตัณหา อุปาทาน ย่อมไม่เกิดกิเลส ไม่ก่อทุกข์
เพราะเหตุนี้เวลาคนแก่ ไปสวดมนต์ที่วัด หรือเวลาตักบาตทำบุญ ทุกครั้งจะอธิษฐาน...........ลงท้ายด้วย นิพพานัง ปัจจโยโหตุ  

..............................................................................................................
นักปฏิบัติธรรม ดูจากการกระทำ แล้วเข้าลักษณะมิจฉาทิฎฐิ หรือไม่
เปรียบว่าเข้ามิจฉาทิฏฐิ 10 หรือไม่



               พระไตรปิฎก เล่มที่ 35

[๑๐๓๑] มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ เป็นไฉน
มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ คือ

๑. ความเห็นว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล
๒. ความเห็นว่า การบูชาพระรัตนตรัยไม่มีผล
๓. ความเห็นว่า การบูชาเทวดาไม่มีผล
๔. ความเห็นว่า ผลวิบากของกรรมดีและกรรมชั่วไม่มี
๕. ความเห็นว่า โลกนี้ไม่มี
๖. ความเห็นว่า โลกหน้าไม่มี
๗. ความเห็นว่า มารดาไม่มี
๘. ความเห็นว่า บิดาไม่มี
๙. ความเห็นว่า สัตว์ที่จุติและเกิดไม่มี
๑๐. ความเห็นว่า สมณพราหมณ์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ รู้ยิ่งเห็นแจ้ง
ประจักษ์ซึ่งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเองแล้ว ประกาศให้ผู้อื่นรู้ได้ ไม่มีในโลก

เหล่านี้เรียกว่า มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐

...........................................................................................................................
จากพฤติกรรมเหล่านี้

คนที่ไม่กราบไหว้พระพุทธรูป
ผู้กล่าวหา พระภิกษุ หลวงปู่ หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในพระพุทธศาสนา ประเทศไทย เป็นเพียง ฤาษีไม่ใช่ภิกษุในธรรมวินัย
คนที่ปรามาส พระภิกษุไทยว่าปัจจุบัน อ่านพระไตรปิฎกไม่จบ แม้สักองค์เดียว อวดว่าตนอ่านจบแล้วรู้หมดแล้ว)
เห็นว่า พระพุทธศาสนา ในประเทศไทยไม่มีมานานเป็นพัน ๆปีแล้ว เนื่องจากศาสนาพุทธในอินเดียล่มสลายหมดแล้ว ไม่เคยมีพระอรหันต์มาตั้งแต่
พระพุทธศาสนาล่มสลาย ไม่ภิกษุเหลือแม้องค์เดียวจึงไม่มีพระรัตนตรัยในเมืองไทย มีเพียงพระธรรม คือพระไตรปิฎกเท่านั้น คำสอนอื่นจากพระภิกษุ(ไม่นับเป็นภิกษุ)เป็นสิ่งไม่ถูกตามธรรมวินัย
เห็นว่า คำสอนของ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ เชื่อถือไม่ได้ เป็นเพียง "เขาว่า"   อักขระพระไตรปิฏก เท่านั้นที่เป็นคำสอนเชื่อถือได้
ผู้ดูถูกดูหมิ่น ว่า อัฐิเป็นพระธาตุ ของพระอรหันต์ หลวงปู่ หลวงพ่อ พ่อแม่ครูอาจารย์ ล้วนเป็นเพียงกระดูกของ ฤาษี
ผู้ไม่เคยบวช และยืนยันไม่ยอมบวชในพระพุทธศาสนา ขอเป็นฆราวาส เพราะมีคำเฉลย(บรรลุพระอรหันต์ ) อยู่ในมือแล้ว  รอให้ตนเป็นพระอนาคามีก่อน แล้วจึงค่อยบวชตอนนั้น
ผู้มาเผยแพร่ธรรมว่า ตามพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าไม่ให้ฆราวาส ไปเจริญ สมาธิ วิปัสสนา พระพุทธเจ้าสอนให้เฉพาะแก่ พระภิกษุในธรรมวินัยเท่านั้น และต้องเป็นพระโสดาบันขึ้นไปเจริญวิปัสสนา   เจริญวิปัสสนาแล้ว ศีล จะเกิดขึ้นเอง สมาธิจะเกิดขึ้นเอง ไม่ต้องทำอะไร
...................................................................................................................................................................................................

หากมีบุคคลคนที่มาจำแนกธรรม อ้างข้อความ พระไตรปิฎก อย่างนั้นอย่างนี้ แต่มีความเห็นมิจฉาทิฏฐิดังข้างบน สมควรไปสู่อบาย 500กัลป์

...................................................................................................................................................................................................
พิจารณา
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=1b57aa428a2951d9&table=%2Fguru%2F&clk=wttpcts
5/4/54 โพสต์โดย Miscellanous
4 จาก 5
หากปัญญาขั้นสุดยอดยังไม่เกิด
ควรอยู่ฝ่ายดีไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน(จิตวิญญาณ)
เพราะอย่างน้อยก็พยายามละความชั่วทั้งปวงตามโอวาทของพระพุทธเจ้า

การข้ามทะเลสู่อีกฝั่งหนึ่ง เราคงจะต้องนั่งเรือ อยู่บนเรือ ยึดเรือไว้ พึ่งพาอาศัยเรือเป็นที่กำบัง
แต่เมื่อขึ้นฝั่ง เราคงต้องสละเรือไว้ในที่ที่ของมัน เราคงไม่แบกมันไปด้วย

การปฏิบัติธรรม คือการเดินทางไปตามแผนที่ที่พระพุทธองค์ทรงเขียนไว้ให้แล้ว
8/4/54 โพสต์โดย ๋Jade
5 จาก 5
สวัสดีค่ะ

การปฏิบัติธรรมนี้ เรามักเข้าใจว่าเป็นการหาที่สงบเพื่อทำสมาธิด้วยสมถกรรมฐานวิธีใดวิธีหนึ่งใน 40 วิธี เช่น เข้าวัดเพื่อฝึกสมาธิในโอกาสต่างๆ หากในความเป็นจริง คือการนำธรรมะมาปฏิบัติในชีวิต หรือก็คือ นำธรรมะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิต ทั้งประโยชน์ปัจจุบัน และประโยชน์เลยตาเห็น

สำหรับการหวังผลการปฏิบัติ เช่น อยากบรรลุธรรม สัมพันธ์กับ ฉันทะ เรามักเข้าใจว่าความอยากเป็นตัณหาไปเสียทั้งหมด หากในความเป็นจริง ฉันทะแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ

"ตัณหาฉันทะ ฉันทะคือตัณหา หรือฉันทะที่เป้นตัณหา เป็นฝ่ายชั่วหรืออกุศล

กัตตุกัมยตาฉันทะ ฉันทะคือความใคร่จะทำ ได้แก่ความต้องการทำหรืออยากทำ เป็นฝ่ายกลางๆ คือใช้ในทางดีก็ได้ ชั่วก็ได้ แต่ท่านมักรวมไว้ในฝ่ายดี

กุศลธรรมฉันทะ ฉันทะในกุศลธรรม หรือธรรมฉันทุที่เป็นกุศล เป็นฝ่ายดีงามหรือกุศล มักเรียกสั้นๆเพียงว่า "กุศลฉันทะ (ความรักดี ความใฝ่ดี) หรือธรรมฉันทะ (ความรักธรรม หรือความใฝ่ธรรม)" *

ฉันทะในข้อ 2 ที่เราคุ้นตากันมากที่สุด คือ ฉันทะ ในอิทธิบาท 4 ฉันทะประเภทนี้ มีความหมายใกล้เคียงกับ วิริยะ หรือวายามะ (ความพยายาม) มากค่ะ จนบางทีมีการนำมากล่าวซ้อนกันเพื่อส่งเสริมความหมายของกันและกัน

เมื่อฉันทะสัมพันธ์กับเหตุปัจจัย ไม่ใช่สัมพันธ์กับความปรารถนา จึงไม่กลายเป็นภวตัณหาไป เช่น หวังผลการปฏิบัติโดยไม่สัมพันธ์กับการปฏิบัติในความเป็นจริง ดังนั้น การอยากบรรลุธรรม จึงไม่ใช่ตัณหาไปเสียทั้งหมดค่ะ

ที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ธรรมทั้งปวงมีฉันทะเป็นมูล ก็เพราะฉันทะแบ่งได้เป็น 3 ดังนี้

อนุโมทนากับการศึกษาด้วยนะคะ
......................................................................

*พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) พุทธธรรมฉบับปรับปรุงและขยายความ (พิมพ์ครั้งที่ 11 พ.ศ.2552 หน้า 486)
13/4/54 โพสต์โดย ป้าดา
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
อยากไปปฏิบัติธรรมอะครับ ไปที่ไหนดีนะ?
ปฏิบัติธรรมวัดไหนดีที่สุดครับ
อยากไปปฏิบัติธรรม
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้ เรื่องการทำงานกับการปฏิบัติธรรม
บวชแล้วแต่ง กับ แต่งก่อนบวช
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู