หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ใครรู้เรื่อง ประวัตินางกวักบ้าง ทำไมจึงบูชาด้วยน้ำสีแดง
เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอย่างไร  เป็นรูปปั้นผู้หญิงโบราณนั่งกวักมือเรียกคนเข้าร้าน
ศาสนาพุทธ | การค้าขาย 18/10/51 โพสต์โดย uReKA
คำตอบ
1 จาก 12
นั่นสิน่าสนใจ ขอถามต่อละกันเดี๋ยวนี้เห็นมีแมวใส่ถ่านมา กวักๆแทน นั่นเกี่ยวข้องกับนางกวักเลี้ยงแมว หรือว่าไงใครอยากรู้ด้วย...คำถามดีครับ
18/10/51 โพสต์โดย ป2
2 จาก 12
คูณป2.นะ  เข้ามาเป็นตัวล่อเป้า  ไอ้เราก็ว่าจะเข้ามาอ่านกลายเป็นต้องมาตอบเองซะงั้น  เอาๆก็เอา  หลวมตัวแล้วนี่  ตำนานประวัตินางกวักมีที่มาหลายตำนาน  ตัวอย่างเช่น
 ตำนานแรกในสมัยพุทธกาลหลายพันปีก่อน   ที่เมืองมัจฉิกาสัณฑ์มีครอบครัวตระกูลพราหมณ์  บิดาชื่อ สุจิตพราพหณ์ มารดาชื่อ สุมณฑา มีบุตรสาวชื่อสุภาวดี ครอบครัวมีอาชีพค้าขาย  นางสุภาวดีจะหาบขายไปตามตลาดและที่ต่างๆ    อยู่มาวันหนึ่งนางสุภาวดีขายของได้ไม่ดี  แต่ว่าวันนั้นนางสุภาวดีได้พบพระมหากัสสปะ  อัครสาวกของพระพุทธเจ้าซึ่งมีผู้นิมนต์มาฉันเพลที่บ้านหลังหนึ่ง  นางจึงได้ไปทำบุญถวายเพลร่วมกับคนอื่น ๆ และได้ขอพรจากพระมหากัสสปะ  พระมหากัสสปะผู้มีวาจาสิทธิ์จึงให้พร  คือ  ให้นางสุภาวดีนั้นร่ำรวยมิทรัพย์สินเงินทองจากการค้า    ปรากฏว่าพรนั้นทำให้นางสุภาวดีขายดีขึ้นอย่าวน่าอัศจรรย์จนมีฐานะดีขึ้น   ต่อมานางสุภาวดีก็ได้ฟังธรรมจากพระสิวลีซึ่งเป็นพระสาวกผู้เป็นเลิศด้านมีลาภสักการะมาก   เกิดศรัทธาเลื่อมใส  ได้ทำบุญถวายเพลแด่พระสีวลี   และนางก็ได้ขอพรจากพระสีวลี  พระสีวลีก็ได้ให้พรซึ่งเหมือนกับพรที่พระมหากัสสปะให้  ทำให้นางสุภาวดียิ่งขายดีมากขึ้น  จนนางเป็นเศรษฐีในที่สุด  ตั้งแต่นั้นมาจึงมีคนปั้นรูปผู้หญิงยกมือกวัก  ต่อมาจึงเรียกว่า  นางกวัก   ซึ่งก็คือนางสุภาวดีนั่นเอง   ทำให้เกิดความเชื่อว่า  ถ้าใครบูชานางกวัก  หรือนางสุภาวดีแล้ว  ก็จะค้าขายดีและมีเงินไหลมาเหมือนกับนางสุภาวดีนั่นเอง
   ส่วนอีกตำนานหนึ่งเป็นตำนานที่แต่งเพิ่มเติมจากเรื่องท้าวกกขนากในรามเกียรติ์ของไทย  ที่เป็นที่มาของตำนานหนึ่งของลพบุรี(จนมหัศจรรย์พันลึกมีพระศรีอาริย์ด้วย ถ้าอ่านรามเกียรติ์กับตำนานเมืองลพบุรีเทียบ  บางทีจะอึ้ง) มีเรื่องราวว่า นางกวักเป็นลูกสาวคนเดียวของ " ปู่เจ้าเขาเขียวหรือท้าวพนัสบดี"ซึ่งเป็นเจ้าชั้นจาตุมหาราชิกา มีตำแหน่งเป็นพระพนัสบดีคือ เจ้าแห่งป่าเขาลำเนาไพรทั้งปวง ครั้งนั้นอสูรหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนกับปู่เจ้าเขาเขียว ชื่อ " ท้าวอุณาราช" ถูกพระรามเอาศรต้นกกแผลงศรไปถูกทรวงอกแล้วตรึงร่างไปติดกับเขาพระสุเมรุ    แล้วสาปว่า  " ตราบใดที่บุตรของท้าวอุณาราชทอใยบัวเป็นจีวร เพื่อถวายแด่พระศรีอาริยเมตไตรยที่จะเสด็จมาตรัสรู้ จึงจะพ้นคำสาป" ท้าวอุณาราชจึงมีชื่อเรียกว่าท้าวกกขนากอีกชื่อหนึ่ง  และนางนงประจันต์ บุตรสาวของท้าวกกขนากจึงต้องอยู่คอยปฏิบัติพระบิดาและพยายามทอจีวร ด้วยใยบัวเพื่อให้เสร็จทันถวายพระศรีอาริยเมตไตรยที่จะเสด็จมาตรัสรู้ในภายหน้า  เมื่อนางนงประจันต์มาคอยดูแล พระบิดาอยู่ที่เขาพระสุเมรุนั้น ฐานะความเป็นอยู่ของนางลำบากมาก   ทำให้ปู่เจ้าเขาเขียวเกิดความสงสารจึงส่งนางกวักบุตรสาวมาอยู่เป็นเพื่อน ด้วยบุญฤทธิ์ของนางกวัก จึงได้บันดาลให้พ่อค้าวานิช  และผู้คนทั้งหลายเกิดความเมตตาพากันเอาทรัพย์สินเงินทองและเครื่องอุปบริโภคมาให้นางประจันต์เป็นจำนวนมาก ทำให้ความเป็นอยู่ของนางสุขสบายขึ้น      รูปปั้นนางกวัก  จะเห็นว่าจะยกมือขึ้นกวักระดับเสมอปาก  แปลว่ากินไม่หมด   แต่ถ้ากวักต่ำลงมากว่าปาก  จะแปลว่ากินไม่พอ
  ส่วนเรื่องแมวกวัก  มาเนกิเนโกะนั้น  จะเป็นรูปแมวยกขาซ้ายขึ้นมาทำท่ากวักเหนือหูซ้าย  มาจากความเชื่อเดิมของชาวญี่ปุ่นคือ  ถ้าเมื่อไหร่แมวยกขาซ้ายขึ้นเหนือหูซ้ายจะมีแขก(ที่ไม่ได้แปลว่าอินตะระเดียนะนายจ๋า)มาหา  ของไทยก็เชื่อแบบนี้เหมือนกัน  แต่เราบอกว่าถ้าแมวล้างหน้าจะมีแขกมาหา  ก็เห็นนางเหมียวที่บ้านมันล้างหน้าของมันทุกวัน  แขกก็มามั่งไม่มามั่ง
   ตำนานมาเนกิเนโกะมีอยู่ว่า  มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อยูสุกุโม  เธอเลี้ยงแมวอยู่ตัวหนึ่ง  อยู่มาวันหนึ่งแมวตัวนั้นคอยตามพันแข้งพันขาดึงเสื้อดึงผ้ายูสุกุโมอยู่วุ่นวายไม่ได้ห่าง   คนรักของยูสุกุโมรำคาญจึงเอาดาบฟันแมวคอขาดกระเด็นไปบนเพดาน (ใจร้ายยยยยย  แต่งกะเจ้านี่มันจะฟันคอเมียมั้ยเนี่ย)  ปรากฏว่าคอแมวที่ขาดกระเด็นลอยขึ้นไปบนเพดานนั้น  ปากของแมวได้คาบงูตัวหนึ่งลงมาด้วย  ซึ่งนั่นคือมันห่วงเจ้านายจะโดนงูกัด  พยายามเตือนด้วยภาษาแมวๆ  แต่นายไม่รู้เรื่อง  แม้มันจะตายแต่ด้วยความจงรักภักดี  แต่ก็ได้ทำหน้าที่เพื่อนที่ดีของนายเป็นครั้งสุดท้าย  ยูสุกุโมโศกเศร้าและอาลัยแมวมากนอกจากทำสุสานให้มันแล้ว  ยังจ้างช่างสลักรูปของแมวของเธอด้วย  ช่างได้สลักรูปแมวที่เหมือนกับแมของเธอขึ้นทำท่ายกขาขึ้นเหนือหูซ้าย  ซึ่งเธอก็พอใจเล่นกับรูปแมวและให้อาหารทุกวัน    
 อยากรู้จัง....ตกลงได้แต่งงานกับเจ้าเบื๊อกนั่นรึเปล่า
อ้อ  อีกคำถามนึง  ทำไมต้องเป้นนำแดง  อันนี้ไม่ทราบที่มาเหมือนกัน  แต่ตามความเข้าใจตัวเอง การถวายอาหารแม่โพสพ  พระคเณศ แม่พระธรณีฯ จะถวายอาหารพวกเครื่องกระยาบวช น้ำแดง  ก็ถือเป็นเครื่องกระยาบวช  คือของที่เจือปนด้วยของสดของคาว  คนที่ถวายเป็นคนแรกคงคิดว่าใช้ได้ คงจะชื่นใจอร่อยดี  และมีสืสันถูกใจท่านมั้ง
18/10/51 โพสต์โดย ป๊าป้า
3 จาก 12
ตอบทั้งนางกวัก  ทั้งแมวกวัก  จัดให้ขนาดนี้  ต้องให้คะแนนเราสองเด้งด้วย
18/10/51 โพสต์โดย ป๊าป้า
4 จาก 12
ขอโทษค่ะ  พิมพ์ผิด  เครื่องกระยาบวช  คือ อาหารที่ไม่เจือปนด้วยของสดของคาว  ทำไมกูรูไม่มีระบบแก้ไขคำผิดนะ
18/10/51 โพสต์โดย ป๊าป้า
5 จาก 12
ตำนานเล่ากันว่า ปู่เจ้าเขาเขียวพันธมิตรร่วมกับท้าวอุณาราช ยักษ์ผู้ทรงฤทธิ์ ได้ส่งลูกสาวคนเดียวที่ชื่อนางกวัก ไปช่วยเหลือดูแลนางประจันทร์ เหตุเพราะนางประจันทร์คอยดูแลบิดา

 
คือ ท้าวอุณาราช ที่ถูกศรพระรามปักกลางอกแล้วสาปเอาไว้ที่เขาวงพระจันทร์อย่างทุกข์ทรมาน


 
    หลังจากนางกวักมาอยู่กับนางประจันทร์แล้ว ชาวเมืองที่เคยเกลียดชังท้าวอุณาราชกลับหามีความคิดเยี่ยงนั้นต่อไปไม่ แม้สำนักของนางประจันทร์จะทุรกันดารปานใด ประชาชนพลเมืองก็ยังเดินทางมาอย่างไม่ย่อท้อ พากันเอาลาภสักการะแก้วแหวนเงินทองมาสำนักของนางประจันทร์ผู้ที่มีความกตัญญูต่อบุพการีอย่างมาก


 
    ด้วยเหตุจูงใจอย่างนี้ โบราณาจารย์ผู้ชาญฉลาดจึงได้สร้างเครื่องรางเป็นรูปนางกวักขึ้นในลักษณะนั่งยกมือขวาครองผ้าสไบเฉียง บูชาด้วยทัพสัมภาระต่างๆ เสกด้วยคาถาหัวใจนางกวัก จนมือขยับไปมาหน้าหลังได้แล้วจึงเสร็จพิธี


    หลายเกจิคณาจารย์ผู้สร้าง ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา มีทั้งสร้างจากไม้แกะและสร้างจากงาแกะในรูปแบบลักษณะศิลปะที่มีความแตกต่างกันออกไป ขนาดของนางกวักจึงมีความแตกต่างกันออกไป บางนางมีขนาดใหญ่สำหรับตั้งโต๊ะบูชา บางนางมีขนาดเล็กสำหรับห้อยคอ


    ด้วยคติที่เชื่อกันว่านางกวักเมื่อนำมาบูชาแล้วต้องสักการะด้วยน้ำแดง อาหารคาวหวานบ้างตามแต่เหตุปัจจัย จะทำให้ธุรกิจร้านค้านั้นเจริญรุ่งเรือง


    หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร ท่านเป็นพระเกจิขลังศักดิ์สิทธิ์อีกรูปหนึ่ง คราวหนึ่งท่านไปงานบ้านโยมละแวกตลาดในเมือง ครั้นถึงเวลาที่จะต้องเจิมร้านเพื่อเป็นสิริมงคลในวันเปิดร้านใหม่ ทางเจ้าภาพไม่ได้ตระเตรียมบันไดให้ท่านขึ้นไปเจิม เพราะว่าป้ายร้านอยู่สูงมาก ท่านจึงบอกศิษย์ว่าไม่ต้องก็ได้เดี๋ยวทำให้เอง


    หลวงปู่ยืนนิ่งกำหนดองค์ภาวนาหลับตาอยู่ครู่ใหญ่ๆ หน้าของท่านเริ่มแดงเป็นสีฝาดแววตาเป็นประกายบ่งบอกถึงความเมตตา แล้วท่านก็สั่งให้ศิษย์ที่ติดตามท่านเอาแป้งเจิมดินสอพองผสมน้ำมันจันทน์หอมมา   แล้วหลวงปู่เอานิ้วชี้มือขวาจุ่มแป้งเจิมมาเขียนอักขระยันต์กลางฝ่ามือซ้าย ปลายมือหันไปทางป้ายร้าน กำกับด้วยคาถาหัวใจแล้วเป่าลงไปที่กลางฝ่ามือ..เพี้ยง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

    เพราะทุกคนเห็นเป็นหนึ่งเดียวกันว่ายันต์ที่เขียนบนฝ่ามือหายไป แต่ไปติดอยู่ที่แผ่นป้ายหน้าร้านอย่างอัศจรรย์ ศิษย์ถามว่าหลวงปู่ใช้ยันต์อะไร ท่านตอบว่าใช้ยันต์หัวใจนางกวัก อีก 5 วันเจ้าของร้านไปกราบเล่าความให้หลวงปู่ฟังว่า ตั้งแต่วันเปิดร้านเป็นต้นมาค้าขายดีผิดหูผิดตา หลวงปู่รอดจึงดำริสร้างนางกวักจากไม้ไผ่สีสุกแต่จำนวนไม่มาก ให้แก่ศิษย์ที่ทำการค้าขาย


    แต่นางกวักของหลวงปู่ที่สร้างขึ้นนี้มีขนาดเล็กสำหรับห้อยคอ แกะแล้วจุ่มรักปิดทองอร่ามสวย แต่ลายละเอียดไม่มากนัก ด้วยเป็นฝีมือแกะของช่างชาวบ้านที่เป็นลูกศิษย์ ชาวสมุทรสาครต่างหวงแหนนักหากบ้านใครมีนางกวักของหลวงปู่รอด ด้วยเพราะเป็นของเก่าและหายากกว่าเครื่องรางชนิดอื่นๆ ของท่าน ใครเป็นรัฐมนตรีท่องเที่ยวคนใหม่น่าจะหานางกวักไปตั้งในสนามบินสุวรรณภูมิ ให้นางช่วยกวักเรียกนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเมืองไทยเยอะๆ แทนรูปปั้นรามเกียรติ์ คงจะดีไม่น้อย
18/10/51 โพสต์โดย junjit
6 จาก 12
วิธีบูชานางกวัก
เช้า ถวายน้ำเปล่าสะอาด กับของกินใส่ถ้วยบูชาไว้
บางท่านก็ว่าน้ำแดง  กล้วย ส้ม ขนุน ด้วยก็ดี
หาคาถาบูชานางกวักมาสวดด้วย เรียกท่านด้วยว่าเราถวายแล้วขอโชคลาภ

คาถาบูชานางกวัก
นางเอ๋ยนางกวัก
หน้าคนขายอย่างอเป็นจวัก
แม่นั่งแม่กวักคนก็ไม่เข้า
นางกวักหน้าอิ่ม
หน้าคนขายไม่ยิ้ม
คนก็ไม่อยากลิ้มอยากลอง
นางกวักปากแดง
ถ้าขายของแพง
ก็แห้งก็แล้งคนซื้อ
นางกวักเจ้าเอ๋ย
อย่ามัวแต่กวักอยู่เลย
หมั่นเอื้อนหมั่นเอ่ยเอาใจลูกค้า
โอมสวาหะ สาหะ นานาจิตตัง มะโมนะมะ
18/10/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
7 จาก 12
สนันสนุนท่านกูรูป๊าป้าครับ แต่คงต้องเข้าใจในเรื่องของพุทธศาสนาด้วย ความเชื่อเรื่องนางควักในสมัยพุทธกาลไม่มีนะครับ ความเชื่อเรื่องนางควักมีมาหลังจากการสังคยนาพระไตรปิฎกครังที่ 2 ครับ ตอนนั้นศาสนาพุทธแบ่งออกเป็น 2 นิกายครับ แบ่งเป็น 1.เถรวาต 2.มหายาน(มหายานถูกแบ่งออกไปเป็น "นิกายตันตยาน"อีกด้วยครับ)ส่วนนางควักนั้นเป็นความเชื่อของทางพุทธนิกาย"มหายาน"กับทาง"ตันตยาน"ครับ ส่วนประเทศไทยนั้นมีทั้ง "เถรวาต"และ"มหายาน" แต่ไม่มี"ตันตยาน" แต่โดยมากจะสับสนว่านิกายไหนเป็นนิกายไหน และใช้หลักปฎิบัติที่เอามาปะปนกันหมดครับ อย่างเช่นพวกที่เป็น"เถรวาต"แต่ไปบูชานางควักหรืออะไรก็ตามที ที่เป็นกระแสมาแรงเนี้ย ผิดหลักปฎิบัติครับ เพราะทาง"เถรวาต"เนี้ย จะยึดหลักของพระธรรมและคำสั่งสอน รักษาศีล เท่านั้นครับ จะไม่มีเรื่องของเทวดา นางฟ้า หรือแม้กระทั้งเครื่องลางของขรังต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากทางของ"มหายาน"ชัดเจน ทาง"มหายาน"เนี้ย นอกจากจะยึดหลักคำสั่งสอนแล้ว ยังมีเรื่องของสิ่งเหนือธรรมชาติ เทวดา นางฟ้า พระโพธิสัต เทพยดาหลายองค์ บางที่รวมไปถึงคาถาอาคมด้วย(ซึ่งความเชื่อในเรื่องพวกนี้ น่าจะได้รับอิทธิพล มาจากทางพวกพรามห์และศาสนา"ฮินดู"ครับ) แต่หลักทั้งหมดก็คือศาสนาพุทธครับ สอนหั้ยเป็นคนดีและเป็นทางที่เดินแล้ว จะเข้าถึง "นิพาน"อย่างแน่นอน ด้วยความเคารพท่านกูรูเจ้าของคำถามครับ
18/10/51 โพสต์โดย ดังตฤณ
8 จาก 12
ความเชื่อเรื่องปู้เจ้าเขาเขียวอะไรสักอย่างนี่แหละถูกแล้วค่ะ
18/10/51 โพสต์โดย yourueng
9 จาก 12
โถ...คุณดังตฤณ  รีบออกตัวว่าสนับสนุน  ท่าจะกลัวป้ากัด  ป้าไม่กัดหรอก  เข้าใจว่าเรื่องของตำนานน่ะ  มันก็มีเหมือน  มีต่าง  แล้วก็ต้องทำใจด้วยว่าอาจมีทั้งความจริงและการใส่สีตีไข่ปนๆกัน  บางตำนานอย่างเรื่องของนางสุภาวดีเนี่ยก็น่าจะเป็นการผูกขึ้นมารองรับกับสิ่งที่มีอยู่แหละ  อ้อ  รายละเอียดเรื่องศาสนาที่คุณอธิบายให้ความกระจ่างดีจัง  ป้าจะลอกไปละนะ
...ชื่อดังตฤณนี่น่าสนใจนะ  พอดีเดี๋ยวนี้แก่แล้วฟันฟางไม่ค่อยดี  ค่ำๆ ต้องออกหาหญ้าอ่อนๆกิน  ฮ่าๆ เอิ๊กๆ
18/10/51 โพสต์โดย ป๊าป้า
10 จาก 12
ดูข้อมูลที่นี่ครับ
18/10/51 โพสต์โดย ฤทธิชัย
11 จาก 12
ดูข้อมูลที่นี้ครับ http://th.wikipedia.org/wiki/นางกวัก
18/10/51 โพสต์โดย ฤทธิชัย
12 จาก 12
เพราะนางกวักเป็นสตรีเลยคิดว่าคงชอบสีแดงมั้งครับ  ถ้าบูชาด้วยวิสกี้นางกวักคงจะกลายเป็นนางเมรีซะก่อน
27/10/51 โพสต์โดย gigipapa
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
...ประวัติวันมาฆะบูชา
วิธีการถวายข้าวพระพุทธ
ทำไมปีนี้วันมาฆะบูชาจึงล่าช้ากว่าเดิมไปตั้ง 1 เดือน
พระพุทธเจ้าตรัสรู้กี่ปี จึงเกิดมีวันมาฆาบูชาขึ้นมา
ทำไมต้องใช้ธูปไหว้หวะ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู