หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
วิเคราะห์การเรียนรามให้ฟังหน่อยครับ
ว่ามีข้อดีข้อเสียยังไง

ขอบคุณครับ
การศึกษา 10/1/52 โพสต์โดย yello
คำตอบ
1 จาก 11
รามคำแหง   ค่อนข้างเป็นที่เรียนที่ให้อิสระกับผู้เรียนมาก
การเรียนขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียน   ประมาณว่าแล้วแต่คุณจะกำหนดทางเดินชีวิตคุณ
บางคนไม่เอาใจใส่กับการเรียน   เป็นเด็กเกซะงั้น  
บางคนอยู่จนจะเป็นปู่ทวดของคณะก็ยังไม่จบซะที
อันนี้ก็คงแล้วแต่ยถากรรม

แต่ในทางตรงกันข้าม
ถ้าหากมีคนใดสามารถจบรามได้ภายใน   2หรือสามปี   โดยที่เกรดออกมาเช้งกระเด๊ะน่ะ
จะโดนใจเวลาสมัครงานมากเลย     เพราะเป็นการชี้ให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในการเรียนขั้นสุดยอดของคนคนคนนั้น     เพราะส่วนธรรมดาของคนเราเวลาเจอที่ที่ให้อิสระก็มักทำตัวเหลวเป๋ว

มีคนเล่าให้ฟังว่า   เด็ก มหาลัยดัง   ไปสัมภาษณ์งาน   แล้วมีเด็กรามที่   3  ปีจบไปสัมภาษณ์ด้วย
เด็กรามได้งานเลยทันทีอ่ะ   นั่นเพราะความขยันของเขาอ่ะเนอะ
10/1/52 โพสต์โดย พลอยสรวง
2 จาก 11
ถูกต้องตามคำตอบด้านบนเลยครับ..
เด็กจบรามถือได้ว่า
เป็นผู้ซึ่งมีความรับผิดชอบ
มุ่งมั่นในระดับนึง

แต่ผมว่า การเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาเข้าสู่ภาคธุรกิจ ของรามยังดูอ่อนไปหน่อย
ยกตัวอย่างง่ายๆ เด็กจบรามยังผูกเน็คไทดไม่เป็นเลย
ด้านภาษาก็ค่อนข้างอ่อน... จบรามแล้วยังไมสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เลย
ถ้าเน้นภาคปฎิบัติให้มากขึ้นอีกสักหน่อย จะดีมาก...

ทัศนคตินี้ เมื่อประมาณเกือบ 10 ปีแล้ว
10/1/52 โพสต์โดย AC
3 จาก 11
ในฐานะของนักศึกษารามคำแหง ขอแสดงความภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดมิได้ของชาวรามคำแหง ที่เรามุ่งมันพัฒนาการเรียนการสอนแบบตลาดวิชาได้ก้าวไกลสู้สากล ด้วยคุณภาพการศึกษาที่ไม่น้อยหน้าใคร และด้วยค่าเรียนที่ถูกที่สุดในโลก เพียงหน่วยกิตละ25 บาท และการเรียนการสอนที่เปิดทางเลือกให้นักศึกษาสามารถเข้าเรียนได้ในหลากหลายสาขาวิชา ด้วยความเป็นตลาดวิชา เราจึงมีนักศึกษามากมาย เราผลิตบัณฑิตสู้ตลาดแรงงานมาไม่น้อย ไม่ว่าสาขาอะไรเรามีคณาจารย์ที่ทรงคุณวุฒิไม่แพ้มหาวิทยาลัยอื่น อีกทั้งเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ค่อนข้างเปิดกว้าง แค่คุณอยุ่ที่บ้านคุณก็เรียนรามได้ครับ ถ้าคุณไม่ลองสัมผัสคุณเองอาจคิดว่ารามเป็นเพียงแค่มหาวิทยาลัยเปิด แต่ถ้าคุณลองสัมผัสคุณจะทราบว่ารามคำแหงมีอะไรมากกว่าที่คิด และสมกับการเป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชาอย่างสมภาคภูมิ ผมไม่เคยเสียใจเลยกํบการได้เป็นลูกพ่อขุน แต่กลับภาคภูมิใจในสถาบัน  
รามคำแหงมีคณะให้เลือกมามาย ดังนี้ คณะ  สำนักงานอธิการบดี  สถาบัน / ศูนย์  สำนัก/อื่น
- คณะนิติศาสตร์
- คณะบริหารธุรกิจ
- คณะมนุษยศาสตร์
- คณะศึกษาศาสตร์
- คณะวิทยาศาสตร์
- คณะรัฐศาสตร์
- คณะเศรษศาสตร์
- บัณฑิตวิทยาลัย
- คณะวิศวกรรมศาสตร์
- คณะศิลปกรรมศาสตร์
ส่วนรายละเอียดสาขาต่างๆสามารถค้นหาได้ที่ www.ru.ac.th นะครับ

***** ชาวรามยินดีต้อนรับทุกคนสู่ลูกพ่อขุนด้วยกัน บ้านหลังนี้พร้อมจะสร้างผลิตผลที่ดีมีคุณภาพออกรับใช้สังคม ให้สมกับปณิธาณ ของมหาวิทยาลัย
 ปรัชญา ( Philosophy ) >>

           " ส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม "

        ปณิธาน ( Ambition ) >>

           " พัฒนามหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้เป็นแหล่งวิทยาการแบบตลาดวิชา มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม และจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม "

       วิสัยทัศน์ (Vision) >>

          มหาวิทยาลัยรามคำแหงมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีความเป็นผู้นำเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย
ให้พัฒนาอย่าง ยั่งยืนสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ กระจายโอกาสความเสมอภาค
และความเท่าเทียมกันทางการศึกษาไปสู่ปวงชนนำวิชาการไปสู่ความเป็นสากลเพื่อเป็นศูนย์กลาง
การศึกษาแห่งหนึ่งของโลก...


ข้อดีของรามคำแหง
1. มีคณะ และสาขาให้เลือกมากมาย
2. มีเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ทันสมัย
3. มีคณาจารย์ที่มีจรรยาบรรณ และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
4. มีหน่วยสนับสนุนการเรียนการสอนที่ดี มีคุณภาพ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ามหาวิทยาลัยปิด
5. เรามีค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิตที่ถูกที่สุดในประเทศ  ทุกคนมีโอกาสได้เรียน ถึงแม้จะมีฐานะอะไร คุณก็สามารเรียนได้
6. เรามีการประกันคุณภาพการศึกษาอยู่ตลอดเวลา โดยการมีการประเมินคุณภาพจากทั้งหน่วยงานภายใน และภายนอก อันเป็นที่ยอมรับได้
7. เรามีสาขาวิทยบริการอยุ่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ
วิทยาเขตบางนา (พ.ศ.2522)  วิทยบริการฯ จ.ตรัง (พ.ศ.2543)
วิทยบริการฯ จ.ปราจีนบุรี (พ.ศ.2538) วิทยบริการฯ จ.ลพบุรี (พ.ศ.2543)
วิทยบริการฯ จ.อุทัยธานี (พ.ศ.2538) วิทยบริการฯ จ.หนองบัวลำภู (พ.ศ.2546)
วิทยบริการฯ จ.นครราชสีมา (พ.ศ.2538) วิทยบริการฯ จ.เพชรบูรณ์ (พ.ศ.2546)
วิทยบริการฯ จ.นครศรีธรรมราช (พ.ศ.2538) วิทยบริการฯ จ.บุรีรัมย์ (พ.ศ.2546)
วิทยบริการฯ จ.อำนาจเจริญ (พ.ศ.2538) วิทยบริการฯ จ.ชัยภูมิ
วิทยบริการฯ จ.นครพนม (พ.ศ.2539) วิทยบริการฯ จ.เชียงราย
วิทยบริการฯ จ.แพร่ (พ.ศ.2539) วิทยบริการฯ จ.เชียงใหม่
วิทยบริการฯ จ.ขอนแก่น (พ.ศ.2542) วิทยบริการฯ จ.กาญจนบุรี
วิทยบริการฯ จ.ศรีสะเกษ (พ.ศ.2542) วิทยบริการฯ จ.สุรินทร์
วิทยบริการฯ จ.สุโขทัย (พ.ศ.2542) วิทยบริการฯ จ.อุดรธานี  
ทำให้คุณเองไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเรียนในส่วนกลาง    อีกทั้งเรายังมีสาขาวิทยบริการในต่างประเทศอีกด้วย เปิดโอกาสให้คุณที่อยุ่ต่างประเทศมีโอกาสได้รับการศึกษา เข่นกัน โดยเราจัดศุนย์สอบให้ยังสถานฑูต หรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่มีสาขาวิทยบริการอยู่
8. ยังมีอะไรอีกมากมายในรามคำแหงที่พร้อมเปิดประตูให้ทุกคนมาสัมผัส ด้วยการสู่ปีที่38 จึงอยากเชิญชวนทุกคนมาเรียนที่รามคำแหงครับ รามคำแหงเปิดโอกาสให้กับคุณทุกคนอย่างเสมอภาคกันครับ

ส่นข้อเสียของมหาวิทยาที่เป็นตลาดวิชาก็มีอยู่บ้างครับ
1. ด้วยความเป็นตลาดวิชา เราจึงไม่มีการสอบเข้า ยกเว้นบางคณะ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ที่ยังคงใช้การสอบเข้า) สาขาทัศนมาตร ของสถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ (นี้ก็ต้องสอบครับ)
2. ด้วยความเป็นตลาดวิชาจึงไม่มีการบังคับต้องเข้าคาบเรียน จึงอาจทำให้ทุกคนมีอิสระในการจะเข้าเรียนหรือไม่ แต่อาจารย์ก็มีการเปิดบรรยายาตามวันและเวลาตามประกาศ
3. ในด้านสังคม เราอาจจะเรียนรุ้สังคมของการเป็นนักศึกษาอาจสู้มหาวิทยาลัยปิดไม่ได้ แต่ทั้งนั้นและทั้งนี้ เรามีองค์การนักศึกษา มีชมรม อื่นๆให้เข้าร่วมได้อย่างหลากหลายครับ
4. ในด้านการเรียนที่ต้องช่วยตัวเอง จึงทำให้นักศึกษาบางคนต้องเเข่งขันกับตัวเองอย่างมาก
*-*-*- ผมเองอาจจะกล่าวสิ่งนี้ทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ เพราะพื้นฐานของแต่ละคนแตกต่างกัน *-*-
อยากบอกแค่ว่า ถ้าคุณได้สัมผัสรามคำแหง คุณจะรุ้ว่า ที่นี่ มีไรมากมายกว่าที่คุณคิด
11/1/52 โพสต์โดย BABORCLUB
4 จาก 11
ลองหาข้อมูลของมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ที่ www.ru.ac.th
11/1/52 โพสต์โดย BABORCLUB
5 จาก 11
มันเป็นอะไรที่น่าสนใจนะครับ

แบบบว่า อยากเรียน2สายพร้อมกัน ก็เรียนราม โดยเฉพาะนิติ ดูจะน่าสนสุด
หรือ อยากฟังภาาาอังกฤษ ก็ไปเรียนรามเหมือนกัน (เพื่อนบอกให้ไป)
แต่ผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอก
11/1/52 โพสต์โดย อุยฟุน
6 จาก 11
ข้อดี - ข้อเสีย คุณ "พลอยสรวง" ตอบได้ชัดเจนมากครับ ...

แต่ผมจะลองประเมินเหตุการณ์ที่คุณ "yello" เจอใน ต่อท้าย #1  ก็แล้วกันครับ....

คือ... รามคำแหงเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเรียนได้ อัตราการสมัครแต่ละปี ปีละหลายแสนคน ในขณะปริมาณการจบแค่ปีละไม่กี่พัน ซึ่งเมื่อเทียบ อัตราการจบ : การสมัครต่อปี = 1 : 100 ทีเดียว ....

ดังนั้นคนที่ได้รับคำตอบจากท่านว่าเรียนราม เค้าไม่ได้ดูถูกว่า "ต่ำต้อย" หรือ "ต็อกต๋อย" หรอกครับ ... แต่กำลังคิดในใจว่ "จะไหวรื๊อ?????" (ซึ่งเค้าเองอาจจะผ่านการเรียนรามมาแล้ว และนึกถึงบทเรียนการเรียนรามของตัวเขาเอง ... หรือคนใกล้ตัว ก็ได้)  

จึงทำให้การแสดงออกทางสีหน้าของเขาดูเหมือนการดูถูก ก็ได้....
11/1/52 โพสต์โดย mrsavebook
7 จาก 11
รามคำแหง เป็นตลาดวิชาครับ สามารถเลือกคณะ เลือกวิชา ที่อยากเรียนได้ นั่นหมายความว่าคนที่เรียนรามจะมี 2 ประเภทแยกตามนี้นะครับ
1. เรียนเพื่อจบ นศ.พวกนี้จะเลือกเรียนประมาณว่า "วิชาง่ายไหมพี่" นั่นเท่ากับว่าระยะเวลาที่คุณเรียน มันเสียไปโดยใช่เหตุ และเรียกกลับคืนมาไม่ได้ซะด้วย เพราะว่าเมื่อคุณไปสมัครงาน(งานดีๆ) เค้าจะดูว่าคุณเรียนอะไรมาบ้าง ถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านคงคิดต่อไปได้แล้วนะครับ...
2. เรียนเพื่อรู้ นศ.พวกนี้ไม่สนว่าจะต้องเรียนกี่ปี สนใจเพียงแต่ว่าระยะเวลาก่อนที่จะเป็นบัณทิต จะต้องเก็บวิชาความสามารถให้ได้อย่างเต็มที่ กลุ่มนศ.พวกนี้อาจจะใช้เวลาในการเรียน 8 ปี ซึ่งเมื่อจบไปแล้ว จะหางานได้ง่ายกว่า เพราะมีภูมิในตัวเอง มั่นใจในความรู้ของตัวเอง

จากนศ. 2 กลุ่มนี้ทำให้ความเป็นรามคำแหง มีทั้งสีขาว และสีดำ เคล้ากันไป แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของรามคำแหง คือการได้เลือกสิ่งที่ตัวเองอยากทำ การเรียนแต่ละวิชาที่รามคำแหง จะต้องผ่านในวิชานั้นๆให้ได้ ไม่สามารถเอาเกรดของวิชาอื่นมาช่วยอีกวิชาหนึ่งได้ นั่นหมายความว่าเรียนรามคำแหง จะไม่มีวันไม่ผ่านโปร
ความเห็นผมมีเท่านี้ครับ
11/1/52 โพสต์โดย เอ๊าะ โค้กไทย
8 จาก 11
ความคิดเห็นเกี่ยวกับราม

รามไม่ใช่มหาลัยเปิด แต่เป็นตลาดวิชา มีไม่กี่สาขาที่ไม่เข้าเรียนแล้วไปสอบก็จบได้ แต่สาขา
อื่นๆคุณต้องเข้าเรียน มีคะแนนเก็บ มีคะแนนมาเรียน การเรียนไม่ต่างจากมหาลัยอื่นๆ

คนที่เรียนรามไม่จบมี 2 พวกใหญ่ๆ พวกแรกคือไม่คิดจะอ่านหนังสือเลย ถึงเวลาไปสอบวัด
ดวงเอา พวกนี้จะเรียนไปเรื่อยๆไม่จบสักที กับพวกที่ติดซุ้ม ติดเล่น ติดเที่ยว ลงทะเบียนเพื่อ
มาเจอเพื่อนเล่นไปวันๆ
พวกที่ 2 พวกที่ไม่หาข้อมูลก่อนสมัคร มักเป็นคนทำงานแล้ว เพราะคิดว่า ราม อ่านหนังสือ
แล้วไปสอบอย่างเดียวก็พอ ปีแรกๆเรียนพื้นฐานทำแบบนั้นได้ พอปี 2 ขึ้นไปลงวิชาแกนต้อง
เข้าชั้นเรียน+ทำรายงาน พวกนี้จะไปต่อก็ไม่ได้กลับหลังก็ลำบาก เพราะหากต้องมาเรียนที่
รามแบบเต็มเวลาคงถูกบริษัทไล่ออกแน่นอน สุดท้ายถ้าไม่ลาออกก็ย้ายคณะ คณะยอดฮิต
สำหรับคนที่ไปไหนไม่รอดคือ รัฐศาสตร์ PLAN-C
เวลาสอบของรามก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนทำงานไปเรียนไป เพราะ 1 เทอมมักจะสอบ
ประมาณ 1 เดือนเฉลี่ยอาทิตย์ละ 2 วิชา ใน 1 ปีหากลามาสอบ 3 เทอมก็ต้องใช้วันลาเป็น
สิบวัน อีกหนึ่งสาเหตุใหญ่ที่ทำให้หลายคนเรียนไม่จบ ไม่ใช่ว่าเรียนไม่ไหวแต่ไม่สามารถลา
มาสอบได้ครบทุกวิชา การเรียนต้องเรทออกไป ทำให้เรียน 5-6 ปีกว่าจะจบ

รัฐศาสตร์ PLAN-C เป็นสาขาที่ง่ายที่สุดของราม เป็นสาขาที่มีคนจบเยอะมากที่สุด เป็นหนึ่ง
ในไม่กี่สาขาที่ไม่ต้องเข้าเรียนก็จบได้ ขอให้อ่านหนังสือ ชีทสรุป ข้อสอบเป๊ะๆไม่มีพลิก 50%
ขึ้นไปแน่นอน เพราะความง่ายนี่เองทำให้สังคมการทำงานยังมองวุฒินี้ด้วยความเคลือบแคลง
สงสัย ต่างจากสาขา นิติ บัญชีหรือวิศวะ พวกนี้ไม่มีคำว่าง่ายสำหรับราม สังคมให้การยอมรับ
ไม่น้อยกว่า ม.ปิดอื่นๆ

หากเรียนตามระบบแล้วแน่ใจว่าไม่รอดแน่ รามมีตัวช่วยคือลงเรียนภาคสมทบ ซึ่งมีอีกหลาย
คนที่ไม่รู้ว่ารามมีระบบนี้ แต่ค่าเทอมภาคสมทบก็หนักกว่าภาคปกติมากๆ แต่ก็มีแค่บางสาขา
เท่านั้นที่มีภาคสมทบไม่ใช่มีทุกสาขา


รามเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้และมีเวลา
รามไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้แต่ไม่ค่อยมีเวลา หากเป็นข้อนี้ มสธ.คือทางออก


ปล.วิชาที่ทำให้คนหลักพันเรียนรามไม่จบคือวิชาตระกูล EN หรือ ภาษาอังกฤษนั่นเอง
12/1/52 โพสต์โดย coconut
9 จาก 11
คุณ coconut ครับ ผมว่าคุณเหมารวมไปนะครับ สำหรับคณะรัฐศาสตร์ Plan-C ที่คุณว่า ตามที่ผมได้ข้อมูลมาสำหรับคณะที่คุณว่านี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหาร สมมุติว่านาย ก. อยากทำงานด้านบริหารองค์กร หรืออยากทำงานฝ่ายบุคคล ให้เรียนคณะไหนหล่ะครับ
ที่คุณ coconut พูดเนี่ย มันออกในแง่ที่ว่าคณะนี้ง่ายสุดๆ ไม่ดูถูกเค้าไปหน่อยเหรอครับ ผมบอกได้เลยว่าไม่มีคณะไหนง่ายขนาดนั้น กรุณาให้เกียรติคณะนี้ด้วยนะครับ
12/1/52 โพสต์โดย เอ๊าะ โค้กไทย
10 จาก 11
นึกว่าใคร เอ๊าะเองเหรอเข้า cokethai ไม่ได้เซ็งมากมาย

เรื่อง รัฐศาสตร์นี่ระยะหลังๆ ปี 2544 เป็นต้นมา FEED BACK ของ HR.ที่ได้พบและเจอด้วยตัวเองไม่ค่อยดีนักกับสาขานี้ ผมเองก็เรียนรามสาขานี้ด้วยถึงพูดได้ว่ามันเปลี่ยนไปจริงๆ ถ้ามี
โอกาศสัมภาษณ์คนสัก 10 จะมีประมาณ 2-3 คนที่เรียนสาขานี้จริงๆที่เหลือเอาแค่วุฒิ และ
ต่างจากเมื่อก่อน เรียนแค่ผ่านๆ การประสบความสำเร็จในวิชาชีพนี้ก็น้อยลง สาขานี้
ปัจจุบันคนเรียนไม่จบเพราะติด LW312 เป็นวิชาที่วิเคราะห์กฎหมายปกครอง ไม่ค่อยมีชีท
ให้เก็งสรุปเหมือนวิชาอื่น ท่องจำไม่ได้ก็ตก มันสะท้อนอะไรบางอย่างกับผู้ที่มาเรียน วิชา
ทีท่องจำจากชีททำได้ แต่ถ้าอาศัยความเข้าใจกลับทำไม่ได้เลย กลายเป็นขาดทักษะ
ในการวิเคราะห์ไปเลย

รัฐศาสตร์คงต้องเอาคณะนิติเป็นตัวอย่าง นิติรามตอนนี้เทียบเคียง ม.ปิด แล้ว ไปไกลมาก
แล้ว แต่รัฐศาสตร์ยังไปไม่ถึงไหนเลย เป็นการบ้านที่คณะต้องมาแก้ไขปรับปรุง คนนอกคง
ทำอะไรมากไม่ได้นอกจากแสดงความเห็นอยู่ห่างๆ

ตอนนี้ถ้าใครจะเรียนด้านบริหารบุคคล แล้วไม่คิดจะทำงานราชการจริงๆจังๆ ผมแนะนำให้ไป
เรียน บริหารธุรกิจ เอกบริหารบุคคลครับ ได้ความรู้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า ตรงสายงาน
มากกว่า

ยุคสมัยเปลี่ยนไป หลายอย่างก็เปลี่ยนตาม รุ่นก่อนดีแต่รุ่นหลังน่าเป็นห่วง
13/1/52 โพสต์โดย coconut
11 จาก 11
อ่านข้อความสุดท้ายของคุณ coconut แล้วค่อยสบายใจขึ้นหน่อยว่าไม่ได้เหมารวมไปซะทั้งหมด
ว่าแต่ว่าคุณ coconut ใช้ชื่อว่าอะไรในเวปโค้กไทยเหรอครับ อยากรู้จัง รู้จักผมด้วย
13/1/52 โพสต์โดย เอ๊าะ โค้กไทย
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ขอถามคนที่เรียนม.รามหน่อยครับบบบบ
ถ้าจะเรียนบริหารที่ม.รามเอกอะไรดีสุดคะ
เรียนที่รามดีไหม
คุณคิดยังไงกับเด็กจบรามฯ
ใครเรียนรามและหางานทำมีว่าง 1 ตำแหน่งครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู