หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
เจ้ามูลเมืองคือ ใครฮ่ะ มีในประวัติศาสตร์หรือเปล่า
ประวัติศาสตร์ 26/2/52 โพสต์โดย ดุกดุ๋ย
คำตอบ
1 จาก 9
ลอกจาก "มติชน" มาให้ดูทั้งดุ้นนะครับ...

เจ้ามูลเมืองใคร อะไร?

คอลัมน์ เดินหน้าชน

โดย ภาคภูมิ ป้องภัย

"อัน ที่จริงกรณีร่างทรงในพิธีแก้กรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดเป็นตุเป็นตะว่า พ.ต.ท.ทักษิณในอดีตชาติคือ "เจ้ามูลเมือง" ผู้ครองหัวเมืองล้านนาเมื่อหลายร้อยปีก่อน

ว่าไปก็ไม่ไร้สาระเสียทีเดียว เพราะมันทำให้ผมเกิดความสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับที่มาที่ไปของชื่อที่เอ่ยอ้าง

อาศัย "วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี" ดูรายพระนามกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาในยุคต่างๆ ไม่ปรากฏชื่อ "เจ้ามูลเมือง" และ "เจ้าติกะ" ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งที่ร่างทรงเอ่ยถึง

ไม่ว่าจะในยุคราชวงศ์มังราย ปฐมราชวงศ์แห่งล้านนา มีกษัตริย์ 16 พระองค์ (พ.ศ.1804-2101)

ยุคผู้ครองเมืองเชียงใหม่ภายใต้อำนาจพม่า มีผู้ครองเมือง 17 พระองค์ (พ.ศ.2121-2317)

ยุคผู้ปกครองล้านนาในฐานะประเทศราชของสยาม มีผู้ปกครอง 11 (พ.ศ.2317-2442)

ที่ใกล้เคียงกับเจ้าติกะ มีเพียงพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ.1984-2030)

อย่าง ไรก็ดี ในคัมภีร์ "มหาทักษาเมือง" ระบุคำว่า "มูลเมือง" ไว้ในเรื่องการสร้างวัดสำคัญในเมืองเชียงใหม่โบราณ 9 แห่ง เป็นการกำหนดลักษณะผังเมืองให้สอดคล้องกับความเชื่อทางโหราศาสตร์ จุดศูนย์กลางเมือง หรือ "สะดือเมือง" เป็นเกตุเมือง ตรงกับวัดเจดีย์หลวง ส่วนวัดทั้ง 8 แห่งที่สร้างตามทักษาเมือง ได้แก่ 1.บริวารเมือง ทิศตะวันตก (ทิศปัจฉิม) วัดสวนดอก 2.อายุเมือง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (พายัพ) วัดเจ็ดยอด 3.เดชเมือง ทิศเหนือ (อุดร) วัดเชียงยืน 4.ศรีเมือง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) วัดชัยศรีภูมิ 5.มูลเมือง ทิศตะวันออก (บูรพา) วัดบุพพาราม 6.อุตสาหเมือง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (อาคเนย์) วัดชัยมงคล 7.มนตรีเมือง ทิศใต้ (ทักษิณ) วัดนันทาราม 8.กาลกิณีเมือง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (หรดี) วัดตโปทาราม

นอกจากนี้ "มูลเมือง" ยังเป็นชื่อถนนด้านในกำแพงเมืองเก่าเชียงใหม่จากแจ่ง (มุมกำแพงเมือง) ศรีภูมิ (สะหลีภูมิ) ถึงแจ่งก๊ะต๊ำ ถือเป็นถนนเก่าแก่สายสำคัญในตัวเมืองเชียงใหม่ยุคปัจจุบัน

คนโบราณ เชื่อว่าบริเวณประตูเมืองและแจ่งต่างๆ เป็นที่อยู่ของผีและของเทวาอารักษ์ที่คอยดูแลรักษาเมือง ดูแลผู้คนให้มีความสุข และให้บ้านเมืองมีความอุดมสมบูรณ์ ผีและเทวาอารักษ์เหล่านี้เปรียบเสมือนศรีและขวัญของเมือง ชาวเมืองต้องทำพิธีบูชาทุกปี

ในบทสวดฟ้อนผีของชาวล้านนาบทหนึ่ง ปรากฏชื่อผีนับร้อยชื่อ ในนั้นมีชื่อ "เจ้าพ่อหมอกมูลเมือง ป่าเหมือด" รวมอยู่ด้วย

อาจารย์ สักเสริญ รัตนชัย ผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ยังอธิบายถึงผีล้านนาซึ่งปรากฏในโองการของเจ้าบ้านเจ้าเมืองด้วย บอกว่า ในอดีตจะต้องมีการประกาศตระกูลของผีด้วยว่าเป็นผีอะไร ผีเจ้าเมืองไหน หรือจะเรียกว่า "โอปะปะติกะภูมิ" คือภูมิของบรรพบุรุษนั่นเอง

ในชั้น นี้จึงสันนิษฐานเป็นเบื้องต้นว่า "เจ้ามูลเมือง" บ้างว่า "เจ้ามุงเมือง" ไม่น่าใช่ผู้ครองอาณาจักรหรือเมืองใหญ่ในอดีต แต่น่าจะเป็นผู้ครองหัวเมืองเล็กๆ สร้างวีรกรรมจนปรากฏชื่ออยู่ในตำนานพื้นบ้านหรือนิทานปรัมปรา กลายเป็นผีบรรพบุรุษชาวบ้าน

ดังปรากฏเป็นชื่อถนน ชื่อผีในบทสวดโบราณที่เกือบจะสูญหายไปจากความทรงจำของคนรุ่นใหม่ กระทั่งมาปรากฏอีกครั้งเมื่อร่างทรงพิธีแก้กรรมเลือกชื่อ "เจ้ามูลเมือง" มาเป็นอดีตชาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ถึงบอกแต่ต้นว่า โดยภาพรวมกิจกรรมดังกล่าวพอมีประโยชน์อยู่บ้างหลังตกเป็นข่าว คือ กระตุ้นให้ผู้คนในสังคมหวลนึกถึงรากเหง้าของตัวเอง

จะ มีก็เพียงการเขียนข้อความว่า "เจ้ามูลเมืองและเจ้าษิณขอคืนอำนาจให้กับเจ้าชายสิกะ กษัตริย์และมเหสีขออโหสิกรรมซึ่งกันและกัน" ใส่ไว้ที่ฐานพระพุทธรูปในวัดอุโมงค์นี่แหละ

มันซ่อนนัยแฝงเร้นอะไรเอาไว้ให้ผู้คนเขาสงสัยในพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่อยู่"
26/2/52 โพสต์โดย Winyu444
2 จาก 9
นี่จาก "เนชั่น"...

หอจดหมายเหตุลำปางยัน ไม่มี "เจ้ามูลเมือง" ในตำนาน !

ผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ศักดิ์เสริญ รัตนชัย ยืนยันไม่มีชื่อ“เจ้ามูลเมือง”เป็นเจ้าผู้ครองล้านนา ตามที่มีคนอ้างว่าเป็นอดีตชาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
26/2/52 โพสต์โดย Winyu444
3 จาก 9
นี่ไงครับ
26/2/52 โพสต์โดย hs3ppm
4 จาก 9
ขอบคุณสำหรับความรู้นี้
26/2/52 โพสต์โดย yawaiam
5 จาก 9
Thank
26/2/52 โพสต์โดย มาดามมก
6 จาก 9
สมัยก่อนเขาก็มีเรื่องพระยากือนา
26/2/52 โพสต์โดย Orashun
7 จาก 9
ไม่รู้ว่าผู้้เปิดประเด็นนี้ขึ้นมา จะมีอะไรแอบแฝงก็ไม่รู้ เพราะผมเห็นว่าเป็นเรื่อง
เหลวไหลเหลือเกินที่ในสมัยนี้ ใครจะเชื่อว่าใครกลับชาติมาเกิด แล้วการกลับชาติมาเกิด
จะมีอิทธิพลอะไรต่อชีวิตในยุคสมัยปัจจุบัน เพราะ ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำเป็นหลัก ....
ตอนนี้ต่อให้พญาเม็งรายกลับชาติมาเกิดเป็นใครก็ได้ในเชียงใหม่  แล้วไม่มีมีผลงานที่เป็น
ประโยชน์อะไร .... ผมก็คิดว่าคงไม่มีใครคลั่งไคล้ให้เป็นผู้นำ

**** แต่ที่สำคัญผมไม่เชื่อว่าจะมีใครหลงใหลไปกับเรื่องโฆษณาชวนเชื่อจากการกลับชาติ
มาเกิดของเจ้าอะไรที่ว่านั่น  มันไร้สาระเกินไป****

         หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้นมา จึงได้ไปค้นหารายพระนามกษัตริย์อาณาจักรล้านนา ใน
ราชวงศ์มังราย  และ รายพระนาม พระเจ้าเชียงใหม่ในราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ ล้วนไม่มี
พระนาม "เจ้ามูลเมือง" อยู่ใน ป๊ะกะตืน(ตำรา)ประวัติศาสตร์แต่อย่างใด

         เหลือแต่ ในราชวงศ์ บุเรงนองหงสาวดี ที่ยังค้างคาใจ อยู่ว่า มีพระเจ้าเชียงใหม่
พระนามว่า เจ้ามูลเมืองอยู่หรือไม่ เลยค้นคว้า และเรียบเรียง ย่อๆ มาได้ดังนี้

.................................................................................................................................
ราชวงศ์ บุเรงนองหงสาวดี

1. เจ้าฟ้าสารวดี หรือ พระเจ้านอรธาสอ *ภายหลังขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมาของสมเด็จ
   พระนเรศวรมหาราช
2. มองซวยเทา
3. มองกอยต่อ  ..***หลังรัชสมัย พระเจ้าอยู่หัวเอกาทศรถ อยุธยา สนใจแต่ค้าขายกับชาว
   ตะวันตกจึงละเลยหัวเมืองเหนือ ต่างจากอังวะที่ยังติดต่อค้าขายกับทางล้านนา ทาง
   เชียงใหม่จึงถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทองและส่วยแกทางอังวะแต่เพียงทางเดียว (ก่อนหน้า
   ส่งไปทั้ง 2 ทางคือ อยุธยาและอังวะ)
4. น้องมองกอยต่อ(ไม่ทราบราชทินนาม)  
5. เจ้าศรีสองเมือง..รัชสมัยนี้ ทางอังวะ มีปัญหาก่อศึกภายใน เจ้าศรีสองเมือง คาดว่าคงจะ
   สงบยากจึงประกาศไม่ขึ้นแก่ใคร แต่พระองค์คาดคิดผิด พระเจ้าสะโดะ ธรรมราชา แห่งกรุง
   อังวะสามารถจัดการศึกภายในได้รวดเร็ว ดังนั้นพระเจ้าสะโดะ ธรรมราชา จึงส่งทัพมา
   อัญเชิญพระเจ้าเชียงใหม่ (เจ้าศรีสองเมือง) และวงศ์ษานุวงศ์ทั้งหมดไปไว้เสียที่กรุงอังวะ
   จนเสด็จทิวงคต

................................................................................................................................

         พระเจ้าสะโดะ ธรรมราชาทรงจัดการแบ่งการปกครองเมืองเชียงใหม่ และเมืองเชียงแสน
เสียใหม่ โดยยกเมืองเชียงแสนเทียบเท่าเชียงใหม่และส่งขุนนางจากอังวะมาปกครองเชียงใหม่
(ซึ่งระยะนี้ อาณาจักรล้านนาจึงเสียความเป็นเอกภาพ เมืองไหนมีกำลังมากก็มักจะยกกำลังไป
ข่มขู่เอาทรัพย์สินเมืองที่อ่อนแอกว่า) ซึ่งผู้ปกครองเชียงใหม่ภายใต้อาณัติกรุงอังวะโดยตรง
มีนามดังต่อไปนี้ .....
    ๑. พญาหลวงทิพเนตร ครอง พ.ศ.๒๑๗๔
    ๒. พระแสนเมือง บุตรพญาหลวงทิพเนตร ครอง พ.ศ.๒๑๙๓ เสียเมืองแก่พระนารายณ์
         มหาราช  ในปี พ.ศ.๒๒๐๔ แต่หลังจาก ไม่นาน ทางอยุธยา ก็มีการผลัดแผ่นดิน ....
         เชียงใหม่ กลับไปขึ้นต่อ กรุงอังวะ ดังเดิม
    ๓. พระเจ้าเมืองแพร่ พ.ศ.๒๒๐๖
    ๔. อึ้งแซะ ราชบุตรพระเจ้าอังวะ ครอง พ.ศ.๒๒๑๕
    ๕. มังแรนร่า ครอง พ.ศ.๒๒๒๘ ถึง พ.ศ.๒๒๗๐ *..สมัยนี้ ชนชั้นผู้ปกครองชาวพม่า
         รีดนาทาเร้นชาวบ้าน จนเดือดร้อนไปทุกครัวเรือน จึงเป็นเหตุให้ เทพสิงห์ วีรบุรุษ
         ชาวเมืองยอน ยกทัพ(ไม่ถึงพัน) ข้ามดอยอินทนนท์ เข้าต่อกร กับ ทัพ หลายหมื่น
         ของ มังแรนร่า แต่ก็ ได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็วเพราะชาวเชียงใหม่ให้ความสนับสนุน

................................................................................................................................

    1. เทพสิงห์ .... * หลังครองเมืองเชียงใหม่ได้ไม่นาน ดำเนินนโยบายชาตินิยม ไล่ฆ่า
        ชาวพม่าและบรรดาผู้มีเชื้อสายพม่า(ลูกครึ่ง) ในเมืองเชียงใหม่ จนบ้านเมืองปั่นป่วน
        ไปทั่ว ชาวบ้านจึงไปวิงวอน เจ้าองค์นกลาสิกขาบทมาเป็น หัวหน้า สู้รบกับพวกของ
        เทพสิงห์ เจ้าองค์นกก็ลาสิกขาบทออกมาเป็นผู้นำทำการรบกับ เทพสิงห์ และ เทพสิงห์
        ก็พ่ายแพ้แบบรวดเร็ว เพราะชาวเชียงใหม่หันไป สนับสนุนเจ้าองค์นก(ซึ่งทางเมืองน่าน
        ก็สนับสนุนด้วย) หลังจากนั้น ชาวเมืองจึงพร้อมใจกันเชิญเจ้าองค์นก ขึ้นครองเมือง
        เชียงใหม่ ทำพิธีปราบดาภิเศกแล้วขนานพระนามว่า "พระเจ้าหอคำ"
.................................................................................................................................

    1. พระเจ้าหอคำ *..เชียงใหม่เป็น เอกราชไม่ขึ้นกับใคร......... และในสมัยนี้เอง สมิง
        ทอกวย (นักรบผู้ห้าวหาญชาวมอญ ผู้นำทัพมอญบุกตลุยยึดเมืองหงสาวดี ไว้ในกำมือ
        และใช้ยุทธวิธีโจมตีสายฟ้าแลบบุกอังวะจับกษัตริย์อังวะ มาไว้เสียที่กรุงหงสาวดี
        แล้วก็ประกาศเป็นพระเจ้าหงสาวดี ประกาศไม่ขึ้นต่อ อังวะ ) ทูลขอ พระธิดาของพระเจ้า
        หอคำ ไปเป็นพระสนม และพระเจ้าหอคำก็ยินดียกให้  เนื่องจากเจ้าหญิงเชียงใหม่ทรงมี
        พระสิริโฉมงดงาม ทำให้พระเจ้า หงสาวดีทรงลุ่มหลง ทำให้มเหสีชาวมอญไม่พอพระทัย
        ไปทูลฟ้องบิดา บิดาพระมเหสีโกรธมากจึง วางอุบายกำจัด พระเจ้าหงสาวดีเสีย แล้วตั้ง
        ตนเป็นพระเจ้าหงสาวดี ...เมื่อมอญสิ้นนักรบผู้เก่งกล้า สวนทางกับทางกรุงอังวะ สภาวะ
        ไร้ผู้มีอำนาจการปกครอง (สงครามแย่งชิงอำนาจกันเอง)ภายในสงบ  ด้วยฝีมือยอดนัก
        รบ นามว่า "อองไจยะ" เมื่อ อองไจยยะ ปราบดาภิเษกขึ้นเป็น พระเจ้าอลองพญาแล้ว
        ไม่นานนัก กองทัพ อังวะ ก็บุกขยี้ ทัพมอญที่หงสาวดี พระเจ้า อลองพญา ทรงปราบปราม
        เมืองที่แข็งเมืองต่อกรุงอังวะ จนราบคาบ ....
    2. เจ้าจันทร์ ราชบุตรได้ ครองเมือง ในปี พ.ศ.๒๓๐๒ *........หลังจากครองเมืองไม่นาน
        พระเจ้าอลองพญา ส่งราชฑูตมาเชียงใหม่ ให้เชียงใหม่อ่อนน้อม พระเจ้าเชียงใหม่
        ไม่รับด้วยเห็นว่า พระเจ้าอลองพญา ไม่ได้เป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ หลังราชฑูตอังวะ
        กลับไป เชียงใหม่มีปัญหาภายในแย่งชิงอำนาจกันเอง
.................................................................................................................................

              พ.ศ.2306 ทางกรุงอังวะ ยกทัพมาตีเชียงใหม่ พระเจ้าเชียงใหม่ยอมเป็นข้าฯ ขอบ
ขัณฑสีมา แต่พอคล้อยหลังก็แข็งเมือง พระเจ้ากรุงอังวะจึงให้โป่อภัย คามินี ยกกองทัพมาตี
เอาเมืองเชียงใหม่ และจับบรมวงศ์ษานุวงศ์เมืองเชียงใหม่ไปกรุงอังวะหมดและแต่งตั้ง ขุนนาง
มาปกครอง ......
              ระยะนี้ ทางอังวะได้รีดภาษีประเทศราช เพื่อนำทรัพย์สินไปบำรุงกองทัพ ไปตี
ล้านช้าง และ อยุธยา ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนไปทุกหัวระแหง  
              ระยะนี้เอง มีนักรบชาวล้านนาหลายท่าน พยายาม ฟื้นม่าน  แม้จะประสบชัยชนะบ้าง
แต่ก็ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
.................................................................................................................................

              พ.ศ.2318 ทัพของพระยาจ่าบ้าน(เป็นขุนนางชาวเชียงใหม่ ภายใต้การควบคุม
ของอังวะ) ร่วมมือกับ ทัพของพระยากาวิละจากเมืองลำปาง ร่วมกับ ทัพของพระเจ้ากรุงธนบุรี
นำโดยเจ้าพระยาสุรสีห์ โดยพระยาจ่าบ้าน เปิดประตูเมืองเชียงใหม่ ต้อนรับ ทัพของ 2 ยอด
นักรบ เชียงใหม่ตกอยู่ในมือของคนไทยอีกคราว...
              หลังจากนั้น พระยากาวิละ ได้รับ การแต่งตั้งจากพระเจ้ากรุงธนบุรีให้เป็น "พระยา
วชิรปราการ" ...ซึ่ง พระยาวชิรปราการ  ได้มาสร้าง เวียงป่าซาง ไว้เป็นที่รับศึก เพราะท่านเห็น
เป็นชัยภูมิที่เหมาะสำหรับกองทัพเล็กๆไว้รับศึกจากกองทัพใหญ่ๆ เพราะลักษณะการสร้าง
เวียงป่าซางนั้นมี แม่น้ำทาผ่ากลาง (ย่อส่วนของเมืองหลวงพระบาง) เมื่อทัพฝ่ายบุกต้อง
เข้าบุกในแนวยาว ตามแนวน้ำทา ทำให้ทัพที่มีจำนวนน้อยรับมือ ทัพที่มากกว่าได้ นอกจากนี้  
พระยาวชิรปราการ ก็ได้นำชาวเมืองที่อยู่กระจัดกระจาย มารวมกัน อยู่เสียที่ในเวียงป่าซาง
แล้วเร่งทำนาเก็บเกี่ยวเสบียง ...........  
              ส่วน พระยาจ่าบ้าน ก็ได้รับ การแต่งตั้งจากพระเจ้ากรุงธนบุรีให้เป็น "พระยาวิเชียร
ปราการ"" เป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ เป็นคนแรก แต่น่าเสียดาย "พระยาวิเชียรปราการ" นั้น ท่าน
รบเก่งเพียงอย่างเดียว ท่านปกครองบ้านเมืองไม่เป็น ทัพเรือนหมื่น เมื่อรับศึกจากอังวะที่ส่งมา
อยู่เนืองๆ นานไปหดหายเหลือไม่ถึง500 จนในที่สุดก็ต้องยกไปสมทบ กับ พระยาวชิรปราการ
และไม่นาน พระยาจ่าบ้าน(พระยาวิเชียรปราการ) ก็ถึงแก่พิราลัย

              พระยาวชิรปราการ (พระเจ้ากาวิละ) จึงได้รับโปรดเกล้าฯขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนคร
เชียงใหม่ ในปี พ.ศ.2325 แต่ พระยาวชิรปราการ ก็ยังคง อยู่ที่เวียงป่าซางต่อไป เพราะ
เชียงใหม่นั้น นอกจากจะร้างไร้ผู้คนอาศัย แล้ว ยังกว้างใหญ่ เกินกำลังที่มีเพียง 7000 จะรักษา
ไว้ได้ พระยาวชิรปราการ ยังคงใช้ เวียงป่าซางรับศึกเล็ก ศึกใหญ่จากกรุงอังวะ นอกจากนี้  
เจ้ากาวิละได้บัญชาให้ อนุชาทั้ง 6 ของท่าน  แต่งทัพจำนวนไม่มากนักเพื่อเคลื่อนพลได้เร็ว
ออกไปตีเมืองยอง เมืองสาด เมืองวะ เมืองพยาก เมืองเชียงตุงจนถึงสิบสองปันนา และกวาด
ต้อนผู้คนมาไว้ที่เวียงป่าซาง และลำปาง  จนกระทั่ง ทุกอย่างพร้อมสรรพ พ.ศ.2348 ก็ถึงเวลา
พระยาวชิรปราการ (พระเจ้ากาวิละ) ก็เสด็จมาประทับเมืองเชียงใหม่ ทรง ตั้งหลักเมือง สร้าง
กำแพงใหม่ให้ฐานกำแพงใหญ่กว่าเดิม เพื่อเตรียมรับศึกใหญ่จากอังวะ....เชียงใหม่หลังจาก
ร้างไป 25ปี ในที่สุด ราชธานีนครพิงค์ศรีเชียงใหม่ก็กำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ด้วยมือเจ้าชายนักรบ
แห่งเมืองลำปาง และเมื่อ  พระเจ้ากาวิละ ได้ขับไล่อริราชศัตรู ออกพ้นขอบเขตขัณฑสีมาแล้ว
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก องค์พระปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงโปรดฯ
เฉลิมพระอิสริยยศ พระเจ้ากาวีละ ขึ้นเป็น พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละฯ, พระเจ้าเชียงใหม่
เป็นใหญ่ในล้านนา 57 หัวเมือง .....

...........ที่กล่าวมา ไม่ปรากฎ นาม เจ้ามูลเมือง ขึ้นมาในหน้าประวัติศาสตร์แต่อย่างใด  และตามประวัติศาตร์ ที่ออกไปปล้นฆ่าชาวพม่าก็มีเพียงเทพสิงห์จากเมืองยอนเท่านั้น ไม่ใช่เจ้ามูลเมืองแต่อย่างใด ......









              ดังนั้นผมว่า จขทก. อย่าไปโพสต์ขยายเรื่องที่ไร้ีสาระอย่างนี้ในกระทู้้อื่นอีก...และ
อย่าไปเสียเวลากับเรื่อง เจ้ามูลเมืองอะไรนั่นอีกนะครับ
26/2/52 โพสต์โดย Nai Surathai
8 จาก 9
ผมว่าชาติที่แล้วเป็น "พระเจ้าเห็บ"...

หลาน "พระเจ้าเหา" มากกว่า...
26/2/52 โพสต์โดย winyu.444
9 จาก 9
มีด้วยหรือทั่น เห็บ ทั่น เหา
26/2/52 โพสต์โดย มาดามมก
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ถ้าจะหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในเชียงใหม่ หาได้ที่ไหนบ้างครับ
ประวัติศาสตร์ เมืองต่างๆ ของไทย
เชิญทุกคนเข้ามาแชร์เรยเจ้าฮ่ะ :)
ของดีของไทย หมายถึง
คมวาทกรรมการเมือง ๑๐๗
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู