หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
เมื่อผู้เยาว์สมรสโดยชอบด้วกฎหมาย เมื่่ออายุยังไม่ครบยี่สิบปีบริบูรณ์ ผู้เยาว์นั้นยังมีภาวะผู้เยาว์อยู่หรือไม่..อย่างไร
นิติศาสตร์ 25/10/51 โพสต์โดย tfpl651
คำตอบ
1 จาก 10
ผมจะให้เหตุผลตามกรณีเชิงสังคมนะครับ อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จดทะเบียนสมรส(ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) มีบุตรแล้ว(ไม่จำกัดจำนวนคน) มีสามีแล้ว(ไม่จำกัดจำนวนคน) ยังงัยก็ถือว่าเยาวชนครับ แต่ถ้า 25 ขึ้นไปไม่ว่าจะสด สมรส หรือม่าย ก็ถือว่าเลยคำว่าเยาวชนไปแล้วครับ
25/10/51 โพสต์โดย Numthon
2 จาก 10
ความสามารถในการทำนิติกรรมของผู้เยาว์และการทำนิติกรรมอันเกี่ยวกับทรัยพ์สินของผู้เยาว์
---------------------------------------------------------------
ในทางกฏหมาย "ผู้เยาว์" หมายถึง บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยกฏหมายได้กำหนดวิธีการบรรลุนิติภาวะจากการเป็นผู้เยาว์อยู่ 2 วิธี คือ
โดยทางอายุ (การที่อายุครบ 20 ปี บริบูรณ์) และ
โดยทางสมรส (การที่ผู้เยาว์ทำการสมรสซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฏหมายกำหนดไว้คืออายุ 17 ปี บริบูรณ์ หรือผู้เยาว์อาจ สมรสได้ก่อนอายุครบ 17 ปี บริบูรณ์ หากศาลเห็นว่ามีเหตุอันควร) ซึ่งความสามารถในการทำนิติกรรมนั้นก็คือความสามารถในการทำการใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฏหมายและ ด้วยใจสมัครมุ่งตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลเพื่อจะก่อเปลี่ยน แปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ ซึ่งโดยหลักทั่วไปแล้ว ผู้เยาว์จะ ทำนิติกรรมใด ๆ โดยลำพังตนเองมิได้แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ตามที่ประมวกฎหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 21 ได้บัญญัติไว้ว่า "อันผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใดๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใดๆ ที่ผู้เยาว์ได้ทำลงโดยปราศจากความยินยอมเช่นว่านั้น เป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ฉะนั้นในกรณีที่ผู้เยาว์ฝ่าฝืนกระทำนิติกรรมไปโดยที่มิได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมเสียก่อนจึงมีผลทำใหนิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ ไปนั้นตกเป็นโมฆียะ ซึ่งการเป็นโมฆียะกรรมนั้นอาจถูกบอกล้างได้ โดยเมื่อมีการบอกล้างแล้วกฎหมายถือว่าเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก หรือผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์จะให้สัตยาบันแก่นิติกรรมที่ตกเป็นโมฆียะนั้นให้มีผลสมบูรณ์ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้แทนโดยชอบธรรมว่านิติกรรมที่ผู้เยาว์ได้ทำขึ้นนั้นได้เป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์มากเพียงใด

ข้อยกเว้นของหลักทั่วไปที่ว่าผู้เยาว์ทำนิติกรรมต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
         ข้อยกเว้นของหลักทั่วไปดังกล่าวนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
         (1) นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำได้เองโดยมิต้องได้รับความยินยอมก่อนจากผู้แทนโดยชอบธรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น
                   1.1 นิติกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียว
                   1.2 นิติกรรมที่ผู้เยาว์ต้องทำเองโดยเฉพาะตัว
                   1.3 นิติกรรมที่จำเป็นเพื่อการเลี้ยงชีพ
         (2) นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำเพื่อกิจการค้าขายหรือประกอบธุรกิจ
         (3) นิติกรรมสำคัญที่ต้องขออนุญ าตจากศาล

         (1) นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำได้เองโดยมิต้องได้รับความยินยอมก่อนจากผู้แทนโดยชอบธรรม
                  1.1 นิติกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียว
  นิติกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียว หมายความว่า นิติกรรมใด ที่ผู้เยาว์ทำลงเพื่อจะได้ไปซึ่งสิทธิอันใดอันหนึ่ง
โดยที่ผู้เยาว์มิได้สูญเสียสิทธิใดๆ เลยหรือเป็นการเพื่อให้หลุดพ้นจากหน้าที่อันใดอันหนึ่งเช่น การที่ผู้เยาว์เป็นหนี้เงินจำนวนหนึ่ง แล้วต่อมาเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้เงินดังกล่าวให้แก่ผู้เยาว์ทำให้หนี้ดังกล่าวเป็นอันระงับสิ้นไป ผู้เยาว์ไม่ต้องชำระหนี้เงินให้แก่เจ้าหนี้อีกต่อไปจะเห็นได้ว่าการปลดหนี้นั้นทำให้ผู้เยาว์หลุด พ้นจากหน้าที่อันใดอันหนึ่ง หน้าที่ที่ว่านี้คือ หน้าที่ในการชำระเงิน ในกรณีนี้กฎหมายเห็นว่า การทำนิติกรรมดังกล่าวไม่เกิดผลเสียแก่ผู้เยาว์ ผู้เยาว์มีแต่ได้ฝ่ายเดียว การทำนิติกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียวจึงไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
                1.2 นิติกรรมที่ผู้เยาว์ต้องทำเองโดยเฉพาะตัว
 นิติกรรมบางประเภทจำเป็นต้องอาศัยการแสดงเจตนาโดยลำพังจากผู้เยาว์บุคคลอื่นจะทำการแทนไม่ได้เนื่องจากนิติกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องต่อประโยชน์ได้เสียโดยตรงต่อผู้เยาว์ กฎหมายจึงเห็นควรว่าให้ผู้เยาว์ได้ใช้วิจารณาญาณและความสมัครใจของผู้เยาว์เอง ถ้าผู้เยาว์จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมแล้วย่อมจะทำให้ผู้แทนโโยชอบธรรมเข้ามาก้าวก่ายเกี่ยวข้อง ซึ่งนิติกรรมที่ผู้เยาว์ต้องทำเองโดยเฉพาะตัวนั้นได้แก่ การทำพินัยกรรม และการรับบุตรบุญธรรม ทั้งสองประการนี้เป็นนิติกรรมที่ผู้เยาว์จะ ต้องทำเองโดยมิต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมยินยอมก่อน การทำพินัยกรรมนั้นเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตน เอง ซึ่งตามกฎหมายบุคคลที่อายุครบ 15 ปี บริบูรณ์สามารถทำพินัยกรรมได้ การจะยกทรัพย์สินให่ผู้ใดนั้นจึงเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของผู้ทำ พินัยกรรม โดยผู้ทำพินัยกรรมจะยกทรัพย์สินให้ผู้ใดก็ได้เป้นความสมัครใจโดยแท้ของผู้ทำ พินัยกรรม ดังนั้นผู้เยาว์จึงมีสิทธิเด็ดขาดที่จะยกทรัพย์สินให้แก่ใครก็ได้โดยที่ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
               1.3 นิติกรรมที่จำเป็นเพื่อการเลี้ยวชีพ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา 24 บัญญัติว่า " ผู้เยาว์อาจ ทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสมแก่ฐานานุรูปแห่งตน และเป็นการอันจำเป็นเพื่อเลี้ยงชีพตามสมควร จะต้องเข้าองค์ประกอบทั้ง 2 ข้อ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้)

        (2) นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำเพื่อกิจการค้า ขายหรือธุรกิจ
        ตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์มาตรา 27 ผู้เยาว์สามารถ ประกอบธุรกิจการค้า หรือธุรกิจอื่นหรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานได้ โดยกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขที่สำคัญว่า ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ หรือในกรณีที่ผู้แทนโโยชอบธรรมไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้เยาว์อาจ ร้องขอต่อศาลให้สั่งอนุญาตได้ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้กฎหมายรับรอง ให้ผู้เยาวมีฐานะดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ทำให้เกิดความคล่องตัวแก่ผู้เยาว์ที่ จะมีอำนาจตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับธุรกิจของตนเองหรือการเป็นลูกจ้าง หากจะรอการให้ความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมเสียก่อน ธุรกิจการค้าของผู้เยาว์อาจเกิดความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามนิติกรรมของผู้เยาว์เช่น ว่านี้ต้องอยู่ภายใต้หลักกฎหมายว่าด้วยวัตถุประสงค์แห่งนิติกรรมตามประมวล กฎหมายแพ่งพาณิชย์มาตรา 149 ด้วย กล่าวคือ นิติกรรมเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่น หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานก็ดีจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชนด้วย มิฉะนั้นแล้วนิติกรรมดังกล่าวตกเป็นโมฆะ

        (3) นิติกรรมสำคัญที่ต้องขออนุญาตจากศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิย์มาตรา 1574
        ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์นั้นนอกจากจะมีอำนาจให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการทำนิติกรรมแล้ว ผู้แทนโดยชอบธรรมยังมีอำนาจทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์ได้อีกด้วย ดังนั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมจึงมีอำนาจอยู่ 2 ประการ คือ
        ก. อำนาจในการให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการทำนิติกรรม
        ข. อำนาจในฐานะเป็นตัวแทนของผู้เยาว์ในการทำนิติกรรม
ซึ่งตามประมวกฎหมายแพ่งพาณิชย์มาตรา 1574 ได้บัญญัติอำนาจของผู้แทนโดยชอบธรรมในฐานะที่เป็นตัวแทนของผู้เยาว์ในการทำนิติกรรมว่า นิติกรรมใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ ดังต่อไปนี้ ผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต
       1) ขาย-แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนองซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
       2) กระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งทรัพยสิทธิของผู้เยาว์อันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
       3) ก่อตั้งภารจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ หรือ ทรัพยสิทธิอื่นใดในอสังหาริมทรัพย์
       4)จำหน่ายไปทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งสิทธิเรียกร้องที่จะให้ได้มาซึ่ง ทรัพย์สิทธิในอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพยที่อาจจำนองได้หรือสิทธิ เรียกร้องที่จะให้ทรัพย์สินเช่นว่านั้นของผู้เยาว์ปลอดจากทรัพยสิทธิที่มี อยู่เหนือทรัพย์สินนั้น
      5) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 3 ปี
      6) ก่อข้อผูกพันใด ๆ ที่มุ่งให้เกิดผลตาม 1) 2) หรือ 3)
      7) ให้กู้ยืมเงิน
      8) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่จะเอาเงินได้ของผู้เยาว์ให้แทนผู้เยาว์เพื่อการกุศลสาธารณะ เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา ทั้งนี้พอสมควรแก่ฐานานุรูปของผู้เยาว์
      9) รับการให้โดยเสน่หาที่มีเงื่อนไข หรือค่าภารติดพันหรือไม่รับการให้โดยเสน่หา
    10) ประกันโดยประการใด ๆ อันอาจมีผลให้ผู้เยาว์ต้องถูกบังคับชำระหนี้หรือทำนิติกรรมอื่นที่มีผลให้ผู้เยาว์ต้องรับเป็นผู้รับชำระหนี้ของบุคคลอื่นหรือแทนบุคคลอื่น
    11) นำทรัพย์สินไปแสวงหาผลประโยชน์ นอกจากในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1598/4 1) 2) หรือ 3)
         [หมายเหตุ มาตรา 1598/4
          1) คือซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรที่รัฐบาลไทยค้ำประกัน
          2) คือรับขายฝากหรือรับจำนองอสังหาริมทรัพย์ในลำดับแรก แต่จำนวนเงินที่รับขายฝากหรือรับจำนองต้องไม่เกินกึ่งราคาตลาดของอสังหาริม ทรัพย์นั้น
          3) ฝากประจำในธนาคารที่ได้ตั้งขึ้นโดยกฎหมายหรือที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในราชอาณาจักร
   12) ประนีประนอมยอมความ
   13) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
        ซึ่งหากเป็นนิติกรรมสำคัญตามมาตรา 1574 นี้แล้ว ศาลจะเป็นผู้ทำหน้าที่กลั่นกรองคำขอเพื่อรักษาประโยชน์ทางทรัพย์สินของผู้เยาว์โดยเป็นผู้มีอำนาจพิจารณา ในการให้อนุญาต อำนาจให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก็ดี อำนาจทำการแทนผู้เยาว์ก็ดีไม่มีอยู่ต่อไป กล่าวคือ นิติกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 1574 (1) ถึง (13) จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนเท่านั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมจึงสามารถดำเนินการได้ นิติกรรมใด ๆ ที่ผู้แทนโดยชอบธรรมทำลงไปโดยปราศจากคำอนุญาตของศาล นิติกรรมดังกล่าวไม่มีผลผูกพันผู้เยาว์ และผู้แทนโดยชอบธรรมต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวต่อบุคคลภายนอกเอง และนิติกรรมสำคัญที่ระบุไว้ในมาตรา 1574 นี้ ผู้เยาว์จะทำโดยได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ยังต้องฟังได้ว่าศาลอนุญาตแล้วด้วย
------- ก๊อปปี้มาฝาก ----
25/10/51 โพสต์โดย ป2
3 จาก 10
ผู้เยาว์ที่ว่าอายุเท่าไหร่ครับ ถูกกฎหมายที่ว่า ผู้ปกครองยินยอมเหรอยังครับ การที่ผู้เยาว์จะพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะได้นั้นต้องมีอายุครบ20ปีบริบูรณ์หรือเมื่อได้ทำการสมรสโดยในการสมรสนั้นจะต้องทำให้ถูกต้องตาม ม.1448 กล่าวคือ ผู้เยาว์จะต้องมีอายุครบ17ปีบริบูรณ์ดังนั้นจากคำถามที่คุณได้ยินมาที่ว่าผู้เยาว์จะพ้นจากการเป็นผู้เยาว์เมื่ออายุ18ปีนั้นไม่ถูกต้องเมื่ออายุยังไม่ถึง20ปีก็ยังไม่พ้นจากการเป็ฯผ้เยาว์ และเมื่อยังไม่พ้นจากการเป็นผ้เยาว์การจะทำนิติการต่างๆก็จะต้องขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อน ยกเว้นนิติกกรรมที่เป็นการเฉพาะตัว หรือเป็นการสมตัว เช่น การซื้อของใช้ส่วนตัว แต่ถ้าเป็นการกู้เงิน การทำสัญญาต่างๆต้องขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
อันนี้แถม
สรุปเงื่อนไขที่จะทำให้การสมรสตกเป็นโมฆียะ ซึ่งมีด้วยกัน 5 ประการ
                   1)สมรสขณะอายุต่ำกว่าสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ (ม.1448)
                   2)ผู้เยาว์สมรสโดยไม่ได้รับความยินยอม (ม.1509)
                   3)สมรสโดยสำคัญผิดตัวคู่สมรส (ม.1505)
                   4)สมรสโดยถูกกลฉ้อฉล (ม.1506)
                   5)สมรสโดยถูกข่มขู่ (ม.1507)
25/10/51 โพสต์โดย hero
4 จาก 10
ยังไงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ^_^ เย้
25/10/51 โพสต์โดย hero
5 จาก 10
ผมก็ตอบเหมือนคุณปอ.2 ครับ เพราะเค้าเอามาตอบหมดแล้ว
25/10/51 โพสต์โดย benjy
6 จาก 10
โมฆียะ คืออะไรหว่า...รู้จักแต่โคโยตี้
25/10/51 โพสต์โดย ป2
7 จาก 10
สมรสอย่างถูกต้องและผู้ใหญ่ทั้งสองตกลงพร้อมใจและมีทะเบียนเรียบร้อยถูกต้อง
ก็มีสิทธิและทำนิติกรรมได้เสมือนกับผู้บลุนิติภาวะแล้วทุกประการ
สามารถกระทำสัญญาและอย่างได้
แบบเคยเห็นมานะครับ(แต่กฏหมายใหม่กว่านี้ยังไม่เห็น)
25/10/51 โพสต์โดย sam2551
8 จาก 10
ครับคำตอบทางวิชาการครบแล้วครับ เลยไม่รู้จะตอยอะไร
25/10/51 โพสต์โดย jekung
9 จาก 10
ไม่ทราบข้อกฏหมาย ไม่ได้เรียน และไม่ได้อ่าน
แต่ถ้าตอบตามความรู้สึก
ถ้าแบ่งกันเป็น ผู้เยาว์ กับ บรรลุนิติภาวะ
คนอายุ 17 ปี ก็ บรรลุนิติภาวะ ได้ ด้วยการแต่งงาน
เพราะเคยรู้มาจาก คนขายประกัน
หากผิดพลาด ต้องขอประทานโทษ ครับ
25/10/51 โพสต์โดย Pilz
10 จาก 10
ถามเพราะต้องการเอาไปทำรายงาน  หรือต้องการสมรสล่ะครับ  อิ อิ
26/10/51 โพสต์โดย gigipapa
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
อายุ 18 หรือ 20 บรรลุนิติภาวะครับ?
นิติกรรมมีลักษณะอย่างไร
ขั้นตอนขอรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม
ผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะได้โดยทางใดบ้าง
ผู้เยาว์ซื้อที่ดินได้ไม๊
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู