หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ประวัติความเป็นมาของวันแม่
ประวัติความเป็นมา วันแม่

พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายของคำว่า "แม่" ไว้ดังนี้
แม่ หมายถึง หญิงในฐานะที่เป็นผู้ให้กำเนิดแก่ลูก, คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน พุทธศาสนา ได้ให้ความหมายของคำว่า "แม่" ซึ่งหมายถึง หญิงที่มีครอบครัวไว้หลายนัย เช่น

แม่ บางทีเรียกว่า มารดา มารดร หมายถึง เป็นใหญ่ เช่น แม่ทัพ แม่น้ำ แม่กอง เป็นต้น อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ภายในกิจการนั้นๆ ในที่นี้มาใช้กับผู้ให้กำเนิดแก่ลูกและหาตัวแทนไม่ได้
- หญิงในฐานะผู้ให้กำเนิดแก่ลูก และหาตัวแทนไม่ได้
- คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน
- คนที่เป็นหัวหน้า หรือเป็นนาย โดยไม่จำกัดว่าเป็นชายหรือหญิง เช่น แม่ทัพ แม่กอง ฯลฯ
รวมความแล้ว "แม่" คือ ผู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน โดยการรับผิดชอบนั้นมีขอบเขตภายในบ้านเรือน


ชนนี หมายถึง ผู้ให้กำเนิดลูก, เป็นที่บังเกิดเกล้าของลูก


ภรรยา หรือภริยา หมายถึง
- เมีย หรือ หญิงผู้เป็นคู่ครองของชาย
- ผู้เลี้ยง หรือผู้ดูแลสมาชิกของครอบครัว

ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้านหรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย...
อย่างคำประพันธ์บทดอกสร้อยชื่อ แม่จ๋า ของท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ที่ว่า



ดอกเอ๋ยดอกมะลิ
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น
สดสะอาดปราศสีราคีระคน
เหมือนกมลใสสดหมดระคาย
กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง
เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย
อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย
ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย


เครคิด   http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_01819.php
วันแม่แห่งชาติ | คำถามของบ้าบอ | วันหยุด 12/8/52 โพสต์โดย BABORCLUB
คำตอบ
1 จาก 8
สวัสดีวันแม่จ้ะ
ขอขอบคุณน้อง BABOR
ที่ได้ค้นคว้าเรื่อง  "วันแม่"
มาให้อ่านแต่เช้าจ้ะ
12/8/52 โพสต์โดย yawaiam
2 จาก 8
ประกาศว่า "รักแม่นะ"
มา ณ ที่นี้
12/8/52 โพสต์โดย toei
3 จาก 8
คำสอน..ของแม่

เสียงที่เคย เอ่ยฟัง ยังคงอยู่
เฝ้าอุ้มชู เลี้ยงดู มิรู้หน่าย
คอยฟูมฟัก ด้วยรัก ลูกมากมาย
มิท้อใจ ขอให้ ลูกได้ดี

ความฉลาด แม่อาจ วาดไม่ได้
ลูกต้องใช้ หัวใจ ไล้แต้มสี
ประสบการณ์ ก้าวผ่าน เนิ่นนานมี
กลวิธี แห่งชีวี ที่มีมา

แม่อยากให้ ใจลูก คิดถูกต้อง
จงไตร่ตรอง พิศมอง ผองปัญหา
ทางสายกลาง ทิศทาง สร้างปัญญา
รักศรัทธา ค่าความดี ที่เจ้าทำ

เมื่อลูกเห็น ใครลำเค็ญ อย่าเข่นข้อง
เข้าทำนอง กองไม้ล้ม ก้มเหยียบย่ำ
เฝ้าคิดร้าย ต่อใคร ไม่ควรทำ
ลูกจงจำ ถ้อยคำ แม่ย้ำเตือน

จงก้าวเดิน เผชิญจิต ลองผิดถูก
เมื่อคิดผูก ต้องลุก กระตุกเงื่อน
ด้วยตัวเรา เท่านั้น อย่าฟั่นเฟือน
คิดเลอะเลือน เงื่อนตาย ได้อายตัว

จงเรียนรู้ สู่ทาง อย่างอดกลั้น
มิหวาดหวั่น พลันตก อกสลัว
ใช้สมอง ตรองพิศ อย่าคิดกลัว
ดีหรือชั่ว ตัวเรา ย่อมเข้าใจ

ลูกมีสิทธิ์ คิดฝัน ทุกวันวี่
แต้มชีวี สีสัน อันสดใส
แม้นไม่อาจ วาดฝัน ได้ทันใด
สู้ต่อไป อย่าสิ้นไร้ ในใจตน

ยามใดสุข เผื่อทุกข์ เข้าปลุกปลอบ
นี่คือกรอบ ครอบใจ ได้ทุกหน
ทางชีวิต ลิขิตวาง อย่างแยบยล
บรรลุผล หลุดพ้น วังวนกรรม

แม่อยากให้ ยิ้มไว้ ทั่วใบหน้า
ใครว่าบ้า อย่าสน คนพูดพร่ำ
ยิ้มเพื่อได้ ล้างใจ ใคร่ควรทำ
ยิ้มประจำ นำชีวิต จิตเบิกบาน

มีสิ่งหนึ่ง พึงจำ ในคำแม่
ความจริงแท้ แน่วแน่ ไม่แปรผัน
พูดโกหก เหมือนตก นรกพลัน
ทุกข์อนันต์ มหันต์ภัย ดั่งไฟฟอน

กำลังใจ แม่ให้ ไม่มีหมด
มิเลี้ยวลด จำจด ทุกบทสอน
พระคุณแม่ แท้จริง ยิ่งสาคร
ประนมกร อ่อนแนบ แทบเท้าเอย

ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ : Thaipoem.com โดยคุณ เที่ยนหยด
12/8/52 โพสต์โดย ใครอยู่ข้างหลังคุณ
4 จาก 8
รักแม่ที่สุดในโลกเลยค๊ะ
12/8/52 โพสต์โดย แฟนคลับ
5 จาก 8
A mother's love determines how
We love ourselves and others.
There is no sky we'll ever see
Not lit by that first love.
Stripped of love, the universe
Would drive us mad with pain;
But we are born into a world
That greets our cries with joy.

How much I owe you for the kiss
That told me who I was!
The greatest gift--a love of life--
Lay laughing in your eyes.

Because of you my world still has
The soft grace of your smile;
And every wind of fortune bears
The scent of your caress.

ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ภาษาอังกฤษ : poemsforfree.com
12/8/52 โพสต์โดย ใครอยู่ข้างหลังคุณ
6 จาก 8
12/8/52 โพสต์โดย แฟนคลับ
7 จาก 8
รักและดูแลท่านให้เหมือนว่าทุกๆวันเป็นวันแม่น๊ะ!!!...ก่อนที่จะไม่มีท่านอยู่ในโลกใบนี้..................
12/8/52 โพสต์โดย หมามุ่ย
8 จาก 8
อ่านแล้ว  ต้องขอขอบคุณที่สุดเลยค่ะ
12/8/52 โพสต์โดย ยูเจน
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
หอมเอย...หอมดอกมะลิ....
........วันแม่........
วันแม่คุณทำอะไรให้แม่แล้วหรือยัง
วันแม่
พรุ่งนี้วันแม่แห่งชาติ แต่ทุกวัน เป็นวันแม่แห่งเรา
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู