หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
คิดยังใงกับมหาตมะคานที แล้วก็โรซ่า ปาร์คครับ?
ผมว่าสองคนนี้สุดยอดเลยครับ มหาตมะคานที เป็นผู้นำการปฏิวัติเล็กๆ แต่กลับยิ่งใหญ่
หญิงที่ทำให้คนลุกฮือขึ้นเรียกร้องสิทธิ และเสรีภาพที่ควรจะมีในทุกคนอ้ะ..
ผมเลยมาลองๆคิดดูว่า คนที่"เริ่มต้น"ทำบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เนี่ย..สุดยอดเลยนะครับ
เพราะต้องสู้กับแรงกดดันมากๆแน่เลยครับ เคยฟังมาว่ามหาตมะคานที อ่ะเคยติดคุกตั้ง
หลายครั้ง เข้าๆออกๆ เพื่อที่จะเรียกร้องนะ แล้วถ้าเป็นผม ผทชมว่าตัวผมเองคงยอมแพ้
ตั้งแต่ถูกจับครั้งที่1ที่2แล้วอ่ะ... เพื่อเรียกร้องสิทธิที่ควรจะเป็น ถึงยอมสละตัวเอง น่าทึ่งจริงๆนะครับ..
ว่ามั้ย???  แล้วคิดยังใงกันครับ??
วิชาการ | คนขาว-คนดำ | สิทธิ | ความคิดเห็น 12/3/52 โพสต์โดย จ๊าบจ๊าบ
คำตอบ
1 จาก 6
คานธี คือ สุดยอดผู้นำทางการต่อสู้ แบบสันติวิธี ครับ
12/3/52 โพสต์โดย Pilz
2 จาก 6
มหาตมะคานที  มหาวีรบุรุษ ตัวแทนแห่งสันติภาพ
"โรซา ปาร์คส์" นักต่อสู้เพื่อสิทธิคนผิวสี
ทั้งสองคนเป็นสุดยอดของการต่อสู้
12/3/52 โพสต์โดย laohanan
3 จาก 6
นับถือ มหาตมะคานที เหมือนกัน สุดยอดอหิงสา
12/3/52 โพสต์โดย ํYggdra
4 จาก 6
สุดยอดอยู่แล้ว   ไมวันนี้ถามคำถามแบบว่า   จะไปเรียกร้องสิทธิ์อะไรอ่ะป่าวเนี่ยเห่อะ ๆ ๆ
12/3/52 โพสต์โดย ollo
5 จาก 6
ก็ท่านเป็นนัก ต่อสู้ตามหลักปรัชญาชีวิต แนวความเยือกเย็น สงบ เพื่อสยบ ความ รุนแรงนะครับ

แต่ประวัติโดยละเอียดท่าน ก็ตามๆๆที่เราทราบกันนะครับ

และท่านเป็นที่มาคำว่า"อหิงสา" เวลากลุ่มใช้กัน  แต่อหิสาแบบปิดสนามบินคงไม่ใช่ นะครับ
12/3/52 โพสต์โดย sam2551
6 จาก 6
เมื่อเอ่ยชื่อ โรซา ปาร์คส์ คนทั่วโลกอาจไม่รู้จักหรือคุ้นเคย แต่หากพูดถึงหญิงแอฟริกัน-อเมริกันคนหนึ่งที่ปฏิเสธที่จะลุกให้ชายผิวขาวนั่งบนรถเมล์คันหนึ่งเมื่อ 50 ปีก่อน หลายคนคงคุ้นๆ ว่า เคยได้ยินเรื่องราวการต่อสู้ดังกล่าว ที่นำไปสู่การปฏิวัติความสัมพันธ์ระหว่างคนผิวขาวกับคนผิวสีในสหรัฐ
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา โรซา ปาร์คส์ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบระหว่างนอนพักที่อพาร์ตเมนต์ในเมืองดีทรอยต์

ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐกล่าวสดุดีเธอว่า "50 ปีก่อน หญิงเย็บผ้าผู้ถ่อมตนคนนี้ได้ยืนขึ้นเผชิญกับความอยุติธรรมด้วยการปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งคนขับรถที่ต้องการให้เธอลุกขึ้นเพื่อให้ที่นั่งกับคนผิวขาว การไม่ยอมจำนนของเธอเป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญของคนๆหนึ่งที่ส่งผลกระตุ้นคนนับล้านรวมถึงนักเทศน์หนุ่มนามมาร์ติน ลูเธอร์คิง"

การต่อสู้ของปาร์คส์ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น 'มารดาแห่งการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองอเมริกัน' เกิดขึ้นเมื่อปี 2498 ขณะนั้นเธอยึดอาชีพรับจ้างเย็บผ้าให้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองมอนต์โกเมอรี รัฐอะลาบามา ปาร์คส์กำลังนั่งบนรถเมล์กับคนผิวดำอีก 3 คน ก่อนที่ชายผิวขาวคนหนึ่งจะขึ้นรถ ทำให้คนขับสั่งให้ปาร์คส์กับคนผิวดำทั้งสาม ลุกให้ชายผิวขาวนั่ง แต่ปาร์คส์ปฏิเสธแม้คนผิวดำอีก 3 คนจะยอมลุกแต่โดยดี

ผลก็คือ ปาร์คส์ถูกจับ และถูกตั้งข้อหาฐานละเมิดกฎหมายที่ห้ามคนผิวดำอยู่ในที่สาธารณะร่วมกับคนผิวขาว รัฐเรียกเงินค่าปรับจากเธอ 14 ดอลลาร์ แต่ต้องเผชิญกับการเคลื่อนไหวของคนผิวดำในเมืองมอนต์โกเมอรี ที่รวมตัวกันคว่ำบาตรรถเมล์สาธารณะในเมืองนาน 381 วัน จนทำให้ชาวอเมริกันทั่วประเทศหันมาให้ความสนใจกฎหมายเหยียดผิว ซึ่งรู้จักในชื่อ 'กฎหมายจิม โครว์'

การปฏิเสธที่จะลุกให้คนผิวขาวนั่งของปาร์คส์ อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยในสมัยนี้ แต่ในยุค 50 ที่สังคมทางใต้ของสหรัฐยังมีการเหยียดผิวให้เห็นอยู่ทั่วไป การกระทำของปาร์คส์ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติที่แยกคนขาวกับคนผิวสีออกจากกันอย่างชัดเจน โดยในขณะนั้น มีข้อห้าม อาทิ ห้ามคนผิวดำดื่มน้ำร่วมก๊อกกับคนผิวขาว หรือเข้าร้านอาหาร และโรงเรียนเดียวกับคนผิวขาว

การคว่ำบาตรรถเมล์ในเมืองมอนต์โกเมอรีเมื่อปี 2498 บานปลายสู่การเดินขบวนประท้วงตามท้องถนน และการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อให้คนผิวดำมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น รวมถึงผลักดันให้สาธุคุณมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ก้าวออกมาเป็นแกนนำการต่อสู้ โดยเขาเป็นผู้นำการประท้วงในรัฐทางใต้ และในเดือนมีนาคม ปี 2506 ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยต่อต้านการเหยียดผิวอันลือลั่นชื่อ 'ผมมีความฝัน' หรือ 'I Have A Dream' ที่กรุงวอชิงตัน

นอกจากนั้น ศาลสูงสุดยังได้ตัดสินยกเลิกกฎหมายแบ่งแยกคนผิวขาวและคนผิวดำในที่สาธารณะ สะท้อนชัยชนะครั้งสำคัญของคนผิวดำ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนและหลังคำตัดสินของศาล คนผิวดำต้องเผชิญกับความรุนแรงหลายครั้ง อาทิ เหตุระเบิดโบสถ์และบ้านของคนผิวดำ ซึ่งรวมถึงบ้านของสาธุคุณคิง

ในปี 2507 สาธุคุณคิงได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ ก่อนถูกชาวผิวขาวลอบสังหารในปี 2511

ปาร์คส์เขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ 'โรซา ปาร์คส์ : เรื่องราวของฉัน' เมื่อปี 2535 ว่า "ผู้คนมักพูดว่าฉันไม่ยอมลุกจากที่นั่ง เพราะวันนั้นฉันเหนื่อยเกินไปแต่มันไม่จริง สิ่งเดียวที่ฉันเหนื่อยหน่ายคือการต้องยอมจำนน"

ปาร์คส์ เกิดที่เมืองทัสเคกี รัฐอะลาบามา เมื่อปี 2456 เธอสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมด้านปกป้องสิทธิพลเมืองตั้งแต่ก่อนถูกจับเมื่อปี 2498 เธอเป็นบุตรสาวของเกษตรกรและครู และเป็นหลานของทาสผิวดำ หลังเกิดเรื่อง เธอไม่สามารถหางานทำในเมืองมอนต์โกเมอรี และครอบครัวถูกกลั่นแกล้งจนต้องย้ายไปอยู่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน เมื่อปี 2500

เธอเคยกล่าวไว้ว่า ต้องการได้รับการจดจำในฐานะ "บุคคลที่ต้องการอิสรภาพ และต้องการให้ผู้อื่นมีอิสรภาพ" แต่ในสายตาชาวอเมริกันและผู้คนทั่วโลกปาร์คส์ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง

นิตยสารไทม์จัดให้เธอติดกลุ่ม '100 บุคคลทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20' หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เธอยังเข้าร่วมกิจการด้านสิทธิพลเมืองตลอดช่วงอายุขัย ขณะที่นายอัล ชาร์พตัน อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เคยกล่าวยกย่องเธอว่าเป็น "สุภาพสตรีที่การกระทำเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนแปลงชาติที่มีอำนาจที่สุดในโลก"
12/3/52 โพสต์โดย ชายเด่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ลักษณะมหาตมะคานธี
มหาตมะคานธี
คำคม จาก .. มหาตมะ คานธี ...
คำกล่าว มหาตมา คานธี
!!!! อะไรคือสิ่งที่แสดงความเป็นมนุษย์ ของมนุษย์อย่างเรา ๆ? !!!!
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู