หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
GMO (จีเอ้มโอ) มีอันตรายต่อมุนษยชาติอย่างไร
วิทยาศาสตร์ 21/9/52 โพสต์โดย ZenW
คำตอบ
1 จาก 4
- GMOs : ชีวิตวิปริตพันธ์ สุดยอดวิทยาศาสตร์ หายนะภัยสรรพชีวิต

      อาหารดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GM Food ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องเฉพาะต่างๆ ประเทศอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้มีการนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรสู่ประเทศไทยปีละมหาศาล โดยที่ผ้บริโภค ไม่ได้มี โอกาสรับทราบข้อมูล
      กรีนเนทได้รับข้อมูลจากแหล่งที่ยืนยันได้ว่า ประเทศไทยนำเข้าถั่วเหลือง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม โดยเฉพาะผลผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมี การศึกษาทดลอง เกี่ยวกับการดัดแปลงพันธุกรรม พืชอาหารในประเทศไทย เช่น ข้าว และ มะละกอ
      แล้วอาหารปรับเปลี่ยนพันธุกรรมนี้มีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใดในการบริโภค?
      คำตอบเรื่องนี้ ยังเป็นเรื่องที่นักวิชาการถกเถียงกันอยู่มาก โดยมีเนื้อหาหลักอยู่ 3 เรื่อง สำคัญ คือ ภูมิแพ้อาหาร การถ่ายทอดความต้านทานยาปฏิชีวนะ และสารพิษในอาหาร

ภูมิแพ้อาหาร
      โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์เรามีภูมิแพ้อาหารแตกต่างกัน เช่น บางคนแพ้อาหารทะเล บางคนแพ้อาหาร จากถั่วบางชนิด จากสถิติในสหรัฐอเมริกา พบว่า หนึ่งในสี่ของประชากร จะมีภูมิแพ้อาหารบางอย่าง แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่มีการสำรวจในประเทศไทย แต่เชื่อได้ว่า คนไทยเรามีปัญหาภูมิแพ้มากขึ้น โดย เฉพาะประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ
      เนื่องจากการดัดแปลงพันธุกรรมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสายพันธุกรรมจาก สิ่งมีชีวิตหนึ่ง มาสู่สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการถ่ายทอดสารที่ทำให้เกิด ภูมิแพ้ติดมาด้วย ดังกรณีตัวอย่าง เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2539 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเนบราสกา ในสหรัฐอเมริกา ได้แถลงผลการ วิจัย ที่ตรวจพบว่า โครงการดัดแปลงพันธุกรรมถั่วเหลือง ของบริษัทไพโอเนียร์ ไฮบริด อินเตอร์ เนชั่น แนล ที่ย้ายยีนจากบราซิลนัทมาใส่ในถั่วเหลืองเพื่อจะเพิ่มคุณค่าอาหารโปร ตีนในถั่วเหลือง (สำหรับ อาหารสัตว์) แต่กลับปรากฎว่า ถั่วเหลืองนั้นมีสารภูมิแพ้จากบราซิลนัทเกิดขึ้นด้วย ดังนั้นคนที่เป็น ภูมิแพ้บราซิลนัท ถ้าบริโภคถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรม นี้เข้าไปก็จะเกิดอาการภูมิแพ้นี้ได้ด้วย หลัง จากที่ได้มีการแถลง ข่าวดังกล่าว บริษัทไพโอเนียร์ฯ จึงได้ตัดสินใจยกเลิกโครง การดัดแปลง พันธุ กรรมถั่วเหลือง ด้วยยีน บราซิลนัท
      ในกรณีนี้ถือว่า เป้นโชคดี เพราะนักวิจัยสามารถตรวจสอบปัญหาภูมิแพ้ได้ก่อนที่จะมีการผลิต ถั่วเหลือง นี้เพื่อการค้า ความโชคดีนี้มีปัจจัยมาจากการที่นักวิจัยมีข้อมูลเกี่ยวกับภูมิแพ้บราซิลนัทอยู่แล้ว และการทดสอบภูมิแพ้บราซิลนัทไม่ยุ่งยากนัก (โดยทดสอบถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมจากบราซิลนัท กับเซลล์ของผู้ที่เป็นภูมิแพ้บราซิลนัท) ซึ่งทำให้ได้ผลการทดสอบที่ชัดเจน
      แต่ในกรณีอาหารดัดแปลงพันธุกรรมอื่นๆ ซึ่งจะนำยีนส์จากพืช แบคทีเรียหรือไวรัสต่างๆ มากมายมาใช้ในการดัดแปลงพันธุกรรม นักวิจัยแทบจะไม่มีคว่มรู้เลยว่า จะเกิดโรคภูมิแพ้อะไรขึ้นได้ บ้าง และการทดสอบภูมิแพ้นั้นต้องทำอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทดสอบกับสัตว์ทดลองนั้นไม่ได้ แสดงผลที่ชัดเจน ดังในกรณีถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมจากบราซิลนัทนี้ เมื่อทดสอบกับหนู่ทดลอง ก็ไม่ปรากฎผลภูมิแพ้ ในหนูทดลองแต่ประการใด
      เมื่อเร็วนี้ ปรากฎรายงานในสหภาพยุโรปว่า มีผู้ป่วยภูมิแพ้จากอาหารที่มีวัตถุดิบ จากถั่วเหลือง เพิ่มขึ้น 50 % ในช่วงปี 2541 ที่ผ่านมา คือ เพิ่มจาก 1% เป็น 1.5% ซึ่งในรายงานดังกล่าว ระบุอีกว่า เหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกในช่วง 17 ปี ที่โรคภูมิแพ้ในถั่วเหลือง ได้ไต่อันดับขึ้นมาเป็น 1 ใน 10 อันดับ ของภูมิแพ้ในอาหาร โดยการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยภูมิแพ้ถั่วเหลืองนี้เกิดขึ้นหลังจากการที่มีการอนุญาต ให้ใช้วัตถุดิบจากถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมมาผลิตเป็นอาหารมนุษย์

การถ่ายทอดความต้านทานยาปฏิชีวนะ
      เทคนิควิธีของพันธุวิศวกรรมในการดัดแปลงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ด้วยการย้ายยีนจาก สิ่ง มีชีวิตหนึ่งไปให้กับสิ่งมีชีวิตหนึ่ง จำเป็นต้องมีการทำ "ยีนเครื่องหมาย" ที่มีความต้านทานยา ปฏิชีวนะ เพื่อบ่งชี้ว่า การถ่ายทอดยีนนั้นถูกต้อง และประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด
      แน่นอนว่า อาหารดัดแปลงพันธุกรรมก็ย่อมมียีนต้านยาปฏิชีวนะนั้นอยู่ด้วย
      ดังนั้น เมื่อมีการบริโภคอาหารดัดแปลงพันธุกรรม โอกาสที่ยีนต้านทานยาปฏิชีวนะจะถูกถ่าย ทอดไปสู่แบคทีเรีย ที่อยู่ในกระเพาะ-ลำไส้ ของผู้ที่บริโภค ทำให้แบคทีเรียนั้นมีความสามารถในการ ต้านทานยาปฏิชีวนะเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าแบคทีเรียนั้นเป็นแบคทีเรีย ที่ก่อโรคในสัตว์ หรือ มนุษย์ การรักษา โรคโดยการใช้ยาปฏิชีวินะก็จะยากขึ้น อันจะเป็นผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพของมนุษย์ และสัตว์ในอนาคตได้
      ในปี พ.ศ. 2541 นักวิจัยจากสถาบันควบคุมคุณภาพการผลิตการเกษตร ในเมืองวาเกนนีเกน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ทำการทดลอง โดยการสร้างแบบจำลองกระเพาะ เพื่อตรวจสอบว่ายีนต้าน ยาปฏิชีวนะจากอาหารดัดแปลงพันธุกรรมสามารถถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่บริโภคอาหาร ดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด ในการทดลองดังกล่าว ได้ใช้แบคทีเรียดัดแปลงพันธุกรรมที่มียีนต้านยา ปฏิชีวนะใส่ลงในกระเพาะจำลอง ปรากฎว่าสารพันธุกรรม (หรือดีเอ็นเอ) ที่มียีนต้านยาปฏิชีวนะนี้ สามารถมีความคงทนได้นานพอสมควร (คือมีระยะครึ่งชีวิตนาน 6 นาที หรือในอีกนัยหนึ่ง คือ ทุก 6 นาที สารพันธุกรรมจะถูกทำลายครึ่งหนึ่งของจำนวนที่มีอยู่)ซึ่งถ้าแบคทีเรียที่ได้รับการดัดแปลงพันธุ กรรมเป็นแบคทีเรียชนิดเดียวกันกับที่พบโดยทั่วไปในกระเพาะอาหาร โอกาสที่จะเกิดการถ่ายทอด สารพันธุกรรมต้านยาปฏิชีวนะนี้จะมีอยู่ประมาณ 1 ใน 10 ล้าน แม้ว่าตัวเลขนี้จะดูน้อย แต่ในสภาพของ กระเพาะอาหารของสิ่งมีชีวิตทั่วไปแล้ว จะมีแบคทีเรียในกระเพาะอาหารมากถึง 1,000,000 ล้าน แบคทีเรีย ซึ่งหมายความว่า มีการถ่ายทอดได้ถึง 100,000 แบคทีเรียทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคนหรือสัตว์ ดังกล่าวได้รับยาปฏิชีวนะอยู่ ก็จะทำให้แบคทีเรียในกระเพาะอาหารบางส่วนถูกทำลาย ไป โอกาสในการถ่ายทอดสารพันธุกรรมต้านยาปฏิชีวนะจะเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าตัว
      ที่ผ่านมา นักพันธุวิศวกรรมจะใช้ยีนเครื่องหมาย ที่ต้านทานยาปฏิชีวนะ "แอมพิซิลิน" ซึ่งเป็นยา ปฏิชีวนะที่นิยมใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อหลายชนิด ทั้งในมนุษย์และสัตว์ ดังนั้นจึงมีนักวิชาการจำนวน มาก เช่น บริติชโรยัลโซไซตี้ ได้เรียกร้องให้ยุติการใช้ยีนเครื่องหมายที่ต้านทานยาปฏิชีวนะ ในการดัด แปลงพันธุกรรมอาหาร
     
สารพิษในอาหาร
      ผลพวงของอาหารดัดแปลงพันธุกรรม ก็คือ การเพิ่มระดับสารพิษในอาหาร หรือการสร้างสารพิษ ชนิดใหม่ในอาหาร
      ปัญหาเช่นนี้ได้เคยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อบริษัทโชวา เดนโก้ ของญี่ปุ่น ได้ผลิตอาหารเสริมโดยใช้ เทคนิคพันธุวิศวกรรม เพื่อผลิตโปรตีน "ไทรโทแฟน" (ซึ่งเป็นอาหารเสริมประเภทวิตามิน บี 2) และ ขายผลิตภัณฑ์นี้ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปลายศตวรรษ 1980 หลังจากนั้น ปรากฎว่ามีผู้บริโภคเกือบ 5,000 คน ที่ป่วยด้วยอาหาร Eosinophilia Myalgia Syndrome ซึ่งมีอาการทางระบบประสาทร่วม ด้วย กว่าจะมีการค้นพบว่าโรคดังกล่าวเกิดจากอาหารเสริมที่ผลิตจากเทคนิคพันธุวิศวกรรม ก็ทำให้มี ผู้เสียชีวิตไป 37 คน และพิการอย่างถาวรเกือบ 1,500 คน
      ในงานวิจัยล่าสุดของดอกเตอร์อาร์พัด พุสซตัย จากสถาบันโรเวตต์ ในเมืองเอเบอร์ดีน ประเทศ อังกฤษ ได้ให้หนูทดลองกินมันฝรั่งที่ดัดแปลงพันธุกรรมจากยีนเล็คติน สโนดร็อพ (เพื่อทำให้มันฝรั่งนั้น สามารถผลิตสารฆ่าแมลงได้ด้วยตัวเอง) ผลปรากฎว่าหลังจากให้หนูกินหลังจากให้หนูกินมันฝรั่งนี้นาน เพียง 1 วัน หนูทดลองมีการเจริญเติบโตลดลง และมีภูมิต้านทานต่ำลง ทั้งๆ ที่ เล็คติน สโนดร็อพนี้ไม่ เคยมีรายงานว่า เป็นสารพิษต่อสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมมาก่อน

      ถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรม
      จากข้อมูลสำรวจประมาณว่า ถั่วเหลืองที่ปลูกอยู่ทั่วโลก 70 ล้านเอเคอร์ มีถั่วเหลืองดัดแปลง พันธุกรรมประมาณ 25 ล้านเอเคอร์ หรือราว 35% ของพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ซึ่งถั่วเหลืองดัดแปลง พันธุกรรมนี้ส่วนใหญ่ เป็นถั่วเหลืองต้านทานยากำจัดศัตรูพืชราวด์อัพ อีกพันธู์ถั่วเหลืองและสารเคมี ราวด์อัพนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายโดยบริษัทมอนซานโตทั้งสิ้น โดยส่วนในสหรัฐอเมริกา กระทรวง เกษตรประมาณว่า ในปี 2541 ที่ผ่านมา มี การปลูกถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมประมาณ 40% ของ พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐฯ
      ในปัจจุบันนี้ ปรเทศไทยต้องนำเข้าถั่วเหลืองจากหลายประเทศซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย ถั่วเหลืองต่างประเทศเหล่านี้จะนำมาสกัดเป็นน้ำมันพืช และกากถั่วเหลืองทั้งหมดก็จะนำไปแปรรูป เป็นอาหารแก่สัตว์ต่างๆ เช่น ไก่ กุ้ง หมู ปลา แต่ก็มีพ่อค้าไทยบางราย นำถั่วเหลืองที่นำเข้านี้มาร่อน แยกเกรด แล้วขายเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารคน เช่น เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ซีอิ๊ว ฯลฯ ซึ่งทำให้คนไทยอาจจะ กำลังบริโภคอาหารดัดแปลงพันธุกรรมทั้งโดยตรงจากอาหารที่ผลิตจากถั่วเหลือง หรือโดยอ้อมจากเนื้อ สัตว์ที่เลี้ยงด้วยกากถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรม
      การที่ประเทศไทยต้องนำเข้าถั่วเหลืองนี้ ก็เพราะว่า รัฐบาลไทยได้รับการกดดันจากนักธุรกิจ อุตสาหกรรมสัตว์ เพื่อให้เปิดเสรีนำเข้าถั่วเหลืองโดยอ้างว่า การผลิตถั่วเหลืองในประเทศไทยไม่เพียง พอ แต่ที่จริงแล้ว ศักยภาพการผลิตถั่วเหลืองในประเทศยังมีอยู่มาก ทว่าเกษตรกรไม่นิยมหันมาปลูก ถั่วเหลืองก็เพราะนโยาบายรัฐบาลที่เปิดให้นำเข้าถั่วเหลือง ทำให้ถั่วเหลืองภายในประเทศพลอยมีราคาตกต่ำไปด้วย อีกทั้งสหรัฐอเมริกา ใช้นโยบายอุดหนุนการ ส่งออกถั่วเหลือง ทำให้ถั่วเหลืองที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกามีราคาถูกกว่าประเทศไทย ดังนั้นการจะแก้ ปัญหาเรื่องการขาดแคลนถั่วเหลืองได้นั้น จะต้องเริ่มจากการจำกัดการนำเข้าถั่วเหลืองจากต่าง ประเทศ พร้อมๆ กับส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองภายในประเทศเพิ่มขึ้น

      ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม
      ในสหรัฐฯ พื้นที่ปลูกข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมมีอยู่ 20 % ของพื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด ซึ่งน้อยกว่าการปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพดที่ดัดแปลงพันธุกรรมนี้เป็นข้าวโพดที่มีการนำยีนของเชื้อจุลิน ทรีย์ "บีที" มาใส่ในพันธุกรรมข้าวโพด เพื่อให้ข้าวโพดสามารถผลิตสารที่มีพิษเฉพาะต่อแมลงได้
      แม้ว่าข้าวโพดที่นำเข้าจากสหรัฐฯ จะเป็นการนำเข้าเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์เป็นหลัก การบริโภคข้าวโพดนี้โดยตรงมีจำนวนน้อยมาก ทำให้เรื่องความปลอดภัยในการบริโภคของผู้บริโภคมี น้อย แต่ก็ใช่ว่าสัตว์เลี้ยงที่บริโภคข้าวโพดนี้จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าในมนุษย์ และโอกาสที่ความเสี่ยง เหล่านั้นจะถ่ายทอดมาสู่ผู้บริโภคที่บริโภคเนื้อสัตว์ก็ยังมีอยู่บ้าง แต่ยังไม่ได้มีการศึกษาวิจัยเรื่องนี้อย่าง จริงจัง
      นอกจากนี้ ในประเทศไทยเองได้มีการอนุญาตให้มีการทดสอบการปลูกข้าวโพดดัด แปลงพันธุกรรม บีทีนี้แล้ว ที่จังหวัดลพบุรี และพิษณุโลก

      ข้าวดัดแปลงพันธุกรรม
      ในประเทศไทยมีดครงการทดลองเกี่ยวกับการดัดแปลงพันธุกรรมข้าวอยู่หลายโครงการ เช่น การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาความต้านทานดรคและแมลง ( เช่น การดัดแปลงพันธุกรรมข้าวหอมมะลิ 105 เพื่อให้ต้านทานโรคขอบใบแห้ง) แต่การทดลองทั้งหมดนี้ยังอยู่แค่เพียงในระดับห้องปฏิบัติการ ยังไม่มีการทดสอบในระดับพื้นที่หรือการผลิตเพื่อการค้า
      ส่วนในต่างประเทศนั้น เท่าที่กรีนเนทได้รับข้อมูลมา มีการทำการทดลองดัดแปลงพันธุกรรม ข้าวด้วยยีนจากจุลินทรีย์ บีที แต่ไม่มีข้อมูลว่า มีการทดสอบการปลูกหรือการผลิตมากน้อยเพียงใด

      มะเขือเทศดัดแปลงพันธุกรรม
      เป็นมะเขือเทศที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมจะทำให้สุกงอมช้าลง โดยมีการนำเข้าประเทศ ไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อทดสอบภาคสนาม โดยการปลูกในเขตจังหวัดสกลนครและพิษณุโลก มะเขือเทศนี้มีการผลิตเพื่อการค้าและจำหน่ายในหลายประเทศ

      มะละกอดัดแปลงพันธุกรรม
      ในปี 2540 กระทรวงเกษตรฯ ได้อนุญาตให้มีการทดลองมะละกอดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้มะละกอสามารถต้านทานโรคใบด่างจุดวงแหวน โดยทำการทดลองปลูกที่จังหวัดขอนแก่น

      แตง
      มีการนำเข้าพืชตระกูลแตงที่ดัดแปลงพันธุกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เพื่อทดลองในห้องปฏิบัติ การ และปลูกในโรงเรือนปิด
      แม้ว่าปัจจุบัน หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบยังไม่ได้อนุญาตให้มีการปลูกพืชดัดแปลงพันธุ กรรมในประเทศไทยเพื่อการค้า แต่ก็คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานนัก การทดสอบก็คงสรุปผล และหน่วยงานราชการก็คงจะอนุญาตให้ปลูกพืชพรรณเหล่านี้ เพราะได้รับแรงกดดันอย่างมากจาก บริษัทธุรกิจข้ามชาติที่ต้องการขยายเทคโนโลยีชีวภาพนี้ให้กับประเทศไทย
      ดังนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับผู้บริโภค ก็คือ การที่ไม่มีการกำหนดให้มีการปิดฉลากแจ้งว่า ผลผลิตใดบ้างที่เป็นผลผลิตจากการดัดแปลงพันธุกรรม ทั้งๆ ที่ผู้บริโภค ควรจะมีสิทธิที่จะได้รับ ข้อมูล ข่าวสารนี้ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์
      กลุ่มผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มยุโรป ได้ต่อต้านอาหารดัดแปลง พันธุกรรมนี้อย่างมากและจริงจัง จนทำให้บริษัทผลิตและแปรรูปอาหารต้องประกาศนโยบาย ไม่ใช้ วัตถุดิบจากอาหารดัดแปลงพันธุกรรม ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ยูนิลีเวอร์ สาขาประเทศอังกฤษ ได้ประกาศว่า จะไม่รับซื้อผลผลิตการเกษตรที่ดัดแปลงพันธุกรรม หรือบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเนสเล่ท์ ในอังกฤษ ก็ได้ประกาศนโยบายที่จะไม่รับซื้อวัตถุดิบจากผลผลิตดัดแปลงพันธุกรรม
      และที่น่าสนใจมากก็คือ ซูเปอร์มาเกตขนาดใหญ่ ในยุโรป จำนวน 18 แห่ง ใน 7 ประเทศ ประกาศที่จะไม่ขายผลิตภัณฑ์จากการดัดแปลงพันธุกรรม เช่นกัน

อ้างอิง http://www.geocities.com/sktpharm/gmo.html
21/9/52 โพสต์โดย แคน
2 จาก 4
อืม...เก่งจัง...(ชมนะ) แคน..
21/9/52 โพสต์โดย chary1956
3 จาก 4
อะไรที่มันไม่ธรรมชาติ มันก็คงจะดีและไม่ดี ควบคู่กันไป

แต่มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลในการเลือกบริโภคนะ

ถ้ามีการผลิตจริงจังในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้วก็น่าจะมีฉลากแปะไว้ก็ดีเหมือนกันค่ะ

แต่ยังไงธรรมชาติสร้างมาก็น่าจะดีแล้ว
21/9/52 โพสต์โดย บูริน หมูสีชมพู
4 จาก 4
GMO คือการตัดต่อพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตหรือชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิต ให้มีความสามารถที่เราต้องการได้
คุณความอันตรายต่อคนหรือครับถ้าเป็นอย่างนั้นการตัดสินใจหรือไว้ใจอาหารที่ใช้GMO เท่าที่ผมรู้นะครับ
ถ้ากินเข้าไปอาจทำให้คนกลายเป็นเหมือนอาหารที่เรากิน คือการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม เช่น
ให้ไก่หรือเป็ดออกไข่บ่อย เพราะผลิตไม่ทัน หรือสามารถออกไข่ตั้งแต่ยังเล็กและโตเร็ว คนที่กินเข้าไปอาจทำให้โตเร็วและแก่เร็ว
25/9/52 โพสต์โดย ATTPON
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำพืช GMO และระเบียบ กฎเกณฑ์ในการจักทำพืช GMO
มะละกอ หรือแตงกวา gmo มีปัญหากับผู้บริโภคไหม(ถ้าเขารู้ว่าเป็น gmo)
บทความ : แบคทีเรียในร่างกายเรา ป้องกันเชื้อเอดส์ได้
คนไทยอาจไม่เคยรู้…เรื่องก๊าซเอ็นจีวีและก๊าซไบโอมีเทน
Genome(จีโนม) คืออะไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู