หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
โอเปคคืออะไร วัตถุประสงค์มีอะไรบ้าง ประเทศสมาชิกมีประเทศอะไรบ้าง
โอเปค 28/7/51 โพสต์โดย ปอน
คำตอบ
1 จาก 2
องคการของประเทศผูสงออกนํ้ามัน (Organization of Petroleum Exporting
Countries;OPEC)
ารรวมกลุมกันเพื่อแสวงหา และรักษาผลประโยชน เปนของธรรมดาไมวาจะเปนในระดับบุคคล หรือในระดับ
ประเทศ ผูผลิตนํ้ามันปโตรเลียมรายใหญๆ ในกลุมของประเทศดอยพัฒนา มองเห็นความสําคัญของขอนี้ จึงเริ่ม
รวมตัวกันตั้งองคการถาวรขึ้นมาเมื่อป พ.ศ.2503 และใชชื่อวา Organization of Petroleum Exporting
Countries (OPEC) หัวเรือใหญในการกอตั้งไดแก เวเนซุเอลา อิหราน อิรัก คูเวต และซาอุดิอาระเบีย
ประเทศอื่นเขารวมในเวลาตอมา ไดแก กาตาร (2504) อินโดนีเซีย และลิเบีย (2505) สหรัฐอาหรับ (2510)
แอลจีเรีย (2512) ไนจีเรีย (2514) เอกวาดอร (2516) และกาบอง (2518) เอกวาดอรลาออกในป พ.ศ.2535
ตามดวย กาบอง ในป พ.ศ.2537 ในปจจุบัน องคการนี้จึงมีสมาชิก 11 ประเทศ
28/7/51 โพสต์โดย Maymaykung
2 จาก 2
โอเปก : OPEC

โอเปก (องค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก)  หรือ OPEC (Organization of the Petroleum Exporting Countries)

ประวัติโดยย่อของโอเปก
         โอเปก เป็นองค์กรร่วมของรัฐบาลระหว่างประเทศที่มีความถาวร เริ่มก่อตั้งขึ้นในการประชุมที่กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่10-14 กันยายน 2503 โดยมีสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ (1) อิหร่าน (2) อิรัก (3) คูเวต (4) ซาอุดิอาระเบีย และ (5) เวเนซูเอล่า ต่อมา มีสมาชิกอีก 8 ประเทศ มาเพิ่มเติม ได้แก่ (1) ประเทศกาต้า (2504) (2) อินโดนีเซีย (2505) (3) ลิเบีย (2505) (4) สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (2510) (5) แอลจีเรีย (2512) (6) ไนจีเรีย (2514) (7) เอกวาดอร์ (2516-2535) (8) กาบอง (2518-2537) ในช่วง 5 ปี แรก โอเปกมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อมา เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2508 จึงย้ายที่ทำการไปอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

จุดประสงค์ในการตั้งโอเปก
         เพื่อเป็นตัวกลางประสานงานด้านนโยบายน้ำมันระหว่างประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ในการรักษาระดับราคาให้มีความเป็นธรรม และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศผู้ผลิตปิโตรเลียม ก่อให้เกิดการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างเศรษฐกิจ และรักษาระดับความสม่ำเสมอในการผลิตปิโตรเลียม เพื่อให้เพียงพอในการป้อนเข้าสู่ตลาดโลก โดยผู้ผลิตจะได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม ในการได้รับการคืนทุนที่ได้ลงไปในอุตสาหกรรมการผลิตปิโตรเลียม

ยุค 1960S (2503-2512)
         โอเปกที่ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกโดยรวมสมาชิกได้ 5 ประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา เพื่อแสดงตนในการประกาศตัวว่าประเทศสมาชิกเหล่านี้ ว่ามีความชอบธรรมตามกฎหมายในการก้าวเข้าสู่ตลาดการค้าน้ำมันโลก ที่เคยเป็นของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลก ในนามของ “Seven Sisters”  (Seven Sisters คือ บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลของโลก ได้แก่ (1) Standard Oil of New Jersey, ปัจจุบันนี้ คือ ExxonMobil (2) Royal Dutch Shell Anglo-Dutch (3) British Anglo-Persian Oil Company ต่อมาเป็น British Petroleum ต่อมาเมื่อ BPAmoco ที่เกิดควบรวมกับ Amoco (ซึ่งเดิม คือ Standard Oil of Indiana) ปัจจุบันนี้ คือ BP (4) Standard Oil of Newyork ต่อมาเป็น Mobil เมื่อควบรวมกับ Exxon ปัจจุบัน คือ ExxonMobil (5) Texaco ที่ควบรวมกับ Chevron ปัจจุบันนี้ คือ ChevronTexaco (6) Standard Oil of California (Socal) ที่กลายเป็นของ Chevron ปัจจุบันนี้ คือ ChevronTexaco (7) Gulf Oil ที่หุ้นส่วนใหญ่แล้วเป็นของ Chevron ที่ปัจจุบันนี้ คือ ChevronTexaco โดยเครือข่ายสถานีน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาใช้ชื่อว่า ChevronTexaco ดังนั้น ปัจจุบันนี้ บริษัทน้ำมันที่ยังเหลือรอดอยู่ในวงการ คือ (1) ExxonMobil (2) ChevronTexaco (3) Shell และ (4) BP เท่านั้น)
         กิจกรรมของโอเปกจะเป็นไปตามปกติ คือ เมื่อมีการก่อตั้งขึ้นมาแล้ว ก็ได้กำหนดให้มีสำนักงานเลขาธิการขององค์กร โดยเริ่มงานที่นครเจนีวาก่อนจะย้ายไปยังกรุงเวียนนาในเวลาต่อมาในปี 2508 ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ได้มีการประชุมตกลงกันระหว่างกลุ่ม และเจรจาต่อรองกับบริษัทน้ำมันต่างๆ โดยมีประเทศสมาชิกจากเดิม 5 ประเทศ ในตอนก่อตั้ง แล้วเพิ่มเป็น 10 ประเทศในทศวรรษนี้เอง

ยุค 1970S (2513-2522)
         โอเปกเริ่มมีชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในทศวรรษนี้เอง โดยประเทศสมาชิกได้เข้าไปควบคุมอุตสาหกรรมการผลิตปิโตรเลียมในประเทศของตน และร่วมกันประกาศราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ในระหว่างนี้ได้เกิดวิกฤตราคาน้ำมันโลก 2 ครั้ง มีการหยุดการขนส่งน้ำมันจากประเทศในกลุ่มอาหรับในปี 2516 และเกิดการปฏิวัติในประเทศอิหร่านในปี 2522 ทั้งสองกรณีนี้ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมัน ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จึงมีการประชุมสุดยอดผู้นำของโอเปกขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2518 นอกจากนี้โอเปกได้มีมติรับประเทศไนจีเรียเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ในปี 2514

ยุค 1980S (2523-2532)
         ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงลิบลิ่วในต้นทศวรรษนี้ ก่อนที่จะเริ่มลดราคาลงอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมา จนเกิดพังพาบลงไปในที่สุดวิกฤตราคาน้ำมันโลกครั้งที่ 3 ในปี 2529 ราคาน้ำมันได้ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ จนถึงปีท้าย ๆ ของทศวรรษนี้ โดยไม่เหลือร่องรอยของอดีตแห่งความรุ่งโรจน์เมื่อต้นทศวรรษนี้เลย ซึ่งเป็นการเตือนว่าในการเติบโตของความต้องการ ต้องมีการเชื่อมประสานระหว่างผู้ผลิตทั้งหลาย ถ้าต้องการให้ตลาดมีความยั่งยืนได้ในอนาคต ราคาก็ต้องมีความเป็นธรรม นอกจากนี้ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ได้เริ่มเข้ามามีบทบาท โดยถูกจัดให้อยู่เป็นวาระการประชุมในเวทีระดับโลก

ยุค 1990S (2533-2542)
         วิกฤตราคาน้ำมันโลกครั้งที่ 4 เริ่มอีกในต้นศตวรรษนี้ จากการเกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง เมื่อราคาเกิดการพุ่งทะยานขึ้นอย่างแรงทันที จากการกังวลของตลาดว่าการผลิตจากกลุ่มโอเปกเพิ่มขึ้นได้ไม่มาก ต่อมาราคาจึงค่อนข้างคงที่จนถึงปี 2543 เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้น ได้เกิดการรวมตัวกันของโอเปกและประเทศผู้นำการผลิตปิโตรเลียมนอกกลุ่มโอเปกเพื่อเข้ามาเยียวยาปัญหานี้ จนสิ้นทศวรรษนี้ได้เกิดกระแสเร่งด่วนของโครงการควบรวมกิจการของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ทั้งหลายเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วในช่วงทศวรรษนี้บรรยากาศของการเจรจาต่อรองระหว่างนานาชาติดำเนินไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของความต้องการใช้น้ำมันในอนาคต

การบริหารองค์กรของโอเปก
         สมาชิกโอเปกให้ความร่วมมือกันในการกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมัน เพื่อช่วยให้เกิดความมั่นคงในตลาดน้ำมัน และช่วยให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันได้รับการคืนทุนให้คุ้มกับที่ได้ลงทุน นอกจากนี้นโยบายนี้ยังได้กำหนดขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าจะได้รับน้ำมันตามความต้องการอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน
         องค์กรด้านพลังงานและไฮโดรคาร์บอนจะจัดให้มีการประชุม ปีละ 2 ครั้ง ในการทบทวนบทบาท และสถานะในตลาดน้ำมันโลก รวมทั้งคาดการณ์อนาคต เพื่อจะได้ตกลงร่วมกันในการแสดงบทบาทอย่างเหมาะสม ในการสร้างความมั่นคงให้แก่ตลาดน้ำมัน
         ประเทศสมาชิกยังมีการจัดการประชุมอื่น ๆ ตามระดับความสนใจ ได้แก่ การประชุมของผู้เชี่ยวชาญด้านปิโตรเลียมและด้านเศรษฐศาสตร์ การประชุมของผู้แทนระหว่างประเทศ รวมทั้งงานเฉพาะกิจอื่น ๆ เช่น การประชุมของคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
         การตกลงใจเพื่อหาจุดเหมาะสมของการผลิตน้ำมันเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดนั้นจะเกิดขึ้นในการประชุมของโอเปก รายละเอียดและผลของการประชุมจะมีแถลงการณ์ออกมาทุกครั้ง

         สำนักเลขาธิการโอเปค เป็นองค์กรที่มีสถานะถาวรในการร่วมงานกันของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ สำนักเลขาธิการที่มีฐานการทำงานที่กรุงเวียนนา ตั้งแต่ปี 2508 นั้น ได้ดำเนินงานด้านการวิจัย และงานด้านบุคคล ของประเทศสมาชิก รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารต่างออกไปทั่วโลก
29/7/51 โพสต์โดย เจ้าชายชาเย็น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
กลุ่มโอเปค คือ ทำงานเกี่ยวกับอะไร
ทำไมประเทศไทยถึงไม่ ขึ้นราคาข้าวที่ขายให้ต่างประเทศ เพื่อที่ชาวนาจะได้ขายข้าวได้แพงขึ้น...
สมัยที่ก่อตั้งEUครั้งแรก 5 ประเทศแรกที่เข้าร่วมมีประเทศอะไรบ้างค่ะ
กำลังพัฒนา
นโยบายสาธารณะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู