หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ถอดคำประพันธ์กาพย์พระไชยสุริยา
ถอดคำประพันธ์กาพย์พระไชยสุริยา(แม่กง)ให้หน่อย

ขึ้นกงจงสำคัญ ทั้งกนปนกัน
รำพันมิ่งไม้ในดง
       ไกรกร่างยางยูงสูงระหง ตะลิงปลิงปริงประยงค์
คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง
       มะม่วงพวงพลองช้องนาง หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง
กินพลางเดินพลางหว่างเนิน
       เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสำอางข้างเคียง
       เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง
สำเนียงน่าฟังวังเวง
       กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง
ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง
       ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสดาลขานเสียง
       กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พระยาลอคลอเคียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
       ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง
อีเก้งเริงร้องลองเชิง
       ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง ค่างแข็งแรงเริง
ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง
       ป่าสูงยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง
โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป
วรรณคดีคลาสสิค | กาพย์กลอน | การแปล 5/9/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 26
ของเราครูให้แปลแม่กบอ่ะ T^T
9/9/53 โพสต์โดย Beta section
2 จาก 26
ป่าสูงยูงยางช้างโขลง  อึงคะนึงผึงโผง  โยงกันเล่นนำคลำไป
28/3/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
3 จาก 26
ของเราแม่เกยอ่ะ ส่งพรุ่งนี้ง่ะ
12/9/54 โพสต์โดย น้องนำแข็ง
4 จาก 26
กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา
ยานี ๑๑ แม่ ก กา
สาธุสะจะขอไหว้ พระศรีไตรสรนา
พ่อแม่แลครูบา เทวดาในราศี
ข้าเจ้าเอา ก ข เข้ามาต่อ ก กา มี
แก้ไขในเท่านี้ ดีมิดีอย่าตรีชา
จะร่ำคำต่อไป พอฬ่อใจกุมารา
ธรณีมีราชา เจ้าพาราสาวะถี
ชื่อพระไชยสุริยา มีสุดามะเหสี
ชื่อว่าสุมาลี อยู่บูรีไม่มีภัย
ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มีกิริยาอัชฌาศัย
พ่อค้ามาแต่ไกล ได้อาศัยในพารา
ไพร่ฟ้าประชาชี ชาวบูรีก็ปรีดา
ทำไร่เขาไถนา ได้เข้าปลาแลสาลี
อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวนารี
ที่หน้าตาดีดี ทำมโหรีที่เคหา
ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา
หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจ
ไม่จำคำพระเจ้า เหไปเข้าภาษาไสย
ถือดีมีข้าไท ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา
คะดีที่มีคู่ คือไก่หมูเจ้าสุภา
ใครเอาเข้าปลามา ให้สุภาก็ว่าดี
ที่แพ้แก้ชนะ ไม่ถือพระประเวณี
ขี้ฉ้อก็ได้ดี ไล่ด่าตีมีอาญา
ที่ซื่อถือพระเจ้า ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา
ผู้เฒ่าเหล่าเมธา ว่าใบ้บ้าสาระยำ
ภิกษุสมณะ เล่าก็ละพระสธรรม
คาถาว่าลำนำ ไปเร่ร่ำทำเฉโก
ไม่จำคำผู้ใหญ่ ศีรษะไม้ใจโยโส
ที่ดีมีอะโข ข้าขอโมทนาไป
พาราสาวะถี ใครไม่มีปราณีใคร
ดุดื้อถือแต่ใจ ที่ใครได้ใส่เอาพอ
ผู้ที่มีฝีมือ ทำดุดื้อไม่ซื้อขอ
ไล่คว้าผ้าที่คอ อะไรล่อก็เอาไป
ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มิได้ว่าหมู่ข้าไทย
ถือน้ำร่ำเข้าไป แต่น้ำใจไม่นำพา
หาได้ใครหาเอา ไพร่ฟ้าเศร้าเปล่าอุรา
ผู้ที่มีอาญา ไล่ตีด่าไม่ปราณี
ผีป่ามากระทำ มรณกรรมชาวบูรี
น้ำป่าเข้าธานี ก็ไม่มีที่อาศัย
ข้าเฝ้าเหล่าเสนา หนีไปหาพาราไกล
ชีบาล่าลี้ไป ไม่มีใครในธานี

ฉบัง ๑๖
พระไชยสุริยาภูมี พาพระมเหสี
มาที่ในลำสำเภา
เข้าปลาหาไปไม่เบา นารีที่เยาว์
ก็เอาไปในเภตรา
เถ้าแก่ชาวแม่แซ่มา เสนีเสนา
ก็มาในลำสำเภา
ตีม้าฬ่อช่อใบใส่เสา วายุพยุเพลา
สำเภาก็ใช้ใบไป
เภตรามาในน้ำไหล ค่ำเช้าเปล่าใจ
ที่ในมหาวารี
พะสุธาอาศัยไม่มี ราชานารี
อยู่ที่พระแกลแลดู
ปลากะโห้โลมาราหู เหราปลาทู
มีอยู่ในน้ำคล่ำไป
ราชาว้าเหว่หฤทัย วายุพาคลาไคล
มาในทะเลเอกา
แลไปไม่ปะพะสุธา เปล่าใจนัยนา
โพล้เพล้เวลาราตรี
ราชาว่าแก่เสนี ใครรู้คะดี
วารีนี้เท่าใดนา
ข้าเฝ้าเล่าแก่ราชา ว่าพระมหา
วารีนี้ไซ้ใหญ่โต
ไหลมาแต่ในคอโค แผ่ไปใหญ่โต
มโหฬาร์ล้ำน้ำไหล
บาลีมิได้แก้ไข ข้าพเจ้าเข้าใจ
ผู้ใหญ่ผู้เฒ่าเล่ามา
ว่ามีพระยาสกุณา ใหญ่โตมโหฬาร์
กายาเท่าเขาคีรี
ชื่อว่าพระยาสำภาที ใครรู้คดี
วารีนี้โตเท่าใด
โยโสโผผาถาไป พอพระสุริไสย
จะใกล้โพล้เพล้เวลา
แลไปไม่ปะพสุธา ย่อท้อรอรา
ชีวาก็จะประลัย
พอปลามาในน้ำไหล สกุณาถาไป
อาศัยที่ศีรษะปลา
ชะแง้แลไปไกลตา จำของ้อปลา
ว่าขอษมาอภัย
วารีที่เราจะไป ใกล้หรือว่าไกล
ข้าไหว้จะขอมรคา
ปลาว่าข้าเจ้าเยาวะภา มิได้ไปมา
อาศัยอยู่ต่อธรณี
สกุณาอาไลยชีวี ลาปลาจรลี
สู่ที่ภูผาอาศัย
ข้าเฝ้าเล่าแก่ภูวไนย พระเจ้าเข้าใจ
ฤทัยว้าเหว่เอกา
จำไปในทะเลเวรา พายุใหญ่มา
เภตราก็เหเซไป
สมอก็เก่าเสาใบ ทะลุปรุไป
น้ำไหลเข้าลำสำเภา
ผีน้ำซ้ำไต่ใบเสา เจ้ากรรมซ้ำเอา
สำเภาระยำคว่ำไป
ราชาคว้ามืออรไทย เอาผ้าสไบ
ต่อไว้ไม่ไกลกายา
เถ้าแก่ชาวแม่เสนา น้ำเข้าหูตา
จระเข้เหราคร่าไป
ราชานารีร่ำไร มีกรรมจำใจ

จำไปพอปะพสุธา

มีไม้ไทรใหญ่ใบหนา เข้าไปไสยา
เวลาพอค่ำรำไร
สุรางคนางค์ ๒๘ (แม่กน)
ขึ้นใหม่ใน กน ก กา ว่าปน ระคนกันไป
เอ็นดูภูธร มานอนในไพร มณฑลต้นไทร แทนไพชยนต์สถาน
ส่วนสุมาลี วันทาสามี เทวีอยู่งาน
เฝ้าอยู่ดูแล เหมือนแต่ก่อนกาล ให้พระภูบาล สำราญวิญญา
พระชวนนวลนอน เข็ญใจไม้ขอน เหมือนหมอนแม่นา
ภูธรสอนมนต์ ให้บ่นภาวนา เย็นค่ำร่ำว่า กันป่าภัยพาล
วันนั้นจันทร มีดารากร เป็นบริวาร
เห็นสิ้นดินฟ้า ในป่าท่าธาร มาลีคลี่บาน ใบก้านอรชร
เย็นฉ่ำน้ำฟ้า ชื่นชะผะกา วายุพาขจร
สาระพันจันทน์อิน รื่นกลิ่นเกสร แตนต่อคลอร่อน ว้าว่อนเวียนระวัน
จันทราคลาเคลื่อน กระเวนไพรไก่เถื่อน เตือนเพื่อนขานขัน
ปู่เจ้าเขาเขิน กู่เกริ่นหากัน สินธุพุลั่น ครื้นครั่นหวั่นไหว
พระฟื้นตื่นนอน ไกลพระนคร สะท้อนถอนไทย
เช้าตรู่สุริยน ขึ้นพ้นเมรุไกร มีกรรมจำไป ในป่าอารัญ

ฉบัง ๑๖ (แม่กง)
ขึ้นกงจงสำคัญ ทั้งกนปนกัน
รำพันมิ่งไม้ในดง
ไกรกร่างยางยูงสูงระหง ตะลิงปลิงปริงประยงค์
คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง
มะม่วงพวงพลองช้องนาง หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง
กินพลางเดินพลางหว่างเนิน
เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสำอางข้างเคียง
เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง
สำเนียงน่าฟังวังเวง
กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง
ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง
ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสดาลขานเสียง
กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พญาลอคลอเคียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง
อีเก้งเริงร้องลองเชิง
ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง ค่างแข็งแรงเริง
ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง
ป่าสูงยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง
โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป

ยานี ๑๑(แม่กก)
ขึ้นกกตกทุกข์ยาก แสนลำบากจากเวียงไชย
มันเผือกเลือกเผาไฟ กินผลไม้ได้เป็นแรง
รอนรอนอ่อนอัสดง พระสุริยงเย็นยอแสง
ช่วงดังน้ำครั่งแดง แฝงเมฆเขาเงาเมรุธร
ลิงค่างครางโครกครอก ฝูงจิ้งจอกออกเห่าหอน
ชะนีวิเวกวอน นกหกร่อนนอนรังเรียง
ลูกนกยกปีกป้อง อ้าปากร้องซ้องแซ่เสียง
แม่นกปกปีกเคียง เลี้ยงลูกอ่อนป้อนอาหาร
ภูธรนอนเนินเขา เคียงคลึงเคล้าเยาวมาลย์
ตกยากจากศฤงคาร สงสารน้องหมองพักตรา
ยากเย็นเห็นหน้าเจ้า สร่างโศกเศร้าเจ้าพี่อา
อยู่วังดังจันทรา มาหม่นหมองละอองนวล
เพื่อนทุกข์สุขโศกเศร้า จะรักเจ้าเฝ้าสงวน
มิ่งขวัญอย่ารันจวน นวลพักตร์น้องจะหมองศรี
ชวนชื่นกลืนกล้ำกลิ่น มิรู้สิ้นกลิ่นมาลี
คลึงเคล้าเย้ายวนยี ที่ทุกข์ร้อนหย่อนเย็นทรวง
ยานี ๑๑ (แม่กด)
ขึ้นกดบทอัศจรรย์ เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวง
นกหกตกรังรวง สัตว์ทั้งปวงง่วงงุนโงง
แดนดินถิ่นมนุษย์ เสียงดังดุจพระเพลิงโพลง
ตึกกว้านบ้านเรือนโรง โคลงคลอนเคลื่อนเขยื้อนโยน
บ้านช่องคลองเล็กใหญ่ บ้างตื่นไฟตกใจโจน
ปลุกเพื่อนเตือนตะโกน ลุกโลดโผนโดนกันเอง
พิณพาทย์ระนาดฆ้อง ตะโพนกลองร้องเป็นเพลง
ระฆังดังวังเวง โหง่งหง่างเหง่งเก่งก่างดัง
ขุนนางต่างลุกวิ่ง ท่านผู้หญิงวิ่งยุดหลัง
พัลวันดันตึงตัง พลั้งพลัดตกหกคะเมน
พระสงฆ์ลงจากกุฏิ วิ่งอุตลุตฉุดมือเณร
หลวงชีหนีหลวงเถร ลงโคลนเลนเผ่นผาดโผน
พวกวัดพลัดเข้าบ้าน ล้านต่อล้านซานเซโดน
ต้นไม้ไกวเอนโอน ลิงค่างโจนโผนหกหัน
พวกผีที่ปั้นลูก ติดจมูกลูกตาพลัน
ขิกขิกระริกกัน ปั้นไม่ทันมันเดือดใจ
สององค์ทรงสังวาส โลกธาตุหวาดหวั่นไหว
ตื่นนอนอ่อนอกใจ เดินไม่ได้ให้อาดูร
ยานี ๑๑ (แม่กบ)
ขึ้นกบจบแม่กด พระดาบสบูชากูณฑ์
ผาสุกรุกขมูล พูนสวัสดิ์สัตถาวร
ระงับหลับเนตรนิ่ง เององค์อิงพิงสิงขร
เหมือนกับหลับสนิทนอน สังวรศีลอภิญญาณ
ปำเพ็งเล็งเห็นจบ พื้นพิภพจบจักรวาล
สวรรค์ชั้นวิมาน ท่านเห็นแจ้งแหล่งโลกา
เข้าฌานนานนับเดือน ไม่เขยื้อนเคลื่อนกายา
จำศีลกินวาตา เป็นผาสุกทุกเดือนปี
วันนั้นครั้นเดินไหว เกิดเหตุใหญ่ในปฐพี
เล็งดูรู้คดี กาลกิณีสี่ประการ
ประกอบชอบเป็นผิด กลับจริตผิดโบราณ
สามัญอันธพาล ผลาญคนซื่อถือสัตย์ธรรม
ลูกศิษย์คิดล้างครู ลูกไม่รู้คุณพ่อมัน
ส่อเสียดเบียดเบียนกัน ลอบฆ่าฟันคือตัณหา
โลภลาภบาปบ่คิด โจทย์ผิดริษยา
อุระพสุธา ป่วนเป็นบ้าฟ้าบดบัง
บรรดาสามัญสัตย์ เกิดวิบัติปัตติปาปัง
ไตรยุคทุกขตะรัง สังวัจฉระอวสาน

ฉบัง ๑๖(แม่กม)
ขึ้นกมสมเด็จจอมอารย์ เอ็นดูภูบาล
ผู้ผ่านพาราสาวะถี
ซื่อตรงหลงเล่ห์เสนี กลอกกลับอัปรีย์
บูรีจึงล่มจมไป
ประโยชน์จะโปรดภูวไนย นิ่งนั่งตั้งใจ
เลื่อมใสสำเร็จเมตตา
เปล่งเสียงเพียงพิณอินทรา บอกข้อมรณา
คงมาวันหนึ่งถึงตน
เบียนเบียดเสียดส่อฉ้อฉล บาปกรรมนำตน
ไปทนทุกข์นับกัปกัลป์
เมตตากรุณาสามัญ จะได้ไปสวรรค์
เป็นสุขทุกวันหรรษา
สมบัติสัตว์มนุษย์ครุฑา กลอกกลับอัปรา
เทวาสมบัติชัชวาล
สุขเกษมเปรมปรีดิ์วิมาน อิ่มหนำสำราญ
ศฤงคารห้อมล้อมพร้อมเพรียง
กระจับปี่สีซอคลอเสียง ขับรำจำเรียง
สำเนียงนางฟ้าน่าฟัง
เดชะพระกุศลหนหลัง สิ่งใดใจหวัง
ได้ดังมุ่งมาตรปรารถนา
จริงนะประสกสีกา สวดมนต์ภาวนา
เบื้องน่าจะได้ไปสวรรค์
จบเทศน์เสร็จคำรำพัน พระองค์ทรงธรรม
ดันดั้นเมฆาคลาไคล
ฉบัง ๑๖ (แม่เกย)
ขึ้นเกยเลยกล่าวท้าวไทย ฟังธรรมน้ำใจ
เลื่อมใสศรัทธากล้าหาญ
เห็นภัยในขันธ์สันดาน ตัวห่วงบ่วงมาร
สำราญสำเร็จเมตตา
สององค์ทรงหนังพยัคฆา จัดจีบกลีบชะตา
รักษาศีลถือฤๅษี
เช้าค่ำทำกิจพิธี กองกูณฑ์อัคคี
เป็นที่บูชาถาวร
ปะถะพีเป็นที่บรรจฐรณ์ เอนองค์ลงนอน
เหนือขอนเขนยเกยเศียร
ค่ำเช้าเอากราดกวาดเตียน เหนื่อยยากพากเพียร
เรียนธรรมบำเพ็ญเคร่งครัน
สำเร็จเสร็จได้ไปสวรรค์ เสวยสุขทุกวัน
นานนับกัปกัลป์พุทธันดร
กุมราการุญสุนทร ไว้หวังสั่งสอน
เด็กอ่อนอันเยาว์เล่าเรียน
ก ข ก กา ว่าเวียน หนูน้อยค่อยเพียร
อ่านเขียนผสมกมเกย
ระวังตัวกลัวครูหนูเอ๋ย ไม้เรียวเจียวเหวย
กูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว
หันหวดปวดแสบแปลบเสียว หยิกซ้ำซ้ำเขียว
อย่าเที่ยวเล่นหลงจงจำ
บอกไว้ให้ทราบบาปกรรม เรียงเรียบเทียบทำ
แนะนำให้เจ้าเอาบุญ
เดชะพระมหาการุญ ใครเห็นเป็นคุณ
แบ่งบุญให้เราเจ้าเอยฯ




ยานี ๑๑
สาธุฉันขอไหว้คุณพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  พ่อ  แม่  ครู  อาจารย์  เทวดาที่สิ่งสถิตตามที่ต่างๆ-ฉันจะเอา  ก  ข  ก  กา  มาต่อคำกันเท่าที่จะหาได้  จะดีหรือไม่อย่างไรก็ขออย่าได้ดุถูกกัน-จะบรรยายคำต่อไปนี้เพื่อเป็นสิ่งล่อใจเด็กๆ  ว่า  ยังมีเมืองๆ หนึ่ง  ชื่อว่าสาวะถี  มีพระราชาชื่อพระไชยสุริยา  มีพระมเหสีชื่อสุมาลี  พระองค์ปกครองบ้านเมืองอยู่อย่างเป็นสุข-เหล่าขุนนางต่างมีอัชฌาศัยที่ดี  เลี้ยงดูบิดามารดา  อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข-ชาวเมืองต่างอยู่กันอย่างเป็นสุข  การเกษตรได้ผลอุดมสมบูรณ์  ข้าวปลาอาหารได้ผลดี-ต่อมาเหล่าขุนนางต่างพากันหาหญิงสาวที่มีหน้าตาดีมาขับกล่อมเล่นดนตรีที่บ้าน-ตกตอนเย็นมีการเล่นดนตรี  สีซอขับกล่อม  เข้าห้องหอเสพกามกับหญิงสาวเหล่านั้น  จนทำให้เหล่าภรรยาโกรธ-ไม่เชื่อถือคำที่พระเจ้าสั่งสอน  หันไปเชื่อเรื่องไสยศาสตร์  ถือตัวดีว่ามีข้าทาสบริวาร  คนใดทำไม่ถูกใจก็จับไปจองจำ-คดีใดที่มีการติดสินบนให้ผู้พิพากษาก็มีการเปลี่ยนแปลงคดีจากแพ้กลายเป็นชนะ  - ไม่ยึดถือเอาตามประเพณี  ใครที่เห็นดีเห็นงามด้วยกับตนก็มีความดีความชอบ  ผู้ใดเชื่อถือพระเจ้า  กลับกลายเป็นคนโง่  คนแก่  ขุนนางอาวุโส  กลายเป็นคนโง่ไปด้วยด้วย  พระภิกษุ  ผู้ทรงศีล  ต่างพากันละทิ้งพระธรรม บทสวดคาถาต่างๆ- ไม่จำคำสั่งสอนของผู้ใหญ่  เป็นคนหัวดื้อ ยโสโอหัง  สิ่งใดดีก็ไม่นับถือ-ชาวเมืองสาวะถีต่างไม่มีใครปราณีต่อใคร  ต่างคนเอาแต่ใจตนเอง  ใครมือยาวสาวได้สาวเอา-คนที่มีกำลังมาก  ก็ถือเอาสิ่งที่ตนต้องการโดยไม่มีการซื้อหรือขอเห็นอะไรล่อตาล่อใจ เช่น ผ้าผูกคอก็หยิบเอาตามที่ตนต้องการ- เหล่าเสนาอำมาตย์ต่างไม่ยึดถือตามคำที่ตนเองทำพิธีดื่มน้ำสาบานตนก่อนรับราชการ-ต่างคนหาอะไรได้ก็หาเอา  ประชาชนพากันโศกเศร้า  คนที่มีตำแหน่งสำคัญต่างพากันไล่ตีด่าผู้ที่อ่อนแอกว่า- ผีป่ามาทำให้ชาวเมืองถึงแก่ความตาย  โดยมีน้ำป่าไหลท่วมเข้ามาในเมืองจนชาวเมืองไม่มีที่จะอาศัย-เหล่าเสนาอำมาตย์หนีไปอยู่เมืองอื่นไกลออกไป  นักบวชผู้รอบรู้ต่างพากันหนีไกลจนไม่มีคนอยู่ในเมือง
ฉบัง ๑๖
พระไชยสุริยาพาพระมเหสีลงเรือสำเภา-ข้าวปลาอาหารพร้อมกับเด็กหญิงสาววัยรุ่นก็ขนลงไปในเรือ-คนแก่พร้อมหญิงสูงอายุในวัง  เหล่าเสนาอำมาตย์ก็มาพร้อมกับลำเรือ-เมื่อตีเคาะโลหะให้มีเสียงดังแล้วก็ชักใบเรือขึ้นประจวบเวลาที่พายุพัดใบเรือจึงทำให้เรือแล่นออกไป-เรือลอยมาตามน้ำไหล  ในตอนค่ำตอนเช้าทำให้เปลี่ยวใจเมื่ออยู่ที่ในท้องทะเล-พื้นแผ่นดินที่จะอาศัยไม่มี  พระราชาและมเหสีเฝ้ามองดูที่ขอบหน้าต่างเรือ-ปลากะโห้  ปลาโลมา  ปลาราหู  ปลาเหรา  ปลาทู  มีอยู่เต็มท้องน้ำ-พระราชารู้สึกหว้าเหว่ใจ  ลมพายุพาเรือลอยล่องไปตามท้องทะเลแต่เพียงลำเดียว-พระราชาได้ตรัสกับเหล่าเสนาอำมาตย์ว่าใครรู้ข้อเท็จจริงบ้างว่าทะเลนี้มีความเป็นมาใหญ่โตเพียงใด-เหล่าเสนาอำมาตย์ทูลพระราชาว่าท้องทะเลนี้ใหญ่โตยิ่งนัก-น้ำไหลมาจากด้านปากวัวแผ่ไหลออกไปลงสู่แม่น้ำใหญ่-ความเชื่อตามคัมภีร์นี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ข้าพระพุทธเจ้ายึดถือตามคำที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบต่อกันมา-แต่ก่อนมีพญานกร่างกายใหญ่โตเท่าภูเขาเป็นผู้ดูแล- ชื่อว่าพญาสัมพาที(เป็นลูกพญาครุฑ) ต้องการรู้ข้อเท็จจริงว่าท้องทะเลนี้กว้างเท่าใด-มีความยโสบินออกไปจนดวงอาทิตย์ใกล้ค่ำ- มองไปทางใดไม่พบพื้นดิน  จนรู้สึกย่อท้อ  ใกล้จะสิ้นใจ-พอดีมีปลาว่ายมาตามน้ำพญานกก็โผไปเกาะที่หัวปลา-มองออกไปจนสุดสายตา  จึงของ้อปลา  ว่าข้าขออภัยท่านด้วย-แม่น้ำที่เราอยู่ใกล้หรือไกลเพียงใดข้าขอถามทางท่านด้วยเถิด- ปลาตอบว่าข้ายังอายุน้อยอยู่  ไม่ได้ไปมาที่อื่น  เลยไม่รู้  จวบจนกระทั่งมาอยู่ริมฝั่งไม่ไกลจากแผ่นดิน-พญานกรู้สึกอาลัยในชีวิตจึงกล่าวลาปลาบินไปสู่ภูเขาที่ตนเองอาศัยอยู่-เหล่าเสนาอำมาตย์ทูลพระราชาจนพระองค์เข้าใจและรู้สึกหว้าเหว่ใจยิ่งนัก- จำใจล่องเรือไปในท้องทะเลตามเวรตามกรรม  จนพายุใหญ่พัดเรือหันเหออกไป- สมอเรือครูดไปตามพื้นท้องน้ำ  ใบเรือขาด  น้ำไหลเข้ามาในเรือ-ผีซ้ำด้ามพลอยใบเรือขาดและเสาหัก  จนทำให้เรือล่ม-พระราชาคว้าเอาข้อมือพระมเหสีแล้วเอาผ้าสไบผูกมัดไว้ไม่ให้ไกลตัว-คนแก่พร้อมหญิงสูงอายุในวัง  ถูกน้ำพัดเข้าหูเข้าตา  จระเข้  เหรา(สัตว์ครึ่งนาคครึ่งมังกร)  คาบไป- พระราชาและพระมเหสีร่ำให้กับเวรกรรมที่ได้รับ  จำใจเดินทางต่อไปจนพบพื้นแผ่นดินมีต้นไทรใบหนา  จึงเข้าไปนอน  พอดีกับเวลาพลบค่ำ
สุรางคนางค์  ๒๘- ขึ้นบทใหม่ในแม่กน  คละระคนปนกันกับแม่  ก  กา  น่าสงสารพระราชา  ที่ต้องมานอนในป่า  ใต้ต้นไทร  แทนที่จะได้นอนที่ปราสาท-ส่วนพระมเหสี  อยู่ปรนนิบัติพระสวามี  เหมือนเดิมเพื่อให้พระองค์คลายทุกข์-พระองค์ชวนพระมเหสีนอน  โดยใช้ขอนไม้แทนหมอน- วันนั้นดวงจันทร์  มีดวงดาวห้อมล้อมเป็นบริวาร  มองเห็นพื้นดิน  ดอกไม้  แผ่กิ่งก้านสวยงาม ภายใต้แสงจันทร์-เย็นชื่นฉ่ำละอองหมอก  ความสดชื่นของดอกไม้  ลมพัดพากลิ่นหอมหลากหลายกลิ่น  ตัวแตน  ต่อ  บินตอมกันว่อนไปทั่ว-พระจันทร์เคลื่อนขยับ  ไก่ป่าขันเตือน  พร้อมกับเสียงขานรับจากตัวอื่นๆ  ทั่วทั้งขุนเขา-พระราชาตื่นนอน  เมื่อยามห่างไกลพระนครก็ทอดถอนใจ  บรรยากาศตอนเช้าเมื่อพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบเขา  จำเป็นต้องเดินทางในป่าตามเวรกรรมอีกครั้ง
ฉบัง ๑๖
ขึ้นแม่กง  และแม่กน  จงจำไว้ให้ดี  จะพรรณนาเรื่องในป่าดง- ต้นไกร  กร่าง  ยาง  ยูง  มีลำต้นสูงเรียวระหง  ต้นตลิงปริง  ประยงค์  คันทรง  ต่างส่งกลิ่นทั่ว-ต้นมะม่วง  พลวง  พลอง  ช้องนาง  ใบหล่นเกลื่อนเต็มตามทาง  กินผลไม้พลางเดินไปพลางระหว่างเนินเขา-มองเห็นกวางกำลังเยื้องย่างเดิน  พร้อมกับชำเลืองมองดูเหมือนกับเชิญชวนให้มองดูความสวยงามและระวังอันตรายรอบข้างไปในตัว-มองไปที่เขาสูงเห็นฝูงหงส์กำลังโฉบลงเรียงกัน  ต่างพากันร้องอย่างรื่นเริงสำเนียงเสนาะไพเราะวังเวงยิ่งนัก-กลางป่ามีไก่ขันแข่งกันฟังเหมือนเสียงซอที่บรรเลงมาจากในวัง-นกยูงทองร้องเสียงดังเหมือนเสียงฆ้อง  กลอง  ระฆัง  แตร  สังข์  ดังควบคู่ขานเสียง-นกกะลิง  นกกะลาง  นกนางนวล  นอนเคียงกัน  นกไก่ฟ้าพญาลอ  คลอเคียงคู่กัน  พร้อมนกนางแอ่น  นกเอี้ยง  นกอีโก้งและนกโทงเทง-ค้อนทองร้องเสียงดังป๋องเป๋ง  ฟังเสียงเพลินวังเวง  อีเก้งเริงเริงลองเชิงกัน-ฝูงละมั่งพากันมากินดิน  นอนผึ่งแดด  ดูบึกบึนแข็งแรงและรื่นเริง  ยืนมองทำหน้าตาโพลงบริเวณป่าต้นยูง  ต้นยางที่สูง มีช้างอยู่โขลงใหญ่กำลังส่งเสียงและลงเล่นน้ำ  
ยานี ๑๑- ขึ้นแม่กก  ตกทุกข์ได้ยาก  มีความลำบากเมื่อพลัดพรากจากวัง  ได้อาศัยกินเผือก  มัน  และผลไม้  เพื่อให้ได้แรง-เมื่อพระอาทิตย์ใกล้จะหมดแสง  เป็นช่วงที่มองดูแล้วเหมือนกับน้ำครั่งที่กำลังแดง  แฝงเข้าไปในเมฆระหว่างขุนเขา-ฝูงลิง  ค่าง  ต่างพากันครางโครกครอก   ฝูงสุนัขจิ้งจอกออกมาเห่าหอน  ชะนีส่งเสียงดังวิเวก  นกต่างโผเข้าสู่รังนอน  เรียงกันเป็นแถวลูกนกยกปีก  อ้าปากรอรับอาหารจากแม่เสียงดังเซ็งแซ่  แม่นกยกปีกป้องเอาไว้พร้อมกับป้อนอาหารให้ลูก
ยานี ๑๑- ขึ้นแม่กด  บทนี้เป็นที่น่าอัศจรรย์  เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวง  นกตกออกจากรัง  ฝูงสัตว์ทั้งปวงต่างง่วงงัน-ในดินแดนของมนุษย์  เสียงดังเหมือนไฟไหม้  ตึก  บ้านเรือนต่างไหวเคลื่อน-บ้านช่องใหญ่น้อย  ต่างตื่นตกใจ  ร้องเรียกเพื่อนบ้าน  ลุกวิ่งหนีชนกันชุลมุนวุ่นวายเครื่องดนตรี  ระนาด  ฆ้อง  ตะโพน  กลอง  ร้องเป็นเพลง  เสียงระฆัง  ดังโหง่งหง่างเหง่ง  ฟังน่าวังเวงยิ่งนัก
ยานี ๑๑-ขึ้นแม่กบ  และจบที่แม่กด  มีฤๅษีบูชาไฟอยู่ตนหนึ่ง  บำเพ็ญตนอย่างสุขสงบอยู่ในป่ามาช้านาน-ได้หลับตาเอนตัวพิงกับต้นไม้เหมือนกับกำลังนอนหลับ  โดยบำเพ็ญศีลเข้าญาณอยู่-บำเพ็ญพรตจนรู้เห็นทั่วพื้นดินท้องฟ้าและจักรวาล  สรวงสวรรค์ท่านรู้เห็นหมดทั้งสิ้นทั่วโลก-เข้าฌานเป็นเวลาแรมเดือน  ไม่ขยับเขยื้อนกาย  จำศีลไม่กินอาหาร  อยู่อย่างมีความสุขนับเดือนนับปี-ในวันนั้นเกิดแผ่นดินไหว  มีเหตุการณ์ในป่า  จึงได้เล็งดูและรู้ว่ามีเหตุกาลกิณีอยู่ สี่อย่าง  คือ-เห็นผิดเป็นชอบ  คนอันธพาล  ทำร้ายคนซื่อสัตย์  - ศิษย์คิดล้างครู  ลูกไม่รู้คุณพ่อแม่  พูดจาส่อเสียดกัน  เบียดเบียนฆ่าฟันกัน- มีความโลภ  ไม่คิดเรื่องบาป  ชอบจับผิดกัน  จนพื้นดินเกิดปั่นป่วน  ท้องฟ้ามืดมิดบรรดาสัตว์ต่างๆ  เกิดมีบาปขึ้น  มีทุกข์มากขึ้น  ถึงเวลาแห่งการอวสาน
ฉบัง  ๑๖- ขึ้นแม่กมพระฤๅษี  รู้สึกเอ็นดูพระราชาผู้ครองเมืองสาวะถี-ซึ่งซื่อตรงแต่หลงเล่ห์เหลี่ยมเสนาอำมาตย์ที่ชั่วร้ายจึงทำให้บ้านเมืองล่มจม-จึงคิดที่จะโปรดพระราชา  ให้เลื่อมใสศรัทธาในการบำเพ็ญตนให้สำเร็จ-จึงบอกเล่าด้วยเสียงอันไพเราะเหมือนเสียงพิณของพรอินทร์ว่าวันหนึ่งเราต้องตาย-การเบียดเบียนกันมีแต่จะนำทุกข์มาให้ทำให้มีบาปติดตัวไปนาน-ความเมตตากรุณาจะนำไปสู่สรวงสวรรค์  ทำให้มีแต่ความสุขทุกวัน-สมบัติของสัตว์  มนุษย์  ครุฑ มีการกลับเปลี่ยนไปมา  ไม่เหมือนสมบัติของเทวดา-มีความสุขในวิมาน  อิ่มหนำสำราญพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ-กระจับ  ปี่  ซอ  ประสานสำเนียงกัน  ดังเหมือนกับมีนางฟ้ามาขับกล่อม-ด้วยเดชแห่งบุญกุศลแต่ปางหลังทำให้ได้สมหวังในสิ่งที่ต้องการ-                   เป็นความจริงญาติโยม  ถ้าสวดมนต์ภาวนา  ต่อไปจะได้เกิดบนสวรรค์-เมื่อเทศนาจบ  พระราชาก็หลุดพ้นจากความคิดที่ปกคลุมด้วยเงาเมฆ
ฉบัง  ๑๖
ขึ้นแม่เกย  กล่าวถึงพระราชาเมื่อได้รับฟังธรรมคำสั่งสอนแล้วเกิดเลื่อมใสศรัทธา-เห็นเหตุที่เกิดในนิสัยของมนุษย์  จึงตัดขาดจากบ่วงความทุกข์  พบกับความสำเร็จ-ทั้งสองพระองค์จึงสวมใส่ชุดและหมวกจากหนังเสือ  รักษาศีลเป็นฤๅษี-ทุกเช้า  ค่ำทำพิธีบูชาไฟเป็นกิจประจำ-มีพื้นแผ่นดินเป็นที่นอน  มีขอนเป็นหมอนหนุนหัว-เช้า  ค่ำ  เอาไม้กวาดกวาดพื้นจนสะอาด  ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยกับการบำเพ็ญเพียร-จนสำเร็จได้เสด็จสู่สวรรค์  เสวยแต่ความสุขทุกวัน  เป็นเวลานานชั่วกัปกัลป์-สุนทรภู่  ได้ให้ความการุญแต่งบทกลอนขึ้นเพื่อสั่งสอนเด็กๆ ในวัยเรียน- ก  ข  ก  กา  มีการกลับไปกลับมา  พวกเด็กๆ  จงค่อยๆ  เรียนรู้  อ่าน  เขียนปนกันไปทั้งแม่  กม  แม่เกย-ขอให้ระวังตัวกลัวคุณครูนะหนู   ไม้เรียวเลยนะ  ฉันเคยเข็ดหลาบมาแล้ว-ฉันถูกไม้เรียวหวดจนปวดแสบเลย  มิหนำซ้ำยังถูกหยิกจนเขียว   อย่าไปเที่ยวเล่นจนหลงจำเสียละ-ขอบอกให้พวกเธอทราบถึงบาปกรรม  ให้เรียบเรียงคำนี้ให้ดีฉันขอแนะนำให้เอาบุญ-ด้วยเดชะในความกรุณานี้  ถ้าใครเห็นเป็นประโยชน์  ฉันขอแบ่งเอาบุญกุศลเหล่านี้ด้วยนะเธอ
13/9/54 โพสต์โดย MILK Love Reborn
5 จาก 26
ขอบคุณ สำหรับคำแปลครับ ได้การบ้านส่งครูแล้ว เย่เย่
23/10/54 โพสต์โดย sarah mashai
6 จาก 26
ขอบคุณมากนะคะกำลังทำงานส่งครูพอดี
15/12/54 โพสต์โดย oranat
7 จาก 26
ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋งเพลินฟังวังเวงอีเก้งเริงร้องลองเชิงฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิงคางแข็งแรงเริงยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลงป่าสูงยูงยางช้างโขลงอึงคะนึงผึงโผงโยงกันเล่นน้ำคล่ำไป
10/8/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
8 จาก 26
แลไปไม่ปะพสุธา ย่อท้อรอรา
ชีวาก็จะประลัย
19/8/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
9 จาก 26
555
19/8/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
10 จาก 26
ขอบคุนมากจริง ๆๆ ค่ะ หาตั้งนานกว่าจะเจอ <3 <3 !!!
7/10/55 โพสต์โดย ทาง
11 จาก 26
ขอบคุณนะคะ มีส่งครูแล้ว
29/10/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
12 จาก 26
ขอบคุณค่ะ สำหรับการแปล มีการบ้านส่งครูแล้วววววว  เย่เย่
7/11/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
13 จาก 26
ลิงค่างครางโครกครอก
8/11/55 โพสต์โดย bon-da
14 จาก 26
ขอบคุณมากคับ มีการบ้านส่งครูแว้
8/11/55 โพสต์โดย Sa'not love love
15 จาก 26
ขุนนางต่างลุกวิ่ง ท่านผู้หญิงวิ่งยุดหลัง พัลวันดันตึงตัง พลั้งพลัดตกหกคะเมน
10/11/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
16 จาก 26
อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวนารี
ที่หน้าตาดีดี ทำมโหรีที่เคหา
ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา
หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจ
ไม่จำคำพระเจ้า เหไปเข้าภาษาไสย
ถือดีมีข้าไท ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา
คะดีที่มีคู่ คือไก่หมูเจ้าสุภา
ใครเอาเข้าปลามา ให้สุภาก็ว่าดี
ที่แพ้แก้ชนะ ไม่ถือพระประเวณี
ขี้ฉ้อก็ได้ดี ไล่ด่าตีมีอาญา
ที่ซื่อถือพระเจ้า ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา
ผู้เฒ่าเหล่าเมธา ว่าใบ้บ้าสาระยำ
ภิกษุสมณะ เล่าก็ละพระสธรรม
คาถาว่าลำนำ ไปเร่ร่ำทำเฉโก
ไม่จำคำผู้ใหญ่ ศีรษะไม้ใจโยโส
ที่ดีมีอะโข ข้าขอโมทนาไป
11/11/55 โพสต์โดย ชนวิทย์ ขำชู
17 จาก 26
ytuytuyfj
10/12/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
18 จาก 26
ขึ้นกบจบแม่กด พระดาบสบูชากูณฑ์
ผาสุกรุกขมูล พูนสวัสดิ์สัตถาวร
ระงับหลับเนตรนิ่ง เององค์อิงพิงสิงขร
เหมือนกับหลับสนิทนอน สังวรศีลอภิญญาณ
ปำเพ็งเล็งเห็นจบ พื้นพิภพจบจักรวาล
สวรรค์ชั้นวิมาน ท่านเห็นแจ้งแหล่งโลกา
เข้าฌานนานนับเดือน ไม่เขยื้อนเคลื่อนกายา
จำศีลกินวาตา เป็นผาสุกทุกเดือนปี
วันนั้นครั้นเดินไหว เกิดเหตุใหญ่ในปฐพี
เล็งดูรู้คดี กาลกิณีสี่ประการ
ประกอบชอบเป็นผิด กลับจริตผิดโบราณ
สามัญอันธพาล ผลาญคนซื่อถือสัตย์ธรรม
ลูกศิษย์คิดล้างครู ลูกไม่รู้คุณพ่อมัน
ส่อเสียดเบียดเบียนกัน ลอบฆ่าฟันคือตัณหา
โลภลาภบาปบ่คิด โจทย์ผิดริษยา
อุระพสุธา ป่วนเป็นบ้าฟ้าบดบัง
บรรดาสามัญสัตย์ เกิดวิบัติปัตติปาปัง
ไตรยุคทุกขตะรัง สังวัจฉระอวสาน
1/7/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
19 จาก 26
ขอบคุณค่ะ มีการบ้านส่งครูแล้ว555//สั่งตั้งแต่วันศุกร์แต่ลืมทำ
25/7/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
20 จาก 26
ส.ป.ร.
29/10/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
21 จาก 26
เย็นฉ่ำน้ำฟ้า ชื่นชะผะกา วายุพาขจร
สาระพันจันทน์อิน รื่นกลิ่นเกสร แตนต่อคลอร่อน ว้าว่อนเวียนระวัน
จันทราคลาเคลื่อน กระเวนไพรไก่เถื่อน เตือนเพื่อนขานขัน
ปู่เจ้าเขาเขิน กู่เกริ่นหากัน สินธุพุลั่น ครื้นครั่นหวั่นไหว
พระฟื้นตื่นนอน ไกลพระนคร สะท้อนถอนไทย
เช้าตรู่สุริยน ขึ้นพ้นเมรุไกร มีกรรมจำไป ในป่าอารัญ
14/11/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
22 จาก 26
สาด
21/11/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
23 จาก 26
แปลให้หน่อยคะว่ามันเป็นอยางไร
25/11/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
24 จาก 26
ขึ้นกงจงสำคัญ ทั้งกนปนกัน
รำพันมิ่งไม้ในดง
1/12/56 โพสต์โดย Sunny infinity
25 จาก 26
45
11/12/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
26 จาก 26
ขึ้นกงจงสำคัญ ทั้งกนปนกัน
รำพันมิ่งไม้ในดง
      ไกรกร่างยางยูงสูงระหง ตะลิงปลิงปริงประยงค์
คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง
      มะม่วงพวงพลองช้องนาง หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง
กินพลางเดินพลางหว่างเนิน
      เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสำอางข้างเคียง
      เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง
สำเนียงน่าฟังวังเวง
      กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง
ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง
      ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสดาลขานเสียง
      กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พระยาลอคลอเคียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
      ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง
อีเก้งเริงร้องลองเชิง
      ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง ค่างแข็งแรงเริง
ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง
      ป่าสูงยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง
โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป
25/12/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ต้นไม้ในกาพย์พระไชยสุริยา มีอะไรบ้าง
แปลกาพย์พระไชยสุริยา ม.1
แปลกาพย์พระไชยสุริยา
ฃ่วยย่อเรื่องกาพย์พระไชยสุริยา
มีบทเพลงกาพย์พระไชยสุริยามีไหม
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู