หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
เพชรหรือพลอย 1 กะรัต เท่ากับกี่มิลลิกรัม
การวัด | อื่นๆ ที่น่าสนใจ 2/2/51 โพสต์โดย กูเกิลกูรู
คำตอบ
1 จาก 23
200 มิลลิกรัม หรือ 100 จุด
19/3/51 โพสต์โดย violence
2 จาก 23
200 มิลลิกรรัม
27/3/51 โพสต์โดย kampol
3 จาก 23
1 กะรัตจะหนักเท่ากับ 200 มิลลิกรัม หรือ 100 "สตางค์"
28/3/51 โพสต์โดย dfaf
4 จาก 23
1 กะรัตจะหนักเท่ากับ 200 มิลลิกรัม หรือ 100 "สตางค์"
28/3/51 โพสต์โดย dfaf
5 จาก 23
200 มิลลิกรัม
8/6/51 โพสต์โดย lnw
6 จาก 23
มาอ่านอีกครั้ง
17/8/52 โพสต์โดย Hexapod.t2
7 จาก 23
มาอ่านอีกครั้งนะคับ
17/8/52 โพสต์โดย Hexapod.t2
8 จาก 23
งิงิ
17/8/52 โพสต์โดย Hexapod.t2
9 จาก 23
200 mm
5/11/52 โพสต์โดย Biin2sun
10 จาก 23
นักอัญมณีศาสตร์ มาสอนวิธีเลือกซื้อเพชรอย่างง่าย ที่เหมาะกับผู้สวมใส่และเงินในกระเป๋าครับ เพชรมีราคาขึ้นทุกวัน หากดูเป็นซื้อเป็น ก็สามารถซื้อมาใส่สวย แถมขายได้กำไรอีกต่างหากนะครับ

ขอขอบคุณ คลิปจาก sukiflix.com

เดี่ยวนี้ร้านเพชรมีมากมาย ไม่เชื่อลองไปดูในห้าง จะเห็นบูธขายเพชรเต็มไปหมด มีหลากหลายแบรนด์ หลากหลายดีไซน์ หรือถ้าจะเป็นร้านดังเลยก็มี แต่สาวๆ ที่อาจยังไม่คุ้นเคยกับเพชร คงเริ่มกังวลว่าหากจะซื้อขึ้นมาจริงๆ จะต้องเลือกอย่างไร เพราะซื้อเพชรไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะคะ โชคดีว่าเรามีสถาบันต่างๆ ในการคัดเกรดเพชร ที่ยังบอกถึงวิธีการเลือกเพชรให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจซื้อเพชรอีกด้วย อย่างเช่นสถาบัน Gemological Institute of America หรือ G.I.A. ที่ให้ข้อแนะนำไว้ดังนี้

หนึ่ง วิธีการดูน้ำหนักเพชรว่ามีกี่กะรัตนั้นต้องจำไว้ว่า 1 กะรัต เท่ากับ 200 มิลลิกรัม ร้านเพชรบางแห่งอาจจะใช้ระบบ Point หรือจุดสำหรับเพชรที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 1 กะรัต นั่นก็คือ 1 กะรัตเท่ากับ 100 Point ครึ่งกะรัตเท่ากับ 0.5 Point

สอง วิธีการดูความใสสะอาดของเพชรเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเพชรนั้นมีตำหนิหรือไม่ โดยทางสถาบัน สถาบัน G.I.A. จะใช้ระบบเกรดตั้งแต่ FL ถึง 13 กล่าวคือ FL คือเกรดเพชรที่ไม่มีตำหนิใดๆ และหายากมากๆ ส่วนเกรด 11, 12 หรือ 13 หมายถึงเพชรที่คุณสามารถเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า ฉะนั้นแบบนี้ไม่ควรซื้อค่ะ

สาม วิธีการดูสีเพชร สีของเพชรนั้นจะถูกกำหนดากความเหลืองที่มีอยู่ในเพชรเม็ดนั้น ทางสถาบัน G.I.A. โดยส่วนใหญ่เพชรสำหรับแหวนหมั้น มักจะใช้เกรดสี G หรือ H เพราะยังถือว่าขาว และแทบไม่เห็นสีเหลือง ส่วนใครอยากรู้ เกรด D ราคาเท่าไหร่ ไปถามในร้านดูสิค่ะ เพราะมันแพงเหลือหลายค่ะ

สี่ การดูคัทของเพชร การดูทรงเหลี่ยม สัดส่วน สไตล์ของเพชรแต่ละเม็ด โดยส่วนใหญ่จะกำหนดคัทของเพชรจากทรงของมัน นักลงทุนส่วนใหญ่จะเลือกทรงกลม เพราะมีค่ามากกว่าทรงอื่นๆ หรืออย่างแหวนหมั้นหนิงคัท Heart & Arrow หรือคัทหัวใจและลูกศร ก็คือเวลาเล่นกับไฟ เมื่อดูเพชรดีๆ เห็นรูปหัวใจและลูกศรอยู่ข้างในเพชร แน่นอนนะคะว่าเพชรที่มีคัทพิเศษหน่อยก็ราคาสูงกว่าคัทแบบธรรมดาค่ะ


เอาล่ะค่ะ พอจะรู้วิธีการเลือกเพชรกันแล้ว เวลาจะไปซื้อจะไดทันคนขาย ทีนี้ก็มาถึงการเลือกซื้อจริงๆ แล้วล่ะ อย่าใจร้อนเชียวนะคะ การซื้อเพชรต้องใช้เวลาค่อยๆ ดู ศึกษามัน แล้วค่อยตัดสินใจ เพราะราคาไม่ใช่ถูกๆ หนิงเลยมีวิธีการหรือขั้นตอนในการซื้อเพชรที่หนิงใช้อยู่เป็นประจำมาฝากค่ะ

ประการแรก ถามตัวเองให้ดีก่อนว่าอยากได้เครื่องประดับเพชรแบบไหน และที่สำคัญที่สุดมีงบประมาณเท่าไหร่

ประการที่สอง ต้องเลือกร้านที่ไว้ใจได้ น่าเชื่อถือ และแน่นอนต้องมี certificate หรือคนไทยเรียกว่า ใบเซอร์ พูดง่ายก็คือเป็นใบประกาศที่ได้รับรองจากสถาบัน ซึ่งในอนาคตหากคุณไปขายต่อก็จะง่ายขึ้น และราคาไม่ตก แถมยังเป็นการรับประกันว่าของคุณนั้นเพชรจริงแท้แน่นอน ร้านเพชรที่ดีจะไม่คะยั้นคะยอให้คุณซื้อ แต่จะให้คุณคิดพิจารณาตามสบาย กลับบ้านไปคิดอีก 2 อาทิตย์ก็ได้ หากคุณเข้าร้านไหนแล้วไม่สบายใจ อย่าเกรงใจไปเลยนะคะ ยังมีร้านอื่นๆ อีกมากมายให้คุณเลือก

ประการที่สาม อย่างที่บอกไปแล้ว ก่อนซื้อเพชรก็ต้องมีความรู้เรื่องเพชรให้คนขายได้เห็น นั่นก็คือ 4C ข้างต้นที่หนิงบอกไปแล้ว carat, color, clarity และ cut จะได้ไม่โดนคนขายหลอกเอานะคะ

ประการที่สี่ พยายามเลือกเพชรที่ส่องประกายวับวาว เจิดจรัส และเล่นไฟ เพื่อจะได้ไปส่องตาใครต่อใครเวลาที่ส่วมใส่ไงละคะ

ประการที่ห้า พยายามเปรียบเทียบราคาแต่ละร้าน ใช่แล้วค่ะ จะเลือกซื้อทั้งที ต้องดูหลายๆ ที่นะคะ บางแห่งเพิ่มราคาสูงเพราะค่าเช่าสถานที่อาจจะแพง ฉะนั้น้องเลือกให้ดี ราคาสมเหตุสมผล หรือถ้าไปแหล่งขายเพชรเลยก็มั่นใจได้ว่าไม่น่าจะเพิ่มราคาค่าเช่าที่มากนัก

ประการที่หก อย่าลืมดูบริการหลังการขายด้วยค่ะ ว่าร้านที่คุณจะซื้อนั้น จะให้บริการหลังการขายอะไรบ้าง อย่างเช่นทำความสะอาดให้ตลอดชีพ หรืออาจจะเปลี่ยนตัวเรือนหรือในแบบราคาพิเศษ ถ้าได้ร้านแบบนี้ก็ถือว่าโชคดีคะ

ประการที่เจ็ด ซื้อแล้วบางร้านยังมีบริการทำเลเซอร์สลักชื่อ หรือวันเดือนปีเกิดให้บนตัวอักษรย่อ พร้อมวันเดือนปีที่หมั้น ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจได้ด้วยค่ะ

ประการสุดท้าย ซื้อแล้วก็ดูหน้าดูหลังด้วยนะคะ ไม่ใช่มัวแต่ชื่นชม จนไม่รู้ว่าอาจมีมิจฉาชีพแอบดูคุณอยู่ ทางที่ดีที่สุด อย่าไปซื้อคนเดียว ได้ของแล้วเก็บให้มิดชิด หรือไม่ก็ใส่ไว้เลยค่ะ


เอาล่ะ รู้วิธีเลือกซื้อเพชรกันแล้ว ก็ถึงเวลาที่สาวๆ จะหารางวัลให้กับตัวเองซะที แล้วคุณจะรู้ว่าเพื่อนแท้ของลูกผู้หญิง คือเพชรจริงๆ

http://www.telewizmall.com/board/news/news5.php/2007/10/12/1305.html


เคล็ดลับการซื้อแหวนเพชร

๑.       เมื่อท่านผู้อ่านดูเพชรไม่เป็นเลยจึงควรที่จะซื้อกับผู้ขายที่เชื่อถือได้ หรือมีการแนะนำผ่านกันมาว่า ไว้ใจได้และขายเพชรที่มีคุณภาพดี

๒.     ขนาดของเพชรไม่ว่าเม็ดเล็กหรือเม็ดใหญ่ ไม่ใช่อุปสรรคหรือปัญหาสำคัญ ฉะนั้นท่านจะซื้อแหวนที่ประดับเพชรเม็ดเล็กนิดเดียวน้ำหนักแค่ ๑๐ สตางค์  หรือร่ำรวยมีเงินทองมากมายจะซื้อเพชรขนาดใหญ่เม็ดละ ๑๐ กะรัต ก็ตามแต่สำหรับ  “ความหมายทางใจ”  แล้วย่อมไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย

๓.     สมมุติว่าท่านมีเงินงบประมาณในการซื้อแหวนเพชรอยู่จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท  แต่ไม่ทราบว่าจะซื้อแหวนเพชรที่พอจะดูดีหรือไม่  เรื่องนี้ก็เช่นกันว่าจำนวนเงินย่อมไม่เป็นอุปสรรคเหมือนกับขนาดของเพชร เงินจำนวนนี้ท่านสามารถซื้อเพชรเดี่ยวหนึ่งเม็ด ที่มีน้ำหนักประมาณ ๓๐ สตางค์  และมีคุณภาพดีได้ในราคาประมาณ ๒๒,๐๐๐ – ๒๕,๐๐๐ บาท  ส่วนจำนวนเงินที่เหลือจะจ่ายให้เป็นค่าเรือนแหวนหรืออาจจะได้เพชรเม็ดเล็ก ๆ  ขนาด ๕ สตางค์  อีก ๒ เม็ด เพื่อประดับประดาบ่าแหวนได้อีกด้วย

๔.     ถ้าท่านอยากจะทราบหรือมั่นใจว่าเงินที่ท่านจ่ายให้ผู้ขายนั้นจะได้สินค้าที่มีคุณภาพอย่างไรท่านก็สามารถให้ผู้ขายเขียนใบรับรองระบุรายละเอียดของแหวนวงที่ท่านซื้อได้ เช่น  

-          เบลเยียมคัตขนาด ๑๐ สตางค์ จำนวน ๑๐ เม็ด  

-          เพชรรัสเชียนคัตขนาด ๕๕ สตางค์ ๑ เม็ด

-          ตัวเรือนแหวนทำด้วยทองคำ ๙๐ %  น้ำหนัก ๑๐ กรัม  

ฯลฯ

               ถ้าท่านซื้อเพชรขนาดใหญ่ น้ำหนัก ๕๐ สตางค์  (ครึ่งกะรัต)  ขึ้นไป  ท่านอาจขอให้ทางร้านหรือผู้ขายเพชรนำเพชรเม็ดที่ท่านตกลงใจซื้อไปให้สถาบันอัญมณีหรือห้องแล็บต่าง ๆ  ตรวจสอบคุณภาพ เพื่อออกใบรับรองก็ได้

               แต่ถ้าเป็นเพชรเม็ดเล็ก ให้ผู้ขายเขียนใบรับรองให้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว



น้ำหนักเพชรเทียบขนาดเป็นมิลลิเมตร

               กระผมเชื่อว่าท่านผุ้อ่านจำนวนมากจะไม่ทราบเลยว่า เพชรขนาด ๒ สตางค์ ๑๐ สตางค์ ๕๐ สตราค์ หรือ ๑ กะรัต  มีขนาดใหญ่เท่าไร  ยกเว้นแต่ท่านเป็นแฟนเพชรพลอยมานาน

               กระผมจึงขอแนะนำ ตารางขนาดเพชร ให้ท่านได้นำไปเสริมสร้างจินตนาการแหวนเพชรวงงามของท่านได้อย่างใกล้เคียงกับความจริงได้มากที่สุด

               และท่านจะกระจ่างทั้งขนาดเพชร  ราคาเพชร ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อเพชร หรือแหวนเพชรวงสำคัญในชีวิตของท่านได้อย่างง่ายดายและสบายใจเป็นที่สุดครับ



๑ กะรัต (๑๐๐ สตางค์)
                จากตารางขนาดเพชร ท่านจะทราบว่า  เพชรน้ำหนัก ๕๐ สตางค์ (๐.๕๐ กะรัต)  จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ ๕.๒ มิลลิเมตร

               ท่านลองเอาไม้บรรทัดมาวัดความยาวแล้ววาดวงกลมลงกระดาษ ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง = ๕.๒ มิลลิเมตรนะคับ

               คราวนี้จะตกแต่งด้วยเพชรเม็ดเล็กเม็ดน้อยอย่างไรก็ดูจากตารางขนาดเพชรได้เช่นเดิม และลองวาดลงกระดาษให้ครบทุกเม็ดทุกขนาด

               เมื่อวาดครบครันครบตามขนาดตามรูปแบบแล้วท่านก็จะทราบว่าจะได้แหวนเพชรขนาดใหญ่เพียงใด  น้ำหนักนรวมเท่าไร และราคาประมาณเท่าไรด้วย

               ด้วยหลักเกณฑ์ไม่ยากทั้งหลายทั้งปวงนี้ท่านก็จะสบายใจว่า การตัดสินใจของท่านในการซื้อเพชรนั้น เป็นการตัดสินใจอย่างมีมาตรฐาน มีคุณภาพ ไม่ได้ซื้อเพราะเชื่อคนขายแต่เพียงอย่างเดียว

               ซึ่งจะเป็นการให้คุณค่าทางจิตใจ ความภูมิใจแก่ผู้เป็นเจ้าของแหวนเพชรตลอดไป



วิธีเลือกเพชรงามล้ำค่า

               มาตราฐานในการเลือกสรรเพชรให้ได้คุณภาพดีนั้นมีหลักใหญ่ ๆ  อยู่ ๔ และการกันคือ

๑.       ความบริสุทธิ์ของเนื้อเพชร (CLARITY)  เพชรที่ดีต้องมีเนื้อสะอาด ใสบริสุทธิ์ ไม่มีตำหนิใด ๆ  ให้เห็นด้วยตาเปล่าหรือเมื่องส่องดูด้วยกล้องขยายกำลังขนาด ๑๐ เท่า และควรจะต้องดูด้วยผู้เชี่ยวชาญ

เพราะผู้ที่ไม่มีความชำนาญจะไม่สามารถบอกได้ว่า สิ่งที่เห็นในเนื้อเพชรนั้นใช่ตำหนิหรือไม่ นอกจากว่าตำหนินั้นค่อนข้างใหญ่ เห็นชัดเจน ใครที่ใช้กล้องขาส่องดูก็ย่อมจะรู้ได้ไม่ยาก

เพชรยิ่งบริสุทธิ์เท่าใดก็ย่อมจะงดงามมากเท่านั้น และแน่นอนว่าราคาก็สูงตามคูณภาพและคุณค่าไปด้วย

เมื่อนำเพชรไปให้นักอัญมณีตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบที่ทันสมัย ผลการตรวจสอบเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของเนื้อเพชรจะระบุดังต่อไปนี้ประการหนึ่ง ได้แก่

FL (FLAWLESS) คือเพชรปราศจากตำหนิ

IF (INTERNALLY FLAWLESS) เพชรปราศจากตำหนิภายใน มีรอยเล็กน้อยบนผิวหน้าเท่านั้น

VVS1-VVS2  (VERY VERY SMALL INCLUSIONS)  เพชรมีรอยตำหนิน้อยมาก ๆ

VS1- VS2  (VERY SMALL INCLUSIONS)  เพชรมีรอยตำหนิน้อยมาก

               SI1-SI2  (SMALL INCLUSIONS)  เพชรมีรอยตำหนิน้อย

               I1-I2 - I3 (IMPERFECT) เพชรมีรอยตำหนิที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า

               คุณภาพเพชรชนิด FL จัดว่ามีคุณภาพที่ดีที่สุด ราคาสูงที่สุด ในขณะที่เพชรชนิด I1-I3 มีคุณภาพด้อยที่สุดและราคาถูกกว่ากันมาก

๒.     สี (COLOUR)  เพชรที่สวยที่สุดจะต้องไม่มีสีใด ๆ  ซึ่งเรียกกันว่า “ไร้สี” (COLOURLESS)  เพราะเมื่อแสงผ่านเพชรที่ไร้สีก็จะเปล่งประกายสะท้อนออกมาเป็นสีรุ้งงดงามเป็นที่สุดเพชรที่ไร้สีราคาจึงแพงมากเมื่อเปรียบเทียบกับเพชรที่มีสีเหลืองอ่อน ๆ          

              หมายเหตุ  - ตารางสีจากสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริการ (G.I.A.)

    - คนไทยนิยมเรียก “สี” เพชรเป็นเปอร์เซ็นต์

               คำว่า “สี” เพชร นี้ ในตลาดการค้าบ้านเราจะนิยมพูดกันว่า “น้ำ” เช่น เพชรน้ำ ๙๖% เพชรน้ำ ๙๘% ซึ่งที่ถูกต้องควรจะใช้คำว่า “สี”  ตามหลักเกณฑ์การตรวจสอบสีเพชร

               และความนิยมสีเพชรในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่จะนิยมซื้อหากันตั้งแต่ระดับ J ขึ้นไป (๙๔%) และแต่ละระดับสีจะมีราคาต่อกะรัตห่างกันมาก เช่น

               เพชร ระดับ G จะถูกว่าเพชรระดับ F มาก หรือ เพชรระดับ K จะถูกกว่าเพชรระดับ J         มาก

               เมื่อนำเพชรไปให้นักอัญมณีตรวจสอบ ผลการตรวจสอบในใบรับรองก็จะต้องระบุระดับสีของเพชรออกมาระดับใดระดับหนึ่ง เช่น

               COLOUR = E

               ส่วนการที่เราอยากจะทราบว่าระดับสีกี่เปอร์เซ็นต์นั้น ก็ลองเทียบดูกันเองจากตารางสีนี้นะคะ  ซึ่งคำตอบของ E ก็คือ ๙๙% นั่นเอง

               ส่วนท่านที่ชอบเพชรสีสันอย่างเหลืองอ่อนก็โชคดีไปอีกแบบ เพราะราคาจะถูกกว่าเพชรกลุ่มเกือบไร้สีหรือไร้สีมากค่ะ

๓.     การเจียระไน (CUT)  เพชรส่วนใหญ่จะได้รับการเจียระไนมีเหลี่ยม ๕๘ เหลี่ยม ซึ่งนับเป็นมาตรฐานของการเจียระไนเพชรกลม (เรียกว่าทรงกลมเหลี่ยมเกสร)  สามารถทำให้เพชรเปล่งประกายระยิบระยับได้มากที่สุด

ปกติส่วนก้นของเพชรควรจะมีความหนาเป็น ๒ เท่าของหน้าเพชร เพราะแสงจะสะท้อนจากเหลี่ยมหนึ่งไปยังอีกเหลี่ยมหนึ่งแล้วสะท้อนแสง (REFLEX) ขึ้นสู่ส่วนหน้าของเพชรเม็ดนั้น ทำให้ดูมีประกายระยิบระยับสวยงามจับตามาก

ส่วนเพชรที่มีก้นลึกเกินไปหรือตื้นเกินไป แสงก็จะสะท้อนหายไปทิศตรงกันข้าม หรือแสงลอดหายไปทางส่วนก้นเพชรทำให้ไม่เกิดการสะท้อนแสงขึ้นหน้าเพชรและขาดความงดงาม

แน่นอนว่าเพชรที่มีสัดส่วนได้มาตรฐาน ต้องมีราคาสูงกว่าเพชรที่ขาดสัดส่วนที่มีอย่างแน่นอน

น้ำหนักของเพชรจะวัดเป็นกะรัต หนึ่งกะรัตแบ่งออกเป็น 100 สตางค์ดังนั้นเพชรขนาด 0.75 กะรัตจึงมีน้ำหนักเท่ากับ 75 สตางค์ ขนาดกะรัตเป็นตัวตัดสินมูลค่าของเพชรที่เด่นชัดที่สุด แต่สิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอก็คือเพชรสองเม็ดที่มีขนาดกะรัตเท่ากันอาจมีมูลค่าแตกต่างกันอย่างมากก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเจียระไน สีและความสะอาด  


0.50ct
5.2mm  
0.75ct
5.8mm  
1.00ct
6.5mm  
1.50ct
7.4mm  
2.00ct
8.2mm  


   

   เพชรจะมีสีธรรมชาติหลากหลายเฉดมีตั้งแต่ขาวใสไร้สีซึ่งหายากและมีค่าที่สุดไปถึงสีเหลืองจางๆ โดยมีเฉด
สีอ่อนแก่ระหว่างกลางมากมายเพชรยิ่งมีสีน้อยเท่าไรยิ่งอำนวยให้แสงสีขาวสามารถ วิ่งผ่านเนื้อภายในได้สะดวกและจะสะท้อนประกายไฟสีรุ้งบนผิวหน้าเพชรได้สวยงามมากขึ้นเท่านั้น

ฉะนั้นการแยกสีเพชรสีขาวกับเพชรที่ติดเหลืองเล็กน้อยซึ่งมีผลกระทบต่อราคา ทางสถาบัน GIA จึงได้กำหนดมาตรฐานการเทียบสีเพชรไว้ ซึ่งการเทียบสีเพชรโดยสายตามนุษย์ไม่สามารถแยกความละเอียดสีขาวและสีขาวติดเหลืองเล็กน้อยออกมากได้ จึงต้องเทียบสีกับ Master Stone โดยนักอัญมณีศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น  




จาก Scale จะพบว่าสีจะเรียบลำดับจากสี D ไปจนถึง Z โดยแบ่งเฉดสีตามช่วงดังนี้  
D-F Colorless (ขาวบริสุทธิ์)  
G-J Near Colorless (ขาวติดเหลืองจางมากๆ)  
K-M Faint Yellow (ขาวติดเหลืองจางๆ)  


   
มีหลายคนเข้าใจสับสน ระหว่างการเจียระไนกับรูปทรงของเพชรอันที่จริงการเจียระไน เพชรจะหมายถึงการจัดวางหน้าเหลี่ยมต่างๆของเพชร ดังนั้นเมื่อกล่าวว่าเพชรเจียระไนดี ไม่ว่าจะเป็นรูปใดจะหมายถึงฝีมือการเจียระไนเหลี่ยม ที่ถูกต้องได้สัดส่วนของช่างเจียระไนฝีมือเอก ทั้งนี้เพราะเพชรที่เจียระไนดีจะมีการเล่นแสงได้อย่างแพรวพราวระยิบระยับจับตาและทวีค่ายิ่งขึ้น และทำให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจ ฉะนั้นการเจียระไนเพชรที่ได ้สัดส่วนที่ดีจึงมีความสำคัญมาก

การเจียระไนเพชรมีรูปแบบต่างๆกัน แต่โดยทั่วไปเพชรจะนิยมเจียระไนเป็นรูปทรงกลม เพชรทรงกลมมักนิยมเจียระไนเป็นเหลี่ยม Round Brilliant Cut หรือเหลี่ยมเกสร เนื่องจากเพชรที่เจียระไนแบบนี้จะมีการกระจายแสงที่สมบูรณ์แบบมาก โดยมีเหลี่ยมมากถึง 58 เหลี่ยมต่อเพชรหนึ่งเม็ด  


ในการพิจารณาว่าเพชรเม็ดนั้นเจียระไนดีหรือไม่นั้นต้องพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ
 
1. ขนาดเทเบิล(Table Size) ที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปจะมีผลต่อการกระจายแสงของเพชร  
 
2. มุมคราวน์(Crown Height) ที่มีความสูงไม่สมดุลกับมุมสะท้อนแสงจะมีส่วนทำให้การกระจายแสงลดน้อย  
 
3. ความลึกพาวิเลี่ยน(Pavilion Dept) ที่มีการเจียระไนที่ดี แสงจะสะท้อนขึ้นทุกมุม ทำให้การ กระจายแสงดีแต่ถ้า เจียระไนบางเกินไปแสงจะทะลุออกด้านล่างหรือถ้าหนาเกินไปจะทำให้ไม่มีแสงสะท้อนทำให้เพชรจะดูมืด (Nail Head)  
 
ซึ่งค่าทั้งหมดจะถูกตรวจสอบโดยนักอัญมณีศาสตร์และบันทึกผลที่ได้ลงใน Certificates ซึ่งผลที่ได้ทั้งหมดจะนำมาสรุปเพื่อให้เข้าใจง่ายต่อบุคคลทั่วไป โดยจะเรียงลำดับจาก เจียระไนดีมาก (Very Good), เจียระไนดี(Good), เจียระไนพอใช้(Fair)  


   
 
เพชรส่วนมากจะมีริ้วรอยตำหนิเล็กน้อย จึงเปรียบเสมือนลายนิ้วมือธรรมชาติสรรสร้างเอกลักษณ์ของเพชรแต่ละเม็ด กระนั้นก็มิได้ทำให้เพชรด้อยความงาม หรือลดความแข็งแกร่งลงแต่อย่างใด แต่ทว่ายิ่งมีริ้วรอยน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งจะทำให้แสงผ่านมากขึ้น ทำให้เพชรทอประกายเจิดจ้าระยิบระยับขึ้น เพชรจึงเหนือกว่าอัญมณีอื่นใดเพราะสามารถทอประกายแสงได้สุกใสงดงามที่สุด วิธีพิจารณาความสะอาดของเนื้อเพชร ต้องใช้กล้องขยาย 10 เท่าและตรวจสอบโดยนักอัญมณีศาสตร์เท่านั้น  



GIA  Image  Description  
IF (Internally Flawless)   หมายถึงเพชรที่สะอาดที่สุด คือ ไม่มีรอยตำหนิใดๆ  
VVS1-VVS2
(Very Very Slightly Inclusions)   หมายถึงเพชรที่มีตำหนิน้อยมากๆ ซึ่งยากมากๆ แก่การมองเห็นภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า  
VS1-Vs2
(Very Slightly Inclusions)   หมายถึงเพชรที่มีตำหนิน้อย ซึ่งยากแก่การมองเห็นภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า  
SI1-SI2 (Slightly Inclusion   หมายถึงเพชรที่มีตำหนิ ซึ่งจะเห็นตำหนิได้ง่ายภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า และอาจเห็นได้ด้วยตาเปล่าในบางเม็ด  

http://www.be2hand.com/scripts/shop.php?do=article_detail&news_id=1628&user=ycgems
9/12/52 โพสต์โดย mote1986
11 จาก 23
9/12/52 โพสต์โดย mote1986
12 จาก 23
คำว่ากะรัต เป็นหน่วยวัดน้ำหนักของเพชรพลอย
1 กะรัตเท่ากับ 200 มิลลิกรัม
1 กะรัต มี 100 สตางค์
เพชรไม่ถึงกะรัต เราจะเรียกว่า สตางค์ เช่น ครึ่งกะรัต เราก็เรียกว่า ห้าสิบสตางค์ค่ะ
ในสมัยโบราณ เราไม่มีตราชั่งแบบดิจิตัลเหมือนทุกวันนี้ เพชรพลอย มีการค้าขายมาเนิ่นนานเป็นพัน ๆ ปีมาแล้ว มาพร้อมกับระบบที่เรียกว่า ของแลกของ (Barter System) แต่ก่อนเราใช้ตาชั่งแบบถ่วงน้ำหนักซ้ายขวา และเพชรพลอยเป็นสิ่งสูงค่า หากพลาดพลั้งชั่งน้ำหนักผิดก็เสียหายอยู่หลายอัฐ เขาจึงนำเพชร พลอยมาถ่วงน้ำหนักกับเมล็ดผลไม้ชนิดหนึ่ง สีออกแดงก่ำ เมล็ดของผลไม้ (ชื่ออะไรไม่ค่อยชัวร์ อ่านออกเสียง แกร็อบ ประมาณนี้) ชนิดนี้มีความพิเศษตรงที่ทุกเมล็ดจะมีน้ำหนักเท่า ๆ กัน โดยแต่ละเม็ดจะมีน้ำหนักเท่ากับ 200 มิลลิกรัม (หรือเท่ากับ 1 กะรัต) ก็จึงเพี้ยนเสียง แกร็อบ มาเป็นกะรัต ด้วยประการฉะนี้แล
ตูน
ตูน
2/3/53 โพสต์โดย Toon Aiyara
13 จาก 23
200 มิลลิกรัม  ครับ
จุดละ 2 มิลลิกรัม
1 สตางค์หนัก 2 มิลลิกรัม
18/3/53 โพสต์โดย ไวท์
14 จาก 23
ตอบกันหมดแล้วนี่คะ กด คะแนนให้ละกันคะ
28/4/53 โพสต์โดย ยูเจน..
15 จาก 23
..สำหรับราคาที่จะไกด์ไลน์ให้เป็นเพชรขนาด 1.00-1.49 กะรัต มีเซอร์ ใช้ได้กับทั้ง

ของ HRD และ GIA..ทั้ง VG/VG, EX/VG ก็ได้จ้า

1. สีน้ำ F ความสะอาด IF กะรัตละ 385,000- 400,000

2. สีน้ำ F ความสะอาด vvs1 กะรัตละ 345,000-370,000

3. สีน้ำ G ความสะอาด IF กะรัตละ 325,000-340,000

4. สีน้ำ G ความสะอาด vvs1 กะรัตละ 305,000-325,000

5. สีน้ำ H ความสะอาด IF กะรัตละ 255,000- 270,000

6. สีน้ำ H ความสะอาด vvs1 กะรัตละ 245,000-260,000

7. สีน้ำ I ความสะอาด IF กะรัตละ 220,000-230,000

8. สีน้ำ I ความสะอาด vvs1 กะรัตละ 210,000-220,000

9. สีน้ำ J ความสะอาด IF กะรัตละ 185,000-195,000

10. สีน้ำ J ความสะอาด vvs1 กะรัตละ 180,000-190,000
17/5/53 โพสต์โดย kiezxii
16 จาก 23
5 กะรัต = 1 กรัม
17/5/53 โพสต์โดย ภูภู
17 จาก 23
อยากทราบขนาดเม็ดของเพชร  และพลอย  กี่มิลิกรัมหรือ  กรัต
2/6/53 โพสต์โดย ภาดา
18 จาก 23
มาอ่านอีกครั้ง
7/8/53 โพสต์โดย สาวกเสปน
19 จาก 23
200
23/9/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
20 จาก 23
หน่วยกะรัต เดิมอ้างอิงจากหน่วยวัดถั่วชนิดหนึ่ง 1 กรัม = 5 กะรัต 1000 มิลลิกรัม = 1 กรัม 1 กะรัต จะเท่ากับ 200 มิลลิกรัม ครับ และประมาณ 142 กะรัต เท่ากับหนึ่งออนซ์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องขนาดเพชร ในหน่วยมิลลิเมตรได้ที่นี่ครับ

http://www.diamondgrande.com/ขนาดเพชร.html
29/12/53 โพสต์โดย Diamond Master
21 จาก 23
200 มิลลิกรัม หรือ 2 กรัม ค่ะ...
30/12/53 โพสต์โดย Doctor Diamond
22 จาก 23
อยากรู้ค่ะ mote ตอบได้ละเอียดมาก มาก เลยนิ
3/1/54 โพสต์โดย ลูกตาดำ
23 จาก 23
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
11/5/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
เพชร 1 กะรัต เท่ากับกี่กรัม
เพชรเส้นผ่าสูงกลาง 15.2 mm เท่ากับกี่กะรัต มีใครรู้บ้างมั้ย ??
เพชรทำไมเรียกเป็นกะรัต
ใครรู้บ้างคะ ชื่อนี้ออกเสียงยังไง...
เพชรประมาณกี่กระรัต ถึงจะมีน้ำหนักเท่าทองคำ 1 บาท
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู