หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
หุ้นทุน (หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ) และหุ้นกู้ มีความแตกต่างกันอย่างไร?
6/9/51 โพสต์โดย kunggham
คำตอบ
1 จาก 4
หุ้นสามัญ (Common Stocks หรือ Ordinary Shares) คือ ตราสารสิทธิที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการ และเมื่อกิจการมีกำไรจากการดำเนินงาน ผู้ถือหุ้นสามัญจะได้รับเงินปันผลในอัตราที่จัดสรรโดยที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น โดยคำนวณตามสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่ถือครอง ทั้งนี้ เงินปันผลอาจมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผลกำไรจากการดำเนินงานประจำปีของกิจการ

       หุ้นสามัญ ( Common Stock ) เป็นตราสารประเภทหุ้นทุน ซึ่งออกโดยบริษัทมหาชนจำกัดที่ต้องการระดมเงินทุนจากประชาชน โดยผู้ถือหุ้นสามัญจะมีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของบริษัท มีสิทธิในการออกเสียงลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือครองอยู่ กล่าวคือ ร่วมเป็นผู้ตัดสินใจในปัญหาสำคัญในที่ประชุมผู้ถือหุ้น อาทิ การเพิ่มทุน การจ่ายเงินปันผล การควบรวมกิจการ นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นสามัญยังมีสิทธิได้รับเงินปันผลเมื่อบริษัทมีผลกำไร และมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างของราคาเมื่อราคาหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นตามศักยภาพของบริษัท รวมถึงมีโอกาสได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่เมื่อบริษัทเพิ่มทุนหรือจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้น

หุ้นบุริมสิทธิ (preferred stock) เป็นตราสารประเภทหุ้นทุน คล้ายกับหุ้นสามัญ เพียงแต่ว่าไม่มีสิทธิออกเสียงในการบริหาร มีข้อแตกต่างจากหุ้นสามัญคือ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับสิทธิในการชำระคืนเงินทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการ รายละเอียดของบุริมสิทธิที่พึงจะมีจะต้องดูในเอกสารของบริษัทนั้นๆ อีกครั้งหนึ่ง หุ้นประเภทนี้มีไม่มากนักในตลาดหลักทรัพย์ มีการซื้อขายกันน้อย หรือภาษาเทคนิคเรียกว่ามีสภาพคล่องต่ำ หุ้นบุริมสิทธิบนกระดานหุ้นสังเกตได้จากสัญลักษณ์ -P ท้ายอักษรย่อ ของหุ้นสามัญ

 หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนต่างๆ โดยผลตอบแทนที่จะได้รับจะกำหนดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ตายตัว และมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน อาจเป็นระยะสั้น เช่น สามเดือน หกเดือน หนึ่งปี หรือระยะยาว สามปี ห้าปี แต่ในประเทศไทยเรา ยังไม่ค่อยนิยมการออกตราสารหนี้ที่มีอายุนานเกินห้าปี เช่น บมจ. ปตท.ออกหุ้นกู้ เพื่อระดมทุนไปใช้ในการลงทุนต่างๆ แทนที่ ปตท. จะต้องไปกู้เงินธนาคารซึ่งจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากกว่า ความที่ ปตท. เป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีความมั่นคงสูง ปตท. จึงมีทางเลือกที่จะกู้เงินโดยตรงจากนักลงทุนทั่วไป โดยปตท อาจจ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราที่น้อยกว่าที่ต้องจ่ายจากการกู้ธนาคาร

       ในแง่ของนักลงทุน ถ้าท่านมั่นใจว่า ปตท. เป็นบริษัทที่มั่นคงและมีความมั่นคงไม่ต่างกับธนาคารใหญ่ๆ ทั่วๆ ไปในบ้านเรา ก็เป็นโอกาสที่ท่านจะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่านำเงินไปฝากธนาคาร

       ถามว่าในทางกฎหมาย การถือหุ้นกู้แตกต่างหรือเสี่ยงน้อยกว่าการถือหุ้นบริษัทที่ออกหุ้นกู้อย่างไร คำตอบก็คือ ถ้าท่านเป็นผู้ถือหุ้นกู้ ท่านเป็น” เจ้าหนี้”ของบริษัท ในขณะที่ถ้าท่านเป็นผู้ถือหุ้น ท่านเป็น “เจ้าของ” ประเด็นที่สำคัญก็คือ ถ้าบริษัทนั้นๆ ล้มละลายลง ตามกฎหมายแล้วผู้ที่เป็น “เจ้าหนี้”ของบริษัท จะได้รับชำระหนี้ทั้งหมดคืนก่อน “เจ้าของ”

       ข้อที่อาจถือว่าเป็นข้อด้อยของหุ้นกู้หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชนก็คือ ส่วนใหญ่จะกำหนดอัตราการซื้อขั้นต่ำเอาไว้สูงมาก สำหรับท่านที่ต้องการลงทุนในหลักหมื่น หรือหลักแสน อาจจะไม่ได้รับการจัดสรรหุ้นกู้ แต่ก็จะมีบรรดากองทุนรวมต่างๆที่ลงทุนในตราสารหนี้หรือหุ้นกู้เหล่านี้ ซึ่งนักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนทางอ้อมผ่านการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมก็ได้
16/3/53 โพสต์โดย Annie M
2 จาก 4
ข้อความบนยาว อาจจะงงนะครับ ผมสรุปให้สั้นๆก็คือ
1.หุ้นสามัญ เป็นตราสารที่แสดงความเป็นเจ้าของเวลาประชุมหรือหารือเรื่องต่างๆคุณจะมีสิทออกปากออกเสียง ตามที่กำหนดไว้ว่าต้องถือกี่หุ้น
2.หุ้นบุริมสิทธิ คล้ายหุ้นสามัญ แต่ ไม่มีสิทออกปากเสียง และ สภาพคล่องตัวต่ำ
3.หุ้นกู มันคือตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชน เป็นตราสารแสดงความเป็นเจ้าหนี้โดยมีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทน
20/5/55 โพสต์โดย ExtremeN
3 จาก 4
ความแตกต่างระหว่างหุ้นสองประเภทนี้จะเห็นได้ชัดตอนที่เลิกบริษัท คือ ผู้ถือหุ้นกู้จะมีสิทธิ์มาเรียกคืนเงินของตนเองก่อน เพราะว่าเป็นเงินกู้ยืม แต่ผู้ถือหุ้นสามัญ จะเป็นรายสุดท้ายที่จะได้เงินคืน หรืออาจไม่ได้คืนเลยก็ได้ ถ้าบริษัทไม่มีจ่าย เพราะว่าเป็นเจ้าของ
3/9/55 โพสต์โดย Brilliant FX
4 จาก 4
ขอบคุณครับ แล้วหุ้นที่เป็นแบบอนุพันธ์นี่เสี่ยงมากกว่าหุ้นสามัญเพราะอะไรครับ เห็นเขาบอกจะมี
คำแนะนำดีๆให้ก่อนสั่งซื่อได้มากมาย
23/2/57 โพสต์โดย หมวดอ้วน
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ตราสารทางการเงินคืออะไรและมีกี่ประเภท
หุ้นคืออะไร
Owner's Equity มีอะไรบ้าง
เล่นหุ้นคืออะรัย
กองทุนวายุภักษ์ คืออะไร ครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู