หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
กริยา 3 ช่อง คืออะไร
ภาษาต่างชาติ 18/10/51 โพสต์โดย Ticket_Boy
คำตอบ
1 จาก 22
คำกิริยาในภาษาอังกฤษตามหลักไวยากรณ์แบ่งออกเป็น 3 ช่อง เรียกว่า “กิริยา 3 ช่อง" ซึ่งแต่ละ ช่องก็บอกถึง เหตุการณ์ในแต่ละช่วงของเวลาได้อีกด้วย
คำที่แสดงถึงอาการต่าง  ๆ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงของเวลา กล่าวอีกนัยหนึ่งก็ คือ คำพูดที่แสดง ถึงการกระทำของตัวประธานในประโยค หรือคำที่ทำหน้าที่ช่วยคำกิริยาด้วยกันนั่นเอง  กิริยาเป็นคำที่มีบทบาทที่สำคัญ ในแต่ละประโยค  ถ้าในประโยคนั้น ๆ ขาดคำกิริยา  ความหมายก็ไม่เกิด และไม่สามารถทราบถึงเหตุการณ์ต่าง ๆได้เลย หรือมีใจความที่ไม่สมบูรณ์
คำกิริยาตามหน้าที่แบ่งออกเป็น  3 ประเภท คือ
1. สกรรมกิริยา ( Transitive  Verb ) คือ คำกิริยาที่ต้องมีตัวกรรม หรือคำอื่นเข้ามารองรับความ หมายจึง จะสมบูรณ์ เช่น The  boys  kick  football  in  the  field. หมายความว่า  พวกเด็ก ๆ เตะ ฟุตบอลอยู่ที่สนามหญ้า  คำว่า “kick “  เป็น คำกิริยา บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ว่าในขณะนี้หรือปัจจุบัน นี้เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอยู่ ส่วนคำว่า “ football ” เป็นตัวกรรม หรือตัวที่ทำหน้าที่รองรับกิริยาให้มีความ หมายสมบูรณ์ขึ้น เพราะถ้าใช้คำว่า “ kick “ คำเดียวความหมายไม่สมบูรณ์ ไม่ รู้ว่าเตะอะไร นั่นเอง
2. อกรรมกิริยา ( Intransitive  Verb )  คือ คำกิริยาที่ไม่ต้องมีตัวกรรมหรือคำอื่นมารองรับก็ได้ ความหมายสมบูรณ์ เช่น  The  dogs  run  in  the  field.  ประโยคนี้ไม่ต้องมีตัวกรรมมารองรับ ก็ได้ใจ ความสมบูรณ์ดี  ซึ่งคำว่า “run “ แปลว่า “ วิ่ง “ คงไม่ต้องถามว่าใช้อะไรวิ่ง
3.  กิริยาช่วย (  Helping  Verb หรือ  Auxiliary  Verb ) คือ กิริยาที่มีหน้าที่ช่วยให้กิริยาด้วย กันมีความหมายดีขึ้น และ ยังมีหน้าที่ทำให้ตัวของมันเองมีความหมายที่สมบูรณ์ขึ้นได้ดีอีกด้วย  เช่น She  studies  in  Lamp – Tech  college .  Does she study in Lamp – Tech College?
คำ กิริยาในภาษาอังกฤษตามหลักไวยากรณ์แบ่งออกเป็น 3 ช่อง เรียกว่า “กิริยา 3 ช่อง" ซึ่งแต่ละ ช่องก็บอกถึง เหตุการณ์ในแต่ละช่วงของเวลาได้อีกด้วย
กิริยาช่องที่ 1 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
กิริยาช่องที่ 2 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
กิริยา ช่องที่ 3 ใช้กล่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปอย่างสมบูรณ์ทั้งในปัจจุบันและอดีต เรียก อีกอย่างหนึ่งว่า “ส่วนสมบูรณ์ของกิริยา หรือ Complement "

http://www.englishpage.com/irregularverbs/irregularverbs.html
ลิ๊งค์นี้เป็น ดิก ของกิริยา 3 ช่องครับ
จะเป็น Infinitive , Past tense, Past participle ครับ
18/10/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
2 จาก 22
grammar จ๋า เราลาก่อน
พูดได้ เขียนได้ ใช้งานได้
แต่ไม่รู้ว่าจาอธิบายยังไงอะค่ะ ยิ่งพูดยิ่งงง
18/10/51 โพสต์โดย yourueng
3 จาก 22
18/10/51 โพสต์โดย junjit
4 จาก 22
ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่ต้องผันรูปคำกริยาเพื่อใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
ซึ่งแตกต่างกับภาษาไทย ที่ไม่มีการผันรูปกริยา ตัวอย่างเช่น คำกริยา "กิน"
ไม่ว่าจะกินวันนี้ กินพรุ่งนี้ กินเมื่อวาน กินแล้ว เราก็ใช้คำว่า "กิน" อย่างเดียว
แต่ภาษาอังกฤษ จะต้องผันกริยา เป็น I eat, I ate, I will eat ฯลฯ ตามสถานการณ์ที่ใช้

ซึ่งสถานการณ์ที่ว่า ที่ใช้บ่อยก็จะเป็นการกระทำใน อดีต ปัจจุบัน อนาคต ที่เขาเรียกว่า tense
ในแต่ละ tense จะมีไวยกรณ์กำกับชัดเจน ว่าจะต้องผันรูปกริยาอย่างไร และใช้คำกริยาช่องไหน

และอีกเรื่องที่ต้องมีการผันกริยา คือ การใช้คำกริยามาขยายคำนาม
เช่น forbid แปลว่า ห้าม เมื่อเอามาขยาย เพื่อแปลว่า ต้องห้าม ก็จะใช้คำกริยาในช่อง 3 คือ forbidden

คำกริยาในภาษาอังกฤษ เมื่อพูดถึงในแง่ของการผันกริยา จะมี 2 แบบ คือแบบ regular และ irregular
คำกริยาในแบบ regular จะมีรูปแบบตายตัวในการผัน คือช่อง 2 และ 3 จะเติม ed เช่น walk walked walked
แต่ irregular จะไม่ใช้การเติม ed เช่น see saw seen หรือ do did done เป็นต้น
18/10/51 โพสต์โดย ridkun
5 จาก 22
verb แปลว่า กริยา บอกอาการต่างๆว่าประธานเป็นหรือทำอะไร แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
1.Finite verb หรือ กริยาแท้ คือ กริยาที่แท้จริงของประโยคหากขาดหายไปจะเป็นประโยคไม่ได้ มี 3ประเถทคือ
   Transitive verb (VT) คือ กริยาที่ต้องการกรรมมารองรับ
   Intrabsitive verb (VI) คือกริยาที่ไม่ต้องการกรรม
   Linking verb (LV) เป็น กริยาที่สามารถแทนได้ด้วย V. to be เช่น I get angry. เป็น I am angry. ซึ่ง Linking verb มักตามหลังด้วย Complement หรือส่วนเติมเต็มของประโยค
ซึ่งในหัวข้อนี้เองที่เราต้องรู้จักกับเรื่อง
     Tense คือเวลา
     Voice คือวิธีการพูด
     Auxiliary Verb คือกริยาช่วย
     Subject and Verb agreement คือ ความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา
    Direct and Indirect Speech คือ การนำคำพูดของผู้อื่นมาเล่า
ซึ่งเราจะมาเจาะลึกเรื่องที่คุณ Ticket Boy ถาม ซึ่งอยู่ในเรื่อง Tense เป็นหลัก

Tense หมายถึง เวลา ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆคือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต และยังมีเพิ่มเติมอีกคือ V. infinitive ดังนั้นจึงแบ่งได้ตามนี้

V. infinitive |  V.1 (present) |  V.2 (Past)  | V.3 (Participle)
     be              is,am,are       was,were        been
     do               do,does            did              done
    have            have,has          had              had

V. infinitive คือ verb ที่ยังไม่ผัน หรือเปลี่ยนรูป พบได้ใน Present Future คือ S + wil l+ V.infinitive
เช่นเราจะใช้ว่า I will be a doctor. แต่เราจะไม่ใช้ I will am a doctor.


2. Non-Finite verb หรือ กริยาไม่แท้ คือ กริยาที่ไม่ได้ทำหน้าที่กริยาจริงๆของประโยค แม้ว่าหน้าตาจะเหมือนกริยา ได้แก่กริยาที่อยู่ในรูป V.เติมing / V.เติม ed / V. infinitive / V. to infinitive ที่มักทำหน้าที่เป็นส่วนขยาย
ในหัวข้อต้องทำความเข้าใจเรื่อง
       Gerund คือ V.เติม ing แต่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม
       Participle คือคำที่มีรูปเหมือน verb แต่เป็นส่วนขยาย
       Infinitive ( with to และ  without to) เรื่องนี้ยาวมากค่ะ ถ้าอยากทราบก็บอกอีกทีนะคะ

นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วก็ยังมี Special verb และ Causative verb ที่น่ารู้อีกค่ะ

Special verb  คือ กริยากลุ่มพิเศษที่สามารถทำหน้าที่เป็นทั้ง verb และ adjective ซึ่งมีการใช้และความหมายต่างกัน
โดย 2 โครงสร้างคือ
1. to be + V.เติม ing หมายถึง น่า....
2. to be + V.3 หมายถึง รู้สึก...........
 เช่น excited = รู้สึกตื่นเต้น   exciting = น่าตื่นเต้น ถ้ายังไม่ชัดมาดูกันที่
I am excited to watch a show.    ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ดูการแสดง
That show is exciting.               การแสดงนั้นน่าตื่นเต้น

Cuasitive verb คือกริยาที่ใช้แสดงว่า ไม่ได้ทำสิ่งนั้นด้วยตนเอง แต่เป็นการให้ผู้อื่นหรือสิ่งอื่นทำแทน
มักอยู่ในรูป Have, make, let + someone do something
               get + someone to do something
               Have , get  + something done
เช่น Yesterday I had  my hair cleaned. ฉันไม่ได้สระผมด้วยตัวเอง(อาจไปร้านให้ช่างสระ)

อยากทราบเพิ่มเติมก็วันหลังนะคะ คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ ไม่ไหวแล้ว ^^
19/10/51 โพสต์โดย artemis-tai
6 จาก 22
กริยาที่ใช้ตามเวลาที่เกิด
1 ใช้กับเรื่องในอดีต
2 ใช้กับเรื่องปัจจุบัน
3 ใช้กับเรื่องในอนาคต
19/10/51 โพสต์โดย chada
7 จาก 22
คือ กริยา 3ช่อง
27/8/52 โพสต์โดย leobeboy
8 จาก 22
คือ s. + verb + ing
28/8/52 โพสต์โดย leobeboy
9 จาก 22
กริยา 3 ช่องหรือ Irregular verb

คำว่า verb ตาม dictionary ของ Hornby ให้คำจำกัดความว่า word or indication what somebody or something dose.....มีความหมายว่า คำหรือ วลีที่แสดงสิ่งซึ่งคนหรือบางสิ่งทำ

ซึ่ง verb แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

1. กริยาที่เป็นปกติ ( Regular Verb) คือคำกริยาที่เมื่อเป็นอดีต หรือเป็น Past Participle แล้วเติม ed ลงไปท้ายคำนั้น  

2.กริยาที่ไม่เป็นปกติ คือเมื่อเป็นอดีตแล้ว หรือเป็น Past Participle แล้วจะไม่เติม ed หลังคำกริยานั้น
แต่จะเปลี่ยนรูปไปเลย

Irregular verb จะแปลตามตัวได้ว่า กริยาที่ไม่มีกฏเกณฑ์ in = ไม่,in+regular = irregular (ให้สังเกตว่าเปลี่ยน in เป็น in  เป็น ir ไม่ปรกติ ไม่มีกฏเกณฑ์ ที่จะสามารถเปลี่ยนในลักษณะนี้ได้)
19/9/52 โพสต์โดย Oo_ham_oO
10 จาก 22
กริยา 3 ช่อง คือ  กริยาที่ผู้เรียนต้องศึกษาจดจำเป็นพิเศษ เพราะมีการเปลี่ยนรูปร่างต่างกันไป โดยไม่ได้เติม –ed ต่อท้ายเหมือน กริยาปรกติ (Regular Verbs) ส่วนมากเรียก กริยาอปกติ ว่า กริยา 3 ช่อง
28/3/53 โพสต์โดย พิไลวรรณ ไชยสุวรรณ
11 จาก 22
คำกริยาภาษาอังกฤษ ที่มีความหมายเดียวกันแต่ระยะเวลาต่างกันทั้งสามช่อง
1. ช่องแรกคือปัจจุบัน
2. ช่องสองคืออดีต
3. ช่องสามคืออนาคต
23/4/53 โพสต์โดย nunoy
12 จาก 22
กริยาที่ใช้ตามเวลาที่เกิด
1 ใช้กับเรื่องในอดีต
2 ใช้กับเรื่องปัจจุบัน
3 ใช้กับเรื่องในอนาคต
21/7/53 โพสต์โดย Numook
13 จาก 22
กริยา 3 ช่อง หมายถึงอะไร
13/9/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
14 จาก 22
ช่อง1 ใช้ตอนไหน ?

ช่อง2 ใช้ตอนไหน ?



ช่อง3ใช้ตอนไหน ?
18/9/53 โพสต์โดย FreeDom JokeZ
15 จาก 22
ได้ความรู้จังค่ะ คืนอาจารย์ไปหมด พอได้อ่านแล้วก็พอไหว
6/5/54 โพสต์โดย รถถัง
16 จาก 22
ไม่รู้
11/4/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
17 จาก 22
เหมือนประเด็นคือ แค่อยากรู้ว่ากริยา 3ช่องคืออะไรใช่ไหม่คะ คือแบบไม่รู้ว่าเป็นอะไรมีไว้ทำไม
จริงๆแล้วจะว่ามันเป็น 1. ปัจจุบัน 2. อดีต 3. อนาคต อันนั้นไม่ใช่เพราะว่าอันนั้นเราเรียกว่า tense ฉะนั้นต้องตัดคำว่าtense กับกริยา3 ช่องออกกันอย่างสิ้นเชิง

กริยา3 ช่องมีไว้เพื่อรองรับการใช้tenses  มันเหมือนซุปเปอร์แมนที่แปลงร่างได้เป็น3 ร่าง
สรุปง่ายๆ กริยา3ช่อง คืออะไร ไม่มีใครตอบคุณได้ เพราะไม่มีหนังสือเล่มไหน หรืออาจารย์คนไหนกล่าวไว้ หรือให้คำจำกัดความไว้แต่ที่ดิฉันรู้คือ
กริยา 1 ตัวหรือ 1 คำ มีหน้าตา 3 แบบ เช่น

V.1                                    V. 2                             V. 3
walk                                   walked                       walked
be                                      was, were                   been
มีไว้เพื่ออะไร เพื่อจะได้คล้องจองกับการใช้tense คือมันเป็นพื้นฐานที่จะนำพาไปสู่เรื่องtenses นั่นเอง
หมายเหตุ: v.2, v.3 แปลงร่างต่อไม่ได้แล้ว แต่ ปัญหาที่ทำให้ใครหลายๆคนงงคือ v.1นี้ละ มันแปลงร่างต่อได้คือมันมีร่างอื่นแฝงอยู่คะตามประธานที่มันตามหลัง (เอกพจน์ / พหูพจน์)
   V.1                                                      V.2                            V.3
  walk ---->  (walk, walks)               walked                     walked
  be    ---->  (is, am, are)                was, were                been
เช่น I walk slowly.
    He walks slowly.
    I am a teacher.
    She is a student.
   They are nice.
Trick: ปัญหาสำหรับบางคนคะ  Infinitive Verb ต่างกับ v.1 นิดหน่อยนะคะ คือ Infinitive Verb แปลงร่างไม่ได้ ใช้ ตามหลัง to หรือไม่ก็ได้เช่น She wants to read the book. (to + read ที่เป็น infinitive verb คะ คือไม่แปลงรูปเลยเป็นรากเดิมๆ)
                    She should read the book. ( read ตามหลังshould แต่ไม่มี to ก็ได้)
อันนี้คนละเรื่องกับ กริยาช่อง3นะคะ เพียงแต่โครงสร้างของประโยคตอนที่เรียนชอบมี v.1ให้เห็นแล้วบอกเราว่าห้ามแปลงห้ามผันเช่น
Subject + will + V.1 จริงๆแล้วเป็นการใช้คำย่อท่ีงงๆคะ v.1 ในความหมายของเขาคือ Infinitive Verb (ไม่ได้เกี่ยวกับ 3 ช่องซะทีเดียว)
       You will be okay with it.    (be = infinitive verb without "to") :)

หวังว่าคงไม่ช่วยให้งงไปกว่าเดิมนะคะ
9/8/55 โพสต์โดย Pink Converse
18 จาก 22
อีอีอี
8/10/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
19 จาก 22
ัะัีนยวยย
14/6/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
20 จาก 22
กริยาช่อง 1 หมายถึงอะไรค่ะ
23/7/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
21 จาก 22
เเบบว่ามันจะมี3ช่อง
เอาเเบบพอละเอียดนะ
กริยาช่องเเรกจะเป็นปัจจุบัน จะกล่าวเกี่ยวกับปัจจุบัน
ส่วนกริยาช่องสองจะเป็นอดีต
กริยาช่องสามจะเป็นเหตุการณ์ที่ทำอย่างสมบรูณ์ทั้งอดีตเเละปัจจุบัน
เเต่กริยาช่องสามมันเป็นได้หลายตัว มันอาจจะเป็นpassive voice รูปประโยคของpassive voice คือ
subject+v.to be+v.3
ยกตัวอย่างเช่น
ประโยคธรรมดา
I clean my car. แปลว่า ฉันทำความสะอาดรถของฉัน
ส่วนถ้าจะเปลี่ยนเป็นประโยคpassive voice
My car was cleaned by me จะเห็นว่ากรรมจะสลับที่กับประธานเเละจะมีv.to beเข้ามาซึ่งจะเเปลว่า รถของฉันถูกล้างโดยฉัน
เเต่ถ้ายังไม่เข้าใจนะลองเข้าตามลิ้งค์นี้เลยเป็นของpassive voice
http://ict.moph.go.th/English/content/verb07_active.htm
25/7/56 โพสต์โดย sorravit tiyasoponjit
22 จาก 22
กริยา3ช่องคืออะไร มีอะไรบ้าง ใช้อย่างไร
25/7/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
คำว่า ได้ เป็นอะไรในภาษาไทยครับ
ดูจากภาพข่าวหลายภาพกริยาของนายยกเราเป็นอย่างไรต่อนายโอบาม้า เพราะสื่อนอกเขาบอกว่านายกเราให้ท่าเขา
เวลาคุยกับเพื่อน ในเพส หรือ แชทกันในช่องทางต่างๆในอินเตอร์เน็ต คุณพิมพ์ เป็นภาษา ท้องถิ่นหรือพิมพ์ภาษากลางครับ
He's cleared you แปลว่า
adjectives คืออะไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู