หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
คลอลาเจนคืออะไรและมีหน้าที่อะไรมีประโยนช์อย่างไร
ปัญหาคาใจ 4/12/54 โพสต์โดย กูรูรู้แต่กูมะรู้นิ
คำตอบ
1 จาก 2
คอลลาเจน คือ สารที่คัดหลั่งมาจากเซลล์ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน(connective tissue cells) โปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักๆของชั้นผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกัน โดยโปรตีนชนิดนี้มีส่วนประกอบถึง 25% ถึง 35% ของจำนวนหน่วยโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย โดยมีมากที่สุดที่ผิวหนัง และ ประมาณ 1% ถึง 2% ที่ปะปนอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ การผลิตเจลลาตินในอาหารได้จากกรรมวิธี การย่อยหน่วยคอลลาเจนที่เรียกว่า Hydrolysis
ลักษณะของคอลลาเจน
คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่วๆไปเช่นแดียวกับเอนไซม์ สายเส้นใยของคอลลาเจนถูกเรียกว่า คอลลาเจน ไฟเบอร์ (Collagen Fiber) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติทั่วไปผิวหนังที่มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มากจึงมีแรงสปริงตัวและ ยืดหยุ่นได้ดีตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกายเอง ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน (cartilage), เส้นเอ็น (ligaments), ข้อต่อ (tendons),กระดูก (bone) สารคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน Keratin
เคราติน Keratin, เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอยแห่งวัยขึ้นบนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย
Hydrolyzed Collagen เองยังถูกใช้งานในแง่ของการลดน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของโปรตีนจึงมีข้อดีในการช่วยเผาผลาญพลังงานลดไขมันส่วนเกิน
บทบาทคอลลาเจนในวงการอุตสาหกรรม
เมื่อนำคอลลาเจนมาผ่านกระบวนการ Hydrolyzed สารคอลลาเจนจะแตกตัวออกเป็นสารเชิงซ้อนของคอลลาเจนเปปไทด์แบบ Polyproline II (PPII) หรือลักษณะของเจลาตินที่นำมาเป็นส่วนผสมของอาหารนั่นเอง นอกจากการใช้เป้นอาหารแล้ว คอลลาเจนยังใช้เป็นส่วนประกอบของยา เครื่องสำอางค์ และฟีล์มถ่ายภาพเมื่อพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมอาหารแล้ว สารคอลลาเจนไม่ได้ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีการประชาสัมพันธ์เชิงการค้าว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจนต่างแสดง คุณสมบัติของสินค้าว่าสามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและมีผลดีต่อ สุขภาพ ซึ่งยังไม่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมาสนับสนุนการโฆษณาในลักษณะนี้
คำ ว่าคอลลาเจน (Collagen) มีรากศัท์มาจากภาษากรีกจากคำว่า “Kolla” ที่แปลว่า กาว โดยเมื่อก่อนได้มีการทำกาวโดยการนำหนังและเอ็นม้ามาเคี่ยวจนกลายเป็นกาว ตามหลักฐานที่พบมีการใช้งานกาวลักษณะนี้มากว่า 8000 ปีแล้ว โดยใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตเชือกและตระกร้าสานเพื่อให้มีความแข็งแรง และมีการใช้งานภายในครัวเรือนทั่วไป กาวชนิดนี้เมื่อแห้งแล้วสามารถทำให้อ่อนนิ่มได้อีกโดยการให้ความร้อน เพราะกาวจากสิ่งมีชีวิตเป็น Thermoplastic ชนิดหนึ่งจึงมีการใช้งานได้หลากหลายโดยเฉพาะการผลิกเครื่องดนตรีเช่น ไวโอลีน กีตาร์ แม้กระทั่งเมื่อมนุษย์สามารถผลิตพลาสติกสังเคราะห์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีการใช้งานกาวเจลาตินอยู่ทั่วไป
บทบาทคอลลาเจนในวงการแพทย์
คอลลาเจนมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในวงการศัลยกรรมความงาม ศัลยกรรมกระดูก การจัดฟัน และวงการศัลยกรรมทั่วไป เป็นส่วนประกอบของผิวหนังสังเคราะห์ที่ใช้ในผู้ป่วยที่สูญเสียผิวหนังเนื่อง จากอุบัติเหตุไฟไหม้ ซึ่งใช้คอลลาเจนสังเคระห์จากผิวหนังของลูกวัว (Bovine), หรือจากหมู (Equine, Porcine) บางครั้งจะใช้ผิวหนังจากผู้บริจาค หรือใส้ซิลิโคนสังเคราะห์แทน
คอลลาเจนได้มีการจำหน่ายในลักษณะของ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนช่วยเคลื่อนไหว เนื่องจากคอลลาเจนเมื่อรับประทานเข้าไปจะย่อยสลายเป็นโปรตีนและกรดอะมิโนใน ที่สุด จึงช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอโดนวิธีรับประทานได้น้อยมาก ดังนั้น วงการแพทย์ในปัจจุบันจึงมีการใช้คอลลาเจนในแง่ของศัลยกรรมความงามมากที่สุด
วิธีที่จะเพิ่ม คอลลาเจนนั้น ทำได้หลายวิธี
1. การฉีดคอลลาเจนโดยตรง จากแพทย์
2. รับประทานอาหารที่ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี, วิตามินอี

คอลลาเจน มิใช่มีประโยชน์เพียงแค่ความสวยเท่านั้น
โดย ภก.ประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล

ที่ปรึกษาองค์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสาธารณสุข



“คอลลาเจน” ชื่อนี้คงเป็นที่รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีว่าเป็นสารที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรา นับตั้งแต่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความแข็งแรงของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ เกี่ยวข้องกับเรื่องของความสวยความงามของเซลล์ผิวหนัง หรือความสวยงามของผิวพรรณผู้หญิง ทั้งนี้ คอลลาเจน ไฮโดรไลเซท ก็คือโปรตีนเนื้อเยื่อเส้นใยชนิดหนึ่ง ที่มีความยืดหยุ่น เรียกว่า Elastic Fiber ซึ่งจะประกอบด้วยกรดอะมิโนหลายชนิดที่สำคัญได้แก่ ไกลซีน โปรลีน และไฮดรอกซี่ โปรลีน มีความสำคัญยิ่งต่ออวัยวะในร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกอ่อน กระดูก เหงือก ฟัน ตา ผิวหนัง และหลอดเลือด เป็นต้น ซึ่งคอลลาเจนนี้จะช่วยให้โครงสร้างของร่างกายแข็งแรง และมีความยืดหยุ่นดี โดยเฉพาะจำเป็นต่อเนื้อเยื่อของกระดูกอ่อนบริเวณข้อ ในการรับน้ำหนักเคลื่อนไหว หรือขยับไปมาได้อย่างปกติทั่วไป



ในร่างกายของคนเรามีโปรตีนอยู่มากมาย ซึ่งประมาณ 30-40% จะเป็นคอลลาเจน ระดับของปริมาณคอลลาเจนในร่างกายจะลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เมื่อระดับของคอลลาเจนลดลง จะทำให้ความยืดหยุ่นและสภาพความแข็งแรงของโครงสร้างอวัยวะต่างๆของร่างกายลดลงด้วย ช่วงที่คอลลาเจนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ร่างกายก็จะเริ่มสูญเสียความแข็งแรงของผิวหนัง กระดูก และกระดูกอ่อนตรงข้อต่อ ที่เป็นสาเหตุของปัญหาโรคข้อเสื่อมตามมาก็ได้ จนเกิดปัญหาปวดข้อ ข้อฝืด ข้อแข็ง ข้ออักเสบ ข้อผิดรูป ซึ่งมักจะเกิดกับผู้หญิงมากกกว่าผู้ชาย



คอลลาเจนนอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์เรื่องของผิวหนังแล้ว ยังได้ค้นพบว่า ถ้านำสารคอลลาเจน ไฮโดรไลเซท ซึ่งปัจจุบันเป็นอาหารที่สามารถสกัดมาจากเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนของสัตว์เลี้ยง เช่น หมู เป็นต้น มา



รับประทานในขนาดวันละ 10 กรัม เป็นเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป จะพบว่าไม่เพียงแต่ คอลลาเจน ไฮโดรไลเซท จะสามารถเข้าไปทดแทนในเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนได้ ยังไปกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์คอลลาเจน Type II ที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในกระดูกอ่อนในข้อเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย โดยอาการปวดข้อและข้อยึดนั้นลดน้อยลง เมื่อรับประทานคอลลาเจนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป และช่วยให้การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น นอกจากจะลดปัญหาของเรื่องข้อเสื่อมแล้ว คอลลาเจน ไฮโดรไลเซท ยังมีประโยชน์ในผู้มีปัญหาเรื่องกระดูก เช่น ในผู้หญิงวัยทองที่จำเป็นต้องเสริมแคลเซียม และจำเป็นต้องใช้ยาที่ป้องกันการสลายของแคลเซียมจากกระดูก เมื่อรับประทานคอลลาเจน ไฮโดรไลเซท ร่วมด้วย พบว่ามีส่วนหรือมีผลทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น และลดการสลายแคลเซียมจากกระดูกได้ดีกว่าการใช้ยาแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นอกเหนือจากการช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงและเนื้อเยื่อต่างๆแข็งแรงขึ้นอีกด้วย จึงเป็นข้อดีของการเสริมคอลลาเจน



ในปัจจุบันนี้ ได้มีการพัฒนาคอลลาเจน ไฮโดรไลเซท ในรูปแบบที่รับประทานง่าย และมีรสชาติอร่อย เช่น นำมาทำเป็นผงบรรจุกระป๋องไว้ชงดื่ม และให้ละลายง่ายในน้ำเย็น เป็นต้น ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านยา และตามร้านขายผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เช่นเดียวกับในต่างประเทศ คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา และเยอรมันนี ที่มีผู้สูงอายุต่างก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของปัญหาข้อเสื่อมกับการรับประทาน “ คอลลาเจน” ซึ่งเป็นสารอาหารอย่างหนึ่งที่มิใช่ยา แต่มีคุณค่าและคุณประโยชน์ต่อโรคข้อกระดูกเสื่อมได้ จึงทำให้ลดการใช้ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ รวมทั้งทำให้การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้นได้ ซึ่งก็คือทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง
6/12/54 โพสต์โดย น้องแกง
2 จาก 2
คลอลาเจน จะมีในตัวเราคับ ทำให้หน้าเราไม่เหี่ยวคับ เมื่อเราอายุมากขึ้นคลอลาเจนก้อจะค่อยๆหมดไปคับ
12/9/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
halide คืออะไร
คุณเห็นด้วยใหม ???
CHLOROPHYLL ตกลงกินแล้วได้ประโยช์หรือเปล่าเนี้ย
สารอาหารในตีนไก่มีอะไรบ้าง มีคลอลาเจนจริงไหม
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู