หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การกินอาหารเพื่อป้องกันโรคหัวใจ
คนเรามักกินตามใจปาก จนป่วยเป็นโรคมากมาย
สุขภาพ | แชท 30/9/51 โพสต์โดย มหานอกบท
คำตอบ
1 จาก 7
อาหารโรคหัวใจ
โรคหัวใจเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของประเทศไทยรองจากอุบัติเหตุและโรคมะเร็ง โรคหัวใจส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้หากเราใส่ใจกับสุขภาพของเรา ไม่ตามใจตัวเองมากเกินไป การดูแลอาหารเพื่อป้องกันโรคหัวใจจะมีจุดประสงค์เพื่อลดไขมันที่เป็นเสียต่อร่างกายคือ LDL,Triglyceride,และเพิ่มระดับไขมันที่เป็นผลดีแก่ร่างกายได้แก่ HDL นอกจากนั้นยังต้องระวังอาหารที่จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้แก่อาหารเค็มๆทั้งหลาย

อาหารไขมัน

ไขมันในเลือดประมาณ 2/3 ได้มาจากการสร้างที่ตับโดยการย่อจากไขมันอิ่มตัว [saturated fat ] ที่เรารับประทานหากเรารับประทานไขมันอิ่มตัวมากไขมันในเลือดก็จะสูง แต่อาหารที่เรารับประทานก็ไม่ได้มีมีเพียงไขมันชนิดเดียวแต่จะประกอบส่วนผสมของไขมันดังนี้คือ

   * ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (monounsaturated)
   * ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน(polyunsaturated)
   * ไขมันอิ่มตัว( saturated fatty acids)
   * trans-fatty acids

ปริมาณไขมันแต่ละชนิดจะมีส่วนประกอบของไขมันต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่ชนิดอาหาร เช่นน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์มหรือไขมันจากสัตว์จะมีไขมันอิ่มตัวสูง

ส่วนของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน(polyunsaturated) ยังประกอบไปด้วยไขมัน 3ชนิดคือ

   * omega-3 ประกอบด้วยไขมัน 1 alpha-linolenic acid (พบมากในไขมันที่มาจาก ถั่วเหลือง เม็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย canola oil) 2 docosahexaenoic and eicosapentaneoic acids (พบไขมันชนิดนี้ในปลาและนม) จากการศึกษาพบว่าไขมันที่มาจากพืชจะมี alpha-linolenic acid จะช่วยลด triglyceride ป้องกันโรคหัวใจ
   * omega-6 พบมาในน้ำมันข้าวโพด ถั่วเหลือง canola oil
   * omega-9 fatty acids มีมากในน้ำมันมะกอก

ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนกำลังเป็นที่สนใจและมีการวิจัยถึงผลดีต่อร่างกายอย่างไร
ไขมันที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย

ไขมันที่เป็นผลเสียต่อร่างกายได้แก่ไขมันอิ่มตัว( saturated fatty acids) และ trans-fatty acids ซึ่งจะต้องให้ความสนใจเป็นอันดับแรก ไขมันอิ่มตัวจะพบมากในอาหารไขมันที่มาจากสัตว์เช่นน้ำมันหมู ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว กะทิ อาหารทอดทั้งหลายส่วนใหญ่จะทอดด้วยน้ำมันปาล์มหรือน้ำมันมะพร้าว ดังนั้นจึงต้องเลี่ยงอาหารทอด

trans-fatty acid มีผลเสียต่อหัวใจ และยังเป็นสารก่อมะเร็ง ไขมันชนิดนี้ได้จากการนำเอาไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน(polyunsaturated) มาใส่ hydrogen เพื่อป้องกันเหม็นหืนและทำให้อยู่ในรูปของแข็ง หากรับประทานไขมันชนิดนี้มากจะทำให้เกิดอุบัติการณ์ต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 53 % อาหารที่ใช้ส่วนประกอบของไขมันชนิดนี้คือ อาหารที่อบหรือปิ้ง เช่นพวกขนมปัง คุกกี้ เค้ก margarine ข้อที่ต้องระวังในการซื้ออาหารหากในสลากเขียนว่า partially hydrogenated แม้จะเขียนว่ามี cholesterol ต่ำอาหารอาจจะมี tras-fatty acid ซึ่งมีผลเสียต่อร่างกายมากพอๆกับไขมันอิ่มตัว
ไขมันที่มีผลดีต่อร่างกาย

โปรดจำไว้ว่าไขมันบางชนิดมีความจำเป็นต่อร่างกายและมีผลดีต่อสุขภาพโดยเฉพาะการเติบโตของเด็ก ไขมันที่นักวิทยาศาสตร์กำลังให้ความสนใจว่าจะมีผลดีต่อสุขภาพคือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนจากการศึกษาพบว่าการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมัน omega ทั้งสามชนิดจะมีผลดีต่อสุขภาพ อัตราส่วนที่เหมาะสมแพทย์กำลังวิจัย
ไขมันทดแทน

ต่างประเทศได้ผลิตไขมันเพื่อใช้ทดแทนไขมันที่ใช้ๆกันอยู่เพื่อลดไขมันและพลังงานจากไขมัน ไขมันชนิดต่างๆมีดังนี้

Olestra (Olean)

เป็นไขมันที่ได้สังเคราะห์จากพืชไม่ถูกดูดซึม ดั้งนั้นจึงผ่านลำไส้ไปหมด ข้อเสียก็คืออาจจะเกิดปวดท้องและถ่ายเหลว และที่สำคัญคืออาจจะขาดวิตามินและสารอนุมูลอิสระซึ่งใช้ป้องกันโรคมะเร็ง

sterols

ทำมาจากพืช ได้มีการทำการผสมสารนี้ร่วมกับน้ำมัน canola และมีรายงานว่าสามารถลดไขมัน LDL ได้ร้อยละ 24

แต่อย่างไรก็ตามควรที่จะลดอาหารไขมันมากกว่าการใช้ไขมันทดแทน

อาหารพวกแป้ง

อาหารพวกคาร์โบไฮเดร์ตเชิงซ้อนและใยอาหารจะให้ผลดีต่อหัวใจและหลอดเลือด
ผักและผลไม้

การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำจะลดอุบัติการณ์การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ในผักและผลไม้จะมีสาร flavonoids, sterols, phenol, and sulfur-containing compounds ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดระดับ cholesterol มีผลดีต่อหัวใจและป้องกันมะเร็ง
ธัญพืชและใยอาหาร

การรับประทานอาหารที่มีใยมากจะสามารถลดระดับไขมันได้ร้อยละ 13 โดยการจับกับ bile acids และยังช่วยลดระดับน้ำตาล ใยอาหารพบมากในผักและผลไม้ ถั่วมีทั้งชนิดละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ

แนะนำว่าว่าควรจะรับอาหารที่มีใยอาหารและให้ดื่มน้ำมากๆเพื่อป้องกันท้องอืดเนื่องจากแก๊สในท้อง หากว่าคุณรับอาหารที่มีใยต่ำอาจจะใช้ยาแก้ท้องผูกที่มีส่วนผสมของ psyllium

อาหารพวกโปรตีน

เนื้อปลา

ประโยชน์ของเนื้อปลาเท่าที่มีรายงานพบว่ามีประโยชน์คือลดอัตราการตายจากโรคหัวใจ ลดระดับไขมัน triglyceride ป้องกันระบบประสาท ข้ออักเสบ rheumatoid โรคหอบหืด และมะเร็งบางชนิด ปลาที่มีไขมันมากเช่น ปลาแซลมอน ปลาดาบ ปลาทูนา แนะนำให้รับประทานเนื้อปลา 1-2 ส่วนต่อสัปดาห์จะให้ประโยชน์สูงสุด

ถั่วเหลือง

เป็นอาหารโปรตีนที่ดีมากเพราะมีใยอาหาร omega-3 fatty acids, และมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ในถั่วเหลืองยังมีสารที่ทำหน้าที่เหมือนl estrogens เรียก phytoestrogens ๙งจะลดไขมันและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พบว่าคนที่รับประทานถั่วเหลืองจะมีระดับ LDL,Triglyceride ลดลงและมีการเพิ่มของไขมันที่ดีคือHDL แนะนำว่าควรจะรับประทานวันละ 25 กรัม(น้ำเต้าหู้ 1 แก้วมีถั่วเหลือง 13 กรัม)

เนื้อสัตว์

เนื้อไก่หรือเป็ดให้ลอกหนังออก เนื้อหมูให้รับหมูสันในหรือสะโพก ไม่ควรจะรับเนื้อวัว

เกลือ

หากรับประทานเกลือมากจะทำให้ความดันโลหิตสูง ดังนั้นไม่ควรรับอาหารเค็ม

น้ำตาล

น้ำตาลจะเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายโดยที่ไม่มีสารอาหารและยังทำให้น้ำตาลเพิ่มอย่างรวดเร็ว และยังทำให้ไขมัน triglyceride และน้ำหนักเพิ่ม บางรายงานถือว่าน้ำตาลเป็นผลเสียต่อหัวใจจึงไม่ควรรับประทาน

วิตามินและอาหารเสริม

สารอาหารเมื่อเกิดการย่อยหรือสันดาปก็จะเกิดอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นเรายังได้รับอนุมูลอิสระจากสิ่งแวดล้อม สารพิษ บุหรี่ ความเครียด สารอนุมูลเหล่านี้จะทำให้เซลล์มีการทำลายและเกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนทำให้เกิดมะเร็งและโรคหัวใจ นักวิจัยสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะป้องกันโรค

วิตามินอี Vitamin E

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการแข็งตัวของเลือดในหลอดเลือดหัวใจ แต่จากหลักฐานปัจจุบันยังไม่ยืนยันแน่ชัด ผู้ชำนาญแนะนำว่าควรจะรับวันละ 100-400 ยูนิต หากรับมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดเลือดออก

วิตามิน ซี

ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีผลดีต่อหัวใจ แต่พอมีหลักฐานว่าป้องกันหลอดเลือดสมองยังไม่แนะนำให้รับวิตามินซีเพื่อป้องกันโรคหัวใจ

สุราและกาแฟ

สุรามีผลดีทำให้ระดับ HDL เพิ่มทำให้ป้องกันโรคหัวใจ แต่อย่างไรก็ตามท่านผู้อ่านต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวของท่านก่อนที่จะดื่ม สุราและต้องระลึกว่าการดื่มสุราจะชักนำให้เกิดโรคมะเร็งคงต้องเทียบผลดีผล เสียก่อนที่จะดื่มสุรา

การดื่มกาแฟจะเพิ่มการขับแคลเซียมออกจากร่างกายซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญของกระดูกและหัวใจ นอกจากนั้นกาแฟบางชนิดจะเพิ่มระดับ cholesterol ในเลือดควรที่จะดื่มชามากกว่าเนื่องจากในชาจะมีสาร flavanoid ซึ่งป้องกันโรคหัวใจ
30/9/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
2 จาก 7
ท่านน้อยตายยาก ทานมากตายไว
23/11/52 โพสต์โดย สม่จิต
3 จาก 7
ถ้ามีเวลา
ลองบวช แล้ว ทาน มังสะวิรัติ
แบบ ที่ใช้ผัก ไม่ใช่ แบบที่ ใช้แป้ง
งดมื้อเย็น
26/1/54 โพสต์โดย เวรกำ
4 จาก 7
ทูกค่ะ
24/2/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
5 จาก 7
เนื้องด้วยปัจจุปันมีคนเป็นโรคต่างๆมากมาย แต่ที่เป็นและรักษาไม่หาย หรือเป็นและทรมานก็จำพวก เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ
ภูมิแพ้ หอบหึด โรคไต ฯลฯ กินยาต่างข้าวหรือว่ากินยาเยอะมาก เมื่อเป็นดังนั้นกระผมจึงมีทางเลือกมาให้ท่านหรือญาติท่านใดทีเป็นโรคจำพวกที่กล่าวมานี้ น้ำมาร์กี้เบอร์รี่ สกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ ดืมอร่อย สดชืน มีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะกับทุกเพศ จึงทำให้ครอบคลุมเกือบทุกโรคเป็นที่นิยมในต่างประเทศเกือบ 30ประเทศทั่วโลก  รับรองว่ากินดี ในราคาไม่แพงเท่าที่คุณคิด สนใจติดต่อ 088-23605070
19/2/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
6 จาก 7
แนะนำให้กินกล้วยครับ ผลไม้ที่ไม่ใช่กล้วยๆจริงๆ สามารถช่วยเรื่องความดันและโรคหัวใจได้ครับ
26/3/56 โพสต์โดย utkk
7 จาก 7
หัวใจฟิตได้ด้วยมือคุณ ลองอ่านกันดูนะครับ ถ้าคุณยังอยากจะนอนอยู่เคียงข้างคนรักของคุณไปอีกนาน ๆ
26/3/57 โพสต์โดย WUTTIKRAI
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
โรคอ้วนเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจมะเร็งบางชนิด
โรคกระเพาะอาหารอักเสบ
อยากทราบอาหารที่ผู้ป่วยฟอกไตและโรคเก๊าท์เทียมทานได้ค่ะ
ผมไม่ทานอาหารเย็น ถ้ากินน้ำแทนจะช่วยลดการเป็นโรคกระเพาะได้ไหมครับ
ควรกินอะไรถ้าเป็นโรคibs
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู