หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ระบบเศรษฐกิจมี่ประเภท อะไรบ้าง ประเทศไทยเป็นระบบเศรษฐกิจแบบไหน เพราะอะไร
เศรษฐกิจ 6/3/52 โพสต์โดย ธนัชชา
คำตอบ
1 จาก 6
ทัศนะวิจารณ์  

ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล  มหาวิทยาลัยศรีปทุม

การขยายตัวทางการค้าระหว่างกลุ่มธุรกิจภายในประเทศ ส่งผลต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจของไทยเป็นส่วนรวม การค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าภายในประเทศก็ขยายตัวกว้างขวางขึ้น กลุ่มธุรกิจที่สามารถทำกำไรจากการค้าขายของตนก็สามารถทำกำไรและสะสมทุนได้มากขึ้น ทุนหรือกำไรดังกล่าวจะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงและพัฒนาต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ความเติบโตของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีอำนาจผูกขาดทางเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่นั้นมีอิทธิพลทางการเมืองควบคู่ไปด้วย นโยบายเศรษฐกิจของประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดบทบาทและอิทธิพลของธุรกิจเอกชน ในกรณีของประเทศไทยแนวนโยบายเศรษฐกิจของประเทศได้เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวและการเติบใหญ่ของธุรกิจเอกชน ซึ่งรัฐบาลเองก็จะต้องใช้ดุลพินิจอย่างรอบด้าน


ประการแรก ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ที่สนับสนุนการประกอบธุรกิจของเอกชนมาโดยตลอด แม้ว่าในบางช่วงเวลาในสมัยของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม  จะได้หันมาเน้นบทบาทของรัฐในทางเศรษฐกิจก็ตาม อย่างไรก็ตาม หลังปี พ.ศ. 2501 รัฐบาลได้หันมาเน้นบทบาทเศรษฐกิจของเอกชนมากขึ้น พร้อมกับให้ความช่วยเหลือการประกอบธุรกิจของเอกชนในด้านต่างๆ  อาทิเช่น การประกาศใช้กฎหมายการส่งเสริมการลงทุน โดยให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล ในขณะเดียวกันนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็ได้จำกัดบทบาทการของธุรกิจของรัฐวิสาหกิจมิให้แข่งขันกับเอกชน


ประการที่สอง นอกจากประเทศไทยได้ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมแล้ว ยังเป็นประเทศที่เปิดกว้างในทางเศรษฐกิจทำการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างเสรี เปิดโอกาสและชักชวนให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนและประกอบการค้าในประเทศไทย การใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบเปิดกว้างทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยผูกพันกับระบบเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง ทั้งทางสังคมเศรษฐกิจและการเมือง ในปัจจุบันมูลค่าการค้าต่างประเทศเทียบกับรายได้ประชาชาติแล้วตกประมาณร้อยละ 50 ซึ่งหมายความว่าประมาณครึ่งหนึ่งของการประกอบการทางเศรษฐกิจภายในประเทศจะเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจต่างประเทศโดยตรง ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกจึงส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในประเทศไทยได้โดยง่าย


การใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบเปิดกว้าง นอกจากจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้เร็วแล้ว ยังทำให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ ขยายตัวเติบใหญ่ และมีบทบาทอิทธิพลในทางเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจผูกขาด


ประการที่สาม  เมื่อกลุ่มธุรกิจขยายใหญ่ และระบบเศรษฐกิจเจริญเติบโตมีความซับซ้อนมากขึ้น การกำกับและการควบคุมธุรกิจของรัฐบาลก็มีปัญหามากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากระบบราชการมิได้รับการพัฒนาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ตามไม่ทันการพัฒนาการของธุรกิจเอกชน จึงทำให้การควบคุมหรือการกำกับการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ผล และเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของเอกชน ปัญหาดังกล่าวได้ทำให้รัฐบาลหันมาแก้ปัญหาด้วยการควบคุมธุรกิจเอกชนน้อยลง และหันมาแสวงหาความร่วมมือจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่มากขึ้น อาทิเช่น ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่มีชื่อย่อว่า กรอ. ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค นโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจดังกล่าวแม้จะมีผลดีที่ช่วยให้แก้ปัญหาอุปสรรคของการพัฒนาเศรษฐกิจได้บ้างก็ตาม แต่ก็เป็นนโยบายที่ลดบทบาทของระบบราชการและเพิ่มบทบาทอิทธิพลของกลุ่มธุรกิจในระดับต่างๆ มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายอิทธิพลของกลุ่มผูกขาดในทางเศรษฐกิจ


ต้องยอมรับโดยแท้ว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจที่ได้เป็นไปอย่างรวดเร็วในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างทางการเมืองด้วย กล่าวคือ ระบบการเมืองจำเป็นต้องเปิดกว้าง เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นต้นมา  การเมืองในระบบแบบเปิดกว้างนี้ได้ทำให้กลุ่มธุรกิจเข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยตรงมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ในแง่นโยบายเศรษฐกิจของประเทศไทย ควรยึดมั่นในหลักการเศรษฐกิจเสรีที่ต้องระมัดระวังและเข้าใจระดับของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจของไทย คือระบบเศรษฐกิจของไทยขยายตัวอย่างรวดเร็วและผูกผันกับระบบเศรษฐกิจโลกมากขึ้น มีการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมมากขึ้นตามลำดับมีการขยายการเปิดประเทศซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนสินค้ากับต่างประเทศนำไปสู่การนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบมีการขยายการเปิดมากขึ้น  


นอกจากนั้นเงินและระบบการเงินก็ได้เข้ามามีอิทธิพลในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ในขณะเดี่ยวกันการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว และการพัฒนาชุมชนเมือง มีผลให้ประชาชนตื่นตัวต่อความเจริญทางด้านวัตถุและต้องการสินค้าบริการต่างๆ เพิ่มขึ้น  และการที่ประเทศไทยมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่เน้นระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เปิดกว้างให้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศโดยเสรี มีการสนับสนุนธุรกิจเอกชน ทำให้กลุ่มธุรกิจขยายตัวเจริญเติบโตและมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ในขณะที่ระบบราชการยังอ่อนแอ รัฐบาลอาจต้องประสบปัญหาการกำกับและการควบคุมธุรกิจ ดังนั้น รัฐบาลต้องควบคุมองค์ประกอบและกลไกของระบบการเมืองเพื่อทำให้การเมืองนิ่งและมุ่งแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศต่อไป  


เพราะขณะนี้ไม่ว่าโครงสร้างทางสังคมและอำนาจการต่อรองของกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอยู่ อาทิเช่น กลุ่มศักดินา กลุ่มทหารข้าราชการ กลุ่มพ่อค้านักธุรกิจ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไป ซึ่งต่างมีอำนาจการต่อรองแตกต่างกันออกไป แต่กลุ่มต่างๆเหล่านี้ก็จะมีบทบาทและอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายและการทำงานของรัฐบาลในอันที่จะตอบสนองผลประโยชน์ของตน องค์กรนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ กลุ่มอิทธิพลที่มีบทบาทในการควบคุมองค์กรต่างๆเหล่านี้ก็จะสามรถใช้อำนาจในการกำหนดนโยบายและการบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ในกลุ่มของตน  


และสุดท้ายผลกระทบจากการกำหนดนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาล  ซึ่งย่อมจะตกแก่ประชาชนทั่วไป คือประชาชนทุกคนต่างต้องการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การกินดีอยู่ดีและการมีสิทธิเสรีภาพด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็เป็นเรื่องยากที่ประชาชนกลุ่มต่างๆ จะได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินนโยบายและการบริหารประเทศของรัฐบาลอย่างเท่าเทียมกัน
6/3/52 โพสต์โดย ชายเด่น
2 จาก 6
เมื่อสังคมแต่ละแห่งมีระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น จึงได้มี การพิจารณาแบ่งระบบเศรษฐกิจของสังคม โดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเศรษฐกิจ ในสังคมนั้นๆ เป็นตัวกำหนด สามารถแบ่งได้ 3 ระบบ ดังนี้

1. ระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม เป็นระบบเศรษฐกิจที่หน่วเศรษฐกิจต่างๆ มีความ สัมพันธ์กันโดยอาศัยศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี อุปนิสัย ความเคยชินเป็นตัวกำหนด ระบบ เศรษฐกิจแบบนี้การตัดสินใจในการผลิตหรือการบริโภค จะดำเนินตามรอยคนรุ่นเก่าและประสบการณ์ การตัดสินใจในอดีต การผลิตของครอบครัวมักเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวของ ตนเองเป็นสำคัญ เช่น ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นอาหารในครอบครัว ทอผ้าและทำเครื่องใช้ต่างๆ ขึ้นเอง การซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างสมาชิกในสังคมมีไม่กว้างขวางนัก สังคมในปัจจุบันต่างก็เคยผ่านระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมมาแล้วในอดีต แต่ใน ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมมีให้เห็นน้อยมาก ส่วนใหญ่จะยังคงมีอยู่ในแถบเผ่าชนที่มีความ เจริญยังเข้าไปไม่ถึง



2. ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมหรือแบบบังคับ เป็นระบบเศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับ อำนาจรัฐ หน่วยเศรษฐกิจต่างๆ จึงมีหน้าที่ทำตามคำสั่งหรือข้อกำหนดของรัฐ หน่วยงานของรัฐจะมี ความสำคัญต่อการตัดสินใจของประชาชนในด้านการใช้จ่าย เพื่อการอุปโภคบริโภค การลงทุนทาง การค้า การประกอบอาชีพ การกำหนดราคาหรือผลตอบแทนจากการซื้อขายแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ เพื่อให้ สอดคล้องกับเป้าหมายต่างๆ ที่รัฐบาลกำหนดไว้ กล่าวคือ รัฐจะเป็นผู้กำหนดวางแผนว่า สังคมจะต้อง ผลิตสินค้าและบริการอะไร ในปริมาณเท่าใด ผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใคร ส่วนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน หรือทรัพยากรมักเป็นของรัฐ

          ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบบังคับ เช่น ประเทศสหภาพโซเวียตในอดีต สหภาพ พม่า เวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี โดยประเทศเหล่านี้มักเป็นประเทศที่มีการ ปกครองแบบสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์

3. ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือแบบตลาด เป็นระบบเศรษฐกิจที่หน่วยเศรษฐกิจ ต่างๆ สามารถตัดสินใจเลือกซื้อหรือผลิตสินค้าและบริการตามความต้องการของตนได้อย่างเสรี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเป็นของเอกชน คือ ประชาชนสามารถเลือกที่จะผลิตสินค้าหรือบริโภคสินค้า 4 ใดก็ได้ตามความพึงพอใจ สามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินและปัจจัยการผลิตเท่าที่ตนหามาได้ แต่ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของกฎหมายที่กำหนดไว้ สำหรับรัฐบาลจะเข้ามาเกี่ยวข้องในกิจกรรมทาง เศรษฐกิจน้อยที่สุด โดยทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเท่านั้น ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาด เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ
6/3/52 โพสต์โดย ปลาทอง
3 จาก 6
น่าจะมี2ประเภท แบบทุนนิยมหรือเสรีนิยม กับแบบสังคมนิยม ประเทศเทศไทยเป็นแบบทุนนิยม คือมีอิสระในกานลงทุนพอสมควร มีการแข่งขันกันในทางการค้ามั่ง
12/3/53 โพสต์โดย มาริโอ้ เมาล่อ
4 จาก 6
ในทางทฤษฎีท่ีพูดกันคือแบบผสมระหว่างทุนนิยมและสัมคมนิยม
แต่บฏิบัติจริงเป็นแบบทุนนิยม เพราะได้นำสาธรณุปโภคไปแปรรูปเป็นเอกชนเกือบหมดแล้ว
ทำให้ประชาชนต้องแบกภาระเรื่องการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
17/1/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
5 จาก 6
3 ประเภท
1.แบบทุนนิยม รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกกิจกรรมใด ๆ ของประชาชน
2.แบบสังคมนิยม แบ่งเป็นอีก 2 ประเภท คือ
    1.สังคมนิยมแบบเข้ม หรือ คอมมิวนิสต์ รัฐบาลจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดประชาชนไม่มีสิทธิถือครอง
    2.สังคมนิยม คือ รัฐบาลจะเป็นเจ้าของสถานบันการเงินทั้งหมดเพราะเป็นแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่(รัฐสวัสดิการ)
3.แบบผสม คือ รัฐบาลกับเอกชนจะร่วมมือกันในการพัฒนารัฐจะเข้าควบคุมสาธารณูปโภค(รัฐวิสาหกิจ)

ประเทศไทยเป็นแบบ ที่ 3 แบบผสม เหตุผลไม่ทราบ
อาจเพราะ รัฐบาลอาจเปิดโอกาสให้เอกชนรัฐสัมปทานไปแล้วรัฐบาลก็จะมีรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าสัมปทาน พวก
ไฟฟ้า ประปา น้ำมัน โทรศัพท์ โทรทัศน์
12/3/54 โพสต์โดย jackdekdee
6 จาก 6
ระบบเศรษฐกิจมี่ประเภท
3/11/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ระบบเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เป็นไปได้ไหม? กับประเทศไทย
ระบบเศรษฐกิจของไทย ดีอย่างไร เพราะอะไร
ประเทศไทยมีปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อะไรบ้าง
แบ๊งค์ปลอมสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไรครับ
คุณคิดอย่างไรกับเศรษฐกิจเมืองไทยในปัจจุบัน??? ^^
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู