หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
แพ้แดด...มันเป็นยังไงหรอคะ ?
เห็นบางคนบอกว่าตัวเองแพ้แดด เราก็ไม่เข้าใจ ว่าแพ้แดดมันเป็นยังไง
ว่าแต่ใครในนี้แพ้แดดกันมั่งหว่า ? มันเป็นยังไงหรอคะ ช่วยบอกที ?
ปัญหา 12/7/52 โพสต์โดย fate
คำตอบ
1 จาก 8
ผมไม่แพ้แดดครับ

ใครแพ้ต้องทาครีมกันแดด
ไม่งั้นผิวเสียหมด
12/7/52 โพสต์โดย maddog
2 จาก 8
จะมีอาการแสบๆร้อนๆ หรือมีเม็ดแดงๆขึ้น
12/7/52 โพสต์โดย กา
3 จาก 8
เพื่อนผมมีอาการแพ้แดด แล้วไปตรวจปรากฏว่าเป็นโรค SLE ซึ่งโรคนี้ถ้าโดนแดดนาน อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในบ้านเพื่อนผมไม่มีใครเคยเป็นโรคนี้มาก่อน มีเพื่อนผมคนเดียวในบ้าน ตอนนี้ก็ต้องไปตรวจทุกเดือน
ผมเลยเอาข้อมูลเกี่ยวกับโรค SLE มาฝาก

โรค SLE คืออะไร
คนปกติจะมีระบบต่อสู้กับเชื้อโรคเรียกภูมิคุ้มกัน ถ้าภูมิคุมกันของคนเสียจากเชื้อไวรัส HIV เรียกโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรค AIDS ร่างกายจะไม่สามารถสร้างภูมิต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมได้ ในทางตรงกันข้ามภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานมากเกินไปและจำเนื้อเยื่อตัวเองไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเราเรียก autoimmune disease ทำให้เนื้อเยื่อนั้นเกิดการอักเสบและถูกทำลาย โดยคำจำกัดความหมายถึงโรคเรื้อรังที่เกิดระบบภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง เนื้อเยื่อที่มักเกิดอาการได้แก่ ข้อ joint ,ผิวหนัง skin, ไต kidneys, หัวใจ heart, ปอด lungs, หลอดเลือด blood vessels, และสมอง brain.ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นๆหายๆ
ผู้ป่วย SLE รักษาไม่หาย แต่สามารถมีคุณภาพีชีวิตใกล้เคียงคนปกติ ผู้ป่วยต้องทราบว่าโรคนี้จะมีบางช่วงที่ปราศจากอาการเรียก remission บางช่วงก็มีระยะที่เกิดโรคกำเริบเรียก flares ผู้ป่วยต้องเรียนรู้วิธีป้องกันโรคกำเริบและรู้วิธีรักษาโรคนี้มักจะเป็นในผู้หญิงแต่ไม่เป็นกรรมพันธุ์ โรค SLE มีได้หลายลักษณะดังนี้

• Systemic lupus erythematosus (SLE) หมายถึงโรคที่มีการทำอักเสบและมีการทำลายเนื้อเยื่อหลายอวัยวะ เช่น ผิวหนัง ไต ข้อ หัวใจ
• Discoid lupus erythematosus โรคที่เป็นเฉพาะผิวหนังโดยเฉพาะบริเวณหน้า หนังศีรษะ ผู้ป่วยจำนวนไม่มากที่เปลี่ยนไปเป็น SLE
• Drug-induced lupus เป็นกลุ่มโรคที่มีอาการเหมือน SLE เช่น มีผื่น ข้ออักเสบ มีไข้ แต่ไม่เป็นโรคไต เมื่อหยุดยาอาการต่างๆจะหายไป
• Neonatal lupus ทารกที่เกิดจากแม่ที่เป็น SLE พบน้อยมาก

สาเหตุของ SLE
สาเหตุที่แท้จริงไม่มีใครทราบแต่เชื่อว่าเกิดจากหลายสาเหตุเช่นพันธ์กรรม สิ่งแวดล้อมและระบบภูมิคุ้มกัน มักพบโรค SLE ในคู่แฝดจากไข่ใบเดียวกัน มากกว่าแฝดจากไข่คนละใบ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า แสงแดด ความเครียด ยาบางชนิด การติดเชื้อบางชนิด เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคในผู้ป่วยที่มีแนวโน้มโรคนี้ไม่สามารถติดต่อจากผู้ป่วยสู่คนอื่น ภูมิคุ้มกัน antibodies ของโรค SLE จะทำลายเนื้อเยื่อของตัวเองเรียก autoantibodies ทำให้เกิดการอักเสบของหลายอวัยวะ เกิดอาการ ปวด บวม แดง ร้อน ที่อวัยวะนั้น autoantibodiesบางส่วนจับกับสารในร่างกายเกิดเป็น immune complexes ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบตามอวัยวะต่างๆ

อาการของโรค SLE
ผู้ป่วย SLE แต่ละคนจะมีอาการต่างกัน อาการมีตั้งแต่เป็นมาก บางรายเป็นน้อย อาการที่พบบ่อยได้แก่ อาการทางผิวหนังและอาการปวดข้อ อาการทางผิวหนังได้แก่มีผื่นโดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงเรียกว่าแพ้แสงแดด Photosensitivity ผื่นมักจะเกิดมากบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่นผื่นที่หน้าบริเวณโหนกแก้มและจมูกทำให้มีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อเรียก butterfly or malar rash นอกจากนั้นยังพบว่ามีอาการผมร่วงด้วย ส่วนอาการทางข้อได้แก่ ปวดข้อ บางครั้งอาจจะมีอาการข้ออักเสบ ข้อบวมและปวด ไข้สูง มีผื่น อาการอื่นที่พบได้แก่ แน่นหน้าอก ผมร่วง ถูกแสงแล้วมีผื่นที่ผิวหนัง ซีด ปลายนิ้วจะมีสีม่วงอ่อน บางรายปวดหัว ซึม ชัก ผู้ป่วย SLE บางรายอาจมีการอักเสบเพียงระบบเดียว บางรายมีการอักเสบหลายระบบได้แก่
• ร้อยละ 90 จะมีอาการทั่วไป ได้แก่ไข้ อ่อนเพลีย ปวดข้อปวดกล้ามเนื้อ
• ผู้ป่วยร้อยละ 90 จะมีอาการทางกล้ามเนื้อและข้อ จะมีอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ข้อที่ปวดมักจะเป็นข้อนิ้วมือ proximal interphalangeal, metacarpophalangeal ข้อมือ ข้อเข่า
• อากทารทางผิวหนังและเยื่อบุ ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยจะมีแผลที่เพดานปาก แผลจะไม่เจ็บปวด แต่หากมีการติดเชื้อก็อาจจะทำให้เจ็บได้ แผลนี้ผู้ป่วยอาจจะไม่รู้ตัว ผื่นตามผิวหนังจะมีผื่นแพ้แสงแดดและผื่นที่หน้าดังได้กล่าวมาแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการผมร่วงซึ่งพบได้ร้อยละ 50 ผมจะร่วงช่วงที่โรคกำลังดำเนินงานแต่เมื่อโรคถูกควบคุมผมจะกลับสู่ปกติ นอกจากนั้นก็อาจจะมีอาการทางผิวหนังอื่น เช่น ลมพิษ Raynaud phenomenon
• ไต มีการอักเสบของไต nephritis ทำให้ไตไม่สามารถเก็บไข่ขาวผู้ป่วยจะมีอาการบวม ในรายที่เป็นมากจะมีไตเสื่อมผู้ป่วยจะบวม ความดันโลหิตสูงขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยที่ไตอักเสบเริ่มต้นจะไม่มีอาการ เราทราบได้จากการตรวจปัสสาวะพบไข่ขาวและเม็ดเลือดขาว
• ระบบประสาท ผู้ป่วย SLE อาจมีอาการปวดศีรษะ ซึม อัมพาต ชัก ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น เส้นเลือดมีการอักเสบอาจจะทำให้เกิดเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
• ระบบไหลเวียน มีการอักเสบของหลอดเลือด vasculitis
• เม็ดเลือด ผู้ป่วยจะมีจำนวณเม็ดเลือดลดลง เม็ดเลือดขาวต่ำลง เกร็ดเลือดต่ำลง ภูมิคุ้มกันทาลเม็ดเลือด
• ระบบหายใจ จะมีเยื่อหุ้มปอดอักเสบ เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า
• หัวใจ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจมีการอักเสบทำให้เกิด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ myocarditis เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ pericarditis ลิ้นหัวใจอักเสบ endocarditis
• อาการทางตา อาจจะมีตาอักเสบ anterior uveitis or iridocyclitis หรือเส้นเลือดไปเลี้ยงตาอุดตันทำให้ตาบอด
• ระบบทางเดินอาหารมีเยื่อบุช่องท้องอักเสบทำให้เกิดอาการปวดท้อง หรือต่อมน้ำเหลืองในท้องรวมท้องลำไส้อักเสบ

อาการที่พบบ่อย
• ปวด บวม ของข้อ
• ไข้ไม่ทราบสาเหตุ
• อ่อนเพลียไม่มีแรง
• ผื่นที่หน้า
• หายใจลึกๆจะเจ็บหน้าอก
• ผมร่วง
• ปลายนิ้วมีสีม่วงเมื่อถูกความเย็น
• แพ้แสงแดด
• บวมหลังเท้า

การวินิจฉัยโรค SLE
ไม่ง่ายอย่างที่คิดเนื่องจากอาการของโรคซับซ้อนการวินิจฉัยต้องอาศัยประวัติการเจ็บป่วยที่ค่อยข้างละเอียด และแพทย์ต้องระลึกถึงโรคนี้อยู่เสมอ การตรวจร่างกายถ้าพบลักษณะเฉพาะก็สามารถวินิจฉัยได้ นอกจากนั้นแพทย์จะเจาะเลือดเพื่อวินิฉัยดังนี้
1. Antinuclear antibody คือตรวจหาว่ามีภูมิคุ้มกันของร่างกาย antibody ทำลาย nucleus ตัวเองหรือไม่ วิธีการโดยการหยด serum ของผู้ป่วยบนเซลล์ของตับหนู แล้วใช้ antihuman IgG ซึ่งฉาบสารเรืองแสงส่องกล้องจุลทรรศน์เรืองแสงจะพบความผิดปกติได้ ถ้าการตรวจให้ผลบวกแสดงว่าเป็น SLE
2. การตัดชิ้นเนื้อ biopsy ที่ผิวหนังและไตเพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันที่เกาะติดอวัยวะดังกล่าว
3. การตรวจหา VDRL ให้ผลบวกหลอก
4. การตรวจ CBC อาจจะพบว่าซีด หรือเม็ดเลือดขาวต่ำ หรือเกร็ดเลือดต่ำ
5. การตรวจปัสสาวะพบว่ามีไข่ขาวรั่วมากกว่า 0.5กรัม ต่อวันและบางรายอาจจะพบเซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะด้วย ผู้ป่วยบางรายต้องมีการเจาะชิ้นเนื้อไตเพื่อตรวจสำหรับวางแผนการรักษา
6. ตรวจพบ LE cell ในเลือด
7. ตรวจ Erythrocyte sedimentation rate (ESR) ถ้ามีการอักเสบมากค่า ESR จะสูงค่าตัวนี้ใช้ติดตามการรักษา
8. เจาะหา Complement levels คือสารเคมีในร่างกายถ้าโรคเป็นมากค่านี้จะต่ำ

การรักษาโรค SLE
หลังจากวินิจฉัยโรคได้แล้วแพทย์จะทำการรักษาซึ่งอาจจะใช้แพทย์เปลืองเนื่องจากต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา เช่น แพทย์โรคข้อ rheumatologist แพทย์เชี่ยวชาญผิวหนัง dermatologists แพทย์เชี่ยวชาญโรคไต nephrologists แพทย์เชี่ยวโรคภูมิคุ้มกัน immunologists การรักษาผู้ป่วย SLE ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนเนื่องจากแต่ละคนเจ็บป่วยไม่เหมือนกัน ยาที่แพทย์มักจะเลือกใช้
NSAIDs Used To Treat Lupus*
Generic Name
Ibuprofen
Naproxen
Sulindac
Diclofenac
Piroxicam
Ketoprofen
Diflunisal
Nabumetone
Etodolac
Oxaprozin
Indomethacin
• Nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) เป็นยาลดการอักเสบใช้รักษาไข้ ข้ออักเสบ ปวดข้อ ข้อบวม อาจใช้ร่วมกับยาชนิดอื่น ผลข้างเคียงของยาคือ โรคกระเพาะอาหาร ท้องเสีย และบวม
• ยารักษามาลาเรีย มีการนำยารักษามาลาเรียมาใช้รักษา SLE โดยเฉพาะรักษาอากรเพลีย ปวดข้อ ผื่น และปอดอักเสบจาก SLE ได้แก่ยา hydrochloroquine
, chloroquine (Aralen), and quinacrine (Atabrine) ผลข้างเคียงคือแน่นท้อง ตามัวลง
• Steroid อาจเป็นยากิน ยาทา หรือยาฉีดขึ้นกับความรุนแรงของโรค เนื่องจากยามีผลข้างเคียงจึงนิยมใช้ยาให้มีขนาดน้อยที่สุดที่สามารถรักษาคนไข้ ผลข้างเคียงในระยะสั้นได้แก่ เจริญอาหาร บวม ไม่ควรหยุดยากลุ่มนี้ทันทีเพราะจะเกิดอันตราย หากกินยานี้เป็นเวลานานจะเกิดผลข้างเคียงคือ กระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ต้อกระจก ติดเชื้อได้ง่าย ผู้ป่วยที่ได้ยา steroid ควรได้รับ แคลเซี่ยมและวิตามินดีเสริมเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน
• immunosuppressive หากไม่สามารถควบคุมโรคได้แพทย์จะใช้ยากลุ่มนี้เพื่อกดภูมิคุ้มกันได้แก่ยา azathioprine (Imuran) and
cyclophosphamide (Cytoxan) ,methotrexate
เนื่องจากยามีผลข้างเคียงมากดั้งนั้นไม่ควรซื้อยารับประทานเองหรือหยุดยาเองเพราะอาจเกิดผลเสียได้

สัญญาณเตือนภัย
• อ่อนเพลีย Increased fatigue
• ปวดข้อ Pain
• ผื่น Rash
• ไข้ Fever
• แน่นท้อง Stomach discomfort
• ปวดศีรษะ Headache
• มึนงง Dizziness
การป้องกันการกำเริบ
• ต้องเรียนรู้สัญญาณเตือนภัย
• ต้องตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
• ตั้งเป้าหมายการรักษา
• ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด
• รักษาสุขภาพให้ดีและคุมอาหาร
• หลีกเลี่ยงความเครียด
• ต้องมีเวลาผักผ่อนเพียงพอ
• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย SLE
แม้ว่าอาการของโรค SLE จะมีมากและผลข้างเคียงของยาจะมีมากแต่ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอย่างมีความสุขได้หากเรียนรู้ถึงอาการเตือนของการกำเริบของโรค และสามารถรู้ถึงวิธีป้องกันโรค ผู้ป่วยควรไดัรับการตรวจจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอโดยการตรวจร่างกาย และตรวจเลือด ไม่ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการเนื่องจากการรักษาแต่เริ่มแรกจะให้ผล

ที่มา http://www.pantown.com/board.php?id=25487&area=3&name=board8&topic=13&action=view
12/7/52 โพสต์โดย mae
4 จาก 8
ถ้าเรียกตามที่ชาวบ้านเข้าใจกันง่าย เกี่ยวกับ โรค SLE ก็คือ โรคพุ่มพวง
12/7/52 โพสต์โดย mae
5 จาก 8
แสงแดด มีประโยชน์มากมาย เช่น ทำให้โรคเกิดความสว่างไสว ความร้อนจากแสงแดดช่วยยับยั้งการเติบโต

ของเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ ไล่ความอับชื้นของเครื่องนุ่งห่ม ห้องนอน ทำให้ไม่เหม็นเหงื่อ ผู้คนที่อยู่ในเขตหนาวเช่น

ยุโรป และอเมริกา มีผิวหนังสีขาวซีดจะนิยมอาบแดด เพื่อต้องการบำรุงสีผิวให้เข้มกว่าเดิม แต่ก็จะดำขึ้นชั่ว

คราว หรือประมาณอย่างน้อย 1 เดือน แล้วกลับสู่ปกติ คนพวกนี้จึงต้องไปอาบแดดกันบ่อย ๆ ถ้าไม่แพ้แดดก็ไม่

เป็นไร ถ้าแพ้แดดก็จะเดือดร้อนรำคาญ เพราะจะมีผื่นแดงและคันเป็นระยะ ๆ


ผิวหนังที่แพ้แสงแดดเกิดได้หลายวิธีดังนี้

1. เกิดเมื่อมีสารบางอย่าง มาสัมผัสกับผิวหนัง เป็นระยะเวลานาน พอสมควร และเมื่อสารดังกล่าวถูกดูดซึมเข้า

สู่เซลล์ผิวหนังจนมีปริมาณมากพอ และออกไปตากแดด ก็จะก่อให้เกิดอาการผื่นแดงเฉพาะบริเวณนอกร่มผ้า

ได้แก่ ใบหน้าพบว่าตรงส่วนนูน เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม ส่วนอื่น ๆ ที่อาจจะพบได้อีกเช่นกัน คือ คอ อกส่วนรูป

ตัววี แขนด้านข้าง ขาส่วนนอกกางเกง หลังเท้า สารที่มาสัมผัสกับผิว แล้วก่อให้เกิดอาการดังกล่าว เป็นสารที่

อาจพบได้ในสบู่ หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบ ของสารต่อไปนี้ คือ Bithional, Trichlosalicylanilide ถ้ามี

อาการดังกล่าวควรตรวจสอบเครื่องสำอางที่ตนเคยใช้ ให้เปลี่ยนเป็นชนิดอื่น ๆ แทน อาการดังกล่าวก็จะดีขึ้น


2. เกิดเมื่อได้รับประทานยาบางอย่าง

ซึ่งจะออกฤทธิ์ของการแพ้ยา เมื่อเราไปถูกแสงแดดแล้ว ยาดังกล่าวเป็นยาที่ใช้ รักษาโรคทั่ว ๆ ไปคือ ยาเบา

หวาน (Diabenese) ยาขับปัสสาวะ (Dichlortride) ยารักษาเชื้อรา (Griseofulvin) และยากลุ่มซัลฟา ยาดัง

กล่าวเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วภายใน 7 วัน ถ้าผู้ใดมีอาการแพ้ยาและแพ้แดด จะมีผื่นแดงตกสะเก็ด มีน้ำ

เหลืองไหลในบางราย และมีอาการคันมาก เมื่อหยุดยาอาการดังกล่าวจะหายไป


3. โรคแพ้แดดและแพ้ภูมิตัวเอง

คือ โรค SLE พบมากในหญิงมากกว่าชาย จะมีอาการมีไข้ ผมบางเพราะร่วงวันละ เล็กน้อย ปวดข้อเข่า ข้อนิ้ว

มอ ผอมลง น้ำหนักลด มีผื่นแดงชัดเจนบริเวณดั้งจมูก และแก้มทั้งสองข้าง และอาจพบอาการปกติที่อวัยวะอื่น

เช่น ไต หัวใจ ปอด ทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องในเวลาอันสมควร ดังเ

ช่น คุณพุ่มพวง ดาราลูกทุ่งมีชื่อและขวัญใจของชาวไทย


อาการแพ้แสงแดดในจำนวนทั้ง 3 โรคที่กล่าวข้างบนมิได้เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคน จะเกิดเพียงบางคนเท่านั้น

โดยเหตุผลของการเกิดไม่ทราบแน่นอน แต่ที่สำคัญคือ ต้องมีแสงแดดร่วมด้วยเสมอและสามารถทุเลาได้ โดย

การรักษาที่ถูกต้อง


ส่วนอาการเป็นพิษเรื้อรังจากการแพ้แสงแดด ที่มักจะเกิดทุกราย คือ จุดด่างขาวเล็ก ๆ ขนาด 1-5 มิลลิเมตร

เป็นจุดด่างขาวที่มีลักษณะกลม ไม่มีอาการเจ็บปวด หรือคันแต่อย่างใด พบในคนที่อายุเฉลี่ยประมาณ 45 ปีขึ้น

ไป จัดเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากแสงแดดในผู้สูงอายุ จุดขาวดังกล่าว จะพบบริเวณที่ ถูกแสงแดดเสมอ เช่น

แขน อก ผู้ที่โชคร้ายสักหน่อยอาจเกิด ตั้งแต่อายุได้ 30 ปี โดยเฉพาะพวกที่มีผิวค่อนข้างขาว และมีอาชีพที่

ต้องถูกแดดได้บ่อย ๆ วิธีป้องกันคือใส่เสื้อแขนยาวหรือทายากันแดดก่อนออกไปทำงาน ถ้าเราสังเกตว่าครอบ

ครัว ของเรามีญาติผู้ใหญ่ซึ่งมีอาการเช่นนี้


อันตรายอื่น ๆ ที่อาจเกิดจากแสงแดดยังมีอีก เช่น ถ้าตากแดดจัดจนเกินไปเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการ

อาบแดดตามสระว่ายน้ำ หรือชายทะเล ซึ่งมีแสงแดดจัดมาก และไม่ใคร่มีร่มกันแดดอาจเกิดผิวหนังแดงแสบ

และพองภายใน 24 ชั่วโมง ภายหลังตากแดดจัดและนาน โดยเฉพาะแดดใกล้เที่ยงถึงบ่ายโมง 3 โมงเย็น จึง

ควรหลีกเลี่ยง ส่วนมะเร็งผิวหนังเกิดมากในฝรั่งที่นิยมอาบแดดนาน ๆ เป็นเวลาหลายปี ส่วนคนไทยนั้นกลัว

แดดนิยมกางร่มหรือไม่ก็ใส่แขนยาวอยู่แล้ว มะเร็งผิวหนังจากแสงแดดจึงไม่ใคร่เกิด นับว่าโชคดีพอสมควร



ยาวอ่ะนะ....ว่างั้นไป
12/7/52 โพสต์โดย Hexapod.t2
6 จาก 8
ยาวมาก
12/7/52 โพสต์โดย กา
7 จาก 8
คุณHexepod.t3,คุณmae ถูก
12/7/52 โพสต์โดย keen1234
8 จาก 8
อาการแพ้แดดนี้น่ากลัวจังนะ
แต่ภัทรไม่ได้แพ้แบบนี้น่ะคะ
ของภัทรประมาณว่า แพ้เพราะโดนแดดแล้วดำ  อิอิ ล้อเล่นจ๊ะ
12/7/52 โพสต์โดย Phat-Pooh
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ถ้าโลกนี้ไม่มีแดด จะทำอย่างไร
ชอบอากาศแบบนี้จังเลย
ที่ไหนฝนตกบ้างคับ ﹋o﹋﹋o﹋﹋o﹋(>_<)
ลำปางหนาวมาก ......
คุณๆกลัวแดดมั้ย?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู