หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ความแตกต่างระหว่าง cpu duo core และ cpu quad core ใครเก่งลองทำดู
ความแตกต่างระหว่าง cpu duo core และ cpu quad core
คอมพิวเตอร์ 10/6/53 โพสต์โดย งานเยอะครับ
คำตอบ
1 จาก 5
รอท่าน Aonibaku มาตอบครับ.......คนนี้เขาเทพจริงๆ
10/6/53 โพสต์โดย Hollow_Bos
2 จาก 5
ความแตกต่างระหว่าง cpu duo core และ cpu quad core

สั้นๆ คือ มันมีแกนประมวลผลจำนวนต่างกันครับ
cpu dual core ( ไม่ใช่ cpu duo core ) มีแกนประมวลผล 2 แกน ( 2 Core )
cpu quad core มีแกนประมวลผล 4 แกน ( 4 core )

อันไหนดีกว่ากันก็ต้องบอกว่า 4 แกนดีกว่า ถ้าชอบเล่นเปิดหลายๆโปรแกรมไปพร้อมๆกันครับ
นอกเหนือจากนี้ มันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอิก 108 นะครับที่เป็นองค์ประกอบในเรื่อง
ความแรง ของ CPU ในแต่ละรุ่น แต่ละตระกูล
11/6/53 โพสต์โดย Aonibaku
3 จาก 5
อันนี้แบบ ยาวๆ แปะไว้เผื่อใครสนใจเข้ามาอ่านนะครับเพราะหมู่นี้เห็นมีคำถามทำนองนี้อยู่มากพอสมควร
เอาเป็นว่าผมจะทำเป็น นิยาย เรื่องยาว ไปเลยก้แล้วกันนะครับ แบบเป็น ตอนๆไป จะได้จดลิงค์ไว้ ส่งต่อ
===============================================================================

ความแตกต่างระหว่าง cpu duo core และ cpu quad core
คงหมายถึง CPU ที่มี 2 แกนประมวลผล กับ 4 แกนประมวลผล อยู่ในตัวเดียว ชิมิ ( แต่ว่าไม่ระบุยี่ห้องั้นผมจะเอา Intel มาเปรียบเทียบแล้วกัน )

CPU Dual Core ( ไม่ใช่ Duo Core เด้อ..??! ) ของ Inel สำหรับ Desktop PC นั้น พอจะแบ่งได้ตามองค์ประกอบและโครงสร้างได้เป็น 4 แบบ
ทั้งหมดที่มีในปัจจุบัน โดยแต่ละแบบ จะมีโครงสร้างภายใน และ การทำงานในรูปแบบที่ต่างกันออกไปดังนี้ครับ
( เฉพาะของ PC อ่ะนะ )
==================================================================================
1.]  Pentium D ( Intel® Pentium® D Processor )
     คือรุ่นแรกของ PC ที่ประมวลผลด้วย 2 Core ( 2 แกน ) โครงสร้างเป็นแบบการใส่วงจร หรือ แกนประมวลผล และ Cache L2 ลงไปใน
  Die เดียวกัน โดย ทั้ง Core และ Uncore ( เช่น Cache ) จะแยกกันทำงานแบบอิสระกันอย่างสิ้นเชิง ( รูปที่ 1 ) ข้อดีคือสามารถ รัน
  แอปพลิเคชั่น ได้มากกว่า 1 ในเวลาเดียวกัน ซื่ง จะทำงานได้เร็วกว่า CPU Single Core ( อย่างเช่น Pentium 4 ) เมื่อเราเปิดใช้โปรแกรม
  ต่างๆ มากกว่า 1 ตัว แต่ยังมีปัญหาที่ระบบ Cache L2 ที่แยกส่วนกัน คือ 1 Core ต่อ Cache 1 Unit มันจึงมีข้อจำกัดในการทำงานอยู่
  กับมีปัญหาเรื่องความร้อนสูง และกินไฟมาก ในรุ่นแรกๆที่ใช้ เทคโนโลยีการผลิตขนาดใหญ่ถึง 90 nm ( รุ่น 8xx ) จนมาถึงรุ่นหลังที่เป็น
  65nm ( รุ่น 9xx ) ที่ใช้กระบวนการผลิตที่ทำให้ขนาดของทรานซิสเตอร์เล็กลงมามากกว่าเดิม เพื่อให้กินแรงดันไฟต่ำลง แล้วก็ได้มีการ
  ปรับปรุ่งไปอีกขั้นโดยเพื่มเทคโนโลยี Enhanced Intel® Speedstep Technology เข้าไปช่วยในเรื่องของการปรัะหยัดพลังงานลงไปอีก
  และนั่นก็เป็น รุ่นสุดท้ายของ Pentium D ...( แต่ก็ถือได้ว่า Pentium D มันคือ CPU Dual Core ที่แท้จริง )

2.]  Core 2 Duo ( Intel® Core™2 Duo )
      ถือเป็น CPU Dual Core รุ่นที่ 2 หลังจากที่ Pentium D เรื่มจะมีกำลังวังชาน้อยลงไปทุกที ( ไม่แรงสมเป็น Dual Core ) ทาง Intel จึง
   ได้หยิบ โปรเจค ที่เคยมีใช้มาใน CPU ของโน๊ตบุ๊ค รุ่นแรกที่เป็น CPU Dual Core อย่าง Core Duo มาพัฒณาต่อยอดลงใน CPU Desktop
   เป็นรุ่นถัดมา โดยได้มีการปรับปรุง ส่วนที่เป็น Cache L2 ที่สามารถให้ Core หรือแกนประมวลผลทั้ง 2 แกน ใช้งาน ร่วมกันได้เต็มพื้นที่
   ทำให้การประมวลผลมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม แต่ แกนประมวลผลก็ยังคงแยกกันทำงานเหมือนเดิม ( รูปที่ 2 )
   โดยแบ่งแยก Core 2 Duo ออกเป็น 2 รูปแบบ @ สถาปัตยกรรม [ Microarchitecture ]  - กับ 5 สาย [ Code Named ] ดังนี้

3.]  Pentium Dual Core ( Intel® Pentium® Processor )  และ  
     Celeron Dual Core ( Intel® Celeron® Processor )
  CPU ทั้ง 2 ตระกูลนี้ถือเป็น Dual Core รุ่นเล็กที่สุดใน  @ สถาปัตยกรรม Core และ Penryn โดยโครงสร้างภายในจะใช้แบบเดียวกันทุกรุ่นเพียงแต่
  มีการจำกัดขนาดของ Cache L2 และจำนวนของทรานซิสเตอร์ และขนาดของ Die ไว้ต่างกันในแต่ละตระกูล เท่านั้น ส่วนการทำงานของ Core จะ
  ต่างกันกับ Intel® Core™2 Duo โดยที่ จะใช้แกนประมวลผลทั้ง 2 แกน ทำงานใน แอปพริเคชั่น เดียวกัน ไปพร้อมๆกัน เพื่อเพิ่มความเร็วในการ
  ทำงานให้เร็วกว่า CPU แบบแกนประมวลผลเดียว และ ลดอาการ แฮ้งค์ หรือ ค้าง เมื่อทำงานหนักมากจนมีข้อมูลไปจุกคอขวดกันอยู่ที่ Core ของมัน
  เมื่อแกนประมวลผลเกิดหยุดทำงานขึ้นมา ก็จะมีอีกแกนประมวลผลทำงานได้ต่อไปโดยไม่ทำให้ CPU ค้างง่ายๆเหมือน CPU แกนเดียวแบบเดิมๆ
  CPU แบบนี้ค่อนข้างเร็ว ถ้าไม่มีการ รัน แอปพริเคชั่น พร้อมๆกันหลายๆตัว และนี่ก็คือ จุดเด่น และ จุดด้อยของ Intel® Pentium® มันครับ

4.] Intel® Core™ i5 Processor 600 Series
    Intel® Core™ i3 Processor 500 Series
    Intel® Pentium® Processor G6950 Series
    Intel® Celeron® Processor G1101 Series
  นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของ Intel ใน @ สถาปัตยกรรม Nehalem ซึ่งประกอบไปด้วย CPU ทั้งหมด 4 ตระกูล ( ข้างบน ) ที่มี Code Name ว่า * Clarkdale
  โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทีขนาดเล็กลงไปอีกจนมีขนาดเพียง 32 nm ซึ่งก็ยิ่งสามารถเพื่มจำนวนของทรานซิสเตอร์เข้าไปใน Core ได้อีกเป็นจำนวนมาก
  และยังได้มีการ จุ แผ่น Die ที่เป็น GPU ( หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกส์ ) เข้าไปในแพคเกจ เดียวกันอีกด้วย ซึ่งจุดประสงค์การใช้งานของ CPU + GPU
  นี่เพื่อตอบสนองผู้ใช้กลุมใหม่ที่ต้องการเครื่อง Desktop PC Multimedia โดยมุ่งเน้นให้เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ Multimedia ราคาประหยัด ไว้ดูหนังฟังเพลง
  เล่นเกมส์ ( เกมส์ที่ไม่ต้องใช้หน่วยประมวลผล กราฟิกส์ หรือ GPU รุ่นสูงๆที่เป็นแบบการ์ดแยก ) และต้องใช้ร่วมกับ ชิปเซ็ต Intel H55 หรือ H57 เท่านั้น
  ถึงจะสามารถใช้ GPU ใน CPU ได้ ( ซื่งในช่วงปลายปีนี้เราจะได้เห็น CPU+GPU แบบนี้เหมือนกันในนามของ  AMD เช่นกัน )
     CPU ใน Code Name *Clarkdale ทุกรุ่นจะใช้หลักการประมวลผลเหมือนกับ Intel® Core™2 Duo คือ แยกกันประมวลผล ในแต่ละ แอปพลิเคชั่น แต่
  มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นเดิมอยางมากมายเนื่องจาก Intel® ได้เพิ่มส่วนประกอบ และ เทคโนโลยี ใหม่ๆ ที่สำคัญเข้าไปอีกหลายประการคือ
  # 32 nm ลดขนาด Transistors ของ Processing Die Transistors ให้มีขนาดเล็กจิ๋วเพียง 32nm ซึ่งในขนาดแผ่น Die ในส่วนของ Core จะ = 81 mm2
     ที่จุ Transistors ได้มากถึง 382 ล้าน ตัวเลยทีเดียว ( ส่วนของ Graphics and IMC Die เป็นขนาด 114 mm2 จะมี Transistors 45 nm = 177 ล้านตัว )
  # Cache L3  ที่เข้ามาทำหน้าที่แทน Cache L2 เพื่อช่วยในการสำรองข้อมูลของแกนประมวลผลได้มากยิ่งขึ้น และจัดให้  Cache L1 และ Cache L2 เป็น
     Cache ส่วนตัวของ Core แต่ละ Core ไปแทน ส่วน Cache L3 ก็สามารถให้ Core ทั้ง 2 ใช้งานร่วมกันได้เหมือน Cache L2 เดิมนั่นเอง
  # QPI ที่มาแทนระบบบัส FSB แบบเก่าๆ ที่ก่อปัญหาคอขวด ให้ Intel มานานหลายปี โดย BUS แบบ QPI นี้จะมีแบนวิดช์ สูงถึง 25.6 GB/s ซึ่งในระบบ FSB
     นั้นมีเพียง 10.6 GB/s เท่านั้น นอกจากนี้ QPI ยังเชื่อมต่อต่อแบบจุดต่อจุด และ จาก Core ถึง Core และยังรองรับการเชื่อมต่อแบบ  Multi CPU ได้อีกด้วย
      ( แต่ในส่วนของการเชื่อมต่อระหว่าง PCH ( ชิปเซ็ต H55 , H57 หรือ P55 ) กับ CPU นั้นยังคงใช้ระบบบัสแบบ DMI เดิมที่มี แบนวิดช์ = 2 GB/s ซึ่งก้ยังคง
     เพียงพอสำหรับกับอุปกรณ์ l/O Panals ทุกชนิดในปัจจุบัน
  # Graphics and IMC Controller  คือวงจรควบคุม PCI-Express Slot กับ วงจรควบคุมหน่วยความจำ ( RAM ) จากเดิมที่มันเคยอยู่ใน NB หรือ
     ชิปเซ็ต North Bridge เดิม ก็ได้ถูกย้ายไปรวมอยู่ใน Die เดียวกันกับ แกนประมวลผลชื่งอยู่ใกล้กับแกนประมวลผลมากที่สุด ( โดยใช้ QPI ในการเชื่อมต่อ )

** เอาแค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวจะกดส่งไม่ผ่านอีก ขี้เกียจ Up รูปใหม่อ่ะ **
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
    อ๊อดๆ .... Intel Core Microarchitecture
# [ ชื่อสถาปัตยกรรมการผลิต (Core Microarchitecture) ] - -  [ ชื่อสายการผลิต ( Code Named ) ] - -  [ ชื่อตระกูล ( Family ) ] - -  [ รุ่น ( Name ) ] #

@ สถาปัตยกรรม ที่มีชื่อว่า Core ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด [ 65nm ] ก็ยังถูกแบ่งออกเป็น 3 สาย ( Code Name ) คือ
    ชื่อสายการผลิต ( Code Named ) * Conroe
    ชื่อสายการผลิต ( Code Named ) * Allendale
    ชื่อสายการผลิต ( Code Named ) * Conroe XE
    * สถาปัตยกรรม Core สาย Conroe = ( 65 nm / L2 = 4 MB )
      Intel® Core™2 Duo Processor E6320 ถึงรุ่น E6420 ( FSB 1066 MHz ) ที่มี Cache L2 ขนาด 4 MB ( 4 เม๊กกะไบท์ )
      Intel® Core™2 Duo Processor E6540 ถึงรุ่น E6850 ( FSB 1333 MHz ) ที่มี Cache L2 ขนาด 4 MB ( 4 เม๊กกะไบท์ )
    * สถาปัตยกรรม Core สาย  Allendale = ( 65 nm / L2 = 2 MB )
      Intel® Core™2 Duo Processor E4300 ถึงรุ่น E4700 ( FSB 800 MHz ) ทุกรุ่นที่มี Cache L2 ขนาด 2 MB ( 2 เม๊กกะไบท์ / )
      Intel® Core™2 Duo Processor E6300 และ E6400 ( FSB 1066 MHz ) มีเพียง 2 รุ่นที่มี Cache L2 ขนาด 2 MB ( 2 เม๊กกะไบท์ )
    * สถาปัตยกรรม Core สาย Conroe XE [ หรือ Core 2 Extreme ] = ( 65 nm  / L2 = 4 MB )
      Intel® Core™2 Extreme Processor X6800 ( FSB 1066 MHz ) ที่มี Cache L2 ขนาด 4 MB ( 4 เม๊กกะไบท์ ) ที่มีเพียง 1 เดียว

@ สถาปัตยกรรม ที่มีชื่อว่า Penryn ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด [ 45nm ] ก็ยังถูกแบ่งออกเป็น 2 สาย ( Code Name ) คือ
    ชื่อสายการผลิต ( Code Named ) * Wolfdale-3M
    ชื่อสายการผลิต ( Code Named ) * Wolfdale
    * สถาปัตยกรรม Penryn สาย  Wolfdale-3M = ( 45 nm / L2 = 3 MB )
      Intel® Core™2 Duo Processor E7200 ถึงรุ่น E7600 ( FSB 1066 MHz ) ที่มี Cache L2 ขนาด 3 MB ( 3 เม๊กกะไบท์ )
    * สถาปัตยกรรม Penryn สาย  Wolfdale  = ( 45 nm / L2 = 6 MB )
      Intel® Core™2 Duo Processor E8190 และ E8200 ถึงรุ่น E8600 ( FSB 1333 MHz ) ที่มี Cache L2 ขนาด 6 MB ( 6 เม๊กกะไบท์ )

==================================================================================
แล้วจะมาต่อ CPU Quad Core ให้นะครับ ( อย่าเพิ่งปิดคำถามนะท่าน )
==================================================================================
11/6/53 โพสต์โดย Aonibaku
4 จาก 5
รูปประกอบ โครงสร้างภายใน ในรุ่นต่างๆ นะครับ

ชุดที่ 1 . CPU Dual Core ในแบบต่างๆของ Intel

1. Pentium D

2. Core 2 Duo แบบ 65 nm ( Conroe )

3. Core 2 Duo แบบ 45 nm ( Wolfdale )

4. Pentium Dual core & Celeron Dual Core

5. Core i3 & Core i5 ( 6xx)

ชุดที่ 2 . CPU Quad Core ในแบบต่างๆของ Intel

6. Core 2 Quad  ( 65 nm )

7. Core 2 Quad ( 45 nm )

8. Core i5 ( 7xx) & Core i7 ( 8xx) CPU

9. Core i5 ( 7xx) & Core i7 ( 8xx) Die

10. Core i7 ( 9xx ) Bloomfield [ LGA 1366 ]

11. Core i7 ( 9xx ) Bloomfield [ LGA 1366 ]
11/6/53 โพสต์โดย Aonibaku
5 จาก 5
มีอีกป่าวครับ ข้อมูลละเอียดดี


จะติดตามนะครับ *-*
16/7/53 โพสต์โดย LêmŎń ĈövЄÝ
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ขาย cpu core 2 duo e7500 มือสอง จะได้เท่าไร
intel core 2 duo กับ duo core อันไหนดี
cpu pentium กับ duo core
CPU Dual core และ Core 2 DUO มันต่างกันตรงไหนครับ
ถามหน่อยครับ intel core 2 quad มันเป็น socket 775 หรอครับ โครงสร้างคล้ายกับ core 2 duo ใช่ไหมครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู