หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือเสรีนิยม หมายถึงอะไร
123456 12/11/51 โพสต์โดย ไม่มีชื่อ
คำตอบ
1 จาก 5
ระบบเศรษฐกิจ
จาก Eduzones Elibrary, สารานุกรมฟรี

ระบบเศรษฐกิจ ความหมายของระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจ ( economic system ) หมายถึงกลุ่มบุคคลของสังคมที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มของสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งยึดถือแนวปฏิบัติแนวทางเดียวกันในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือ อำนวยความสะดวกในการที่จะแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถบำบัดความต้องการให้แก่บุคคลต่างๆที่อยู่ร่วมกันในสังคมนั้น ให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รูปแบบของระบบเศรษฐกิจ 1.ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมหรือทุนนิยม ( Laissez-faire or capitalism) ระบบเศรษฐกิจนี้เป็นระบบเศรษฐกิจที่ให้เสรีภาพแก่เอกชนในการเลือกดำเนิน กิจกรรมทางเศรษฐกิจแต่ทว่าเสรีภาพดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย

      ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

1. เอกชนมีเสรีภาพในการเลือกตั้ง เลือกตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 2.กำไรและระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเป็นแรงจูงใจในการทำงานทำให้เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ

      ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

1. ก่อให้เกิดปัญหาการเหลื่อมล้ำอันเนื่องมาจากความสามารถที่แตกต่างกันในแต่ละ บุคคลโดยพื้นฐานทำให้การหารายได้ไม่เท่ากัน 2.ในหลายๆกรณีกลไกทางการตลาดยังไม่ใช่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ สำหรับการจัดสรรทรัยากรในระบบเศรษฐกิจ 3.การใช้ระบบการแข่งขันหรือกลไกราคาอาจทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ อย่างสิ้นเปลือง 2.ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ ( communism ) ระบบเศรษฐกิจนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทั้งทรัพยากรต่างๆและปัจจัยการ ผลิตทุกชนิด เอกชนไม่มีกรรมสิทธิ์ในการเลือกใช้ปัจจัยการผลิตได้ กลไกราคาไม่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การตัดสินใจมักจะทำอยู่ในรูปของการวางแผนแบบบังคับ จากส่วนกลาง (central planning) โดยคำนึงถึงสวัสดิการของสังคมเป็นสำคัญ

      ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์

1. เป็นระบบเศรษฐกิจที่ช่วยลดปัญหาการเหลื่อมล้ำทางฐานะและรายได้ของบุคคลใน สังคม 2.ภายใต้ระบบเศรษฐกิจนี้เอกชนจะทำการผลิตและปริโภคตามคำสั่งของรัฐ

      ข้อเสียระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์

1. ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการผลิตหรือบริโภคอะไรได้ตามใจ 2.สินค้ามีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากผู้ผลิตขาดแรงทุนทรัพย์ในการผลิต 3.การใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจอาจเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ 3.ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ( socialism ) ระบบเศรษฐกิจแบบนี้เป็นระบบที่ใกล้เคียงกับระบบคอมมิวนิสต์ ภายใต้ระบบเศรษฐกิจนี้รัฐจะเป็นผู้ครอบครองทรัพยากรพื้นฐานไว้เกือบทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามรัฐยังให้เสรีภาพแก่ประชาชนบ้างพอสมควร เอกชนมีเสรีภาพและกรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน ระบบกลไกราคามีผลอยู่บ้างในระบบเศรษฐกิจนี้

      ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม

1.ช่วยลดปัญหาการเหลื่อมล้ำทางฐานะและรายได้ของบุคคล 2.เอกชนมีสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินได้บ้าง

      ข้อเสียระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม

1.การผลิตถูกจำกัดเพราะต้องผลิตตามที่รัฐกำหนด 2.โอกาสที่จะขยายการผลิตหรือพัฒนาคุณภาพการผลิตเป็นไปได้อย่างลำบาก

4. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม ( mixed economy )

ระบบ เศรษกิจแบบผสมเป็นระบบเศรษกิจที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างแบบทุนนิยมและ สังคมนิยม กล่าวคือ ภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบผสมทั้งรัฐและเอกชนต่างมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพื้น ฐานทางเศรษฐกิจ ปัจจัยการผลิตมีทั้งส่วนที่เป็นของรัฐและเอกชน

      ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบผสม

1.เป็นระบบเศรษฐกิจที่ค่อนข้างมีความคล่องตัว

      ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบผสม

1. การมีกำไรและระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพสินอาจทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำทางฐานะและ รายได้ 2.การที่รัฐสามารถเข้าแทรกแซงตลาดโดยใช้กลไกรัฐอาจก่อให้เกิด

  2.1 ปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง   2.2ปัญหาเอกชนไม่กล้าลงทุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากไม่แน่ใจในสถานการณ์ทางการเมืองและนโยบายของรัฐบาลซึ่งมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงได้ง่าย        

การ พัฒนาเศรษฐกิจ หลักเกณฑ์การวัดระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ 1. รายได้ต่อบุคคล 2. คุณภาพของประชากร (ซึ่งวัดจากสถิติหลาย ๆ ด้านประกอบกัน เช่น การศึกษา) การแบ่งกลุ่มประเทศโดยใช้เกณฑ์ทางเศรษฐกิจ 1. กลุ่มโลกที่หนึ่ง (ประเทศที่พัฒนาแล้ว) เป็นประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยต่อบุคคลสูงมาก และมีการพัฒนาอุตสาหกรรมก้าวหน้ามาก เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น 2. กลุ่มโลกที่สอง (ประเทศสังคมนิยม) ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีเหนือ คิวบา 3. กลุ่มโลกที่สาม (ประเทศด้อยพัฒนา) เป็นประเทศที่ยากจน เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกาละตินอเมริกา และเอเซีย ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ 1. ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การสะสมทุนสูง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์และประชากรเหมาะสม 2. ปัจจัยทางการเมืองและสังคม เช่น เสถียรภาพทางการเมืองที่สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน ทฤษฏีการพัฒนาเศรษฐกิจ แบบดั้งเดิม (ค.ศ 1940-1960) • เชื่อว่าประเทศด้อยพัฒนาขาดแคลนทุน-เทคโนโลยี • เน้นการแก้ปัญหาโดยรับความช่วยเหลือด้านเงินทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมการค้าเสรี-การลงทุนจากต่างประเทศ และซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในภาคเอกชนและการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและบริการ นอกจากนี้ยังเน้นการลดอัตราการเกิดของประชากร • แนวคิดนี้ปรากฏแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย ฉบับที่ 1-4 แบบใหม่ (ค.ศ. 1960-1980) • เน้นการสร้างความเจริญด้านอุตสาหกรรม ควบคู่กับการแก้ปัญหาการกระจายรายได้และความยากจนในชนบท และให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น สังคม วัฒนธรรม และการเมืองด้วย • แนวคิดนี้ปรากฏในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยฉบับที่ 5-7 แบบพึ่งตัวเอง • เน้นที่การพัฒนาประชากร และลดการพึ่งพิงประเทศพัฒนาแล้ว การก้าวเข้าสู่ความเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NEW INDUSTRALIZED COUNTRIES, NICs) ปัจจัยที่ส่งเสริม เช่น • การใช้ทุนและเทคโนโลยีในการผลิตมากขึ้น และเน้นการผลิตด้านอุตสาหกรรมและบริการมากขึ้น • มีแรงงานมาก • การประกอบการที่ดี • มีธุรกิจแบบบริษัทมหาชน เพื่อระดมทุนได้มาก ๆ • เน้นการผลิตเพื่อการส่งออก โดยเน้นการผลิตจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ • มีประชากรที่มีคุณภาพ เกณฑ์ในการวัดความเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ • สัดส่วนสาขาเศรษฐกิจแบบหัตถอุตสาหกรรมเทียบกับ GDP ร้อยละ 20 ขึ้นไป • สัดส่วนการจ้างงานในสาขาหัตถอุตสาหกรรม ร้อยละ 25 ขึ้นไป • รายได้ต่อหัว 1,800 ดอลล่าร์สหรัฐขึ้นไป • สัดส่วนของการออมต่อ GDP มากกว่าร้อยละ 30 ขึ้นไป • ระดับความสามารถทางด้านเทคโนโลยีการผลิต มีการใช้เทคนิควิทยาการชั้นสูง ข้อผิดพลาดในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา 1. การมุ่งกิจการเพื่อศักดิ์ศรีของประเทศ หรือกิจกรรมที่ไม่ได้ใช้แรงงานที่มีอยู่ในประเทศ 2. การมุ่งสร้างสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์แสดงความก้าวหน้าทางสังคม 3. การสร้างกิจกรรมเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอุตสาหกรรม เช่นย้ายโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับสารพิษมาตั้งในประเทศกำลังพัฒนา
12/11/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
2 จาก 5
แนวคิดเสรีนิยม เป็นกลุ่มนโยบายทางเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วง 25ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันโดยคำว่า เสรีนิยม มีการใช้อย่างแพร่หลายในนานาความหมาย อาทิเช่น แนวคิด ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือแนวคิดทางศาสนา เป็นต้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เสรีนิยมทางการเมือง เป็นนโยบายเพื่อป้องกันการขัดแย้งทางสังคม สำหรับคนจนและชนชั้นกรรมาชีพ ถือเป็นแนวคิดที่ก้าวหน้าเมื่อเปรียบเทียบกับแนวคิดเชิงอนุรักษ์นิยมหรือฝ่ายขวา แต่เมื่อนำมาปรับใช้กับสภาพเศรษฐกิจจะให้ผลกระทบต่อสังคมที่ต่างออกไปเพราะมาจากรากฐานที่ต่างกัน                      

                     แนวคิดเสรีนิยมทางเศรษฐกิจเข้ามาถึงสหรัฐอเมริกา  ในช่วงปี ค.ศ.1800 -1900

                      โดยในปี ค.ศ.1930 ได้เกิดภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ นักเศรษฐศาสตร์ อดัม สมิธ ได้สร้างทฤษฎีที่เป็นเรื่องแปลกใหม่โดยอาศัยแนวคิดเสรีนิยม แนวคิดนี้เป็นนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อนายทุนมีสาระสำคัญ ได้แก่ การจ้างงานอย่างเต็มรูปแบบ การไม่มีข้อบังคับทางการผลิต ไม่มีข้อกีดกัน ทางการพาณิชย์ ไม่มีภาษีอากร โดยกล่าวว่า การค้าเสรีเป็นวิธีการดีที่สุดที่จะทำให้เศรษฐกิจของชาติพัฒนาความเป็นเสรีในแง่ของการไม่มีการควบคุมใด ๆ การนำแนวคิดแบบปัจเจกชน มาประยุกต์ใช้ และสนับสนุนให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การแข่งขันเสรี แนวคิดเหล่านี้นำไปสู่การวางนโยบายของประธานาธิบดีรุสเวลที่ทำให้ระยะแรกชีวิตของผู้คนจำนวนมากดีขึ้น  ทำให้ช่วงนั้นเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
                        แต่ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา เมื่อก้าวเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมโยงสังคมโลกเข้าด้วยกัน แนวคิดเสรีนิยมจึงได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นใหม่ อาจกล่าวได้ว่ามีการปฏิรูปขึ้นมาใหม่ให้ทันต่อยุคสมัย โดยเรียกว่า Neo - Liberalism (แนวคิดเสรีนิยมสมัยใหม่) เป็นโลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจทุนนิยมที่เติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก  



                 ประเด็นสำคัญของแนวคิดเสรีนิยมสมัยใหม่ทางเศรษฐกิจ

มี 4 ประการ คือ              

               -กฎเกณฑ์ของตลาด คือ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือการทำให้รัฐวิสาหกิจไม่มีพันธะใด ๆ ต่อรัฐ การเปิดกว้างให้กับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ เป็นต้น

               - การตัดลดรายจ่ายสาธารณะทางด้านบริการสังคม เช่น การศึกษาและการสาธารณสุข หรือแม้แต่การซ่อมบำรุงถนน สะพาน น้ำประปา โดยอ้างว่าเป็นการลดบทบาทของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ดีกลับไม่คัดค้านการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและเอื้อประโยชน์ ให้กับกลุ่มภาษีทางธุรกิจ

                 - การตัดลดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของรัฐบาลในทุกเรื่องที่จะมีผลกระทบต่อผลกำไร เช่น การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการปลอดภัยในการทำงาน

                 - การแปรรูรัฐวิสาหกิจขายรัฐวิสาหกิจ สินค้าและบริการที่รัฐเป็นเจ้าของให้กับเอกชน เช่น ธนาคาร อุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ถนน ทางรถไฟ ทางหลวงที่เก็บค่าผ่านทาง ไฟฟ้า เป็นต้นโดยอ้างเหตุผลว่าทำไปเพื่อเพิ่มประสิทธิ แต่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้น กลับทำให้เกิดการกระจุกตัวของความมั่งคั่งที่รุนแรงขึ้นในมือของคนไม่กี่คนและทำให้ และแทนด้วยคำว่า ความรับผิดชอบเป็นการส่วนตัวกดดันให้คนที่มีฐานะยากจนที่สุดไปหาทางออกเอาเอง ซึ่งหากทำไม่ได้ก็จะถูกกล่าวหาว่า เกียจคร้าน      

             แนวคิดดังกล่าวนี้ มีการแพร่ขยายไปทั่วโลก สืบเนื่องจากการนำมาใช้โดยสถาบันทางการเงินที่ทรงอำนาจ เช่น IMF Worldbank ฯลฯ จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้สำหรับประเทศไทย ที่ในที่สุดก็ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วหรือไม่กับสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจสังคมที่เป็นอยู่ก็สามารถดำเนินไปได้อย่างไม่นากนัก กับการที่คนในประเทศต่างพออยู่พอกินโดยไม่ต้องดำเนินตามแนวคิดของต่างประเทศมากนัก เพียงแต่คนไทยคงจะต้องกลับมายอมรับการใช้ชีวิตที่ตั้งอยู่บนความพอเพียงที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และตนเองก็มีความสุขได้บนความเพียงพอที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเอง.
12/11/51 โพสต์โดย Nate_1983
3 จาก 5
คือ เอกชนมีสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินและปัจจัยการผลิต มีเสรีภาพในการเลือกดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามใจชอบ รัฐบาลไม่เข้าแทรกแซงระบบของเอกชน
23/7/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
4 จาก 5
ขอบคุงคร้า~~ ที่ให้ข้อมูล
11/9/53 โพสต์โดย Haha..DisC...
5 จาก 5
ไปหาเอาเอง ชิมิ
5/11/55 โพสต์โดย jaggrid butsorn
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ทำไมประเทศต่างๆภึงมีระบบเศรษฐกิจต่างกันนน
ระบบเศรษฐกิจโลก มีกี่แบบ
บทความ ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจไทย
ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมแบบประชาธิปไตย มีประเทสไหนบ้างอ่าครับ
ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบใด
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู