หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ประวัติเจ้าของบริษัทซัมซุง
ใครมีประวัติผู้บริหาร ของ บริษัท ซุมซุง บ้างค่ะ  อยากได้เป็นภษพอังกฤษ และแปลเป็นภาษาไทยด้วย และก็ประวัติของบริษัทด้วยค่ะ
ข้อมูล | อินเทอร์เน็ต 9/6/54 โพสต์โดย BB_TA
คำตอบ
1 จาก 3
ลี เบียงชอล (Lee Byung-chul) หรือ โฮอัม เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทซัมซุงบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ ลี เบียงชอล เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2453 ในจังหวัดอึย-เรียง มนฑลคยองซังนัม
ลี ได้ก่อตั้งบริษัทการค้าซัมซุงขึ้นในปี พ.ศ. 2481 ในเมืองแทกู หลังจากนั้นก็ได้ก่อตั้งบรัษัทซัมซุงโปรดักส์ บริษัทสิ่งทอ และ บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดระยะเวลาที่เค้าได้ทำคุณประโยชน์นานับประการให้กับประเทศเกาหลีใต้ เขาจึงกลายเป็นต้นแบบทีมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อแวดวงธุรกิจในยุคสมัยนั้น ในปี พ.ศ. 2504 เขาได้รับการเสนอชื่อและได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมนักธุรกิจ ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 เขาได้ก่อตั้งมูลนิธิวัฒนธรรมซัมซุงขึ้น ด้วยแนวคิดที่ต้องการจะอนุรักษ์และรับผิดชอบต่อสังคม ในปี พ.ศ. 2523 เขาได้รับการกล่าวขานในฐานะนักธุรกิจที่นำความเจริญมาสู่ประเทศและดำเนินธุรกิจด้วยความฉลาดรอบคอบนำพาธุรกิจด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่มีตั้งความเป็นผู้นำ และแนวคิดก้าวหน้า ตลอดชีวิตของลี เขาอุทิศตัวให้กับการพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจ พยายามทำให้พลเมืองเกาหลีมีความสุขขึ้น โดยในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 เขาได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ด้วยวัย 78 ปี เมื่อลีได้จากโลกนี้ไป ทางประเทศเกาหลีใต้ก็ได้มอบเครื่องราชฯระดับมูกุงฮวา และทางประเทศญี่ปุ่นก็ได้มอบเครื่องราชฯ ระดับฮุนอิลดึงชอ ให้แก่เขาเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ลี

[แก้]ลำดับประวัติของ ลี เบียงชอล

12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2453 เกิดที่ตำบลจุงเกียวรี อำเภอชองกกเมียน จังหวัดอึย-เรียง มนฑลยองซัมนัม เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายลี ชันอู
พ.ศ. 2459 เข้าเรียนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนมุนซันจองของหมู่บ้าน
มีนาคม พ.ศ. 2465 เข้าเรียนที่โรงเรียนจีซู ที่อำเภอชินยัง
ตุลาคม พ.ศ. 2465 เข้าเรียนที่โรงเรียนการขนส่ง กรุงโซล
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการขนส่ง กรุงโซล หลักสูตร 4 ปี
เมษายน พ.ศ. 2468 เข้าเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมที่โรงเรียนชุงดง
5 ธันวาคม พ.ศ. 2469 สมรสกับนางปัก ทูอึล
พ.ศ. 2472 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น
เมษายน พ.ศ. 2473 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ
20 มิถุนายน พ.ศ. 2474 ภรรยาให้กำเนิดบุตรชายคนแรกชื่อ แมงฮี
กันยายน พ.ศ. 2474 หยุดพักการเรียนเพราะป่วยและเดินทางกลับเกาหลี
ตุลาคม พ.ศ. 2474 นำคนร่วม 30 คนออกมาทำกิจกรรมของตัวเอง
ตุลาคม พ.ศ. 2477 ตัดสินใจทำธุรกิจและได้รับเงินทุนจากพ่อแม่เป็นที่นาร่วม 300 ผืน
มีนาคม พ.ศ. 2479 ลงทุนทำธุรกิจ โรงสีข้าว ที่เขตมาซัน
สิงหาคม พ.ศ. 2479 จัดตั้งบริษัทขนส่ง มาซัน โดยมีรถบรรทุกร่วม 20 คัน
กันยายน พ.ศ. 2479 ชื่อที่ดินในเขตคิมแฮกว่าสี่แสนพยอง โดยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์สาขามาซัน
มิถุนายน พ.ศ. 2480 ขยายธุรกิจที่ดินครอบครองที่ดินร่วมสองล้านพยอง
กันยายน พ.ศ. 2480 ยุติธุรกิจที่ดินเพราะสงครามญี่ปุ่นกับจีน
ตุลาคม พ.ศ. 2480 เสาะแสดงหาธุรกิจใหม่ โดยเดินทางไปทั่วทั้งกรุงโซล เปียงยาง พงชอน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เป็นเวลา 2 เดือน
1 มีนาคม พ.ศ. 2481 ก่อตั้งบริษัทการค้าซัมซุง สาขาแทกู ส่งออกผัก ผลไม้ และอาหารแห้งต่างๆ แก่จีนในหลายๆ เมือง เช่น ปักกิ่ง และยังทำโรงสีด้วย
พ.ศ. 2482 ควบกิจการบริษัทผลิตแอลกอฮอล์โชชอน
กันยายน พ.ศ. 2488 รวมตัวกับผู้มีอำนาจในแทกู ก่อตั้งสมาคมร่วมเพื่อนสนิทชื่อสมาคม อึลยู
ตุลาคม พ.ศ. 2488 เข้าร่วมธุรกิจหลักของแทกู
พฤษภาคม พ.ศ. 2490 ย้ายบ้านไปอยู่เขตเฮย์ฮวา อำเภอชงโน กรุงโซล
เมษายน พ.ศ. 2491 ควบกิจการโชซอนการหมัก เมืองแทกู
พฤศจิกายน พ.ศ. 2491 ก่อตั้งบริษัทสินค้าซัมซุง ตึกยองโบ ถนนชงโน 2 กรุงโซล
กุมภาพันธ์-มีนาคม พ.ศ. 2493 ดูงานด้านธุรกิจที่ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับคณะอีก 11 คน
11 พฤษภาคม พ.ศ. 2494 ดำรงตำแหน่งซีอีโอบริษัทซัมซุง ที่พูซัน เมืองอิมซีซู
10 สิงหาคม พ.ศ. 2496 ก่อตั้งบริษัทน้ำตาล เชอิล เชดัง ดำรงตำแหน่ง ซีอีโอ
15 กันยายน พ.ศ. 2496 เริ่มผลิตน้ำตาล
5 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 ก่อตั้งบริษัทสิ่งทอเชอิล โมจิก ดำรงตำแหน่ง ซีอีโอ
20 ธันวาคม พ.ศ. 2498 ก่อตั้งบริษัทการค้าแทฮันจองดัง (จำกัด)
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499 ดูงานที่ประเทศเยอรมันตะวันตก เจรจานำเข้าเครื่องจักรผลิตสิ่งทอกับบริษัทสปินบาร์
15 มีนาคม พ.ศ. 2499 ติดตั้งเครื่องจักรย้อมสีสิ่งทอสำเร็จ
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ควบกิจการธนาคารฮันอิลและบริษัทน้ำตาลทงยังเชดัง ยุบกิจการบริษัทการค้าแทฮันจองดัง (จำกัด)
25 มกราคม พ.ศ. 2501 ควบกิจการปูนซีเมนต์ซัมชอก
12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 ควบกิจการประกันอัคคีภัยอันกุก
กันยายน พ.ศ. 2501 ถ่ายโอนบริษัทซัมชอกซีเมนต์
10 ตุลาคม พ.ศ. 2501 ควบกิจการธนาคารพาณิชย์
19 ธันวาคม พ.ศ. 2501 ก่อตั้งบริษัทชังมีราชา (จำกัด)(บริษัทขายส่งสิ่งทอ) บริษัททงอิลบังจิก บริษัทการค้าคึนโร และ ควบรวมกิจการบริษัทยางรถยนต์ฮันกุก
9 เมษายน พ.ศ. 2502 ควบกิจการธนาคารโชฮึง
5 ธันวาคม พ.ศ. 2502 ถ่ายโอนบริษัททงอิลบังจิก
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 ดูงานที่ยุโรป และ เยอรมันตะวันตกเพื่อเจรจาในการก่อตั้งโรงงานปุ๋ย ซึ่งประสบความสำเร็จในการเจรจากับบริษัทกรุปของเยอรมันตะวันตก และมูลนิธิมนเตคาทินีของอิตาลี
29 มกราคม พ.ศ. 2507 ก่อตั้งสมาคมทุนซัมซุง
18 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ก่อตั้งบริษัทสินค้าซัมซุง สาขานิวยอร์ก
13 มกราคม พ.ศ. 2512 ก่อตั้งบริษัทวิศวกรรมไฟฟ้าซัมซุง
20 มกราคม พ.ศ. 2513 ก่อตั้งบริษัทซัมซุง NEC
15 กันยายน พ.ศ. 2514 ก่อตั้งบริษัท ซัมซุง อิเล็กทริกส์ จำกัด
1 มีนาคม พ.ศ. 2520 รวมกิจการซัมซุงเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์
29 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ยอดส่งออกสินค้าของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสูงขึ้นถึงหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหัรัฐเป็นครั้งแรกของเกาหลี
29 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 ได้รับนักบริหารดีเด่นระดับนานาชาติ จากมหาวิทยาลัยแบซึน สหรัฐอเมริกา
กันยายน พ.ศ. 2522 บริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาโทรทัศน์รุ่น VTR-SV7700 เป็นครั้งแรกของเกาหลี
26 สิงหาคม พ.ศ. 2523 พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ตัวอักษรจีนและอักษรเกาหลีโดยบริษัทซัมซุงจอนวัน เป็นครั้งแรกของประเทศเกาหลี
28 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ส่งออกเครื่องยนต์ของเครื่องบิน โดยบริษัทซัมซุงเป็นครั้งแรกของเกาหลี
30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 ได้รับโล่รางวัล ที่บริษัทซัมซุงส่งออกเป็นมูลค่านับสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
27 มิถุนายน พ.ศ. 2526 ก่อตั้งบริษัท นาฬิกาซัมซุง จำกัด
20 เมษายน พ.ศ. 2527 ก่อตั้งบริษัทเครื่องมือแพทย์ซัมซุง
29 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ็ท
5 ธันวาคม พ.ศ. 2528 บริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เป็นบริษัทมหาชนแห่งแรกของเกาหลี
19 พฤษจิกายน พ.ศ. 2530 ลี เบียงชอล จากโลกนี้ไปอย่างสงบ
[แก้]รางวัลเกียรติยศที่สำคัญ

เครื่องราชฯระดับเจดีย์ทอง ด้านอุตสหกรรม
รางวัลนักบริหารดีเด่นระดับนานาชาติ
เครื่องราชฯระดับมูกุงฮวา
เครื่องราชฯประกาศเกียรติคุณชั้นเอก ประเทศญี่ปุ่น
18/7/54 โพสต์โดย ClubF
2 จาก 3
Samsung Founder: Lee Byung-chul
My academic interests focus on Korean big business. An aspect of this study is historic, which includes the opening of Korea to the West and the origins of Korea's global conglomerates. (BTW My new historic novel on Old Korea will be available in December).

An acquaintance of mine is Dr. Andrei Lankov. Professor Lankov is a historian who was born in Leningrad (now St. Petersburg), Russia, and now teaches at Kookmin University in Seoul.

His article in Korea Times on the founder of Samsung is worth reading...

Samsung and Its Founder

Like it or not, but the industrial growth of Korea over the last four decades or so has been driven largely by huge family-owned conglomerates known as chaebol. A handful of these groups produce a large part of the nation’s industrial output, and in recent decades their names are heard everywhere across the globe.

For most of this period, the most prominent of all Korean conglomerates was Samsung, founded almost 70 years ago by Lee Byung-chull, a young son of a very rich landlord family (well, actually his name should be rendered in English as “Yi Byung-ch’ul but wed better call the tycoon in a way he preferred himself).

Indeed, most of the chaebol were once established by the scions of landowning families. However, while the inherited wealth did matter enormously, it did not guarantee anything. Many thousands of landlords’ sons joined the race, but merely hundreds succeeded and only a few dozens stroke it really big, becoming chaebol owners. A lot of other qualities, both ``good and ``bad’ were necessary to become a chaebol founder.

Lee Byung-chull demonstrated the possession of these qualities to a great extent. Born in 1910 in Southern Kyongsang province, for a while he studied at the prestigious Waseda University. This was a rather standard upbringing for a future manager of the family estate. Lee Byung-chull came back home with complete fluency in Japanese and also with good connections with the Japanese business community. For the rest of his life he maintained these relations, and even kept a house in Tokyo (complete with a de-facto Japanese wife). He had a Korean house and a Korean wife as well, needless to say.

In the mid-1930s Lee Byung-chull invested some of the family money into a rice mill and other deals in Masan, and then, in March 1938, founded a medium-size brewing and general trade company. The company, a rather unremarkable upstart in the provincial city of Taegu, bore the name, which was to acquire worldwide fame. It was called Samsung’ or Three stars. When Samsung went global, it changed its logo to include Latin script, but I still remember the times when one could see these three stars on the company logo.

Samsung grew fast through many undertakings, typically related to the food processing and/or international trade, with Manchuria being the major target area. Samsung brewed rice wine, exported rice, imported beans and was engaged in many other businesses.

The liberation of 1945 brought about considerable economic disruption, but Lee Byung-chull survived the period quite well. In 1948 he made a major decision to relocate to Seoul. It was a wise act: in a hyper-centralized country like Korea one has to be in the capital to be taken seriously and to be connected.

While one can surmise that to some extent his company cooperated with the colonial authorities (most companies did), Lee Byung-chull was not tainted by records of active collaboration with the country’s colonial masters. This helped him and other younger businessmen in the late 1940s when the old giants of the Korean business community had to keep a low profile due to their dubious behavior in the colonial times.

In the late 1940s, Samsung specialized in export and import operations. The company exported dry squid to the countries of East Asia and imported thread and sewing machines, then seen as luxury items.

Samsung survived the Korean War, though a large part of the companys property was lost. In January 1951 Lee Byung-chull resumed his business operations in Pusan, the wartime provisional capital of the ROK. Around this time he established good relations with government officials, and this helped him to secure a number of profitable contracts. He was generous with campaign contributions for the incumbent president, and was richly rewarded for such support.

Lee Byung-chull received a government grant and used it, together with private credit, to build a sugar factory in Pusan. It began operations in late 1953. In the subsequent years Samsung diversified to other areas of food processing. In the still starving country this was important and profitable. The company also moved to new areas, like the textile industry, cement production and finance.

So, can Lee Byung-chull be seen merely as a skillful backstage dealer who was lucky and smart enough? Of course, not. Like most other founding fathers of the Korean industry, Lee Byung-chull demonstrated a great business acumen and unbelievable industriousness. During Lee Byung-chull’s lifetime, Samsung had the reputation of a tightly managed company where the boss knew everything. Lee Byung-chull allegedly always sat in on every hiring interview for every new employee from 1957 until 1986 _ a total of some 100,000 interviews.

By the late 1950s, Samsung was already the largest company in Korea (and it was to remain in the top three’ for the subsequent half century). However, this success bred contempt _ more so since many of Lee Byung-chull’s deals arose suspicion of corruption. So, in 1961 when the military took power, Lee Byung-chull suddenly discovered that he, the country’s richest man, was on the ``wanted’ list. He was in Japan, out of immediate danger, and definitely had enough money to comfortably spend the rest of his life. But it was not Lee Byung-chull’s style. Instead, he rushed back to Seoul _ and made an important deal with the new government. The results of this deal to a large extent shaped the Korean economic history of the 1960s and 1970s, but that is another story…
18/7/54 โพสต์โดย ClubF
3 จาก 3
อันนี้เป็นประวิติ
18/7/54 โพสต์โดย ClubF
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ส่วนใหญ่โน๊ตบุคซัมซุงทำประกันบริษัทอะไร
ซัมซุง f480 ประชุมสายได้ไหม
ช่วยเลือกหน่อยค่ะ อยากได้โน๊ตบุ๊คใหม่
มือถือซัมซุงแคนดี้พังง่ายมั้ย
ขอรายละเอียดของ ซัมซุง กาแลกซี่ มินิ หน่อยค่ะ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู