หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
คำถามที่น่ากลัวสำหรับผู้กำลังสัมภาษณ์งาน
" คุณเป็นสีอะไร .....อย่าบอกนะว่าอยู่คตรงกลาง "

คุณไม่อยากยุ่งกับการเมือง การเมืองก็มายุ่งกับคุณ
มีคนไปสัมภาษณ์งาน แล้วเจอคำถามนี้จริงๆ
ทำไงดีล่ะ  งานก็อยากได้
จะตอบยังไง ถึงจะได้งาน

มีคนที่ตอบคำถามนี้แล้วได้งาน
ผ่านสอบสัมภาษณ์เรียบร้อย ( เดี๋ยวค่อยต่อท้าย  มาเฉลย... ให้ลองตอบดูกันก่อน )
ถ้าเป็นคุณจะตอบว่าอะไร
การเมือง | การงาน | สัมภาษณ์งาน 7/4/52 โพสต์โดย นายสติ
คำตอบ
1 จาก 20
ก็ตอบว่าสีไตรรงค์สิ....ไม่ว่าสีไหนเราก็คือคนไทยนี่นา...
7/4/52 โพสต์โดย หมามุ่ย
2 จาก 20
ใช่แล้ว
ข้าพเจ้าพวกเดียวกับคุณหมามุ่ย
สีไตรรงค์
คงจำกันได้
7/4/52 โพสต์โดย yawaiam
3 จาก 20
อืม คิดเหมือนกัน ผมเองก็เคยพูดอยู่หลายครั้งว่า ผมอยู่สามสี ทั้ง ขาว แดง น้ำเงิน
เพราะ เป็นสีของสัญลักษณ์แห่งความเป็นประเทศชาติ เป็นลักษณะแห่งผืนแผ่นดินไทย
สุดท้ายจะแตกต่างทางความคิดอย่างไร เราทุกคนก็เป็นคนไทยเหมือนๆกัน ดังนั้น ก็ขอให้แตกต่างทางความคิด แต่อย่าแตกแยกกันก็พอ
ถ้าคนในชาติกันไม่รักกันแล้วจะให้ใครมารักเราล่ะ
7/4/52 โพสต์โดย ํYggdra
4 จาก 20
สีขาวคับ และอธิบายให้คนสัมภาษณ์ฟังด้วยว่า ไม่ว่าพี่หรือผมจะสีอะไร แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันครับ
"อยากให้ประเทศเราสงบสุข เจริญรุ่งเรือง และรักในหลวงของเราครับพี่"
แตกต่างได้ครับ แต่ไม่แตกแยก
7/4/52 โพสต์โดย Newell
5 จาก 20
คงตอบว่าสีไตรรงค์ครับ แต่ถ้าตกงานก็ช่างมัน เพราะถ้าตกงานก็ไม่ใช่ว่าผมไม่เหมาะเป็นลูกน้องเขาหรอกครับ ดูจากคำถามแล้วเขาต่างหากไม่เหมาะเป็นเจ้านายผม
7/4/52 โพสต์โดย P.S.
6 จาก 20
เป็นผมนะ ตอนแรกผมจะพูดว่า "ใช่ครับ..ผมอยู่ตรงกลางครับ.."

แต่ถ้าไม่จบก็เอาแบบนี้ไปเลย
"คุณนี่แย่จริงๆ ถามคำถามแบบนี้ได้ยังไง ผมจะเรียนให้หัวหน้าของคุณทราบ
อ่อ.. และถ้าคนในบริษัทนี้เป็นอย่างคุณ พวกแบ่งแยก(แถมปากหมา) ล่ะก็ ผมก็ไม่อยาก
จะทำงานให้กับบริษัทนี้หรอก" และอื่นๆอีกมากมาย -..-
7/4/52 โพสต์โดย Freehand
7 จาก 20
ผมไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดครับ
มันการเมื่องมันก็มีแต่พวกโกงกินทั้งนั้นล่ะครับ  จะกินมาก กินน้อย ก็คือกิน

ผมเบื่อการเมือง ถ้า บริษัท ต้องการเลือก พนักงานที่สี
งั้นผมก็ไม่ขอเลือกสีและบริษัทนั้น ๆ ครับ
7/4/52 โพสต์โดย TheOdin
8 จาก 20
แค่เฉี่ยวๆ แล้วจะแวะมาดูคำตอบ
ผมนะ จะตอบตามตรง ว่าสีอะไร
เพราะถ้าตอบไม่ตรงเพื่อให้ได้งาน
คงทำงานไม่เป็นสุขหรอกครับ หลอกตัวเอง
7/4/52 โพสต์โดย Pilz
9 จาก 20
จริงครับตอนสำภาษณ์เข้ามหาลัยก็เหมือนกัน
7/4/52 โพสต์โดย Genesis
10 จาก 20
สีทนได้
7/4/52 โพสต์โดย Genesis
11 จาก 20
ผมไม่ยึดติดกับสีครับ
สีทนได้...........

ไม่ใช่สีอะไรก็ได้ตามใจเราอยากนุ่ง
ไม่ว่าเราจะใส่สีอะไรก็ตาม.............
ถ้าใจเราไปฝักใฝ่กับคำพูดของศาสดาประจำสี
มันก็จะไม่ทำให้จิตใจเราเป็นสุขได้............


ผมมาเพื่อสมัครงานครับไม่ได้มาเพื่อจะเชียร์ใครหรือ จะมาเกลียดใคร
ขออนุญาติไม่ตอบ เพราะผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใตๆ กับสีใตๆ ทั้งสิ้นครับ
7/4/52 โพสต์โดย Nai Surathai
12 จาก 20
ถ้าคนสัมภาษณ์ ถามผมอย่างนี้.......บริษัทนี้ก็ไม่น่าทำงานด้วยแล้ว

".....ถ้าเรื่องการเมือง ต้องมาพัวพันกับงาน " ....ผมว่าทำงานไม่สนุกแล้วครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------

เอาใบสมัครกับประวัติการทำงานผมคืนมา......ผมไปสมัครที่อื่นดีกว่า ......
7/4/52 โพสต์โดย Tanu
13 จาก 20
ตอบว่า รีพับบริกัน แล้วกัน
7/4/52 โพสต์โดย arika
14 จาก 20
บอกเขาไปว่า

คนตาบอดย่อมมองไม่เห็นสี
7/4/52 โพสต์โดย Genesis
15 จาก 20
สีขาวครับ สีแห่งความบริสุทธิ์ สีแห่งความสงบสุข
7/4/52 โพสต์โดย เด็กผีเต็มขั้น
16 จาก 20
ไม่เป็นสีไหนทั้งนั้นค่ะ.....แต่ชอบทุกสีเพราะทุกสีมีความหมายที่ดีๆแตกต่างกันออกไป.......
7/4/52 โพสต์โดย kungems
17 จาก 20
เห็นด้วยกับคุณ Nai surathai ค่ะ
7/4/52 โพสต์โดย ญ หญิง
18 จาก 20
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อันนี้ไม่เกี่ยกับหัวข้อคำถามของ คุณ นายสติครับ ....แต่ว่าเห็นเกี่ยวกับเรื่องสัมภาษณ์งาน...ก้เ ลยเอามาแชร์ครับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
10 คำถามสัมภาษณ์งานสุดโหด




ในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดอย่างนี้ งานการก็หายากเต็มที ฉะนั้นถ้าคุณได้ผ่านด่านเข้าไปถึงรอบสัมภาษณ์แล้ว ก็อย่าปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไปเสียล่ะ ลองมาทำความคุ้นเคยกับ 10 คำถามที่เรารวบรวมมาให้คุณเตรียมตัวเตรียมใจไว้จะได้รับมือกับสถานการณ์นั้นๆได้ทัน มาดูกันเลยค่ะ


1.ไหนลองเล่าถึงตัวเองหน่อยสิ

คำถามนี้ไม่ต้องการคำตอบว่าคุณชอบสีอะไร ชอบทานอะไรเป็นชีวิตจิตใจหรอกนะคะ แต่มันหมายถึงว่า “คุณเป็นคนลักษณะไหน เหมาะกับงานนี้เพียงไร” นับว่าเป็นโอกาสทองที่คุณควรจะพูดถึงบุคลิก ชีวิต และคุณสมบัติที่เกี่ยวกับงานเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณจะไปสมัครงานในร้านหนังสือ แล้วคุณก็จบด้านสังคมศาสตร์ คุณอาจตอบคำถามนี้ว่า “ดิฉันชอบอ่านวรรณกรรม และความรู้ที่เรียนมา ก็ทำให้ดิฮฉันรู้จักเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงในสังคมทั้งในยุคก่อนและปัจจุบันได้เป็นอย่างดี แม้ดิฉันจะเป็นหนอนหนังสืออยู่บ้างแต่ก็มีอัธยาศัยดีและชอบพบปะผู้คนค่ะ”



2.ทำไมคุณถึงอยากออกจากงานที่ทำอยู่

ข้อนี้ขอบอกว่าอย่าวิพากษ์วิจารณ์ที่ทำงานที่คุณทำอยู่ในเรื่องใดๆทั้งสิ้น อย่าพูดอะไรที่เป็นการทำร้ายตัวคุณเอง ฉะนั้นคุณควรพูดแต่งานที่ผ่านมาในแง่ดี และบอกว่าเหตุผลที่ต้องออกก็เพราะว่างานใหม่นี้เป็นอีกก้าวหนึ่ง ที่จะนำคุณไปสู่เป้าหมายในอนาคตในการเรียนรู้งานใหม่ๆ หรือคุณต้องการมุ่งไปสู่งานที่ท้าทายมากขึ้น



3.คุณคิดว่าคุณจะทำอะไรเพื่อบริษัทได้บ้าง (ในขณะที่คนอื่นเค้าทำไม่ได้)

มาถึงตอนนี้ คุณก็พรีเซนต์ตัวเองอย่างสร้างสรรค์ และให้คำตอบในแง่ของการทำประโยชน์ให้บริษัท ลูกค้า และพนักงานอื่นๆด้วยคำตอบที่ว่า “ดิฉันสามารถเสนอไอเดียใหม่ๆ มีความกระตือรือร้นในการพัฒนาภาพพจน์ของบริษัท และเพิ่มศักยภาพของแผนกต้อนรับด้วยการใช้ความสามารถในการสื่อสารสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ค่ะ”



4.ข้อเสียที่เห็นได้ชัดของคุณคืออะไร

คำถามนี้มักเป็นการบอกให้คุณรู้นัยๆว่า คุณกำลังมีข้อบกพร่องเฉพาะที่จำเป็นต่องานนี้ แต่คุณก็สามารถแก้ต่างโดยให้เขาไม่มีข้อสงสัยในตัวอีกต่อไปว่า “แม้จะไม่มีประสบการณ์ทางด้านงานนี้โดยตรง แต่ดิฉันก็เป็นคนเรียนรู้เร็วค่ะ” หรือจะตอบคำถามนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองว่า “ฉันทำงานบนโต๊ะรกๆไม่ค่อยได้ค่ะ และก็ชอบทำทุกอย่างให้สำเร็จไปด้วยความเพอร์เฟ็คเสมอ” เท่านี้ก็ฟังดูดีแล้ว



5.คุณมีปฏิกริยาอย่างไรต่อคำวิพากษ์วิจารณ์

วิธีการตอบที่ดีมักต้องเป็นการยกตัวอย่างให้เห็นภาพเสมอ การตอบแบบนามธรรมจะทำให้คุณดูไม่มีเหตุผลเพียงพอ รีบยกตัวอย่างในความผิดที่คุณเคยทำแล้วรีบเสริมว่าคุณได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ที่ผิดพลาดนั้นๆ เช่น คุณเคยถูกตำหนิจากเจ้านาย ที่เปลี่ยนประโยคคำพูดเธอในจดหมายโดยไม่ได้รับคำสั่ง และนั่นก็ทำให้คุณคิดได้ว่า

1.การใช้ความคิดริเริ่ม อาจไม่เหมาะในบางโอกาส
2.ถ้าหัวหน้ามอบหมายงานอะไรให้ หน้าที่ของเราคือต้องทำตามคำสั่ง
3.บางครั้งควรขอคำแนะนำก่อนทำอะไรเอง
สุดท้ายสรุปด้วยประโยคกินใจว่า “ดิฉันคิดว่า การวิจารณ์เป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ ที่จะช่วยพัฒนา ศักยภาพในการทำงานของดิฉัน”



6.คุณจะว่าอย่างไรถ้าต้องทำงานล่วงเวลา

อย่าพึ่งสลัดการทำงานนั้น เพราะคิดว่าเราจะต้องทำงานหนักเกินไป วิธีที่จะตอบคำถามนี้ให้ดี คือถามให้แน่ใจก่อนตอบ เช่น

1.ต้องทำงานล่วงเวลามากเท่าไร ถึงจะประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงานนี้ได้
2.มีการจ่ายค่าล่วงเวลาหรือไม่
อย่างไรก็ควรตอบรับแบบไม่ผูกมัดไปก่อนว่า “ดิฉันพร้อมจะทำงานนอกเวลาค่ะ เพื่อให้งานสำเร็จลุ ล่วง” ซึ่งพอได้รับเลือกเข้าทำงานแล้ว คุณอาจต่อรองใหม่ได้เช่น อาจจะเสนอเอางานกลับไปทำที่บ้าน หรือมาทำงานเช้ากว่าปกติเป็นต้น แต่ถ้าคุณแน่ใจว่า ไม่พร้อมจะถวายชีวิตให้กับงาน คงต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนไปเลยว่า “ดิฉันไม่เกี่ยงเรื่องทำงานล่วงเวลาหรอกค่ะ แต่ก็เชื่อมั่นว่า การเดินทางสายกลางนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาคุณภาพงานให้ดีได้อย่างคงเส้นคงวา”


7.คุณอยากไปถึงจุดไหนในอีก 10 ปีข้างหน้า

แน่นอนบริษัททุกบริษัทย่อมอยากได้คนที่มีความทะเยอทะยาน เพื่อไปสู่เป้าหมายในแนวเดียวกับบริษัท เพื่อที่จะพัฒนางานของบริษัทด้วยเช่นเดียวกัน หากคุณตอบว่าอยากทำงานไปวันๆ บริษัทก็คงไม่ยอมลงทุนเลือกคุณเข้ามาทำงานเป็นแน่ ในทางกลับกัน หากคุณต้องไปทำงานกับบริษัทที่มีความจำกัดโอกาสในการเจริญก้าวหน้า คุณก็ควรตอบด้วนการปรับคำตอบให้ฟังดูไม่เป็นการฟังดูเหนือหรือด้อยกว่าความสามารถหรือตัวงาน โดยพูดว่า “ดิฉันหวังว่างานนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ดิฉันได้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในสายอาชีพ” และอย่าพูดเด็ดขาดว่า วางแผนจะไปยุโรปในปีหน้า หรืออยากไปเป็นตลกอย่างโน้ต อุดมในเร็วๆวัน เพราะนั่นจะเป็นการแสดงถึงความไม่ตั้งใจจริงของคุณในหน้าที่การงานนี้



8.อะไรที่ทำให้คุณอยากทำงานที่นี่

คุณควรแสดงตัวว่าคุณศึกษาเรื่องราวของตัวบริษัทมาบ้าง อย่างน้อยก็รู้ว่าบริษัททำอะไร มีจุดเด่นตรงไหน (บุคลากรเด่น คุณภาพงานดี สาธารณประโยชน์เยี่ยม) และตลาดเป้าหมายของบริษัทคืออะไร แต่ถ้าคุณไม่มีข้อมูลอะไรเลย ก็ลองตอบด้วยประโยคนี้ว่า “ดิฉันมีความสนใจในตัวงาน (ไม่ว่าจะเป็นงานเกี่ยวกับอะไร) และรู้สึกว่าบริษัทได้เปิดโอกาสให้ดิฉันได้พัฒนาในสายงานนี้ค่ะ”



9.คุณคาดหวังเงินเดือนเท่าไหร่

ในการประกาศรับสมัครงานบางแห่ง จะระบุเงินเดือนไว้อย่างชัดเจน แต่ถ้าจนจะจบการสัมภาษณ์แล้ว ยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องเงินเดือนเลย แสดงว่าคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกต้อนให้จนมุม คุณต้องมั่นใจในความสามารถของตนเอง และลองสืบดูว่าคนอื่นๆที่มีความสามารถคล้ายกันได้เงินเดือนเท่าไหร่ในสายงานนี้ แล้วเสนอเป็นระดับช่วงเงินเดือนจะดีกว่าระบุเป็นตัวเลขตายตัว เพราะจะทำให้คุณสามารถต่อรองเงินเดือนจากความสามารถเฉพาะตัวของคุณได้ ระวัง อย่าต่อรองเงินเดือนด้วยวิธีที่ไร้ไหวพริบ หรือไม่ประนีประนอมโดยเด็ดขาด ถ้าข้อเสนอที่ได้รับตรงกับความต้องการของคุณให้รีบตกลงรับทันที แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้ตอบว่า “ตกลง” ในแง่ของหลักการ แล้วขอเวลากลับมาคิด 2-3วัน ถ้าคุณตกลงรับข้อเสนอเป็นจำนวนเงินแน่นอนแล้ว ไม่ควรเปลี่ยนข้อตกลงใหม่ เพราะจะเป็นการชี้ให้เห็นถึงความโลเลไม่มั่นคง หากต้องก้าวไปสู่อีกสายงานหนึ่งที่ต่างกันอย่างมากมาย คุณก็จำเป็นที่จะต้องยอมรับในเงินเดือนขั้นต่ำแล้วค่อยเริ่มไต่เต้าใหม่



10.คำถามสุดท้ายคุณมีอะไรจะถามไหม

ตัดคำตอบที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณเป็นคนไม่ฉลาดเอาเสียเลย ไม่ตั้งใจฟัง หรือไม่ก็ไม่ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทมาเลย ฉะนั้นเพื่อให้เจ้านายเห็นว่าคุณเป็นคนใฝ่รู้ลองใช้คำถามนี้ดู

1.ตำแหน่งของดิฉันอยู่ในตำแหน่งใดในโครงสร้างของบริษัท
2.เวลาทำงานปกติคือเวลาใด
3.กรุณาบอกคร่าวๆถึงเป้าหมายของบริษัท
4.มีโอกาสเลื่อนขั้นในอีก 3ปีข้างหน้าหรือไม่


มาถึงขั้นนี้แล้วก็กลับไปเตรียมพร้อมรับกับการสัมภาษณ์งานตำแหน่งใหม่นี้ได้ จำไว้ว่ายิ่งถ้าคุณมีข้อมูล พร้อม อัธยาศัยดี มั่นใจ จริงใจและมีจินตนาการมากเท่าไร การสัมภาษณ์ของคุณก็จะยิ่งดูโดดเด่น และมีโอกาสเข้าวินมากขึ้นเท่านั้น

และที่สำคัญก็อย่าลืมว่าคำสัมภาษณ์ทั้งหมดก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นตัวของตัวคุณเองด้วยนะ ก็เพื่อที่คุณจะได้งานที่ถูกใจและเหมาะสมกับคุณที่สุดไงล่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้ได้งานใหม่ ไวไว นะครับ ทุกท่าน
7/4/52 โพสต์โดย Tanu
19 จาก 20
เราขอแวะมาดูเฉลยดีกว่า... (อิอิ)
7/4/52 โพสต์โดย เอส จัง
20 จาก 20
ขอบคุณท่านนายสติ และท่านTanu อย่างสูงหวังว่าคงมีส่วนช่วยส่งเสริมให้คนที่มองหางานใหม่หรือมีงานเป็นครั้งแรก ได้มีโอกาสได้งานที่ตรงใจนะครับ
7/4/52 โพสต์โดย maddog
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
จะลางานไปสอบสัมภาษณ์งานอีกที่นึง จะลาด้วยวิธีไหนดี ???
สัมภาษณ์งาน "มีอะไรจะถามไหม" ควรตอบอย่างไร?
ขอบโทษที คือเขาเรียกสัมภาษณ์งานเลยอยากมีข้อมูลไว้บ้าง
+ + + + เค้านัดไปสัมภาษณ์งานแต่เราไม่ไปอย่างนี้ผิดไหมค่ะ??? + + + +
ถ้าคุณไปสัมภาษณ์งานกับเพื่อนสนิท ปรากฏว่า คุณสมบัติทุกอย่าง...?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู