หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
นิทานเกี่ยวกับแม่
ช่วยหานิทานเกี่ยวกับแม่หน่อยค่ะ
การบ้าน 17/8/55 โพสต์โดย noey noey
คำตอบ
1 จาก 3
เป็นนิทานไม่แต่งเองได้ไหม ชอบมากเลยอ่ะค่ะ เรื่องนี้อ่ะ

มันนานมากแล้ว เรื่องนี้เริ่มต้นที่นี่ ณ บ้านหลังเล็ก ๆ ที่แสนยากจน บ้านหลังนี้มีเพียงเด็กหญิงนฤมล และแม่ของเธอ พ่อของเธอเสียชีวิตไปนานแล้ว และแม่ของเธอก็มีอาชีพขายขนมปรากริมไข่เต่าหาเช้ากินค่ำ ถึงกระนั้นด้วยความเป็นแม่ แม่ของนฤมลก็ยังพยายามส่งเสียให้นฤมลได้ร่ำเรียนในโรงเรียนที่เป็นมาตรฐาน

นฤมลพูดขึ้นกับแม่ในวันหนึ่ง

“แม่ หนูอยากได้นาฬิกา”

“มล บ้านเราไม่ค่อยมีเงินนะลูก แต่เอาเถอะ มันเรือนละเท่าไหร่กันล่ะ”

“ไม่แพงหรอกแม่ พันสองเอง”

“พันสอง!!” ผู้เป็นแม่อุทานขึ้น

“มันไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยนะลูก แม่ว่าเอาไว้ก่อนไม่ดีกว่าหรือ”

“แม่รักหนูมั๊ยเนี่ย”

“รัก แต่แม่ไม่มีเงินนะลูก วัน ๆ หนึ่งจะกินก็ยังไม่มีเลย”

“แต่หนูเกลียดแม่” เธอพูดแล้วก็ปึงปังออกจากบ้านไปโรงเรียน

ตอนนั้นนฤมลได้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ด้วยความอายที่แม่ของตนมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายขนมหาบเร่ นฤมลจึงกำชับบอกแม่ว่า แม่อย่าไปขายของที่โรงเรียนหนูนะ ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เข้าใจกับความอาย แม่จึงไม่ไปขายขนมที่โรงเรียน

ตอนพักกลางวันของโรงเรียน ในวันหนึ่ง

“นฤมล มานี่เร็ว มากินของอร่อยนี่”

“อะไรหรือ” นฤมลก็เดินตามกลุ่มเพื่อนไปอย่างงง ๆ

“ขนมปลากริมเจ้านี่อร่อยจังเลย ป้าเค้าทำได้หวานมันมากเลยนะ”

“ไม่เห็นอยากกิน” นฤมลบอก เพราะเธอมักจะต้องกินปลากริมที่เหลือจากการขายทุกวันอยู่แล้ว

ทันทีที่นฤมลเห็นหาบเร่ของแม่ค้าคนนั้น เธอก็ตกใจอย่างมาก เพราะเธอจำได้ว่า นั่นเป็นแม่ของเธอไม่มีผิดเพี้ยน กำลังนั่งขายขนมให้เด็กนักเรียนอยู่ที่ข้างรั้ว

“ป้า ๆ มาขายอะไรตรงนี้” นฤมลโวยวาย

เมื่อแม่เห็นว่าเป็นลูกตัวเองก็เลยรีบเก็บหาบ แล้วก็เดินไป แต่ด้วยความรีบร้อน ทำให้สะดุดล้ม ขนมปลากริมที่เหลือและเงินที่ขายของได้ หกกระจัดกระจายไปทั่วฟุตบาท เมื่อเก็บเงินได้หมดแล้ว จึงรีบหาบหม้อปลากริมหนีไปอย่างเร็ว



“แม่ หนูบอกแม่กี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปขายของที่นั่น หนูอายเค้านะแม่ แล้ววันนี้แม่ก็ไป ถ้าเพื่อนหนูรู้นะ หนูโดนล้อแน่ๆ”

“มล แถวนั้นแม่ขายของหมดทุกวันเลยนะลูก ลูกอยากได้นาฬิกาใช่ไหมล่ะ แม่เก็บเงินได้เยอะแล้วนะ ลูกจะได้ได้นาฬิกาอันที่ลูกอยากได้ไงล่ะ”

“แต่แม่ทำแบบนี้ ก็เท่ากับทำให้หนูอายนะ หนูเกลียดแม่ที่สุด”



วันรุ่งขึ้น คุณครูของนฤมลก็สั่งให้นักเรียนทุกคนเขียนเรียงความเรื่อง แม่ของฉัน แล้วให้นำมาส่งอาทิตย์หน้า และให้ทุกคนไปบอกแม่ให้มางานวันแม่ที่โรงเรียนทุกคนด้วย

นฤมล ไม่รู้จะเขียนอะไร...

นฤมล ไม่สามารถนึกความดีของแม่ที่ให้กับตนได้...

นฤมล ไม่เคยได้อะไรที่อยากได้...



เย็นวันนั้นกลับไป นฤมลก็ไปทำการบ้าน และกินปลากริมไข่เต่าที่เหลือจากการขายดังเช่นทุกวัน พลางนึกว่า

‘แม่เราจะมีอะไรดีหนอ รักเราหรือเปล่าก็คงไม่ เราอยากได้อะไรก็ไม่เห็นจะได้ เรื่องนาฬิกามันก็คงไม่จริง แม่ก็คงหลอกให้เรารอ เหมือนของชิ้นก่อน ๆ ที่เราเคยขอ’

คืนนั้น นฤมลนั่งเขียนเรียงความ

นฤมลก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไร...



วันรุ่งขึ้นแม่บอกกับนฤมลว่า วันนี้กลับบ้านแต่หัววันหน่อยนะลูก แล้วแม่ก็ยิ้มให้ ซึ่งนฤมลก็ทำกริยาบ่นแม่เรื่องนาฬิกาที่หล่อนอยากได้ว่า

“ทำยังไงแม่ก็ไม่ซื้อให้หนู แม่ไม่รักหนู หนูก็ไม่รักแม่ แล้วจะทำตามที่แม่บอกทำไม”

แม่ของนฤมลไม่ตอบว่าอะไร ได้แต่ยิ้มให้ลูก



วันนั้นนฤมลไปเรียนตามปกติ ครูก็ถามว่า ใครเขียนเรียงความไปถึงไหนแล้ว

นฤมลนั่งเงียบ...

นฤมลหาสิ่งที่จะเขียนลงไปไม่ได้...

นฤมลไม่รู้สึกถึงความรักที่แม่ให้



เย็นวันนั้น...

“นฤมล กลับบ้านกันเถอะ”

“อืม ไปสิ”

นฤมลเดินกลับบ้านกับเพื่อนและมองร้านขายนาฬิกาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“มล คนเค้ามุงอะไรกันน่ะ”

“รถชนหรือเปล่า แต่ชนใครที่ไหนก็ไม่รู้ ช่างเหอะ”

“มล ป้าคนนั้นไงที่ขายขนมที่เราเรียกเธอกินวันนั้นไง ป้าเค้าโดนรถชน”

นฤมลนึก ‘แม่!!’



เธอรีบวิ่งไปดูเห็นหาบขนมและไม้คานเกลื่อนกลาด หม้อดินใส่ขนมแตกละเอียด และร่างผู้หญิงที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น… แม่ของเธอเอง

“แม่!!!” นฤมลตะโกนออกมาเธออุ้มร่างนั้นขึ้นมาพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายจนกระทั่งร่างนั้นกระตุกและสะอึกขึ้น

“มล แม่รักหนูมากนะ” พร้อมกันนั้นแม่ของเธอก็ยื่นมือข้างขวาที่กำอยู่แน่นและค่อย ๆ แบมือออก

ภายในมีนั้นมีนาฬิกาที่เปื้อนเลือดอยู่

“หนูก็รักแม่ค่ะ”

แม่ของเธอยิ้มแล้วสะอึก ขาดใจตายไปในที่สุด

“แม่!!!” เธอตะโกนออกมาอีก

นฤมลเสียใจมาก ร้องไห้ออกมา มือก็ยังกำนาฬิกาเรือนที่แม่ของเธอซื้อให้ไว้แน่น

นฤมลรู้สึกได้ถึงความรัก...

นฤมลรู้สึกได้ถึงความเป็นแม่...

นฤมลรู้สึกได้ถึงความรักที่บริสุทธิ์...



หลังจากนั้นนฤมลกลับบ้านไประหว่างทางนั้น เธอก็ร้องไห้ไปตลอดทาง เมื่อกลับมาถึงบ้าน

นฤมลมองจานกับข้าวที่เธอกินกับแม่เมื่อเช้านี้...

นฤมลมองตรงเก้าอี้ไม้ที่แม่ชอบนั่ง...

นฤมลมองไปที่กระดาษเรียงความ...

นฤมลรู้แล้วว่า จะต้องเขียนอะไรลงในกระดาษใบนั้น...



เธอเขียนเรียงความได้มากที่สุด โดยเธอเล่าถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำให้เธอจวบจนวาระสุดท้ายของแม่ที่จนนาทีสุดท้าย แม่ก็ยังทำเพื่อเธอ...

และที่วันนี้ไม่มีแม่ ก็เพราะเธอ



เมื่องานวันแม่มาถึง นักเรียนทุกคนนำแม่มานั่งในที่ ๆ จัดไว้ให้ แต่ที่ที่จัดไว้ให้แม่ของนฤมล

ว่างเปล่า...



เรียงความของเธอได้รับตำแหน่งที่ 1 ครูจึงได้ให้เธอไปพูดเกี่ยวกับเรียงความชิ้นนี้

นฤมลเดินขึ้นไปบนเวที

เธอพูดขึ้น เล่าทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนที่ผมเล่าให้คุณฟัง ผู้ปกครองและทุกคนที่นั่งฟังน้ำตาไหลซึม...

รวมทั้งเธอด้วย...



ขณะที่เธอพูดเรื่องเรียงความของเธอ นฤมลกวาดสายตาไปทั่วห้องประชุม และพบว่า มีแต่ที่ของเธอเท่านั้นที่ว่างเปล่า ที่ตรงนั้น ณ วันนี้แม่ของเธอควรจะมานั่งและชื่นชมยินดีกับเธอ แต่วันนี้ไม่มีแม่อีกแล้ว

มีแต่นาฬิกาเรือนสวยที่เธอใส่อยู่

และเธอสัญญากับตัวเองว่า

จะรักษานาฬิกาเรือนนี้ เท่าชีวิต...
18/8/55 โพสต์โดย sumC
2 จาก 3
การเดินทางของชาวจีน มุ่งสู่แผ่นดินสยามในครั้งนั้น เพื่อจะมาตั้งหลักปักฐาน ต้องอาศัยอพยพมากับเรือขนส่งสินค้า ซึ่งก็เป็นเรือที่ลําไม่ใหญ่มาก

เรือส่งสินค้าเที่ยวนี้ ก็เป็นเหมือนทุกครั้ง ที่มีผู้อพยพอาศัยมาด้วย พร้อมกับหญิงแม่ลูกอ่อนคนหนึ่ง ทุกคนมีความหวังเดียวกัน หวังว่าเมื่อถึงแผ่นดินสยามเมื่อไร พวกเค้าจะไม่อดตายแน่นอน     แต่จะด้วยโชคชะตาหรือฟ้าแกล้ง พอเรือออกจากฝั่งได้ไม่นาน  ก็เกิดพายุลูกใหญ่ ซัดกระหนํ่าลูกแล้วลูกเล่า ไฉนเลยเรือลําน้อยนิด จะต้านทานอสูรย์ร้ายแห่งท้องทะเลได้  ในที่สุดเรือก็แตก


กัปตันเรือตะโกนให้ทุกคนขึ้นเรือชูชีพ แล้วรอนแรมฝ่าพายุฝนไปด้วยกัน หลังจากนั้นไม่นานพายุฝนสงบลง จึงได้มีสติมองดูว่าร่วมเป็นร่วมตายกันมากี่คน จึงได้รู้ว่าเหลือไม่กี่คน นอกนั้นตกนํ้า จมนํ้าตายไปหมด แม่ลูกอ่อน..นางนอนกอดลูก..ขดตัวนอนติดอยู่กับท้องเรือ..จึงรอดชีวิต

ฝนหยุดได้ไม่นานแดดเริ่มออก และแรงขึ้นเรื่อยๆ  แดดกลางทะเลร้อนกว่าแดดบนบกมากมายนัก พอลูกน้อยของนางโดนแดดก็ร้องจ้า นางต้องถอดเสื้อตัวเองมาคลุมให้ลูก แต่กระนั้นลูกก็ยังไม่หยุดร้อง นางต้องเอาตัวเองมาบังแสงอาทิตย์ เพื่อไม่ให้ผ่านไปถึงลูก โดยใช้หลังบังแดดเอาไว้ ด้วยความที่แดดร้อนแรงมาก จึงส่องจนหลังนางไหม้..แตกตกสะเก็ด...พอคลื่นวิ่งมากระทบกับเรือ...นํ้าทะเลก็กระเซ็นมาโดน...มันแสบแปลบเข้าไปถึงขั้วหัวใจ...นํ้าตาร่วงเผาะ..กัดฟันแน่น...นางรําพึงกับตัวเองว่า..."ถึงแม้หลังแม่จะร้อน..จะแสบสักปานใด...แม่จะทน ขอเพียงอย่าให้ลูกของแม่ต้องร้อนเลย...แม่จะเอาหลังของแม่นี่แหละเป็นหลังคาให้ลูก...

เวลาล่วงเลยไปหลายวัน..นํ้าดื่มก็ไม่มี...อาหารก็หมด...ลูกก็ร้องด้วยความหิว..ทุกครั้งที่ลูกร้อง..นางก็ควักนมให้ลูกดูด แต่นางไม่ได้กินข้าวหลายวัน..นํ้านมก็หมด..ลูกดูดไม่ออกก็ร้องไห้จ้าด้วยความหิว...นางก้มหน้ามองลูก...นํ้าตาใหล..ร้องไห้โฮ..ด้วยความสงสารลูก...ไม่รู้จะทําอย่างไร...ควานหาของรอบตัว...ดูว่ายังมีอะไรหลงเหลือ...ที่พอจะให้ลูกกินประทังชีวิตได้บ้าง..แต่..นางหาอะไรไม่เจอ..มือก็ควานไปเจอเศษเหล็ก..อันเล็กๆแหลมๆอันหนึ่ง...นางหยิบเหล็กขึ้นมา..มองหน้าลูก...นํ้าตาใหลไม่หยุด...นางตัดสินใจใช้เหล็กแหลม...แทงข้อมือของนาง...เลือดสดๆพุ่งกระฉูดออกมา...นางรีบเอาข้อมือไปจ่อที่ปากลูกน้อย..ด้วยความไร้เดียงสา...ลูกน้อยดูดเลือดในกายแม่..ด้วยความหิวกระหาย..ดูดไม่หยุด..จนตัวแม่ซีดลง..ซีดลง.ไม่เป็นไรลูก...."ถ้าเลือดในกายแม่..ทําให้ลูกของแม่รอดชีวิตได้..แม่ให้ลูกได้จนหมดตัว...ไม่มีอะไรที่แม่สละให้ลูกไม่ได้ แม้แต่ชีวิตแม่ แม่ทนเห็นลูกตายต่อหน้าแม่...ในขณะที่แม่ยังมีลมหายใจอยู่ไม่ได้

นางไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน..ประกอบกับเสียเลือดมาก..นางหน้ามืด..เป็นลม..ล้มฟุบลง..มาฟื้นรู้สึกตัวอีกที..เมื่อเรือชูชีพมาเกยฝั่ง...ผู้คนในเรือ..ต่างวิ่งเอาตัวรอด..ไม่มีใครสนใจใคร..วิ่งหานํ้าดื่ม..หาอาหาร...แต่นางวิ่งไม่ไหว...แม้แต่เดินยังทําไม่ได้...นางอุ้มลูกน้อยแนบอก...แล้วค่อยๆคลานลงจากเรือ  คลานมาได้สัก 10 เมตร ก็หมดแรง..ล้มลง..ก่อนล้ม นางยังมีสติ..คิดถึงลูก..กลัวลูกจะล้มกระแทกหิน กลัวลูกเจ็บ..นางรีบพลิกตัว หงายท้องขึ้น..เพื่อลูกที่นางกอดไว้ จะได้ไม่กระแทกหิน ไม่จมทราย..ไม่เจ็บ  แม่ขอเจ็บแทน..แม่ขอเป็นเบาะรองรับลูก รองรับดวงใจของแม่

นางร้องไห้สะอึกสะอื้น..แล้วรําพันว่า..แม่พระธรณีเจ้าขา ชีวิตของฉันไม่สามารถจะเลี้ยงดูลูกต่อไปได้ จวนเจียนจะสิ้นลม ณ.บัดนี้แล้ว ฉันขอฝากแม่พระธรณีช่วยดูแลลูกฉันด้วย...แล้วนางก็สิ้นใจอยู่ตรงนั้น.


 คนเราทํางานเหนื่อยเราก็หยุด  เบื่อ ลําบากก็ลาออก

หรือทําไปนานๆเราก็เกษียณ

แต่ความรักของแม่ที่มีต่อลูก..ไม่มีวันหยุด..ไม่มีวันลาออก..ไม่มีวันเกษียณ

แม่..จะต้องแบกภาระรับเลี้ยงดูลูก..แบกภาระความรักลูก

ตั้งแต่วันแรกที่ลูกลืมตาดูโลก..จนกระทั่ง..ลมหายใจสุดท้ายของแม่..
18/8/55 โพสต์โดย sumC
3 จาก 3
นิทานเลือดในกายแม่มีภาคต่อน้าค่ะ
เลือดในกายแม่2 ตอน..     แม่หนูอยู่ไหน

จะด้วยแรงอธิฐาน ที่เปี่ยมไปด้วยความรักอันบริสุทธ์ หรือไม่ ก็สุดแต่จะคาดเดาได้ เพราะเป็นเวลาที่ชาวประมงคนหนึ่งกลับจากการหาปลา แล้วนําเรือเข้าจอดชายฝั่ง ชาวประมงเห็นเด็กน้อยนอนร้องไห้ จนตัวเกร็ง เลือดเต็มปากอยู่ข้างๆหญิงคนหนึ่ง ด้วยความตกใจ..ชาวประมงรีบเข้าไปประคองร่างนางให้ลุกขึ้นนั่ง..สิ่งที่ชาวประมงเห็นคือ...ที่ข้อมือของนาง..มีรอยกรีดเป็นแผล ทั่วทั้งแขนเกอะกรังไปด้วยเลือด.......และที่สําคัญไปกว่านั้น...นางสิ้นใจแล้ว...ชาวประมงเข้าใจได้ทันทีว่า.......นางเป็นแม่ของเด็กน้อยคนนี้.


เสียสละเลือดและชีวิตตัวเอง....เพื่อให้ลูกน้อยอยู่รอด........ชาวประมงก้มลงกราบศพนาง....."นํ้าใจของแม่หญิงคนนี้..ช่างประเสริฐเหลือล้น..เสียสละเลือดของตน..เพื่อลูก..ไม่มีแม่คนไหน..ประเสริฐอย่างนี้อีกแล้ว......."   นางมีวิณญาญของความเป็นแม่...อย่างล้นเปี่ยมจริงๆ...ขอนางจงไปสู่สุขติ..ฉันจะเลี้ยงลูกของเธอเอง..ฉันจะรักเขา...ไม่ให้น้อยกว่าที่เธอรัก..ฉันจะดูแลเขา..ให้ดี..ไม่น้อยกว่าที่เธอดูแล..."ขอให้เธอไปดี..อย่าได้กังวลใดๆทั้งสิ้น..คุณแม่ผู้ประเสริฐ....


ผ่านไป 20 ปี ชาวประมงเลี้ยงดูเด็กน้อยจนเติบใหญ่ เด็กน้อยเติบโตมาในไออุ่น ...ที่ชาวประมงมอบให้เขา แต่แต่สิ่งเดียวที่เขาเฝ้าถามชาวประมงตลอดมา..ลุงจ๋า..แม่หนูอยู่ไหน...สุดท้ายลุงทนคําอ้อนวอนไม่ไหว...อีกทั้งสังขารของลุงเอง ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกที..หากลุงเกิดเป็นอะไรขึ้นมา..คงเป็นบาปติดตัวลุงไปทุกชาติ ที่ไม่ยอมให้แม่ลูกได้เจอกัน...


ลุงเหม่อมองไปยังแนวสนริมหาดฝั่งโน้น."..ศพของแม่หนู..ฝังไว้ที่โคนต้นสน..ริมหาดฝั่งโน้น...."..."..ลุงช่วยพาหนูไปดูทีได้ไหม.."ลุงพยักหน้าแล้วพาเขาไปถึงหลุมศพของแม่...เขาผวาเข้ากอดหลุมศพแม่..แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น...ลุงบอกเขาว่า....แม่ของเจ้า..ได้สละเลือด..และชีวิต..เพื่อเจ้า..  เขาฟุบลงบนหลุมศพ..ครํ่าครวญ.....แม่จ๋า....แม่จ๋า...แม่หนูอยู่ไหน..ลูกใจจะขาดแล้ว...แม่จ๋า...แม่อยู่ไหน..แม่มาหาลูกหน่อย...มาให้โอกาสลูก..ได้ตอบแทนบุญคุณที่แสนประเสริฐของแม่ก่อน...แม่อย่าทิ้งลูกไป...ลูกใจจะขาดแล้ว...แม่จ๋า......

หลังจากนั้นไม่นาน..ลุงชาวประมงก็ล้มป่วยลงด้วยสังขารที่ยํ่าแย่..เขาดูแลลุงอย่างไม่คิดรังเกียจ...ป้อนข้าว..ป้อนนํ้า..แม้แต่..เช็ดถ่ายหนัก..ถ่ายเบาให้ลุง..จนวันสุดท้าย..ลุงก็จากเขาไปอย่างสงบ...เขาก้มลงกราบที่ปลายเท้าลุงทั้งนํ้าตาที่นองหน้า..ขอบคุณลุงที่เลี้ยงหนูมาจนโต...และได้ให้โอกาสหนูได้ทําสิ่งที่หนูอยากทําให้แม่..ถึงแม้ว่าลุง..จะไม่ใช่แม่หนู..แต่พระคุณของลุง..ก็ไม่น้อยไปกว่าแม่หนูเลย.

จบ.

บุญคุณของแม่..ล้นฟ้า..มหาสมุทร

หากทําให้แม่ มีนํ้าตาแม้เพียงหยดเดียว..ก็บาปมหันต์
18/8/55 โพสต์โดย sumC
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
อยากทราบเกี่ยวกับหลักการเล่านิทานค่ะ
นิทานก่อนนอน พ่อแม่ของท่านเคยเล่าให้ท่านฟังไหม? มันDต่อสุขภาพจิตนา.....
มาเล่นต่อนิทานเรื่องเล่า แบบขำๆดีกว่า
พี่น้องคนไทย น้ำใจงามช่วยแต่นิทานเรื่องนี้หน่อยนะค่ะ
นิทาน(รอบสอง)....
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู