หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
cifloxin 500 mg คือยาอะไร
ยา 30/3/54 โพสต์โดย Yok the Dog NYC
คำตอบ
1 จาก 3
ตามลิงค์ครับ
5/4/54 โพสต์โดย seetong
2 จาก 3
รื่องมีอยู่ว่า

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว เวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ ไปพบหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา เนื่องจากหูอักเสบนิดหน่อย รับยา Cifloxin 500 mg จากเภสัชกร ซึ่งแจ้งให้ทาน 2 เม็ด หลังอาหารทันที และให้เริ่มทานมื้อเย็นเลย แล้วก็กลับบ้าน

เวลา 4 โมงเย็น รู้สึกเจ็บๆที่หู เลยทานอาหารแล้วทานยา Cifloxin 2 เม็ด ตามทันที

ประมาณ เกือบๆ 5 โมงเย็น ออกไปเก็บผ้าที่ตากไว้ ขณะเดินกลับเข้ามารู้สึกคันภายในหูทั้งสองข้าง และ ดวงตาทั้งสองข้าง และอาการคันลามอย่างรวดเร็วมากไปที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง และทั่วตัว ทั้งหมดใช้เวลาไม่กี่วินาที

จึงสงสัยว่าแพ้ยาแน่แล้วจึงบอกป๊า ป๊าบอกให้ลองอาบน้ำ จึงรีบอาบและพบว่าหน้าตาบวมแดงมาก เหมือนในหนังที่มนุษย์กลายพันธุ์กำลังจะแปลงร่าง หน้ายู่ไปตามมือที่เราจับเลย และเป็นผื่นบวมแดงทั่วทั้งตัว จึงบอกให้ป๊าออกรถทันที โดยเราไม่ลืมคว้าซองยาไปด้วย ปรากฎว่าที่หน้าซองบอกให้กินเม็ดเดียว...แป่ววว...

ระหว่างนั่งรถไปตาเริ่มปิดแสบและมีน้ำตาไหลนิดหน่อย คันมากๆทั่วทั้งตัว เกาไปด้วย และพยายามหายใจลึกๆช้าๆ โทรไปแจ้งที่โรงพยาบาล เค้าบอกให้รีบมาที่ห้องฉุกเฉินทันที ป๊าบอกให้เราใจเย็นๆ เราไม่ได้ตกใจ แค่คันมากและร้องซี้ดซ้าดเพราะมันทนไม่ไหว แต่ป๊าใจร้อน ขับรถเร็วมาก ไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่มารับเข็นเข้าห้องฉุกเฉินเลย

ถึงห้องฉุกเฉินยื่นซองยาให้หมอ ตอนนั้นตาปิดแล้วแต่ได้ยินเสียงหมอสั่งตลอด พยาบาลเอาเครื่องมือวัดความดัน อ๊อกซิเจนในเลือด และอัตราการเต้นหัวใจมาติดระโยงระยาง ความดันต่ำกว่า 60 อ๊อกซิเจน 93 หัวใจเต้น 135 หมอบอกว่าช๊อคแล้ว ให้อ๊อกซิเจน ให้น้ำเกลือหยดเร็ว และฉีดยาแก้แพ้เข้าเส้นเลือด พอฉีดยาปุ๊บก็ปวดหัว คลื่นไส้มาก หมอคอยเช็คว่าตามองเห็นชัดมั๊ย หายใจได้มั๊ย ซักแป๊บเดียว ตัวก็สั่นจากข้างใน และกระตุกเป็นระยะๆ หมอผู้ชายมาดู บอกว่าเกิดจากการให้น้ำเกลือหยดเร็วมีอุณหภูมิต่ำทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน พยาบาลจึงเอาผ้าห่มมาโปะให้อีก หมอสั่งลดอัตราการให้น้ำเกลือเหลือ 100 ml/hr ความดัน อ๊อกซิเจน และหัวใจเต้นดีขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการคันก็ลดลง แต่หน้ายังบวมแดง ตัวยังเป็นผื่นแดง และสั่นกระตุกอยู่

มีคุณหมอ และเภสัชกรมาเช็คว่าเรามีสติ สัมภาษณ์และออกบัตรแพ้ยาให้ เรามีสติตลอดก็ซักหมอกับเภสัชกร เรื่องยา กับอาการต่างๆ ยาที่เราแพ้เป็นกลุ่มยาฆ่าเชื้อ ชื่อสามัญคือ Ciprofloxin ออกฤทธิ์ได้ดีในชั้นลึกๆของเนื้อเยื่อ หมอจะใช้สำหรับอาการติดเชื้อในเนื้อเยื่อเช่นในหู หรือลำไส้ มีชื่อทางการค้าเยอะมากไม่ต้องจำ จำแต่ชื่อสามัญก็พอ

http://healthy.in.th/drug/ciprofloxacin/
หมอบอกว่าอาการบวมคันที่ตา อย่างรวดเร็ว และลามไปทั้งตัว อันตรายมาก เกิดจากหลอดเลือดหดตัว ทำให้ปริมาณอ๊อกซิเจนในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ช๊อค หมดสติ และเสียชีวิตได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เรามาถึงโรงพยาบาลเร็วมากจึงสามารถแก้ไขทัน ถ้าช๊อคนานจะทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญแบบไม่ใช้อ๊อกซิเจน และหลั่งสารต่างๆที่เป็นอัตรายคือกรดแลคติค ออกมาทำลายเนื้อเยื่อ ส่งผลเสียหายต่ออวัยวะภายในที่เป็นฟังค์ชั่นของร่างกาย ถ้ารอดก็คงต้องนอน ICU และรักษากันอีกยาว มาค้นดูทีหลัง เค้าเรียกว่าอาการ Multiple Organ Dysfunction Syndrome (MODS) http://www.ccne.or.th/file_attach/11Jun200851-AttachFile1213175751.doc

เมื่อความดัน อ๊อกซิเจน และหัวใจเต้นดีแล้ว จึงย้ายจากห้องฉุกเฉินเข้าห้องพิเศษ โดยเอาเครื่องให้น้ำเกลือกะอ๊อกซิเจนไปด้วย เปิดแอร์อุ่นๆที่ 27 องศาและห่มผ้า อาการสั่นกระตุกค่อยๆดีขึ้นจนหยุด ยังให้น้ำเกลือ 100 ml/hr และออกซิเจน 4 psi วัดความดัน อ๊อกซิเจนในเลือดและอัตราการเต้นหัวใจตลอด

หมอที่วอร์ดมาดูอาการ และบอกว่าต้องฉีดอะดรีนาลีนเพื่อช่วยป้องกันการช๊อคที่อาจจะกลับมาอีกตอนกลางคืน โดยอะดรีนาลีนจะทำให้มีอาการใจสั่น

หกโมงเย็น มีข้าวมาส่งพร้อมยา แต่ยังไม่ได้ทาน พอซักหนึ่งทุ่ม หมอสั่งงดน้ำและอาหารและให้ตวงปัสสาวะทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ ป๊าเป็นคนทำให้ทุกอย่าง

ประมาณสองทุ่ม มีอาการมือทั้งสองข้างชา พยาบาลมาฉีดอะดรีนาลีน เข้ากล้ามเนื้อ ปวดใช้ได้ ใจสั่นนิดนึงเหมือนดื่มกาแฟ แต่ซักพักก็หาย ผื่นแดงหายเกือบหมดแล้ว เหลือคันที่เท้าเป็นที่สุดท้าย ทาคาลาไมลด์แล้วก็หาย แต่หน้า และตัวยังบวมๆอยู่

สามทุ่มกว่าๆ หมอบอกให้ทานข้าวได้ และให้ทานยาเม็ดแก้แพ้ 1เม็ด เพรดนิสโซโลน(สเตียรอยด์) 2 เม็ด และยานอนหลับ 1 เม็ด (ยังไม่ได้กินยานอนหลับ)

สี่ทุ่ม มือยังไม่หายชา พยาบาลจึงมานวดให้ และเปลี่ยนขวดน้ำเกลือ เลยขอพยาบาลถอดสายอ๊อกซิเจนออกเพราะรำคาญ พยาบาลแจ้งว่าหมอไม่อนุญาตเพราะยังเสี่ยงต่ออาการช๊อคอยู่ แต่ลดแรงดันให้เหลือ 2.5 psi

ฉีดยาแก้แพ้อีกตอนเที่ยงคืน และ วัดความดันอีกสองครั้งจนนอนไม่หลับ เลยตัดสินใจกินยานอนหลับดีกว่าตอนตีสาม หลับป๊อกไปเลย

หกโมงเช้าสลึมสลือรู้ว่าโดนฉีดยาอีกเข็มแต่ก็ไม่ตื่น จนเจ็ดโมงกว่าหมอมาปลุกถามอาการเราก็ตอบไปแบบเบลอๆ และบอกว่าอยากกลับบ้านแล้ว หมอบอว่าโอเค ให้กลับไปทานยาและดูอาการที่บ้านได้ หมอสั่งยาแก้แพ้ 1 เม็ด และเพรดนิสโซโลน 2 เม็ด ให้กินเช้า-เย็น จนถึงวันอาทิตย์หน้า และนัดมาดูอาการ

กลับถึงบ้านประมาณ 11 โมงวันจันทร์ หายใจไม่ค่อยดี และหน้าข้างขวายังโย้ๆอยู่ ทานข้าวเที่ยงแล้ว บ่ายก็หัวทิ่มหลับยาวถึงสองทุ่ม ตื่นขึ้นมาเพราะมีอาการคัน และหายใจไม่สะดวก จึงรีบทานข้าวและทานยา เจ้าเพื่อนต้อยโทรมา บอกว่าท้องเสียและติดเชื้อในลำไส้ หมอที่บำรุงราษ สั่ง Cifloxin ให้ อึ้งไปเลยไม่กล้ากิน เลยบอกให้กินข้าว กินยา และอย่าเพิ่งกลับบ้าน ให้อยู่แถวๆโรงพยาบาลซักชั่วโมงค่อยกลับ...ฮาดี ....

นั่งทำงาน เช๊คอีเมล์ตอบเมล์จนถึงเที่ยงคืนกว่าๆแล้วก็นอน

วันอังคาร ตอนเช้าตาข้างขวายังบวมๆ หายใจยังตื้นๆอยู่ และรู้สึกเหนื่อยหอบ เลยขอหัวหน้าหยุดอีกหนึ่งวันทำงานอยู่ที่บ้าน ...เพื่อนต้อย sms มาบอกว่าไม่คันหลังกิน Cifloxin ...แหงล่ะ คงไม่บ้าแพ้ยาตัวเดียวกันทั้งคู่...ไม่งั้นคงเป็น"คู่ซี้"จริงๆอย่างที่เค้าเรียกกัน....

ยังง่วงและเหนื่อยง่าย แต่พยายามไม่นอนกลางวัน เล่นกับแมว เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ จัดโต๊ะไปเรื่อย ทานยาเช้า-เย็น ตามหมอสั่ง ประมาณ 3 ทุ่มกว่ากำลังจะนอนเริ่มเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก ขยับท่าไหนก็เจ็บ ป๊าหลับไปแล้ว เราเลยลองลุกขึ้นมานั่งสมาธิ ตามลมหายใจ ทาวิคหมดไปเกือบทั้งขวด และเดินจงกรม ทำให้หายใจได้ลึกขึ้น เกือบ 5 ทุ่ม จึงหายใจได้ดีเลยเข้านอนในท่านั่งสมาธิ และหลับไปถึงเช้า

เช้าวันพุธ อาการดีขึ้นมาก หายใจได้ดี ยังตามลมหายใจทำสมาธิอยู่ตลอด หน้าตาหายบวมหมดแล้ว แต่ยังรู้สึกเหนื่อยง่าย แต่ก็ตัดสินใจไปทำงานดีกว่า เดินถือแลปทอปจากที่จอดรถมาที่ออฟฟิศก็หอบแฮกซะแล้ว ท้องเสียนิดหน่อย

วันพฤหัส-ศุกร์ ยังมีอาการท้องเสีย และเหนื่อยอยู่ เสาร์-อาทิตย์เลยนอนตื่นสายสองวันเลย อิอิ

จุ๊ๆ ที่เป็นทั้งหมดนี้ไม่ได้บอกแม่ หรือพี่ชายเลย กลัวเค้าเป็นห่วง ดังนั้น รู้แล้วเหยียบไว้ด้วยนะ

บทเรียนจากการแพ้ยาครั้งนี้

- ถ้าอยู่คนเดียวหรือไม่มีรถ แล้วมีอาการผิดปกติ หรือไม่สบายมาก ให้โทรเรียกรถพยาบาลมารับเลย หรือโทรหาหน่วยกู้ชีพ 1669 อย่ามัวโทรหาเพื่อนหรือญาติ เพราะไม่รู้ว่าอาการจะรวดเร็วรุนแรงแค่ไหน

- ฝึกสติ ทำสมาธิไว้สม่ำเสมอเป็นต้นทุนชีวิตที่ประเสริฐสุด การมีสติ ตัดสินใจรวดเร็วไม่ลังเล ช่วยให้รอดตาย

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ คุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิดตอดเวลาวิกฤติ ขอบคุณป่าป๊าปลาการ์ตูนที่ดูแลทุกอย่าง และเพื่อนๆที่ไปเยี่ยม และโทรมาให้กำลังใจ (ได้คุยมั่ง ไม่ได้คุยมั่ง) รอดมาก็ได้เล่าให้ฟัง ถ้าช้าอีกนิดก็คงม่องเท่งไปแหล่ววว
6/5/54 โพสต์โดย Pimpichaya
3 จาก 3
ไปก๊อบมา
6/5/54 โพสต์โดย Pimpichaya
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
boomz secret ใครใช้บ้าง
Reduce 15 mg
รับประทาน l- glutathione 20000 mg อันตรายไหม
มีใครเคยกินกลูต้าแบบผงบ้างค่ะ
Doxy คือยาอะไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู