หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การวัดผลทางการศึกษาที่มีวิชา พละศึกษา นำมารวมกับวิชาการด้านต่างๆ คิดว่า
ควรจะนำมาคิดด้วยหรือไม่ เนื่องจากวิชาพละเป็นเพียงวิชาที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง และเป็นคะแนนช่วยเท่านั้น แต่ความสามารถที่แท้จริงในด้านความรู้ทางการเรียนไม่ควรที่จะนำมารวมในการคิดคะแนน เพราะมันเป็นกีฬาเพื่อให้เด็กได้พักผ่อนเท่านั้น
ข้อมูล | โรงเรียน 21/9/52 โพสต์โดย wongwaran
คำตอบ
1 จาก 8
เกลียดวิชาพละศึกษาไม่เคยเปลี่ยนเลย โดยเฉพาะในชั่วโมงที่เป็นวันนั้นของเดือน
น้องๆ ผู้หญิงด้วยกันจะเข้าใจ ว่ามันวิบากขนาดไหน แค่ให้เรียนก็จะแย่แล้วค่ะ นี่ยังจะต้องมีวัดผลอีก
คิดว่ามันไม่ยุติธรรมเท่าไหร่สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนทางด้านวิทยาศาสตราการกีฬา
ซึ่งต้องมีความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ

เพราะงั้นเอาแค่ให้เป็นวิชาประเภทชั่วโมงกิจกรรมก็คงจะเพียงพอแล้ว
ส่วนใครจะเอาดีด้านกีฬา ก็ให้เข้ากิจกรรมนั้นไปเลย
21/9/52 โพสต์โดย yourueng
2 จาก 8
สำหรับผู้ชายก็ชอบดิครับ เกรด 4 12 ปีรวด แต่ผมไม่ชอบวิชากระบี่กระบองนะ ไม่เข้าใจว่าจะเป็นกีฬายังไง น่าจะเป็นการแสดงมากกว่า
++เข้าเรื่อง ส่วนตัวเห็นด้วย ควรจะใส่ใจสุขภาพด้วย ไม่ใช่ว่าจะเรียนอย่างเดียว มีพักผ่อน รีแล็กซ์ ออกเหงื่อกันบ้างครับผม
21/9/52 โพสต์โดย สติง
3 จาก 8
ถ้าคิดอย่างนี้ ดนตรี ศิลปะ ก็โดนข้อหาเดียวกันสิครับ
เด็กไม่เก่งวิทย์ คณิต อังกฤษ จะมีสิทธิเรียนต่อไหม
ชีวิตจริงไม่ได้มีแค่วิชาการ
ในระดับประถม สุขศึกษาก็อยู่กับพลศึกษา มันเป็นพื้นฐานคุณภาพชีวิตอย่างหนึ่งนะครับ
21/9/52 โพสต์โดย PaaPui
4 จาก 8
"ครูพละมักจะเป็นชายหนุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง  สง่า(เท่)  และเล่นกีฬาเก่งทุกชนิดกีฬา  จึงเป็นแบบฉบับที่ดี ของนักเรียนทั้งหญิงและชาย  นักเรียนก็ชอบเรียน  เรียนไปเล่นไป ใครมีปัญหาเรื่องสุขภาพก็ให้นั่งพักผ่อนได้ตามสภาพของร่างกาย  ส่วนการวัดผลก็ไม่เข้มงวด   ขอเป็นเพียงการวัดพัฒนาการและทัศนคติเกี่ยวกับการออกกำลังกายก็พอ"  

สมัยที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการเรียนการสอนของครูจะคอยเตือนคุณครูพละทั้งหลายว่าความเป็นจริงที่กล่าวมาข้างต้นคือหัวใจของวิชาพลศึกษา .......ครูน้องๆ ที่สอนพลศึกษาจะยึดเป็นแนวในการปฏิบัติ ก้อรู้สึกว่านักเรียนจะมีความสุข ครูเองก็มีความสุข   แต่อย่างไรก็ตามการวัดผลก็คือการวัดผลจำเป็นต้องมีค่ะ (แต่มันอยู่ที่ปลายปากกาของคุณครูนั่นเอง.........คือความจริง )
เหตุนี้ครูบางคนอาจจะลืมตัวเป็นเผด็จการ ลืมยืดหยุ่น เด็ก เลยไม่ชอบที่จะเรียนก็อาจเป็นได้ และเด็กเองก็ต้องให้ความสำคัญและเคารพครูด้วยเช่นกัน  การเรียนการสอนจึงจะมีความสุขด้วยกันทั้งผู้สอนและผู้เรียน
 
คำอธิบายนี้หากไม่ถูกใจบ้างก็ขออภัยด้วย นะคะ
21/9/52 โพสต์โดย คุณครูยาย
5 จาก 8
ขอเพิ่มเติมอีกหน่อยว่า       ทุกวิชามีความสำคัญเท่า ๆ กัน   ทุกวิชาต่างต้องการให้ผู้เรียนได้รับรู้ของหัวใจในวิชานั้น ๆ   ครูจำเป็นต้องเข้าใจว่าจะใส่อะไร  สอนอะไรให้แก่ผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น หรือรายบุคคล

บูรพาจารย์ของครูจะสอนคุณครูมาว่าให้ครูสอนเด็กตามความสามารถเป็นรายบุคคล  และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล   แต่ครูส่วนใหญ่ยังไม่สามารถสอนเด็กเป็นรายบุคคลได้ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ

นี่คือปัญหาหนึ่งของการศึกษาบ้านเราไม่สามารถพัฒนาได้ตามที่ต้องการค่ะ
21/9/52 โพสต์โดย คุณครูยาย
6 จาก 8
ความคิดขแงคุณครูยาย ดีมากๆครับ
21/9/52 โพสต์โดย BABORCLUB
7 จาก 8
แก้ไขเป็น ความคิดเห็นของคุณครูยาย ดีมากๆเลยครับ
21/9/52 โพสต์โดย BABORCLUB
8 จาก 8
จริงด้วยนะคะคุณครุยาย

สมัยก่อนเรียนกับครูบางคน เบื่อมากกกกก
พอเรียนยูโด อาจารย์ยงยุทธฯ เป็นครูสอน นักเรียนทั้งห้องแม้จะไม่ชอบพละก็ยังสนุกที่จะเข้าเรียนยูโด โหด มัน ฮา แล้วก็ได้ความรู้ด้วย

http://www.siya.ac.th/para/personal/01_yongyut.htm
21/9/52 โพสต์โดย yourueng
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
นิยามของวิชา... (ขำๆนะ 555+)
วิชาอะไรที่คุณไม่ชอบที่สุด
ม.4 - 6
วิชาไหนที่คุณรู้สึกแย่ที่สุด เวลาเรียน
ถ้าคุณเป็นครู จะสอนวิชาอะไร ?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู