หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ความเป็นมาของแนวความคิดและปรัญชาของทฤษฎีองค์การ อธิบายอย่างละเอียด
ปรัชญา 19/5/53 โพสต์โดย pawee
คำตอบ
1 จาก 2
การศึกษาวิวัฒนาการ แนวคิด หรือ ทฤษฎีขององค์กร จะช่วยทำให้ผู้บริหารงานสามารถเกิดความคิดเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของแต่ละทฤษฎี  อนึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการ นำเอาไปใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์  และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ยุคของแนวคาวมคิดในเรื่องทฤษฎีองค์กร
1.ทฤษฎีแนวความคิดแบบดั้งเดิม
2.ทฤษฎีมนุษยสัมพันธ์
3.ทฤษฎีองค์การใหม่
ทฤษฎีแนวความคิดแบบดั้งเดิม Frederick Taylor
( บิดาแห่งการบริหารงานแบบวิทยาศาสตร์ ) 1856 -1915
- เน้นเรื่องใช้หลักของเหตุผลในการบริหารงาน  และเน้นความสำคัญของประสิทธิภาพในการผลิตขององค์กร
- มีแนวคิด ว่า งานสามารถใช้วิธีการ ทางวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ได้  และเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร วางหลักเกณฑ์ให้แก่คนงาน
- มีความเห็นว่า องค์การจะบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง มี 3 ประการ
1.การเลือกคนงาน ที่มีความสามารถเหมาะสมกับงานที่ทำ
2.ฝึกอบรมเพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูง
3.การหาสิ่งจูงใจ ในทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คนงานเกิดกำลังใจในการทำงาน
การบริหารงานแบบวิทยาศาสตร์
1.หลักการเกี่ยวกับการใช้เวลาในการทำงาน
2.อัตราค่าจ้าง
3.การวางแผน
4.การทำงาน
5.การบริหารตามหน้าที่
การผลิตเครื่องจักร ดูที่ผลผลิตเชิงปริมาณ
คนเกิดการเรียนรู้  พัฒนาเทคโนโลยี ยุคต่อมาคนให้ความสำคัญของงานมากกว่าเครื่องจักร
ทฤษฎีองค์กรดั้งเดิม ( ทฤษฎีการจัดการเชิงบริหาร) Heuri Fayol วิศวกร,นักธรณีวิทยา
 หน้าที่ของผู้บริหารที่สำคัญ 5 อย่าง
1.วางแผน
2.จัดองค์การ
3.ออกคำสั่งบังคับบัญชา
4.ประสานงาน
5.ควบคุมงาน
หลักการบริหารของ Fayol มี 14 ข้อ
1.การแบ่งงาน
2.หลักอำนาจหน้าที่  ความรับผิดชอบ
3.หลักความมีระเบียบวินัย
4.หลักผู้บังคัยบัญชาคนเดียว
5.หลักหลักมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน
6.หลักตัวประโยชน์ส่วนรวม
7.หลักใช้ประโยชน์ตอบแทน
8.หลักการรวมอำนาจ
9.หลักจัดสายบัญคับบัญชา
10.หลักมีระเบียบ
11.หลักเสมอภาค
12.หลักความมั่นคงในหน้าที่การงาน
13.หลักความคิดริเริ่ม
14.หลักความสามัคคี

ทฤษฎีระบบบริหารแบบราชการ
ทฤษฎีหนึ่งนำมาใช้ในการบริหารการศึกษาแนวคิดของ Weber
-  มีสาระสำคัญของระบบบริหารแบบราชการ
1.การแบ่งงานกันเพื่อเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
2.มีการจัดลำดับขั้นของการบังงคับบัญชา
3.มีกฏเกณฑ์และระเบียบแบบแผนกำหนดไว้แน่นอนชัดเจน  สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งนั่นๆ
4. มีระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อใช้เป็นแผนปฏิบัติงาน
5. ความสัมพันธ์ของบุคคลเกี่ยวกับหน้าที่การงาน  มีลักษณะไม่ถือตัวบุคคลเป็นหลักและมีการแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากทรัพย์สินขององค์กร
6.การคัดเลือกหรือเลื่อนตำแหน่งของบุคคลขึ้นอยู่กับความสามารถของคนๆนั้น
-  Weber กล่าวว่าแหล่งที่มา ของอำนาจหน้าที่มาจาก 3 ทาง คือ
1.ตามกฏหมาย
2.ตามประเพณีนิยม
3.เกิดจากบารมีของตนเอง

4.ทฤษฎีมนุษย์สัมพันธ์   เกิดจากการวิจัยของ Elton Mayo พร้อมผู้ร่วมงานของเขา
-  การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ในสภาพแวดล้อมของอุตส่าหกรรมแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน แต่ละขั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน โดยการทดลองในแต่ละขั้นของสามขั้นสุดท้าย  กระทำเพื่อหาคำตอบสำหรับการทดลองในขั้นแรก  ขั้นตอนในการทดลองมีดังนี้

นักทฤษฎีองค์กรที่สำคัญ คือ Chester  Barnard ให้แนวคิดในเรื่องของนนักทฤษฎีองค์การ ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางในการบริหารไว้ในหนังสือชื่อ “The Function of the Exceutive   (ค.ศ.1938)
1. ความพึงพอใจของผู้ปฎิบัติงาน
เน้นความสำคัญของการอยู่รอดขององค์กรว่า สิ่งสำคัญให้องค์กรอยู่ต่อไปได้ คือ  “การรักษาดุลยภาพ” ( Equilibrium)”  แรงที่ได้ลงไปกับความพึงพอใจที่ปฎิบัติงาน
แต่กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เกิดความพึงพอใจได้แก่
1. สิ่งงงตอบแทนที่เห็นด้วยตา  อาจจะเป็นเงิน วัตถุ
2. สิ่งตอบแทนที่ให้คุณค่าทางจิตใจ  เช่น เกียรติยศ  ชื่อเสียง  เป็นนามธรรม
3. สภาพการทำงานที่ดี
4. ความภาคภูมิใจในความสามารถที่ได้ประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ จากความคิดของตนเอง
2.ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงาน
         พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดควาสำเร็จวัตถุประสงค์ขององค์กร ( Efficiency ) กับพฤติกรรมที่มีประสิทธภาพในการปฎิบัติงาน  โดยถือเอาระดับความพึงพอใจของบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานเป็ฯเครื่องจัด (Effictiveness )พฤติกรรมของผู้บริหารที่ต้องมีทั้งประสิทธิผล ( ประสิทธิผล  คือทำงานให้มีผลสำเร็จตามเป้าหมาย ) และประสิทธิภาพ องค์กรใดจะปฎิบัติงานอย่างมีประสิทธิผลได้ก็ต่อปฎิบัติงานตรงตามบทบาทหน้าที่
3.การสื่อความหมาย
             เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์การนั้น ดำเนินการไปได้ด้วยความร่วมมือประสานงานกันจากทุกฝ่าย จะเห็นได้ว่า การอยู่ร่วมกันในลักษณะขององค์การนั้นมีปัจจัย.......
           4.องค์การรูปนัยและองค์การอรูปนัย
  ความแตกต่างระหว่างองค์การรูปนัย ( Formal ) และองค์การอรูปนัย เขากล่าวว่า .......
ความเหมือนกันของทฤษฎี
1. โครงสร้างที่เน้นการแบ่งงานสายบังคับบัญชา หน้าที่ หลักการ
2. ผู้ปฏิบัติ เป็นเครื่องมือในการผลิต เน้นแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ
3. ความเป็นผู้นำ นำเดี่ยว เน้นเป็นขององค์กรมากกว่าการปฏิบัติ
4. การตัดสินใจ
ความแตกต่าง
1. Taylor มุ่ง  แล้วค่อยหาวิธีที่ดีที่สุด
2. Fayol มุ่งการกำหนดหลักให้ก่อนแล้วนำไปปฏิบัติ
3. Weber มุ่งสร้าง พิมพ์เน้นการวางหลักการหรือสิ่งที่องค์กรควรจะทำ เน้นกฏระเบียบข้อบังคับ การกำหนดหน้าที่
3.ความเคลื่อนไหวเชิงมนุษยสัมพันธ์
- ปัจจัยทางสังคมมีผลต่อพฤติกรรมการทำงาน
- ความพึงพอใจมากขึ้น ผลผลิตก็จะสูงขึ้น
Abraham Maslow 1908 – 1970
- นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
- แรงจูงใจมาจากธรรมชาติของ
       - มีความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุด
       - กระทำเพื่อเติมเต็มความต้องการที่ยังไม่พอใจ
Douglas McGragor 1906 – 1964
- นักบริหารอุตสาหกรรม
- ตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับทัศนะของผู้บริหารต่อคนงาน
- ทฤษฏี X และ Y
- ทฤษฏี X
- คนไม่ชอบทำงาน หลีกเลี่ยงงาน
- คนต้องการให้บังคับ ควบคุม
ทฤษฏี Y
- คนไม่ชอบทำงานโดยสันดาน แต่พยายามทำให้เป็นธรรมชาติ
- การควบคุมตนเองให้บรรลุเป้าหมายที่ตนผูกพันได้
- ความผูกพันกับเป้าหมายขึ้นอยู่กับรางวัล
- แสดงความรู้นอกเหนือความรับผิดชอบ
หลักของพฤติกรรมวิทยาศาสตร์
- เน้นการวิจัยของวิทยาศาสตร์เพื่อ พฤติกรรม
- นำไปทดลองก่อนการใช้ในการบริหาร
- มีความชัดเจน

5.ยุคการบริหารทัศนะเชิงปริมาณ
- เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
- ปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาสงคราม
- ใช้คณิตศาสตร์ สถิติ และข้อมูลสารสนเทศในการบริหารเอาไปปฏิบัติงานขององค์การ
หลักการที่สำคัญ
1. การบริหารศาสตร์
2. การบริหารปฏิบัติการ
3. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร

1.การบริหารศาสตร์
- มุ่งเพิ่มประสิทธิผลในการตัดสินใจ
- ใช้ตัวแบบทางคณิตศาสตร์

2. การบริหารปฏิบัติการ
- เน้นกระบวบการผลิต
- การวางแผนงาน

3.ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
- เน้นการวางแผน

ทฤษฏีการบริหารทัศนะร่วมสมัย
1. การบริหารตามทฤษฏีเชิงระบบ
2. การบริหารตามสถานการณ์

ทัศนะที่เกิดขึ้นใหม่
1.ทฤษฏี
2.การบริหารคุณภาพโดยรวม ( TQM )
3.การบริหารงานแบบเน้นวัตถุประสงค์ ( MBO )
4. การปรับรื้อระบบ

1. ทฤษฏี Z
- บริหารแบบญี่ปุ่น
- เน้นความมั่นคงในการทำงาน
- ศึกษาภาพประกอบ

2. ทฤษฏีการบริหารโดยรวม
- เริ่มโดย W.Edwards Deming
- มุ่งรับผิดชอบการผลิตหรือการให้บริการ
- แต่ละอย่างมุ่งพัฒนาคุณภาพ
- เน้นพันธะผูกพันกับองค์กร

3. การบริหารงานแบบเน้นวัตถุประสงค์
- พัฒนาโดย Peter Drucker 1983
- ทำงานและรับผิดชอบงานอย่างเต็มที่
- มีทิศทางร่วมกันที่ชัดเจน
- เน้นการมีส่วนร่วมและทำงานกันเป็นทีม
- วัตถุประสงค์ส่วนบุคคลประสานกับส่วนองค์กร
- เน้นการมีข้อมูลย้อนกลับและการปรับปรุง
- มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน

การรื้อปรับระบบ
- สร้างใหม่เริ่มต้นใหม่ โดยเน้นไปที่กระบวนการทำงานครั้งใหม่ให้สอดคล้อง

จุดเด่น จุดด้อย ของแนวคิด ทฤษฎี การประยุกต์ แนวคิด ทฤษฎีต่างๆทางการบริหารการศึกษา
ทฤษฎีประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจักการศึกษา
- ทฤษฎีการบริหาร
- ทฤษฎีองค์การ
- ทฤษฎีผู้นำ
- ทฤษฎีมนุษย์สัมพันธ์
- ทฤษฎีคนบริหารการศึกษา
ทฤษฎีระบบ ( มองความสำคัญขององค์การ )
โดยเอาแนวคิดเชิงระบบมาใช้ในการบริหารด้วยเหตุผล ปัจจุบันองค์กรขยายตัวสลับซับซ้อนมากขึ้น จึงเป็นการยากที่จะพิจารณาถึงพฤติกรรมขององค์กรได้หมด
นักทฤษฎีใหม่ จึงหันมาสนใจการศึกษาพฤติกรรมขององค์การ เฉพาะคนที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์การ

องค์ประกอบพื้นฐานของระบบ
- ปัจจัยการทำ input
- กระบวนการ Process
- ผลผลิต Output
- ผลกระทบ Impact
          วิธีการระบบเป็นวิธีการที่ใช้หลักตรรกศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อย่างมีเหตุผล และความสัมพันธ์กันไปตามขั้นตอน ช่วยให้ขบวนการทั้งหลายดำเนินไปอย่างงต่องเนื่องและสามารถช่วยให้ การบริหารบรรลุวัตถุประสงค์ไปด้วยวิธีทางวิทย์ศาสตร์อย่างถูกต้องและไม่ลำเอียง

ทฤษฎีแรงจูงใจ – สุขอนามัยของเฮอร์เบอร์ก
- ทฤษฎีนี้ได้ตัวสมมติฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบที่จะสนับสนุนความพอใจในการทำงาน
- พวกที่ 1 ตัวกระตุ้น ( Motivalor) คือ องค์ประกอบที่ทำให้เกิดความพอใจ                                          
      งานที่ปฎิบัติ
• ความรู้สึกเกี่ยวกับความสำเร็จของงาน
• ความรับผิดชอบ
• โอกาสความก้าวหน้าใมนหน้าที่ทำงาน
- พวกที่ 2 ปัจจัยสุขอนามัย หรือองค์ประกอบที่สนันสนุน ไม่พอใจในการทำงาน ได้แก่
• แบบการบังคับบัญชา
• ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
• เงินเดือน ค่าตอบแทน
• นโยบาลของงการบริหาร
การบริหารเชิงสถานการณ์ ( ให้ความสัมพันธ์กับสภาพการทำงาน )
การบริหารยุคนี้ปรัญญาการบริหารเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากการมองการบริหารในเชิงปรัชญาไปสู่การมอมงการบริหารในเชิงสภาพข้อเท็จจริง เนื่องจากปัจจุบันมนุษย์ต้องประสบกับปัญหาอยู่เสมอ
- มนุษย์ประสบปัญหาเสมอ
- การเลือกทางออก สถานการณ์เป็นตัวกำหนดว่าจะใช้การบริหารแบบไหน
การบริหารยุคนี้มุ่งเน้น ความสัมพันธ์ระหว่างองค์การ สภาพแวดล้อมขององค์การ  เป็นตัวขยายทฤษฎีระบบว่า ทุกๆส่วนจะต้องสัมพันธ์กัน

13 ธ.ค 52
องค์ประกอบสำคัญแบบองค์การราชการ
- มีการจัดลำดับชั้น
- คัดเลือกบุคคล ต้องขึ้นอยู่กับระบบความสามารถ
- การปฎิบัติดำเนินงาน
- ผู้ดำรงดำแหน่งต้องได้รับการฝึกอบรม
- ความสัมพันธ์ของบุคคล เกี่ยวกับหน้าที่การงาน ต้องมีลักษณะไม่ถือตัวบุคคล

ข้อบกพร่องที่สำคัญของระบบราชการ
1. ส่งเสริมให้คนในองค์การทำตามคำสั่ง
2. มักทำให้คนในองค์การขาดความคิดริเริ่ม  ไม่เป็นตัวของตัวเอง
3. คนในองค์การมักถือระเบียบเป็นที่ตั้ง จนไม่ได้คิดถึงการบริการประชาชน
4. การบริการเกิดความล่าช้า  มักผลักภาระ และขาดความรับผิดชอบ
5. ถ้ามีผู้เสนอนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์ คนในองค์การจะเอาระเบียบเดิม และแปลงนวัตกรรมนั้นให้เข้ากับระบบราชกาลจนคุณลักษณะเด่นของนวัตกรรมนั้นหมดไป
6. ไม่คำนึงถึงตัวบุคคลในฐานะที่เป็นคน จะคำนึงแต่บทบาทของตนเท่านั้น ไม่ให้ความเอาใจใส่

จุดอ่อนของหลักการบริหารของเทเลอร์
- มองเห็นคนอื่นเสมอเครื่องงจักร  ทำลายคนงาน คือ ให้ทำงานให้ผลผลิตมากที่สุด
- เอาภายในการบริหารเป็นสิ่งที่หน่วยงานต้องจัดขึ้นให้เกิดขึ้นในหน่วยงาน
- การบริหารองงค์การจะต้องสอดคล้องสัมพันธ์กัน  เพื่อบรรลุเป้าหมายหลักการขององค์การ

หลักของเทเลอร์ คือ
- มุ่งเน้านระดับปฎิบัติมากกว่าระดับบริหารขั้นสูง
- เน้นผ็ปฎบัติระดับล่าง  ไม่ได้ศึกษาองค์การโดยส่วนร่วม จะศึกษาระดับล่าง
การใช้หลักการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์
- F.Boddit
- กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
- การผลิต
- คุณสมบัติของผู้ผลิต(ครู) ควรจะถูกกำหนดขึ้น และควรได้รับการอบรมอย่างเหมาะสมตามแนวทางทางวิทยาศาสตร์
- ครู ควรได้รับการชี้แจงเกี่ยวกับ.....
- การนิเทศ ผู้ตรวจการศึกษาต้องเป็นผู้นิเทศ
- การจัดองงค์การ ผู้ตรวจการศึกษา ต้องเป็นผู้จัดองค์การของการดำเนินการโรงเรียน
- การบริหาร  ผู้ตรวจการศึกษา จะต้องเป็นผู้บริหาร สิ่งที่โรงเรียนดำเนินการ
จุดอ่อนของกลุ่มทฤษฎีการบริหารเชิงมนุษย์สัมพันธ์
- ทำให้เกิดการมองปัญหาเกี่ยวกับคนในองค์การมากกว่าผลผลิต
- หลักการมีการทดลองแล้ว
- การใช้วิชาเชิงมนุษย์สัมพันธืในทางการบริหาร
- การเปิดโอกาสให้คนงานได้มีโอกาสเสนอความคิดเห็น และเสนอแนนต่อหน่วยงาน
- การศึกษา คือ สังคมวิทยาอุสาหกรรม เฉพาะอย่างยิ่งหนักในด้าน อรูปนัย

หลักการ แนวคิด ทฤษฎีเชิงมนุษย์สัมพันธ์นี้ ได้รับการวิจารณ์ ว่า  ให้ความสนใจในเรื่องระบบการผลิต  วีธีการตามแบบวิทยาศาสตร์น้อยไป  แต่สนใจตัวบุคคลมาก  เรียกว่า  Man without Organization
หลักมนุษย์สัมพันธ์ ใช้ในการบริหารการศึกษา
- อาจารย์ใหญ่ควรสร้างมนุษยสัมพันธ์ อันดีกับครูและกลุ่ม
- ปัญหาเรื่องมนุษยสัมพันธ์ ได้รับการยอมรับมากขึ้น
- อาจารย์สามารถสร้างผู้นำแบบประชาธิปไตยได้มากกว่า  เพราะตำแหน่งงของเขาเอื้ออำนวยให้
- ครูทุกคนร่วมเป็นกลุ่มสังคมที่ซับซ้อน  อาจารย์ใหญ่รวมงานกับครู
- ครูและเจ้าหน้าที่ทุกคน ได้รับผลกระทบกระเทือน ต่อการตัดสินใจ  ควรจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้นด้วย
ทฤษฎีการบริหาร “เชิงพฤติกรรมศาสตร์”
- Chester I  Bernard ได้เขียน The fundtion of the Executive ได้กล่าวถึง ทฤษฎีทั่วไป ของความสัมพันธ์ทางการบริหาร
“ปฎิสัมพันธ์”  ระหว่างองค์การกับปัจเจกบุคคล
- E.Wigth Blake . Chris Argytris
ความไม่ลงรอยจะเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ต่อไปนี้
- ถ้าหากวุฒิภาวะของปัจเจกบุคคลเพิ่มขึ้น
- ถ้าองค์การขาดโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน
- ปัจเจกบุคคลมีตำแหน่งต่ำ
- มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชา กับผู้ใต้บังคับบัญชา และระหว่างผู้ร่วมงานด้วยกัน  มุ่งเน้นในเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ การจูงใจ การฝึกอบรม
การประยุกต์ ใช้วิธีการ “ เข้าระบบในการบริหารศึกษา”
วีการเชิงระบบได้ทำประโยชน์ให้กับการบริหารการศึกษา จะทำให้นักบริหารมองดูสถานการณ์และปัญหา  มีทัศษะมองการณ์ไกลในองค์การของตน  วิเคราะห์สถานภาพและปัญหาปัจจุบัน
ทฤษฎีการบริหารเชิงเศรษฐศาสตร์
- คือ องค์การบริหารใช้หลักเหตุผลในการพิจารณา
- ทุกคนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
การใช้หลักเศรษฐศาสตร์ ในการบริหารการศึกษา
- การพัฒนากำลังคน ( Man Power )  ประเทศชาติจะพัฒนาได้ ย่อมต้องการกำลังคนในระดับต่างๆ สาขาต่างๆ จำนวนมาก
- การลงทุนผลิต มองการผลิตคนตามความต้องการนั้น เราลงทุนไปเท่าใด วิธีการใด  ผลผลิตที่ออกมาคุ้มกับการลงทุนหรือไม่
ทำงานวิจัย    -  ใช้เรื่องอะไรในการทำงานวิจัย เกี่ยวข้องกับทฤษฎีการบริหารไหม?
- กับข้อมูลที่ไปค้นคว้าได้มาเป็น....
- ได้ศึกษา ไปค้นคว้าภาพที่เป็นจริง
“การบริหารคุณภาพ”ตามแนวคิดของ “เดมมิง” (ตัวคุณภาพเป็นปัจจัยเป็นเหตุ ที่ทำให้การบริหารเปลี่ยนไป ความได้เปรียบขององค์กรวันข้างหน้าดูที่ความรู้)
ข้อที่ 1  : กำหนดวัตถุประสงค์ที่แน่นอน (Create Constancy of purpose)
ข้อที่  2 :           ยอมรับปรัชญาใหม่ๆ
ข้อที่ 3 :            การตรวจสอบจำนวนมาก
ข้อที่  4 :        ยุติการดำเนินการทางธุรกิจ โดยตัดสินใจที่ราคาแต่อย่างเดียว

*** Joseph M. Juran  “การบริหารคุณภาพตามแนวความคิด” ( เป็นชาว....?)

Phillip R. Crosby  “คุณภาพ 14 ขั้นตอน”
“การหมุนวัฎจักร (เดมิง) ซึ่ง คือ ดำเนินการภาระกิจการหมุนเวียนให้ครบทั้ง 4  ขั้นตอน
1. จัดทำและวางแผน ( Plan )
2. ปฎิบัติตามแผน ( Do )
3. ติดตามประเมินผล (Check)
4. กำหนดมาตรฐาน การแก้ไขปัญหาที่ทำให้ไม่เป็นไป และอุปสรรคตามแผน (Act )

10 ม.ค. 53
 เขียนนำเสนอ 19 เรื่อง ได้แก่  TQM , ISO 9000 , MBO  การบริหารแบบมีส่วนร่วม Benchmarking , ทฤษฎีระบบการติดต่อสงสาร , Best Practice , Team Building ,  แรงจูงใจ Motivation;Sir Sigma ,
วัฒธรรมองค์การ , อำนาจหน้าที่ , องค์กรแห่งความเรียนรู้ , ความพึงพอใจ , ความคิดอย่างเป็นระบบ , ทรัพยากรณ์มนุษย์ , การตัดสินใจและทฤษฎี

24 ม.ค. 53
เพื่อนนำเสนอ 10 คน เรื่องเกี่ยวกับการบริหาร ได้แก่  ความสำเร็จ CPM PERT , จริยธรรม     ( Moral ) , ธรรมภิบาล , Knowledge Management Balanced Scorecard , การประกันคุณภาพ , ......

21 ก.พ.53
19/5/53 โพสต์โดย ครูแก่
2 จาก 2
การบริหาร
19/6/55 โพสต์โดย taro12
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ปัจจุบันใช้ทฤษฎีองค์การแบบไหน
ทำไมจึงต้องมีองค์การ
องค์การมีความสำคัญอย่างไร
ทำไม ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องรู้หลักการ แนวคิด ทฤษฎี
ศูนย์พัฒนาการเกษตรทฤษฎีใหม่มีทั้งหมดกี่ที่ในประเทศไทย
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู