หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ค่ายทหารที่เป็น ค่ายทหารปืนใหญ่ ต่อสู้อากาศยาน หรือ ปตอ. ในกองทัพบกนั้น มีกี่ค่ายครับ
คื่ออยากทราบว่าค่ายทหาร ที่เป็นค่่ายปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน มีที่จังหวัดไหน บ้าง ครับ ชื่อค่ายอะไร  พอดีมีในข้อสอบนะครับ อยากรู้ช่วยตอบด้วยนะครับ
การศึกษา | ข้อมูล | ปัญหาคาใจ | มนุษยสัมพันธ์ | ประวัติศาสตร์ 9/2/55 โพสต์โดย backdargon Thailand
คำตอบ
1 จาก 1
พ.ศ.2477          หน่วยทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานของกองทัพบก ได้กำเนิดขึ้นมาครั้งแรกในนามของ "กรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน" หรือที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า "กรม ปตอ." ตามคำสั่งของ กระทรวงกลาโหม เรื่องการจัดตั้ง กรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน ลง 24 ธ.ค.77 มีผู้บังคับการกรม เป็น ผู้บังคับบัญชา  ดังนั้น  
วันที่ 24 ธันวาคม ของทุกๆ ปี จึงถือว่าเป็น  วันคล้ายวันสถาปนากองพลทหาร
ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ตลอดมาจนทุกวันนี้

พ.ศ.2479          การจัดตั้งหน่วยครั้งแรก จากหลักฐานตามคำกราบบังคมทูลของผู้บังคับการกรม ปตอ. ซึ่งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล ประธานในพิธี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2479 ความตอนหนึ่งว่า "กรมป้องกันต่อสู้อากาศยานนับว่าเป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่ง   ในอันที่จะช่วยป้องกันประเทศชาติ  เพื่อความอิสระภาพ    อันเป็นข้อพึงปรารถนาของประชาชนสยามยิ่งนัก" กระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเห็นความ  
จำเป็นในข้อนี้  จึงได้เริ่มดำเนินการจัดตั้งกรมนี้ขึ้น  เริ่มแรกดำเนินการ ในปี
พ.ศ.2476 ได้จัดตั้ง กองพัน ปตอ.ที่ 1 และที่ 2 ขึ้นเป็นครั้งแรก ใช้ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ขนาด 40  มิลลิเมตร ต่อมา กระทรวงกลาโหม   เห็นความจำเป็นดัง
คำกราบบังคมทูลแล้วตอนต้น จึงได้ขยายเป็น กรมป้องกันต่อสู้อากาศยานขึ้น
เมื่อปลายปี พ.ศ.2477 และต่อมาในปี พ.ศ.2478 ได้สั่งซื้อ ปตอ. ขนาด 75 มิลลิเมตร และเครื่องอุปกรณ์   พร้อมด้วยเครื่องไฟฉาย  และเครื่องฟังเสียง
การจัดตั้งกรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน กว่าจะเป็นรูปร่างใกล้ความจริง ต้องใช้เวลาขยายกิจการ ก่อสร้างสถานที่โรงเรือนตามความจำเป็น และสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ เป็นเวลา 2 ปี ด้วยทุนรอนของประชาชนมากมาย   จึงเข้ารูปร่างเป็น กรม
ใกล้ความสมบูรณ์   แต่ก็ยังไม่มีความสมบูรณ์ตามความประสงค์ของทางราชการ เพราะยังขาดอาวุธยุทธภัณฑ์อีกไม่น้อย  ในการจัดตั้งกรมป้องกันต่อสู้อากาศยานนั้น  ในปี พ.ศ.2485 นับว่าเป็นระยะที่กองทัพบกมีกองพันต่อสู้อากาศยานมาก
ที่สุด ที่จัดหามาด้วยงบประมาณของประเทศเอง   สำหรับภารกิจของ กรม ปตอ. ที่กระทรวงกลาโหมกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มแรกก็คือ  กรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน
มีหน้าที่ในการป้องกันภัยทางอากาศ  การต่อสู้อากาศยานทางภาคพื้นดิน  การจัดและการกำหนดกำลังหน่วยป้องกันภัยทางอากาศ  และหน่วยต่อสู้อากาศยาน

พ.ศ.2482          จะเห็นได้ว่า กรมป้องกันภัยทางอากาศในสมัยนี้ มีหน้าที่ทั้งทางป้องกันและต่อสู้ภัยทางอากาศ คือ ทั้งแบบเชิงรับและเชิงรุก โดยพระราชบัญญัติป้องกันภัยทางอากาศ ได้มอบอำนาจให้ทหาร มีอำนาจ สั่งการต่อการปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศโดยสมบูรณ์   พระราชบัญญัติฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่
5 กันยายน พ.ศ. 2482  เป็นต้นมา

พ.ศ.2487         พระราชบัญญัติ ปีพ.ศ.2482  เพิ่งจะมาเลิกเมื่อปี พ.ศ. 2487 รัฐบาลได้ปรับปรุงกิจการป้องกันภัยทางอากาศใหม่     โดยออก พระราชบัญญัติป้องกันภัยทางอากาศ ฉบับที่ 2 ปี พ.ศ. 2487  ให้กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกันภัยทางอากาศฝ่ายพลเรือน  ดังนั้น การป้องกันภัยทางอากาศด้านทหารจึงเป็นการป้องกันภัยทางอากาศเชิงรุก   ซึ่งจะต้องรับผิดชอบดำเนินการโดยตรง  แต่อย่างไรก็ตาม การป้องกันภัยทางอากาศด้านทหารนั้น จะต้องรวมเอางานในด้านการป้องกันภัยทางอากาศเชิงรับไว้ด้วย และจะต้องกระทำเป็นอันดับแรกก่อนที่จะใช้มาตรการเชิงรุก   กล่าวคือ  จะต้องใช้มาตรการการพราง    การปกปิด และการกระจายกำลัง หรือมาตรการอื่นใดที่นำมาใช้แล้ว เครื่องบินข้าศึกไม่อาจมาโจมตีต่อที่ตั้งหรือกำลังของฝ่ายเราได้  หรือเข้ามาโจมตีแต่ไม่ได้ผล หรือไม่ถูกเป้าหมาย เพราะไม่สามารถตรวจพบที่ตั้งที่แน่นอนได้นั่นเอง  งานในด้านนี้ยังรวมไปถึง การบรรเทาภัยทางอากาศ ซึ่งหน่วยทหารจะต้องรับผิดชอบดำเนินการปฏิบัติในพื้นที่ตั้งของตนเองด้วย      ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาภาวะฉุกเฉินจะพึงมี หรือซ่อมแซมบูรณะ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่สำคัญเมื่อถูกข้าศึกโจมตี

พ.ศ.2495          เมื่อสหรัฐอเมริกา เข้ามามีบทบาทในกิจการทางทหารของไทย ตามโครงการช่วยเหลือของสหรัฐฯ  กองทัพบกได้รับอาวุธปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ขนาด 40 มิลลิเมตร แบบ เอ็ม 1 ( ปตอ.40 มม. แบบ เอ็ม 1 ) และปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ขนาด 12.7 มิลลิเมตร แบบ เอ็ม 16   ( ปตอ. 12.7 มม. แบบ เอ็ม 16 ) และได้แก้ไขการจัดหน่วยเป็น กองพลน้อยทหารปืนใหญ่ต่อสู้ อากาศยาน ( พล.น้อย ปตอ. ) และได้มีการปรับการจัดมาตามลำดับ จนถึง พ.ศ. 2498 จึงได้ แก้ไขอัตราการจัดจาก พล.น้อย ปตอ. เป็น กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ( พล.ปตอ. )

พ.ศ.2523          หน่วยทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ได้เริ่มมีการพัฒนาอย่างเป็นแบบแผน ให้มีผลในทางปฏิบัติเป็นรูปธรรมในปี พ.ศ. 2523 จากผลการฝึกร่วมป้องกันภัยทางอากาศ ปี พ.ศ.2523   กองทัพบกจึงได้พิจารณาเห็นถึงความจำเป็นในการจัดหน่วยให้สอดคล้องกับระบบป้องกันภัย ทางอากาศแห่งชาติ สามารถรับข่าวอากาศยานจากกองทัพอากาศ และสั่งการในการใช้ หน่วยอาวุธป้องกันภัยทางอากาศได้อย่างทันเวลา  โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานปรับปรุงระบบการป้องกัน
ภัยทางอากาศ ทำหน้าที่พิจารณา และเสนอแนะระบบการป้องกันภัยทางอากาศ
ที่กองทัพบกรับผิดชอบ

พ.ศ.2524
         กองทัพบก ได้กำหนดระบบป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก โดยขออนุมัติใช้ระบบป้องกันภัย ทางอากาศกองทัพบก เพื่อพลาง ประกอบด้วย

ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก เป็นหน่วยจัดในระดับ
กองทัพบก ประสานโดยตรงกับ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ และศูนย์ฝ่ายพลเรือน

ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ประจำพื้นที่ภาคต่างๆ
รับผิดชอบในการป้องกันภัยทางอากาศตามเขตรับผิดชอบของแต่ละกองทัพภาค มีข่ายการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน
จัดในระดับหน่วยกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ให้สามารถ
รับข่าวการแจ้งเตือนและสั่งการจาก  ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ
กองทัพบก ประจำพื้นที่ เพื่ออำนวยการต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ
           ในปี พ.ศ. 2524  กองทัพบก ได้อนุมัติหลักการจัดตั้ง ศูนย์ต่อสู้ป้องกัน
ภัยทางอากาศกองทัพบก ( ศปภอ.ทบ. ) โดยในระหว่างรอการพิจารณาจัดตั้ง หน่วยที่เหมาะสม  ให้กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานจัดตั้ง ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกขึ้น จากกำลังและเครื่องมือที่มีอยู่ในปัจจุบันก่อนและเพื่อให้กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน สามารถดำเนินการได้โดย
รวดเร็วทันต่อสถานการณ์  กองทัพบกจึงได้ปรับอัตราการจัดอาวุธยุทโธปกรณ์กองบัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน  โดยเพิ่ม ฝ่ายปฏิบัติการ
ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน มีฐานะเป็นฝ่ายกิจการพิเศษ และให้เจ้าหน้าที่ของฝ่ายดังกล่าว ปฏิบัติงานในศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก  รับข่าวอากาศยานจาก   ศูนย์ยุทธการทางอากาศ
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2525



พ.ศ.2526          ประเทศไทยต้องเผชิญต่อภัยคุกคามจากภายนอก   เพื่อเป็นการทดสอบระบบการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก และเพื่อให้การพัฒนาระบบการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก เป็นไปตามขั้นตอน  จึงให้กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานจัดกำลังเฉพาะกิจในรูปของ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 1 เฉพาะกิจ ( ศปภอ.ทบ.1 ฉก. ) ขึ้นปฏิบัติราชการสนามชายแดนสนับสนุนกองกำลังบูรพา

พ.ศ.2529          กองทัพบก อนุมัติให้จัดตั้ง ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 1 ประจำพื้นที่ภาคกลาง (ศปภอ.ทบ.1) โดยมีที่ตั้งปกติชั่วคราวอยู่ที่ กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ที่ตั้งปกติถาวรที่ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และในปีเดียวกันนี้ กองทัพบกให้ กองพลทหาร ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน จัดกำลังเฉพาะกิจในรูปของ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ที่ 2 เฉพาะกิจ ( ศปภอ.ทบ.2 ฉก. ) สนับสนุนกองกำลังสุรนารี  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการวางระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นต้น ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2  และเพื่อเตรียมการ
ในการจัดตั้ง ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 2  ประจำพื้นที่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อไป

พ.ศ.2532
         กองทัพบก อนุมัติให้จัดตั้ง ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 2 ประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( ศปภอ.ทบ.2 ) และกองทัพบกได้อนุมัติหลักการแผนพัฒนาหน่วยทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ( ปตอ. ) โดยได้กำหนดการเสริมสร้างหน่วยในห้วงระหว่าง 10 ปี ( ปี พ.ศ. 2530 - 2540 ) ประกอบด้วยหน่วยต่างๆ คือ

หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก
กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน
2 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน
8 กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน
ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก
4 ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ประจำพื้นที่ภาคต่างๆ


พ.ศ.2533          กองทัพบก อนุมัติให้จัดตั้ง ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก
และปิดการบรรจุ "ฝ่ายปฏิบัติการศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองพลทหาร
ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน"โดยใช้อัตราการจัดอาวุธยุทโธปกรณ์ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ประจำพื้นที่เป็นมูลฐานการจัดตั้งหน่วย, ปรับการจัดหน่วยมาใช้อัตราการจัดอาวุธยุทโธปกรณ์  กองบัญชาการและกองร้อย
กองบัญชาการ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก, จัดตั้งหน่วย
กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7, และศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ
กองทัพบกที่ 3 ประจำพื้นที่ภาคเหนือ

พ.ศ.2535          กองทัพบก อนุมัติให้จัดตั้ง หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ
กองทัพบก เพื่อปกครองบังคับบัญชาต่อ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ
กองทัพบก ( ศปภอ.ทบ. ) และกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน
( พล.ปตอ. ) โดยใช้นามย่อว่า "นปอ." ในขั้นต้นจัดหน่วยตามอัตราการจัด เฉพาะกิจของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ   และต่อมากองทัพบกได้ปรับการจัดหน่วยตามอัตราการจัดอาวุธยุทโธปกรณ์ กองบัญชาการและกองร้อยกองบัญชาการ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก มีที่ตั้งปกติ
ชั่วคราวอยู่บริเวณ  กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน  เขตดุสิต  กรุงเทพมหานคร และมีที่ตั้งปกติถาวรอยู่บริเวณ  ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ
กองทัพบก  แขวงสีกัน  เขตดอนเมือง  กรุงเทพมหานคร

พ.ศ.2536          กองทัพบก ได้จัดตั้ง ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 4
ประจำพื้นที่ภาคใต้ ( ศปภอ.ทบ. 4 )  มีที่ตั้งปกติชั่วคราวและที่ตั้งปกติถาวรบริเวณ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และกำหนดให้เปลี่ยนเครื่องหมายสังกัดของ
ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ( ศปภอ.ทบ. )
ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 1
ประจำพื้นที่ภาคกลาง ( ศปภอ.ทบ.1 )
ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 2
ประจำพื้นที่ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ( ศปภอ.ทบ.2 )
ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 3
ประจำพื้นที่ภาคเหนือ ( ศปภอ.ทบ.3 )
         จากเครื่องหมายสังกัดเดิม "ปตอ" เปลี่ยนเป็น

ศปอ
ศปอ1
ศปอ2
ศปอ3
         สำหรับ  ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 4 ประจำพื้นที่ภาคใต้ ใช้เครื่องหมายสังกัด "ศปอ4"



พ.ศ.2537          กองทัพบก มีคำสั่งให้ กองบัญชาการและกองร้อยกองบัญชาการ
หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ( บก.และร้อย.บก.นปอ. )
เคลื่อนย้ายหน่วยเข้าประจำที่ตั้งปกติถาวรบริเวณ  แขวงสีกัน
เขตดอนเมือง  กรุงเทพมหานคร

 พ.ศ.2539
         กองทัพบก มีคำสั่งให้ ปรับอัตราการบรรจุกำลังพล "ศูนย์ต่อสู้ป้องกัน
ภัยทางอากาศกองทัพบก ประจำพื้นที่"  มาเป็นอัตราการจัดอาวุธยุทโปกรณ์
"กองบังคับการและกองร้อยกองบังคับการ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ
กองทัพบก ประจำพื้นที่ ( บก.และ ร้อย.บก. ศปภอ.ทบ.ประจำพื้นที่ )"







         ควบคุมและบังคับบัญชา ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก  กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน หน่วยที่มาบรรจุมอบ  และที่ขึ้นสมทบ
9/2/55 โพสต์โดย kamt.san
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
จะมีใครรู้บ่าง..ว่าทหารใหม่ที่่เข้าไปฝึกกี่อาทิตถึงจะให้ญาติไปเยี่ยมได้..ช่วยตอบกันหน่อยนะค่ะ อยากรู้จริงๆค่ะ
^^ จะไปเข้าค่ายล่ะ ^^
พวกท่านใดนั่งอยู่ที่ไหนครับ มีทหารมีเสื้อ...มีปืนมีแก๊สน้ำตาอยู่ด้วยไหมครับ
===>>...ฤดูกาลเข้าค่ายลูกเสือ...ปะไปด้วยกัน====>>>
เห็นด้วยหรือไม่
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู