หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ระวังให้ดีครับ ตำรวจทางหลวง
(รถผมเป็นรถปิกอัพ 4 ประตูป้ายดำตีทะเบียนเป็นรถยนต์นั่วส่วนบุคคล)วันที่ 18 เวลาประมาณบ่ายโมงผมเดินทางออกจากบ้านเลี้ยวออกจากหมู่บ้านมาประมาณ 100 ม. มีรถไถนาวิ่งอยู่เลนซ้ายผมก็ตีไฟเลี้ยวขวาแซงแล้วก็วิ่งเข้าแลนซ้าเหมือนเดิมก็มาเจอตำรวจทางหลวงที่ยืนอยู่กลางถนน 1คนโบกให้ผมจอดผมก็จอดเลยมาอีกนิดมาเจอตำรวจอีก 1คน ทำความเคารพและขอดูใบอนุญาติผม ผมเลยถามว่าผมผิดข้อหาอะไร เขาก็บอกว่าผมวิ่งแลนขวาผมก็เลยอธิบายว่าผมพึ่งจะออกมาจากหมู่บ้านหางจากที่พี่ตั้งด่านยังไม่ถึง 500 เมตรเลยผมแซงรถไถที่วิ่งไหลทางมาผมจะวิ่งขวาได้ไง เขาก็ไม่ยอมฟังและบอกผมว่ามีตำรวจเขา ว.มาแล้วชี้ไปที่ตำรวจอีกคนที่โบกผมตอนแรก ที่ยืนจากจุดตรงที่ผมจอดไม่เกิน50เมตร ผมเลยบอกกับเขาอีกทีว่าผมพึ่งจะออกมาจากหมู่บ้านที่หางจากตรงนี้ยังไม่ถึง500เมตรเลย เท่านั้นเหละครับสันดานออกเลย หาว่าผมพูดไม่รู้เรื่องแล้วบอกผมว่า มึง ไปเลย แล้วก็ โยน ใบขับขี่ของผมเข้ามาทางหน้าต่างรถ ทำแบบนี้สมควรไหม ผมนึกเสียดายภาษีที่ผมจ่ายไปทุกเดือนให้กับตำรวจแบบนี้ ผมอยากรู้เหลือเกินว่าตำรวจที่ดีๆยังพอจะมีมัยในประเทศไทย
(ตำรวจทางหลวง ฉะเชิงเทรา)
เตือน 18/8/52 โพสต์โดย u.thai.anurak
คำตอบ
1 จาก 18
อย่าว่าเค้าเลยครับ  คนเรามันก็ต้อง ทำมาหาแดก ตำรวจก็คน ดีนะที่คุณไม่ยอม มันเลย อดแดก 555
18/8/52 โพสต์โดย มดตัวน้อยตัวนิด
2 จาก 18
จริงหรือไม่จริง ผมค่อนข้างเอนไปทาง เชื่อไว้ก่อน เพราะพบเห็นนิสัยแบบใช้อำนาจ อ้างกม.เพื่อคอร์รัปชั่น ทุกวันเต็มท้องถนน
ขับทับเส้นเปลี่ยนเลนในที่คับขัน ผิดช่องทาง จับเอาหมด ถ้าเอาเงินได้ก็เอา  กรุงเทพฯ ถนนช่องทางมันซับซ้อน รถก็เรียงกันเป็นตับ ป้ายชวนให้เข้าใจผิด
บนหัวข้างหน้า พอบอกว่าป้ายทำให้เข้าผิด เปลี่ยนใจไม่ทัน ไม่ฟัง จับ
เราน่าจะตั้งชมรมหัวอกคนขับรถ แจ้งเบาะแสที่กทม.ทำเป็นกับดัก  ประเภทป้าย ช่องทางจราจร เส้นทึบเส้นแบ่งทางที่สองแง่สองมุมกว่าจะรู้ก็ผิดแล้ว
ควรตั้งชมรมขึ้นมาแล้วแจ้งข่าวสาร มีทั้งอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ PUSHMAIL  วิทยุชุมชนทั่วไป
ร้องมารับฟังมันไม่จบ มีไปเรื่อยๆ เพราะฝ่ายบริหารไม่ใส่ใจประชาชน ถ้ามีแรงรวมกันมากๆ ไปร้องที มีการแก้ไข ชีวิตขับรถบนถนนจะมีความสุขขึ้นมา
18/8/52 โพสต์โดย Miscellanous
3 จาก 18
ที่หลังพกกล้องวีดีโอ หรือเครื่องอัดเสียงไว้ด้วยนะค่ะ
จะได้มีหลักฐานไว้ร้องเรียนกับหัวหน้ามันค่ะ
18/8/52 โพสต์โดย rainbowss
4 จาก 18
ผมยังเคยได้เจอกับตัวเองด้วย แล้วก็เคยได้ยินเหมือนกันเรื่องแบบนี้ ได้ยินบ่อยมาก ....
มากซะจนทุกวันนี้ผมจะมองว่าตำรวจนั้น ไม่ค่อยจะเป็นที่น่านับถือเลย
คนดีๆก็อยู่ได้ไม่นาน.....ไม่รู้ว่าจะแก้ไขได้ยังไง.......คิดเมื่อไหร่เศร้าทุกทีเลย.....
18/8/52 โพสต์โดย นาย-สง-กะ-สัย-จัง
5 จาก 18
วันนั้นแฟนเราขับมอเตอร์ไซร์ มีครบหมดทุกอย่าง แล้วตำรวจก็เรียก

ถามว่าผิดอะไร แฟนเราใส่หมวกเต็มใบ แต่ตำรวจบอกว่า หน้ากากเป็นปรอท ถ้าจ่ายตรงนั้น 200

แต่ถ้าเสียค่าปรับ 500 เลยยอมไปเสียที่โรงพัก แต่มีพวกอยู่เหมือนกันเลยโดนไม่เยอะอ่ะ

ทำไมชอบรังแกประชาชนแค่นี้ก็จะแย่กันอยู่แล้ว  น่าจะเอาจริงเรื่องนี้กันสักที

โจรเต็มบ้านเต็มเมืองไม่ไปจับ มาจับคนกำลังไปทำงาน (เลวสิ้นดี)

อย่างนี้จะเจริญกันได้อย่างไร
18/8/52 โพสต์โดย nokhoook
6 จาก 18
พอจับผิดทำอะไรไม่ได้ก็บอกกันตรงๆ
"น้องๆพี่ขอค่าข้าวหน่อย"
เผอิญซื้อข้าวเปล่ามา 5 บาท 2 ถุงก็เลยแบ่งให้ไป 1 ถุง
"เฮ้ย น้องกวนติงพี่เหรอ ไปเลยๆ"
ดูสิคนเรา คนมีน้ำใจก็มาด่า เดี๋ยวสั่งให้ไปเที่ยวต่างประเทศยันเกษียณซะเลย
18/8/52 โพสต์โดย สติง
7 จาก 18
เขาก็ตากแดด ตากลมมานาน คงจะงุนงินบ้างธรรมดา

ผมเจอเรียกเราหยุด "สวัสดีครับ"

เขาบอกเราว่า"คุณขับเร็ว" คุณขับชิดขวานานไปหน่อยหรือ ฯลฯ"

ขอบคุณครับ ผมกำลังรีบไป...ทำงาน  ต้องขอโทษทีบางที่มันเผลอขับเร็วไปหน่อย

สร้างภาพให้ดูดีๆๆ คุยกับเขาดีๆๆไปเลื่อยๆๆ เดี่ยวเขาไล่ไปซะรำคาญ (ทำไม่ไม่ควักตังค์ซะที)
18/8/52 โพสต์โดย sam2551
8 จาก 18
ไม่ชอบเลย ตำรวจ เนี่ย
ตำรวจดี มีด้วยหรือ
18/8/52 โพสต์โดย pimvara
9 จาก 18
ใช่เลยเงินภาษีเรา ทั้งนั้นทำไมไม่คิดถึงใจเรามั่ง คิดจะพูดไรก็พูด น่าโมโหแทนจริงๆ
18/8/52 โพสต์โดย หลินฮุ่ย
10 จาก 18
อย่าคิดมาก ดีนะที่เป็นเมืองไทย ถ้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วก็คงจะไม่พูดแบบนี้ ผิดถูกว่ากันไป ปรับแพงโคตรๆ อย่าได้ไปโดนเลยนะ (เคยโดนมาแล้วฝ่าไฟแดงโดยชิงส้มนะ คิดเป็นเงินไทยหมื่นเศษๆ) กล้องมันไวนะ

มีหลายคนที่บ่นเรื่องนี้ เราว่านะ ถ้าตำรวจปฏิบัติตามกฎข้อบังคับจริงๆ ก็คงจะทำให้เรามีระเบียบมากขึ้น และอีกหน่อยก็จะเกิดความเคยชิน ไม่รู้ว่าดีหรือเปล่านะ แต่ที่เป็นอยู่อย่างนี้ก็ดีนะ เพราะมันขึ้นอยู่กับการต่อรองมากกว่า
18/8/52 โพสต์โดย wongwaran
11 จาก 18
สมญานามอันโดดเด่นของตำรวจไทย ที่มีมาแล้วหลายยุคหลายสมัยและอาจจะมีต่อไปไม่จบสิ้น
สงสัยเงินเดือนเค้าจะไม่ค่อยพอรับประทานกันกระมัง

เค้าพูดกันว่า ตำรวจก็คือโจรในเครื่องแบบ
19/8/52 โพสต์โดย น้าอ้อ
12 จาก 18
ก็แบ่งเปอร์เซนต์ การจำกุม ผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย เป็น ทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับตำรวจ ถ้าตำรวจดีทำตามหน้าที่ก็ ดีทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ ถ้า ตำรวจไม่ดี ก็เป็นช่องทางหาเงินของเค้า ผมว่านะ อันนี้แก้ยาก ต้องแก้ที่ตัวบุคคล ทำอย่างไรให้คนเราคิดดีทำดี ก็เท่านั้น มันเป็นธรรมดาคนเรา มี รัก โลภ โกรธ หลง แต่ การศึกษาก็พอจะแก้ได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นกับตัวบุคคล
24/8/52 โพสต์โดย เต๋อ
13 จาก 18
ถนนหลวงหมายเลข36 เช่นกันครับ
มันเรียกรถผมดื้อๆให้จอดครับ แล้วถามว่าข้อหาอะไร
มันว่าคุณ ขับชิดขวา ทั้งๆที่มันมีแค่เลนส์เดียวที่วิ่งได้(เลนส์ซ้ายมีอุบัติเหตุ)
มันเรียกเลยค่าปรับ500 ผมว่าถึงขนาดนั้นเชียวเหรอ มันว่างั้นก็100 เดียวพอ
ไม่ต้องเอาใบสั่งแล้วยังพูดอีกว่า "ช่วยๆกันหน่อยน่ะครับ เราเข้าใจคุณดี แต่คุณต้องเข้าใจเราด้วย "

นี่คือการปล้นกลางถนนหลวงชัดๆครับ
23/12/52 โพสต์โดย นครศรี
14 จาก 18
ผมคิดมาหลายทีหลายครั้งแล้วแหละ ขับรถไปโดยเฉพาะ มอไซต์นี่ แถวบ้านนอก ขับมาดีๆ
แล้วก็เรียกมาตรวจใบขับขี่ ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าคนไหนมีก็ปล่อย คนไหนไม่มีก็จับ แบบนี้
แล้วก็ปรับ 200 ผมก็เลยอยากถามว่า แล้วแบบนี้เราสามารถร้องเรียนได้ไหมครับ
30/12/53 โพสต์โดย Gu-Sam
15 จาก 18
ทีหลังต้องถ่ายวีดีโอตำรวจไว้เป็นหลักฐานดีไหมคะ
5/1/54 โพสต์โดย วรรณรดา
16 จาก 18
4แยกไฟแดง ผมเห็น รถทางหลวง เข้า เลนขวา เหมือนจะเลี้ยวขวา พอไฟเขียว ก็ ปาดหน้า เรา เพื่อเข้าซ้ายซะงั้น
ทำให้เกลียดตำรวจยิ่งขึ้น
26/8/54 โพสต์โดย สุดใจ
17 จาก 18
ใช้วิธีของผมซิครับ ผมเองตั้งแต่ขับรถมาก็ 20 กว่าปีแล้ว เดินทางมาก็เกือบทั่วประเทศไทยแล้ว ยังขาดอยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไม่มีงานที่นั่น ไปมาแล้วร้อยเอ็ด เจ็ดย่านน้ำ ตำรวจไม่เคยได้เงินผมเลยแม้แต่บาทเดียว เรื่องวิ่งขวานั้น ตาม พรบ.จราจรทางบก 2522 มีไว้ว่า มาตรา ๓๔ ในการใช้ทางเดินรถที่ได้ตัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป หรือที่ได้จัดช่องเดินรถประจำทางไว้ในช่องเดินรถซ้ายสุด ผู้ขับขี่ต้องขับรถในช่องซ้ายสุดหรือใกล้กับช่องเดินรถประจำทาง เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ให้เดินทางขวาของทางเดินรถได้
(๑) ในช่องเดินรถนั้นมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดการจราจร
(๒) ทางเดินรถนั้น เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว
(๓) จะต้องเข้าช่องทางให้ถูกต้องเมื่อเข้าบริเวณใกล้ทางร่วมทางแยก
(๔) เมื่อจะแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น
(๕) เมื่อผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ารถในช่องเดินรถด้านซ้าย
มาตรา ๓๕  รถที่มีความเร็วช้าหรือรถที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วของรถคันอื่นที่ขับในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะกระทำได้
ผู้ขับขี่รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสาร รถจักรยานยนต์ในทางเดินรถซึ่งได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้  ตั้งแต่สองช่องขึ้นไปหรือได้จัดช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายไว้โดยเฉพาะ ต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายสุดหรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทางแล้วแต่กรณี
ความในวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
ให้คุณดูที่ มาตรา34 ข้อยกเว้น มีอะไรบ้าง และ มาตรา35 วรรคที่2 จะเห็นได้ว่า มีรถอะไรบ้างที่ห้ามวิ่งขวา และวรรค3 ก็บอกว่ามิให้ใช้บังคับแก่รถอะไรบ้าง น้ำหนักไม่เกิน 1600 กิโลกรัมในที่นี้ หมายความว่า น้ำหนักรถ ที่จดทะเบียนในเล่ม ไม่เกี่ยวกับน้ำหนักบรรทุก ถ้ายังจับอีก ก็เอาใบสั่งไปที่ สน.เดี๋ยวนั้นเลยขับรถไปด้วย แล้วไปพบร้อยเวร แจ้งความดำเนินคดีซะเลย
ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 หมวด 2 ความผิดต่อตำแหน่ง เพราะเราไม่ได้ทำผิดกฏจราจรนี่ จะไปยอมมันทำไม พอเราจะดำเนินคดีฟ้องศาล ตำรวจทุกรายก็ไม่เอากับเราด้วย ก็แปลกดีเหมือนกัน คืนใบอนุญาติให้ บางคนคิดว่าเสียเวลาต้องไป สน.  ก็เพราะทุกคนคิดแบบนี้ไง มันถึงได้มีตำรวจนอกรีด ออกมารีดไถประชาชน ส่วนผมไม่เห็นจะเสียเวลาอะไรเลย ถึงแม้นฟ้องศาลแล้ว ศาลก็ไม่ได้เรียกเราไปทุกวันซะที่ไหน เป็นปีกว่าจะเรียกทีหนึ่ง
       ส่วนเรื่องขอดูใบอนุญาติขับขี่ ตาม พรบ.รถยนต์ ของขนส่ง ผู้ขับขี่ยานพาหนะ ต้องแสดงใบอนุญาติขับขี่ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ขอตรวจทันที มุมมองของผม มีดังนี้ การแสดงใบอนุญาติ ไม่จำเป็นต้องให้ตำรวจเอาไปถือไว้ แค่ชูให้ดูก็พอแล้ว ก็ถือว่าเราได้แสดงใบอนุญาติแล้ว ขึ้นศาลก็ชนะ ไม่ใช่ว่าตำรวจขอดูใบอนุญาติแล้วเราไม่ยอมควักออกมาให้ดูซะที่ไหน เหมือนกับตำรวจนอกเครื่องแบบ เวลาเข้าจับกุมผู้ต้องหา ก็ต้องแสดงบัตรก่อน ทำไมไม่ยื่นบัตรให้ผู้ต้องหาดูเสียก่อนละว่าเป็นบัตรจริง หรือบัตรปลอม ถ้าศาลถามว่าเราได้แสดงใบอนุญาติต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเปล่า ก็ตอบว่าแสดงแล้วครับ จบ ถ้าทางคุณ อุทัย อนุรักษ์ มีปัญหากับข้อกฏหมายจราจรข้อใด ว่าผิดหรือไม่ผิด โทร.หาผมได้ครับยินดีให้ความกระจ่าง
กิตติพงษ์ ผเด็จพล 081-3424148 ที่จริงแล้วผมอยากออกรายการโทรทัศน์ จับเข่าคุยกัน เชิญ ผบ.ตำรวจมา เชิญผู้เชี่ยวชาญทางกฏหมายมา และที่สำคัญเชิญตำรวทางหลวงมาเอา เฉพาะตำรวจที่ชอบเรียกจับแล้วยืนกันที่ทางโค้ง ทางเนินมา ประชาชนผู้ขับขี่จะได้ตาสว่าง ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างเสียรู้ให้กับตำรวจนอกรีด  ถามว่าตำรวจที่ดีมีอุดมคติมีไหม มีครับแต่น้อย อยากจะฝากบอกทุกคนที่อยากเป็นตำรวจว่า ถ้าคุณคิดว่าอยากจะเรียนเป็นตำรวจ แล้วเข้ามารีดไถประชาชนแล้วละก็ ขอบอกได้เลยว่าคุณชั่วตั้งแต่เขียนใบสมัครแล้วเพราะจิตใจคุณมันคิดชั่วไง แถมท้ายหน่อย เกี่ยวกับระเบียบการ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง
                                                                       การปฏิบัติตนต่อประชาชนในการแจ้งข้อกล่าวหา และการเขียนใบสั่งจราจร

1. การแนะนำตัว
การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรในการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 หรือกฎหมายอื่น ๆ กับประชาชนที่กระทำผิดกฎหมายนั้น ในบางครั้งย่อมทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จึงจำเป็นจะต้องมีความอดทน อดกลั้นต่อสิ่งที่ได้รับจากประชาชน เช่นการพูดจาที่แสดงออกถึงความโกรธ พูดประชดประชัน          ด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ไม่ให้เกียรติเจ้าหน้าที่ ฯลฯ
แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะต้องตระหนักคือ การระมัดระวังในการใช้เสียง สำเนียงและถ้อยคำที่สุภาพ อ่อนน้อมกับประชาชนทุกครั้ง นอกจากนั้นแล้วในการพูดคุยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะต้องมองตาผู้ที่สนทนาด้วย ไม่ใช่หูฟังแต่ตาไม่มองหน้าผู้พูดหรือผู้ฟัง และพยายามทำใจให้ว่างจากสิ่งว้าวุ่นต่าง ๆ ในขณะพูดกับประชาชน และที่สำคัญที่สุดท่านกำลังเป็นผู้ให้บริการแก่ประชาชน ดังนั้นท่านจะต้องเป็นผู้ให้บริการที่ดีถึงแม้ว่าท่านจะได้รับสิ่งตอบแทนที่ไม่พึงประสงค์ก็ตาม
2. การเข้าหาผู้ถูกจับกุม และการแจ้งข้อกล่าวหา
การเขียนใบสั่งในการออกใบสั่งตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 นั้น ก่อนเขียนใบสั่ง ขณะเขียนใบสั่งและหลังการเขียนใบสั่งจะต้องถือปฏิบัติตามขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมาย ในการจับกุม และการสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการจราจร โดยเคร่งครัด ซึ่งสามารถสรุปเป็นขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1. ผู้จับกุมต้องอยู่ในจุดหรือตำแหน่งที่เปิดเผย เห็นได้ชัดเจนไม่แอบแฝงซ่อนเร้น       การแสดงตัวต้องแสดงตัวอย่างเปิดเผยให้ประชาชนเห็นเด่นชัด การดักจับโดยอำพรางหรือซุ่มดักจับให้เลิกโดยเด็ดขาด
2. การเรียกหรือหยุดรถเพื่อจับ ให้ใช้สัญญาณนกหวีดหรือสัญญาณมือด้วยท่าทางที่ถูกต้องและสุภาพ พร้อมทั้งชี้นำให้หยุดรถในลักษณะที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางการจราจร
3. การเข้าหาผู้ถูกจับกุม ให้เข้าหาทางด้านผู้ถูกจับกุมนั่งอยู่ แสดงการทักทายด้วยท่าวันทยหัตถ์ พร้อมกับใช้วาจาที่สุภาพว่า สวัสดีครับ แล้วชี้แจงเหตุผลของการเรียกรถให้หยุด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา (ที่ชัดเจน) และอยู่ในมาตรา เท่านั้น จากนั้นจึงสามารถขอตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถได้ ห้ามยึดกุญแจรถโดยไม่มีเหตุอันสมควรและห้ามใช้มือหรือวัตถุสิ่งของที่ถืออยู่เช่นวิทยุสื่อสารหรือเสาอากาศทุบรถหรือเคาะรถของผู้ถูกจับกุมโดยเด็ดขาด ทั้งนี้การจับกุมต้องไม่เป็นลักษณะการจ้องจับผิด หรือหวังผลประโยชน์ตอบแทน ควรจับกุมในข้อหาที่มีผู้ฝ่าฝืนได้กระทำชัดแจ้งแล้ว ไม่เป็นการเรียกรถเพื่อที่จะหาความผิดจับกุม และการจับกุมต้องกระทำอย่างเสมอภาคกัน

-2-

4. การพูดคุยหรือชี้แจง ให้ใช้คำสุภาพ ห้ามใช้คำพูดว่า  “ลื้อ, อั้ว, มึง, กู ฯลฯ” หรือคำพูดที่ไม่สุภาพ อย่างเด็ดขาด พึงระมัดระวังกริยาที่ไม่มีมารยาท
5. การเขียนใบสั่งต้องดำเนินการโดยไม่ชักช้า เปิดเผย ชัดเจน ถูกต้อง เรียบร้อยมอบให้กับผู้ถูกจับกุมไป ณ จุดที่จับกุมนั้น เมื่อเสร็จแล้วควรทำความเคารพ ด้วยท่าวันทยหัตถ์ อีกครั้ง
6. ห้ามนำผู้ถูกจับกุมเข้าไปในตู้ยามหรือตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร เพื่อพูดคุยหรือเขียนใบสั่งโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผู้พบเห็นเกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีงามต่อตำรวจจราจร รีบเขียนใบสั่งแจ้งข้อหาให้ชัดเจน มอบให้ผู้ขับขี่โดยเร็ว แล้วทำความเคารพด้วยท่าวันทยหัตถ์ พร้อมกับกล่าวคำว่า ขอบคุณครับ หรือขอโทษครับ อีกครั้ง
7. การว่ากล่าวตักเตือนตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 นั้นสามารถกระทำได้ด้วยกริยาวาจาที่สุภาพ ห้ามใช้ถ้อยคำในลักษณะต่อรองเช่น “จะเอาอย่างไร” จะเสียค่าปรับที่โรงพักหรือเสียค่าปรับที่นี่” อันเป็นการแสดงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์
8. การนำส่งใบอนุญาตขับขี่ ต้องดำเนินการส่งให้สถานีตำรวจท้องที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที หรือกรณีมีความจำเป็นภายใน 8 ชั่วโมงหลังจากที่จับกุมและเขียนใบสั่งแล้ว
3. การเขียนใบสั่งจราจร
เพื่อให้เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ทำการเขียนใบสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 140 ให้ถูกต้องสมบูรณ์ เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสามารถนำข้อมูลจากใบสั่งไปวิเคราะห์ประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยสะดวก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบังคับใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงขอกล่าวถึงวิธีเขียนใบสั่งจราจร ดังรายละเอียดต่อไปนี้.-
การกรอกข้อมูลและข้อเท็จจริงลงในใบสั่ง
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 140 บัญญัติไว้ว่า“เมื่อเจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือ กฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้น ๆ จะว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่ หรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได้ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ก็ให้ติดหรือผูกใบสั่งไว้ที่รถที่ผู้ขับขี่เห็นได้ง่าย” เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเพื่อประโยชน์ในการประมวลทางคอมพิวเตอร์ เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกใบสั่งจะต้องคำนึงถึงการกรอกข้อมูล และข้อเท็จจริงลงในใบสั่งให้ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ชัดเจน ด้วย มิฉะนั้นจะมีผลกระทบต่อการสอบสวนเปรียบเทียบ และการแจ้งนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และการขนส่งทางบกเพื่อ งดรับชำระภาษีประจำปี ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 141 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติม โดยมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4 )  พ.ศ. 2535 ตลอดจนกระบวนการติดตามผลใบสั่ง นอกจากนี้การออกใบสั่ง
-3-

จะต้องเขียนด้วยลายมือที่อ่านออกได้ง่าย ไม่เป็นลายมือที่เขียนหวัดและควรใช้ตัวเลข      อารบิคในการเขียนข้อความเนื่องจากอ่านได้ง่าย การใช้ปากกาเป็นปากกาลูกลื่นซึ่งสามารถกดทับข้อความลงในสำเนาใบสั่งได้ชัดเจนเนื่องจากใบสั่งในแต่ละชุดจะมีถึง 4 แผ่น และเวลาเขียนใบสั่งของแต่ละชุดต้องใช้กระดาษแข็งรองไว้หลังแผ่นที่ 4 เสมอ เพื่อมิให้ข้อความซ้อนไปที่ชุดต่อไป สำหรับการกรอกข้อมูลในใบสั่งให้ถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ มีแนวทางในการกรอกข้อมูลดังนี้
1.1การกรอกประเภทของรถที่พบในการกระทำความผิด ให้ใช้เครื่องหมายถูกกาลงในช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กหน้าประเภทของรถ ซึ่งในแบบใบสั่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ
(1) รถจักรยานยนต์ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522
(2) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้แก่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522
(3) รถประเภทอื่น ได้แก่ รถที่มิได้ถูกบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และมิได้เป็นรถจักรยานยนต์และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เช่น รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลซึ่งไม่ได้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
(4) รถขนส่ง ได้แก่ รถที่ถูกบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เช่น รถโดยสารประจำทาง, รถโดยสารไม่ประจำทาง, รถโดยสารส่วนบุคคล, รถบรรทุกประจำทาง, รถบรรทุกไม่ประจำทางและรถบรรทุกส่วนบุคคลเป็นต้น
วิธีง่าย ๆ ในการสังเกตว่ารถใดที่ถูกบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ก็คือการสังเกตจากแผ่นป้ายทะเบียนรถ ซึ่งใช้ตัวเลข 2 ตัวเป็นเลขรหัสแสดงประเภทการขนส่งแล้วตามด้วยตัวเลขอีก 4 ตัว ซึ่งเลขรหัส 2 ตัวที่ใช้แสดงประเภทการขนส่งมีหลักการใช้ดังนี้.-
1. รถโดยสารประจำทาง ใช้หมายเลขตั้งแต่ 10 ถึง 19
2. รถขนาดเล็ก ใช้หมายเลขตั้งแต่ 20 ถึง 29
3. รถโดยสารไม่ประจำทาง ใช้หมายเลขตั้งแต่ 30 ถึง 39
4. รถโดยสารส่วนบุคคล ใช้หมายเลขตั้งแต่ 40 ถึง 49 และ 50 ถึง 59
5. รถบรรทุกประจำทาง ใช้หมายเลขตั้งแต่ 60 ถึง 69
6. รถบรรทุกไม่ประจำทาง ใช้หมายเลขตั้งแต่ 70 ถึง 79
7. รถบรรทุกส่วนบุคคล ใช้หมายเลขตั้งแต่ 80 ถึง 89 และ 90 ถึง 99
ในการกรอกประเภทของรถจะต้องเขียนยี่ห้อของรถลงในแบบใบสั่งด้วยทุกครั้งเพื่อความชัดเจนและถูกต้อง
2. การกรอกหมายเลขทะเบียนรถ ต้องเขียนหมวดอักษรและหมายเลขของทะเบียนรถให้ชัดเจน ในช่วงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในแบบใบสั่ง และให้ระบุด้วยว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดใดโดยใช้เครื่องหมายถูกกาลงในช่องกรุงเทพมหานครหรือช่องจังหวัด สำหรับช่องจังหวัดให้เขียนเพิ่มเติมด้วยว่า
-4-

เป็นจังหวัดใด นอกจากนั้นให้ระบุสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถด้วย โดยในแบบใบสั่งมีช่องให้กาเครื่องหมายถูกระบุสีของแผ่นป้ายทะเบียนไว้ให้แล้วสำหรับสีขาว, เหลือง, เขียว, แดง และฟ้า หากไม่ใช่สีดังกล่าวให้กรอกในช่องอื่น ๆ
3. การกรอกข้อหาหรือฐานความผิด ในแบบใบสั่งมีข้อหาหรือฐานความผิดที่มักพบบ่อยพิมพ์ไว้ให้แล้ว ผู้ออกใบสั่งสามารถใช้เครื่องหมายถูกขีดลงหน้าข้อหาหรือฐานความผิดที่พบได้ทันทีหากพบว่ากระทำความผิดหลายข้อหาก็สามารถขีดเครื่องหมายถูกได้เท่าจำนวนข้อหาที่พบไม่ได้พิมพ์ในแบบฟอร์มใบสั่ง ให้กรอกลงในช่องอื่น ๆ โดยใช้ข้อหาหรือฐานความผิดที่ระบุไว้ในกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522, พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เป็นต้นหรือตามข้อกำหนดกรมตำรวจ เรื่องการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ แบบใบสั่ง และกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 (ฉบับที่ 3)  พ.ศ.2540 และข้อกำหนดกรมตำรวจ เรื่อง การชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ แบบใบสั่ง และกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2540 มิใช่คิดชื่อข้อหาด้วยถ้อยคำของตนเอง
4. การกรอกสถานที่เกิดเหตุและวัน, เวลาเกิดเหตุ การกรอกสถานที่เกิดเหตุให้ลงรายละเอียดให้ครบในช่องตรอก/ซอย, ถนน, ตำบล/แขวง, อำเภอ/เขต, จังหวัดที่เกิดเหตุ และกรอกวัน, เวลาเกิดเหตุให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในชั้นสอบสวนและการกรอกบันทึกเปรียบเทียบ (ใบเหลือง) เพื่อส่งพนักงานอัยการต่อไป
5. การกรอกหรือระบุสถานที่ชำระค่าปรับ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 141 ให้ผู้ออกใบสั่งกรอกสถานที่ให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถไปรายงานตัวชำระค่าปรับต่อพนักงานสอบสวนให้ชัดเจนว่าให้ไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจใดหรือสถานที่อื่นซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ เช่น สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีพนักงานสอบสวนที่มีอำนาจหน้าที่ทำการสอบสวนเปรียบเทียบอยู่ และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ควรใช้เป็นตรายางประทับชื่อสถานีตำรวจและหมายเลขโทรศัพท์ไปด้วย เพื่อประชาชนจะได้อ่านออกหรือหากไปไม่ถูกจะได้โทรศัพท์สอบถามได้ และถ้าเป็นไปได้ หากสถานที่ให้ไปรายงานตัว ไม่เป็นที่รู้จักของบุคคลโดยทั่วไป ควรมอบแผนที่สถานีตำรวจหรือสถานที่นั้น ๆ แนบไปกับใบสั่ง ให้ผู้ขับขี่ไปด้วย นอกจากนี้ สถานที่ชำระค่าปรับบางแห่งเปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุด บางแห่งเปิดทำการเฉพาะวันเวลาราชการ ดังนั้น จึงควรระบุเวลาทำการของสถานที่ชำระค่าปรับด้วยว่าเปิดทำการตั้งแต่เวลาใดถึงเวลาใด และเปิดทำการทุกวันหรือเปิดเฉพาะวันเวลาราชการ โดยอาจจะทำเป็นตรายางประทับให้ชัดเจน เพื่อมิให้ประชาชนเสียเวลาหากมาผิดเวลา
6. การกรอกที่ทำการไปรษณีย์และจำนวนเงินค่าปรับตามข้อกำหนดกรมตำรวจ เนื่องจากแบบใบสั่งในปัจจุบัน ออกแบบมาเพื่อสามารถให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ได้จึงให้ระบุที่ทำการไปรษณีย์ ที่ใกล้เคียงกับสถานีตำรวจที่ให้ไปรายงานตัว โดยควรศึกษาว่าสถานีตำรวจที่ให้ไปรายงานตัว สะดวกที่จะไปรับเงินค่าปรับจากที่ทำการไปรษณีย์ใด เพื่อจะได้กรอกให้ถูกต้อง หาก
-5-

ในขณะออกใบสั่งผู้ออกใบสั่งไม่ทราบจริง ๆ ว่าควรระบุที่ทำการไปรษณีย์ใด ก็ควรแนะนำประชาชนว่าให้สอบถามได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกสาขา ซึ่งการสื่อสารแห่งประเทศไทยได้มีหนังสือเวียนไปทั่วประเทศแล้วว่าควรส่งธนาณัติสั่งจ่ายให้สถานีตำรวจนั้น ๆ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ใด นอกจากนั้น ให้ระบุจำนวนเงินค่าปรับตามข้อกำหนดกรมตำรวจ เรื่อง การชำระค่าปรับทางไปรษณีย์แบบใบสั่ง และกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2540 และข้อกำหนดกรมตำรวจ เรื่อง การชำระค่าปรับทางไปรษณีย์แบบใบสั่ง และกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2540 ลงในช่องค่าปรับตามข้อกำหนดกรมตำรวจในแบบใบสั่งด้วยทุกครั้ง ส่วนข้อหาใดไม่ได้ระบุ จำนวนเงินค่าปรับไว้ในข้อกำหนดกรมตำรวจก็ไม่ต้องกรอกสำหรับในช่องการส่งตั๋วแลกเงินของธนาคาร ในปัจจุบันยังไม่มีข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับธนาคารในเรื่องดังกล่าว จึงยังไม่ต้องกรอกรายละเอียดในส่วนนี้
7. การกรอกรายละเอียดในส่วนใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ ในแบบใบสั่งจะมีส่วนที่เป็นใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 140 วรรค 3 และวรรค 4 ดังนั้น หากผู้ออกใบสั่งจะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราว ก็จะต้องกรอกรายละเอียดในส่วนใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ให้ถูกต้อง ครบถ้วน โดยใช้ข้อมูลจากใบอนุญาตขับขี่ที่เรียกเก็บไว้ดังนี้
7.1 ชื่อผู้ขับขี่ และเลขประจำตัวในใบอนุญาตขับขี่ (หากมี) ให้เขียนให้
ชัดเจน
7.2 ใบอนุญาตขับขี่เลขที่/ฉบับที่ และวันอนุญาต ใบอนุญาตขับรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ฯ จะระบุเลขที่ในใบอนุญาตขับรถเช่น ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว, หนึ่งปี หรือตลอดชีพ ส่วนใบอนุญาตผู้ขับรถตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกฯ จะระบุฉบับที่ในใบอนุญาตขับรถ สำหรับวันอนุญาตให้ดูได้ในใบอนุญาตขับรถดังกล่าว และให้ผู้ออกใบสั่งใช้ความระมัดระวังไม่ให้เขียนสลับกับผู้ขับขี่คันอื่น มีข้อสังเกตว่าพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯใช้คำว่าใบอนุญาตขับขี่ แต่พระราชบัญญัติรถยนต์ฯ หรือพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกฯใช้คำว่าใบอนุญาตขับรถ
7.3 ระบุให้ชัดเจนว่าใบอนุญาตขับขี่ออกโดยนายทะเบียนจังหวัดใด สาขาใดเนื่องจากในกรุงเทพมหานครและบางจังหวัดมีสำนักงานขนส่งหลายสาขา
7.4 ให้ระบุว่าใบขับขี่เป็นใบขับขี่ของรถใด เช่น รถจักรยานยนต์, รถสามล้อ, รถยนต์, รถขนส่ง หรือรถอื่น ๆ
7.5 ให้ระบุว่าใบขับขี่เป็นชนิดใด เช่น ชั่วคราว, 1 ปี, ตลอดชีพ, สาธารณะ, บุคคล หรือทุกประเภท
8. เมื่อกรอกรายละเอียดลงในใบสั่งครบถ้วนแล้ว ให้ผู้ออกใบสั่งลงลายมือชื่อในใบสั่ง และกรอกรหัสผู้ออกใบสั่ง โดยควรใช้ตรายางประทับ ยศ ชื่อ และตำแหน่ง ตัวบรรจงของผู้ออกใบสั่งไว้ด้วย เพื่อประโยชน์ในการติดตามตัวผู้ออกใบสั่ง หากมีความจำเป็นในภายหลัง
22/5/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
18 จาก 18
ตำรวจหรือข้าราชการเงินเดือนน้อยคงจะจริงนะครับ  แต่ทำไมเวลาเปิดสอบเข้าเป็นข้าราชการ ถึงมาสอบกันถล่มทลาย มาแย่งกันกินเงินเดือนน้อยหรอครับ  ท่านได้ที่บอกว่าเงินเดือนน้อยก็ลาออกเลยครับ มีงานอื่นให้ท่านทำอีกเยอะ  (อยากระบายเฉยๆไม่มีอะไรมากนะครับ)
19/6/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ปัญหาผู้มีอิทธิพล แก๊งมาเฟีย ต่างๆในพัทยาในประเทศไทยจะแก้ไขอย่างไร
>16> เมื่อถูกตำรวจจราจรเรียก
ระวังตำรวจจอมปลอมด้วย(พึ่งเจอมาวันนี้เองขอให้อ่านเถอะครับ)
ถนนตามหมู่บ้าน ใครรับผิดชอบซ่อมแซมครับ
ถูกจับเปลี่ยนแปลงสพาพรถยนต์
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู