หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ถ้าลาออกจากงานแล้วต้องการส่งประกันสังคมเอง เพื่อรับเงินสงเคราะห์บุตรต้องทำอย่างไร
คือ อยากทราบว่าถ้าเราลาออกจากที่ทำงานแล้ว ยังไม่ได้ที่ใหม่ แล้วประกันสังคมจะจ่ายเงินค่าสงเคราะห์ให้ไหมคะ
แล้วระหว่างที่ยังไม่ได้งานใหม่ต้องไปจ่ายประกันสังคมเองไหม เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินค่าสงเคราะห์บุตรนะคะ รบกวนใครทราบด้วยตอบให้หน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
กฏหมาย | ข้อมูล | ประกันสุขภาพ | ประกันแรงงาน | ชีวิตในที่ทำงาน 6/7/54 โพสต์โดย น้ำ soda
คำตอบ
1 จาก 8
ถ้าลาออกจากงานยังไม่เกินสามเดือนสามารถต่อบัตรประกันสังคมเองที่สำนักงานได้ค่ะ
แต่ต้องชำระเงินย้อนหลังตามระยะเวลาที่ประกันสังคมไม่ได้หักจากบัญชีธนาคาร
6/7/54 โพสต์โดย is secret
2 จาก 8
ถ้าลาออกแล้ว จะตัดสินตั้งแต่เราลาออกเลย บริษัท จะดูจากนายจ้างส่งเงินให้ประกันสังคมสุดท้ายเมื่อไร  และแจ้งออกให้เรา  ส่วนตัวเรา ถ้าต้องการเงินสมทบให้ต่อเนื่อง ก็ติดต่อประกันสังคม ที่เราอยู่ก่อน ต่อ มาตรา 39  เลย  แต่ถ้าเพิ่งออกจากงาน  ปกติไปยื่นของรับเงินว่างก่อนดีกว่า ที่จัดหางานทุกจังหวัด  จะได้ 30% ของเงินเดือน กรณีลาออกเอง   ถ้าเลิกจ้าง  50% ค่าจ้าง   แต่ไม่เกิน  15000 บาท
14/7/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
3 จาก 8
ตอนนี้ลาออกจากงานจะได้เงินช่วยจากประกันสังคม 3 เดือน เอาเอกสารหนังสือลาออก ไปติดต่อประกันสังคมในเขตที่คุณทำงานอยู่ก็ได้ค่ะ  รีบไปนะคะอย่าช้า
21/7/54 โพสต์โดย ดวงแก้ว
4 จาก 8
1) กรณีว่างงาน คุณลาออกมาหลังจาก 7 วัน ให้ไปยื่นเอกสารต่อสำนักงานจัดหางาน และให้ถ่ายเอกสารหน้าแรกของบัญชีธนาคารที่จะให้โอนเงินเข้า ต้องไปรายงานตัวตามที่จัดหางานกำหนดด้วย  กรณีเงินยังไม่เข้าให้ตามกำหนดอาจเป็นเพราะนายจ้างยังไม่ยื่นแจ้งออก
2) กรณีสงเคราะห์บุตรที่เบิกไว้ ให้ไปสมัครจ่ายเงินเอง เรียกว่า ผู้ประกันตนมาตรา 39 เงินสงเคราะห์บุตรถึงเข้าบัญชีให้ต่อ
   ถามว่าคุ้มไหมถ้าสมัคร ตอบว่าคุ้ม เพราะคุณจะได้เงินสงเคราะห์บุตร 400 และส่งมาตรา 39เป็นเงิน 432 บาท ได้ความคุ้มครองเหมือนตอนทำงาน นั่นหมายความว่าส่งแค่ 39 บาทเอง
28/7/54 โพสต์โดย sr2310
5 จาก 8
เข้า web นี้เลยค่ะ www.sso.go.th/ ได้ทุกคำตอบ
31/5/55 โพสต์โดย Julius
6 จาก 8
สมัครมาตรา 39  คุณสมบัติของผู้สมัคร
1.  เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33  ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนและออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน

2.  ต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม

การยื่นใบสมัคร
1.  ต้องยื่นใบสมัครตามแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (แบบ สปส. 1-20) ด้วยตนเอง ภายใน  6  เดือน  นับแต่วันออกจากงาน

2.  สถานที่ยื่นใบสมัคร

      กรุงเทพฯ  ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่

      ภูมิภาค  ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสาขา

หลักฐานการสมัครมาตรา 39
1.  แบบขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39   (สปส.1-20)

2.  บัตรประชาชนหรือบัตรอื่นที่มีรูปถ่าย  ซึ่งทางราชการออกให้พร้อมสำเนา

เงินสมทบที่ต้องนำส่งสำนักงานประกันสังคม
เดือนละ 432  บาทต่อเดือน
เงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ  คือ  เดือนละ 4,800 บาทเท่ากันทุกคน  โดยคิดจากอัตราเงินสมทบ 9%  ( 9% x 4,800)  ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง  6  กรณี   (เจ็บป่วย  คลอดบุตร  ทุพพลภาพ  ตาย  สงเคราะห์บุตรและชราภาพ)  ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33

ผู้ประกันตนมาตรา 39 (ปัจจุบันผู้ประกันตนมาตรา 39 จ่ายอยู่ที่ร้อยละ 9 ในอัตราเงินสมทบเดียวกัน คือ 432 บาท)
    - ครึ่งปีแรก ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม 2555 – งวดเดือนมิถุนายน 2555 อัตราร้อยละ 5 โดยให้ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบเดือนละ 240 บาท
    - ครึ่งปีหลัง ตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม 2555 ถึง งวดค่าจ้างเดือนธันวาคม 2555 อัตราร้อยละ 7 โดยผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบเดือนละ 336 บาท



วิธีการจ่ายเงินสมทบมาตรา 39
จ่ายที่สำนักงานประกันสังคมขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา   พร้อมแบบส่งเงินสมทบฯ  (สปส. 1-11)

หักจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์มี   6  ธนาคาร
   1.  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา   จำกัด  (มหาชน)

    2.  ธนาคารกรุงไทย     จำกัด  (มหาชน)

    3.  ธนาคารธนชาต  จำกัด  (มหาชน)

    4.  ธนาคารกสิกรไทย  จำกัด (มหาชน)

    5.  ธนาคารไทยพาณิชย์  จำกัด (มหาชน)

    6.  ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

จ่ายด้วยเงินสดที่
    1.  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

    2.  ธนาคารกรุงไทย  จำกัด (มหาชน)

    3.  จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส  7- ELEVEN ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมรายการละ 10 บาท สามารถจ่ายเงินสมทบได้ทุกสาขา  

หน้าที่ของผู้ประกันตนตามมาตรา 39
1.  ต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน  หากเกินกำหนดต้องเสียเงินเพิ่ม  ในอัตราร้อยละ  2  ต่อเดือน

2.  แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงให้สำนักงานประกันสังคมดังนี้

      กรณีเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ  ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย  30  วัน  ตามแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ (สปส. 1-34)

      กรณีเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล  หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ต้องแจ้งทันทีพร้อมแนบสำเนาหลักฐาน

      กรณีประสงค์ลาออกหรือกลับเข้าทำงาน  และมีสถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33  ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีตามแบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส.1-21)

เหตุที่ทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39  สิ้นสภาพ
1. ตาย

2.  กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33

3.  ลาออก

4.  ไม่ส่งเงินสมทบ 3  เดือนติดต่อกัน (สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ)

5.  ภายในระยะเวลา  12  เดือน  ส่งเงินสมทบไม่ครบ  9  เดือน  (สิ้นสภาพในเดือนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ  9  เดือน)

หมายเหตุ
      สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้เข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ทำงานในสถานประกอบการ/นายจ้างใหม่)  นายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจสามารถดำเนินการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เข้าทำงาน  โดยผู้ประกันตนไม่ต้องไปดำเนินการลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39  (สปส.1-21)  แต่อย่างใด  ยกเว้น  กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 39   มีการค้างชำระเงินสมทบจะต้องไปดำเนินการแจ้งการลาออก (สปส.1-21) ด้วยตนเอง ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่สมัครไว้
14/7/55 โพสต์โดย ตุ๊กตา16
7 จาก 8
สมัครเข้าสมาชิกแต่เข้าloginไม่ได้
4/3/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
8 จาก 8
ลาออกจากงาน  เพื่อไปทำงานต่างประเทศบริษัทในเครือเดียวกัน ทำอย่างไรจะได้สิทธิรับเงินบำนาญชราภาพ 3,000 บาท เพราะส่งเงินสมทบอัตราเงินเดือนมากกว่า 15,000 บาท
27/4/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ทำงานบริษัทหักเงินประกันสังคมทุกเดือนแต่ทำไมเงินสงเคราะห์บุตรไม่โอนใ้ห้คะอยากทราบคะ
ผมยื่นเรื่องเงินสงเคราะห์บุตรไปยังไม่ได้เงินเลยครับหลายเดือนแล้ว
มงคลที่ ๑๒.การสงเคราะห์บุตร
มีประกันสังคม แล้วอยากลาออกได้หรือเปล่า
ต้องมีหลักฐานผู้ที่มีสิทธิกู้เงินธนาคารสงเคราะห์อะไรบ้าง
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู