หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
พระพุทธศาสนาคือ
พระพุทธศาสนาคือ 1/10/51 โพสต์โดย chesta
คำตอบ
1 จาก 15
พระพุทธศาสนาอาจมีคำจำกัดความและคำอธิบายจากประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

๑.พระพุทธศาสนา คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้า คือ ท่านผู้ตรัสรู้ หรือผู้รู้อย่างแจ่มแจ้ง) ซึ่งแนะนำให้ยกฐานะของมนุษยชาติขึ้นสู่ความบริสุทธิ์ สะอาด (ด้วยศีล) ความสงบระงับ (ด้วยสมาธิ) และความเข้าใจแจ่มแจ้ง (ด้วยปัญญา)

๒.พระพุทธศาสนา คือ ศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ของคนหมู่มาก เพื่อความสงบสุขของคนหมู่มาก เพื่อความสุขของคนหมู่มาก และเพื่ออนุเคราะห์โลก บุคคลจากทุกสาขาความเป็นอยู่ อาจนำคำสอนไปประพฤติปฏิบัติได้ตามความสามารถ และความพอใจของตน

๓.พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งการพิจารณาเหตุผลและการปฏิบัติเพื่อช่วยตนเอง พึ่งตนเอง และขยายความช่วยเหลือไปสู่ผู้อื่นด้วยความปรารถนาดี (เมตตา) และความคิดช่วยให้พ้นทุกข์ (กรุณา)

๔. พระพุทธศาสนา เป็นทั้งปรัชญาและการปฏิบัติ แม้จะยอมรับความมีอยู่ของเทพ แต่ก็มิได้สอนให้เชื่อในเทพผู้ยิ่งใหญ่ว่าเป็นส่วนสำคัญของศาสนา แต่กลับสอนผู้นับถือให้มีคุณธรรม เช่น ความละอายใจที่จะทำความชั่ว (หิริ) และความเกรงกลัวที่จะทำความชั่ว (โอตตัปปะ) อันเป็นคุณธรรมที่ทำให้คนเป็นเทพแทน พระพุทธศาสนาสอนให้พุทธศาสนิกชนมีคุณสมบัติ คือ ศรัทธา ความเชื่อที่ถูก ศีล ความประพฤติดีงาม สุตตะ การหาความรู้ จาคะ การเอื้อเฟื้อให้ปัน และปัญญา ความรู้แจ้งเห็นจริง (โปรดสังเกตว่า ทุกแห่งที่สอนให้มีศรัทธา จะสอนปัญญาไว้กำกับเป็นข้อสุดท้ายเสมอ) คุณธรรมเหล่านี้ทำให้คนเป็นเทพในชีวิตนี้ (โดยไม่ต้องรอให้ตายเสียก่อน) พระพุทธศาสนาสอนว่า เทพโดยความบริสุทธิ์ เป็นอิสระจากกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง นับว่าเป็นผู้ประเสริฐ

๕. พระพุทธศาสนาอาจกล่าวโดยสรุปเพื่อความเข้าใจอย่างกว้าง ๆ ดังต่อไปนี้
ประเทศที่เกิด อินเดีย
กาลเวลาที่เกิด ศตวรรษที่ ๖ ก่อนคริสตศก
ผู้ก่อตั้ง พระพุทธเจ้า (ท่านผู้ตรัสรู้) ผู้เป็นเจ้าชายสิทธัตถะมาก่อน ผู้มีพระนามทางพระโคตรว่า "โคตมะ" แห่งศากยวงศ์
หลักคำสอน เว้นความชั่วทั้งปวง ทำความดี และชำระจิตใจให้สะอาด
ประเภทของศาสนา เป็นศาสนาสากล คือ แพร่ออกไปสู่หลายประเทศ เป็นศาสนาอเทวนิยม คือ มิได้ถือว่ามีเทพเจ้าเป็นศูนย์กลางของคำสอน นิกายที่สำคัญ
- เถรวาท (ใช้คำสอนดั้งเดิมเป็นหลัก ไม่เปลี่ยนแปลงหลักคำสอน)
- มหายาน (เพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงหลักบางประการไปจากเดิม)
1/10/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
2 จาก 15
พระพุทธศาสนา  คือศาสนาประจำชาติไทยค่ะ
1/10/51 โพสต์โดย kungems
3 จาก 15
ผมก็ขอสนับสนุนคำตอบของน้องวุฒิน่ารัก ด้วยนะครับ จะว่าไปแล้วพุทธศาสนาในความหมายนั้นก็มีผู้ให้ข้อจำกัดความอยู่หลายแง่หลายมุมไม่ใช่น้อย ซึ่งก็แล้วแต่ว่า จะเอาใจเป็นกลางสักเพียงใหน ผู้ที่ยึดว่า พุทธศาสนาเป็นสิ่งเหนือชีวิตเช่นผม ก็โน้มเอียงแบบกลัวบาปกลัวกรรมถ้าจะวิพากษ์วิจารณ์ เอาเป็นว่า ผมขอยกข้ออ้างของผู้ที่ประกาศตนเองว่าไม่ได้นับถือศาสนาใดๆ เช่น นายอัลเบิร์ต ไอสไตน์ ก็ละกันนะครับ ดังนี้
ครั้งหนึ่ง ไอน์สไตน์ได้ศึกษาพุทธศาสนา และได้อ่านกาลามสูตรแล้วแปลกใจว่ามีศาสนาแบบสอนไม่ให้เชื่ออะไรง่ายๆอยู่ด้วย ไอน์สไตน์ประทับใจมากเขียนเป็นบทความเพื่อให้ชาวโลกรับรู้ว่า " The religion of the future will be a cosmic religion. The religion which is based on experience which refuses dogmatism. If there is any religion that would cope with the scientific needs it will be Buddhism."  "ศาสนาแห่งอนาคตจะเป็นศาสนาแห่งจักรวาล ศาสนาซึ่งตั้งอยู่บนประสบการณ์ ซึ่งปฏิเสธความเชื่อที่ไร้ข้อพิสูจน์ หากมีศาสนาใดศาสนาหนึ่งที่พอจะรับมือกับความต้องการทางวิทยาศาสตร์ได้ละก็ศาสนานั้นคือ ศาสนาพุทธ" และไอน์สไตน์ยังเคยตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า "why does this applied science,which saves work and make life easier,bring us so little happiness?" "ทำไมวิทยาศาสตร์ประยุกต์เหล่านี้ ซึ่งทำให้ชีวิตมีความสะดวกสบายและทำงานง่ายขึ้น จึงไม่สามารถก่อให้เกิดความสุขที่แท้จริงแก่พวกเรา"  จะว่าไปแล้วความสับสนอลเวงจนทำให้มนุษย์ชาติเกิดวิตกจริตทุกวันนี้เป็นเพราะวิทยาศาสตร์หรือผู้ใช้วิทยาศาสตร์กันแน่แล้วใครจะเป็นผู้ชี้ทางที่ถูกต้อง
1/10/51 โพสต์โดย Numthon
4 จาก 15
คือ ธรรมชาติ
1/10/51 โพสต์โดย wetstorm
5 จาก 15
พุทธะแปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน  ศาสนแปลว่า คำสั่งสอน คำสั่ง จะต้องทำตาม คำสอน ทำตามก็ได้ ไม่ทำตามก็ได้ถ้าเห็นว่าไม่ดี ผู้ปราถนาดีในชีวิตจึงกระทำตามคำสั่งสอนในศาสนาพุทธ ส่วนคำว่าพระ แปลว่า ประเสริฐ  หรือพรนั่นเอง แล้วลองแปลรวมเอาเองนะครับจะได้เข้าใจดีมากขึ้น
1/10/51 โพสต์โดย moogdeedee
6 จาก 15
พระุพุทธศาสนา หรือศาสนาพุทธ เป็นศาสนาหนึ่งในศาสนาโลก เป็นศาสนาที่มีคำสอนให้พ้นทุกข์
ด้วยการรู้จักทุกข์ ู้วิธีดับทุกข์ เน้นการปฎิบัติด้วยปัญญา ด้วยความเ้ข้าใจ และสามารถพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงได้
ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประชาติของไทยเรา และ
กัมพูชา,พม่า,ลาว,ศรีลังกา ,ญี่ปุ่น,ทิเบต,และิประเทศอื่นๆ
2/10/51 โพสต์โดย gorogozo
7 จาก 15
คัดส่วนหนึ่งจากบทความเรื่อง คู่มือมนุษย์ โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

"
คู่มือมนุษย์

เรื่อง ท่านชอบพุทธศาสนาในเหลี่ยมไหน (ต่อ)



พวกเราเองจะไปอ้างเอา "พุทธศาสนาเนื้องอก" มาถือว่าเป็นพุทธศาสนาไม่ได้ หรือ คนในศาสนาอื่นจะมาชี้ก้อนเนื้องอก เหล่านี้ซึ่งมีอยู่อย่างน่าบัดสี อย่างน่าละอายว่าเป็นพุทธศาสนา ก็ไม่ถูกเหมือนกัน คือไม่เป็นการยุติธรรม เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่พุทธศาสนา แต่เป็น "เนื้องอก" พวกเราที่จะช่วยกันจรรโลง พระพุทธศาสนาเพื่อให้เป็นที่พึ่ง แก่คนทั้งหลาย หรือเพื่อประโยชน์แก่ตัวเราเองก็ตาม จะต้องรู้จักจับฉวยให้ถูกตัวแท้ของพุทธศาสนา ไม่ไปถูกชิ้นเนื้อร้ายเนื้องอกดังที่กล่าวมาแล้ว

gg ๒๐ gg

แม้พุทธศาสนาตัวแท้ก็ยังมีหลายแง่หลายมุม ที่จะทำให้เกิดการจับฉวยเอาไม่ถูกความหมายที่แท้ ของพระพุทธศาสนาก็ได้

gg ๒๑ gg

ถ้ามองด้วยสายตาของนักศีลธรรม ก็จะเห็นว่า พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งศีลธรรม (Moral) เพราะมีกล่าวถึงบุญบาป ความซื่อตรง ดีชั่ว ความกตัญญูกตเวที ความสามัคคี ความเป็นคนที่เปิดเผยตัวเอง และอะไรต่าง ๆ อีกมากมาย ล้วนแต่มีอยู่ในพระไตรปิฎกทั้งนั้น แม้ชาวต่างประเทศก็มองดูในส่วนนี้อยู่มาก หรือว่าชอบพุทธศาสนา เพราะเหตุนี้ก็มีอยู่มาก

gg ๒๒ gg

พุทธศาสนาอีกส่วนหนึ่ง สูงขึ้นไปเป็นสัจจธรรม (Truth) คือ กล่าวถึงความจริงที่ลึกซึ้งเร้นลับ นอกเหนือไปกว่าที่คนธรรมดาสามัญ จะเห็นได้ ส่วนนี้ก็ได้แก่ความรู้เรื่องความว่างเปล่า ของสรรพสิ่งทั้งปวง (สุญญตา), เรื่องความไม่เที่ยง (อนิจจัง), ความเป็นทุกข์ (ทุกขัง), ความไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) ; หรือเรื่องการเปิดเผยว่าทุกข์เป็นอย่างไร เหตุให้เกิดทุกข์เป็นอย่างไร ความดับสนิทของทุกข์เป็นอย่างไร และวิธีปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์เป็นอย่างไร ; ในฐานะเป็นความจริงอันเด็ดขาด ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ (อริยสัจจ์) ซึ่งทุกคนควรจะต้องรู้ นี้เรียกว่าพุทธศาสนา ในฐานะเป็นสัจจธรรม

gg ๒๓ gg

พุทธศาสนา ในฐานะที่เป็นศาสนา (Religion) คือส่วนที่เป็นตัวระเบียบปฏิบัติ ซึ่งได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา กระทั่งผลที่เกิดขึ้นคือความหลุดพ้น และปัญญาที่รู้เห็นความหลุดพ้น ว่าเมื่อใครปฏิบัติแล้วจะหลุดพ้น ไปจากความทุกข์ได้จริง นี่เรียกว่า พุทธศาสนาในฐานะที่เป็นศาสนา

gg ๒๔ gg

เรายังมี พุทธศาสนาในเหลี่ยมที่เป็นจิตวิทยา (Psychology) เช่น คัมภีร์พระไตรปิฎกภาคสุดท้าย กล่าวบรรยายถึงลักษณะของจิตไว้กว้างขวาง อย่างน่าอัศจรรย์ที่สุด เป็นที่งงงันและสนใจแก่นักศึกษาทางจิต แม้แห่งยุคปัจจุบัน เป็นความรู้ทางจิตวิทยาที่จะอวดได้ว่าแยบคาย หรือลึกลับกว่าความรู้ทางจิตวิทยาของ โลกปัจจุบันไปเสียอีก

gg ๒๕ gg

พุทธศาสนายังมีเหลี่ยมความรู้ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นปรัชญา (Philosophy) คือสิ่งที่ทดลองไม่ได้ ยังต้องอาศัยการคำนึงคำนวณ ไปตามหลักแห่งการใช้เหตุผล แห่งการคำนึงคำนวณระบอบหนึ่ง แต่ถ้าเห็นแจ้งประจักษ์ได้ด้วยตา หรือด้วยการพิสูจน์ทดลองตามทางวัตถุ หรือแม้เห็นชัดด้วย "ตาใน" คือญาณจักษุก็ตาม เรียกว่า เป็นวิทยาศาสตร์ (Science) ได้ ความรู้อันลึกซึ้ง เช่นเรื่องสุญญตาย่อมเป็นปรัชญาสำหรับ ผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรมไปพลางก่อน ; แต่จะกลายเป็นวิทยาศาสตร์ทันที สำหรับผู้ที่บรรลุธรรมแล้ว เช่น พระอรหันต์ ; เพราะท่านได้เห็นแจ้งประจักษ์แล้ว ด้วยจิตใจของท่านเอง ไม่ต้องคำนึงคำนวณตามเหตุผล

gg ๒๖ gg

หลักพระพุทธศาสนาบางประเภท ก็เป็นวิทยาศาสตร์ โดยส่วนเดียว เพราะพิสูจน์ได้ชัดแจ้งด้วยความรู้สึกภายในใจ ของผู้มีสติปัญญา ; โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอริยสัจจ์เป็นต้น ถ้าผู้ใดมีสติปัญญาสนใจศึกษาค้นคว้าแล้วจะ มีเหตุผลแสดงอยู่ในลักษณะที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่มืดมัวเป็นปรัชญาเหมือนอย่างบางเรื่อง

gg ๒๗ gg

สำหรับบุคคลผู้บูชาวัฒนธรรม ก็จะพบว่ามีคำสั่งสอนใน พระพุทธศาสนาหลายข้อที่ตรงกับ หลักวัฒนธรรมสากล, และมีคำสอนอีกมาก ที่เป็นวัฒนธรรมของชาวพุทธ โดยเฉพาะซึ่งดีกว่า สูงกว่าวัฒนธรรมสากลอย่างมากมาย

gg ๒๘ gg

แม้พุทธศาสนาส่วนที่เป็นตรรกวิทยา (Logic) ซึ่งเป็นศาสตร์ที่โยกโคลงที่สุด ก็มีมากด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะในพวกพระอภิธรรมปิฎก บางคัมภีร์ เช่น คัมภีร์กถาวัตถุเป็นต้น

gg ๒๙ gg

แต่อย่างไรก็ตามอยากจะขอยืนยันว่า พุทธศาสนาเหลี่ยม ซึ่งชาวพุทธจะต้องสนใจที่สุด นั้นคือ เหลี่ยมที่เป็นศาสนา ซึ่งหมายถึงวิธีปฏิบัติโดยรวบรัด เพื่อให้รู้ความจริงว่าสิ่งทั้งปวงเป็นอะไร จนถอนความยึดถือหลงใหลต่าง ๆ ออกมาเสียจากสิ่งทั้งปวงได้ การกระทำเช่นนี้เรียกว่า เราเข้าถึงตัวพระพุทธศาสนา ในฐานะเป็นพุทธศาสนา : มีผลดียิ่งไปกว่าที่จะถือเป็นเพียงศีลธรรมขั้นพื้นฐาน และสัจจธรรมอันเป็นความรู้ที่ลึกซึ้งอย่างเดียว โดยไม่ปฏิบัติอะไร, และเป็นผลดีกว่าที่จะถือเป็นปรัชญา ที่มีไว้คิดไว้นึกไว้เถียงกันอย่างสนุก ๆ แล้วไม่ละกิเลสได้ หรือดีกว่าที่จะถือเป็นเพียงวัฒนธรรมสำหรับ การประพฤติที่ดีงามน่าเลื่อมใสในด้านสังคม แต่อย่างเดียว

gg ๓๐ gg

อย่างน้อยที่สุด เราทั้งหลายควรถือ พุทธศาสนาในฐานะเป็นศิลปะ (Art) ซึ่งในที่นี้หมายถึงศิลปะแห่งการครองชีวิต คือ เป็นการกระทำที่แยบคายสุขุม ในการที่จะมีชีวิตอยู่เป็นมนุษย์ให้ น่าดูน่าชมน่าเลื่อมใสน่าบูชา เป็นที่จับอกจับใจแก่คนทั้งหลาย จนคนอื่นไอใจทำตามเราด้วยความสมัครใจ ไม่ต้องแค่นเข็นกัน : เราจะมี ความงดงามในเบื้องต้น ด้วยศีลบริสุทธิ์ : มีความงดงามในท่ามกลาง ด้วยการมีจิตใจสงบเย็น เหมาะสมที่จะทำงานในด้านจิต : มี ความงดงามในเบื้องปลาย ด้วยความสมบูรณ์แห่งปัญญา คือรู้แจ้งสิ่งทั้งปวงว่าอะไรเป็นอะไร จนไม่มีความทุกข์เกิดขึ้นเพราะสิ่งทั้งปวงนั้น

gg ๓๑ gg

เมื่อใครมีชีวิตอยู่ด้วยความงาม 3 ประการ เช่นนี้แล้ว ถือว่าเป็นผู้มีศิลปะแห่งการดำรงชีวิต อย่างสูงสุด ชาวตะวันตกหันมาสนใจพุทธศาสนา ในฐานะเป็นศิลปะแห่งชีวิต โดยนัยนี้เป็นอันมาก และกล่าวขวัญกันมากกว่าแง่อื่น ๆ

gg ๓๒ gg

การที่เราเข้าถึงตัวแท้ของ พระพุทธศาสนา จนถึงกับนำมาใช้เป็นแบบแห่งการ ครองชีวิตได้นั้น มันทำให้เกิด ความบันเทิงรื่นเริงตามทางของธรรมะ ไม่เหงาหงอยไม่เบื่อหน่าย หรือหวาดกลัวดังที่เกรงกันอยู่ว่า ถ้าละกิเลสกันเสียแล้วชีวิตนี้จะแห้งแล้ง ไม่มีรสชาติอะไรเลย หรือถ้าปราศจากตัณหาต่าง ๆ โดยสิ้นเชิงแล้วคนเราจะทำอะไรไม่ได้ หรือไม่คิดทำอะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่โดยที่แท้แล้ว ผู้ดำรงชีวิตอยู่อย่างถูกต้อง ตามศิลปะแห่งการครองชีวิตของพระพุทธเจ้านั้น คือผู้มีชัยชนะอยู่เหนือสิ่งทั้งปวงที่เข้ามาแวดล้อมตน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บุคคลสิ่งของหรืออะไรก็ตาม จะเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และทางใจก็ตาม ย่อมจะเข้ามาในฐานะผู้แพ้ ไม่อาจจะทำให้เกิดความมืดมัว สกปรก เร่าร้อน ให้แก่ผู้นั้นได้ อากัปกิริยาที่เป็นฝ่ายชนะ อารมณ์ทั้งปวงนี้ ย่อมเป็นที่บันเทิงเริงรื่นอย่างแท้จริง : และนี่คือข้อที่ควรถือเป็นศิลปะในพุทธศาสนา

gg ๓๓ gg

ธรรมะในพระพุทธศาสนา จะให้ความเพลิดเพลินแก่จิตใจ ที่ต้องการธรรมะ นับได้ว่าเป็นอาหารจำเป็นอย่างหนึ่ง เหมือนกันคนที่ตกอยู่ใต้อำนาจของกิเลส ยังต้องการอาหารทางตา หู จมูก ลิ้น กาย แสวงหากันไปตาม วิสัยปุถุชนนั้นก็ถูกแล้ว แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งอยู่ลึก และไม่ต้องการอาหารอย่างนั้น สิ่งนี้คือวิญญาณ ซึ่งเป็นอิสระหรือบริสุทธิ์ ต้องการความบันเทิงเริงรื่น คืออาหารทางธรรมะ นับตั้งแต่ความยินดีปรีดา ที่รู้สึกว่าตนได้ทำอะไรอย่างถูกต้อง เป็นที่พอใจของผู้รู้ทั้งหลาย, มีความสงบระงับในใจชนิดที่ กิเลสมารบกวนไม่ได้ มีความเห็นแจ่มแจ้งรู้เท่าทัน สิ่งทั้งปวงว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ทะเยอทะยานในสิ่งใด, มีอาการเหมือนกับนั่งลงได้ ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมาเหมือนคนทั้งหลาย ชนิดที่ท่านให้คำเปรียบไว้ว่า "กลางคืนอัดควัน กลางวันเป็นไฟ"

gg ๓๔ gg

"กลางคืนอัดควัน" นั่น หมายถึงการนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายมือก่ายหน้าผาก คิดจะแสวงหาอย่างนั้นอย่างนี้ คิดจะกระทำเพื่อให้ได้เงิน ได้ลาภหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ตนปรารถนา อันเป็นควันกลุ้มอยู่ในใจ เพราะมันยังมืดค่ำ ลุกไปไหนไม่สะดวก ต้องทนนอนอัดควันอยู่

gg ๓๕ gg

ครั้นถึงเวลารุ่งขึ้น ก็ออกวิ่งว่อนไปตามความต้องการของ "ควัน" ที่อัดไว้เมื่อคืน นี่เรียกว่า "กลางวันเป็นไฟ" เป็นอาการของจิตใจที่ไม่ได้รับความสงบ ไม่ได้รับอาหารทางธรรมเป็นความหิวกระหาย ไปตามอำนาจของ กิเลสและตัณหา : "กลางคืนอัดควัน" ร้อนกลุ้มอยู่แล้วตลอดคืน ; "กลางวันยังเป็นไฟ" คือ ทั้งร้อนทั้งไหม้อะไรไปในตัวเสร็จ ตลอดทั้งวันแล้วจะหา ความสงบเยือกเย็นอย่างไรได้

gg ๓๖ gg

ถ้าคนเราต้อง "กลางคืนอัดควันกลางวันเป็นไฟ" ไปจนตลอดชีวิต ถึงตายแล้ว จะเป็นอย่างไรบ้าง ขอให้ลองคิดดู เขาเกิดมาทนทุกข์ทรมานจนตลอดชีวิต คือนับตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเน่าเข้าโลง ไปทีเดียว โดยไม่มีสติปัญญาที่จะระงับดับไฟ ดับควันนั้นเสียเลย บุคคลชนิดนี้จะต้องอาศัยสติปัญญาของ บุคคลประเภทพระพุทธเจ้า สำหรับช่วยแก้ไขให้เบาบางลงตามส่วน เมื่อเขาได้เข้าใจสิ่งทั้งหลายทั้งปวงถูกต้อง ตามความเป็นจริงมากขึ้นเท่าไร ควันหรือไฟก็จะลดน้อยลงเท่านั้น

gg ๓๗ gg

ทั้งหมดนี้เป็นการชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เรียกว่าพุทธศาสนานั้น มีลักษณะหลายเหลี่ยมหลายมุม เหมือนกับภูเขาลูกเดียว มองจากทิศต่าง ๆ กัน ก็เห็นรูปต่าง ๆ กัน ได้ประโยชน์ต่าง ๆ กัน แล้วแต่ใครจะมองอย่างไร แม้พระพุทธศาสนา จะมีมูลมาจากความกลัว ก็ไม่ใช่ความกลัวที่โง่เขลา ของคนป่าเถื่อน จนถึงกับนั่งไหว้รูปเคารพ หรือไหว้สิ่งที่มีปรากฏการณ์แปลก ๆ : แต่เป็นความกลัวชนิดที่สูงด้วยสติปัญญา คือกลัวว่าจะไม่ได้รอดพ้น ไปจากการบีบคั้นของความเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือความทุกข์ทั้งหลาย ที่เรามองเห็น ๆ กันอยู่

gg ๓๘ gg

พุทธศาสนาตัวแท้ ไม่ใช่หนังสือ ไม่ใช่คัมภีร์ ไม่ใช่เสียงบอกเล่าตามพระไตรปิฎก หรือตัวพิธีรีตองต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่ตัวแท้ของพระพุทธศาสนา ตัวแท้ต้องเป็น ตัวการปฏิบัติด้วยกายวาจาใจ ชนิดที่จะทำลายกิเลส ให้ร่อยหรอหรือหมดสิ้นไปในที่สุด ; ไม่สิ่งภายนอก เช่น ผีสางเทวดา แต่ต้องเนื่องด้วยกายวาจาใจโดยตรง คือจะต้องบากบั่นกำจัด กิเลสให้หมดสิ้นไป จนเกิดความรู้แจ่มแจ้ง สามารถทำอะไรให้ถูกต้อง ได้ด้วยตนเอง ไม่มีความทุกข์เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นจนอวสาน นี่แหละคือตัวแท้ของพระพุทธศาสนา ในส่วนที่เราจะต้องเข้าถึงให้จงได้ อย่าได้ไปหลงยึดเอาเนื้องอกที่หุ้มห่อ พระพุทธศาสนา มากถือว่าเป็น ตัวพระพุทธศาสนากันเลย

gg ๓๙ gg

สิ่งที่รู้จักยากที่สุด
สิ่งที่รู้จัก
ยากที่สุด
กว่าสิ่งใด

ไม่มีสิ่ง
ไหนไหน
ได้ยากเท่า

สิ่งนั้นคือ
ตัวเอง
หรือตัวเรา

ที่คนเขลา
หลงว่ากู
รู้จักดี

ที่พระดื้อ
เณรดื้อ
และเด็กดื้อ

ไม่มีรื้อ
มีสร่าง
อย่างหมุนจี๋

เพราะความรู้
เรื่องตัวกู
มันไม่มี

หรือมีอย่าง
ไม่มี
ที่ถูกตรง

อันตัวกู
ของกู
ที่รู้สึก

เป็นตัวลวง
เหลือลึก
ให้คนหลง

ส่วนตัวธรรม
เป็นตัวจริง
ที่ยิ่งยง

หมดความหลง
"
22/7/52 โพสต์โดย Armata23
8 จาก 15
คุณเกี่ยวกับมนุษย์ตอบเป็นอยู่อย่างเดียวคือ 0 หรือครับ?
เห็นทุกกระทู้เลย
1/9/52 โพสต์โดย หeะiiหeง
9 จาก 15
ศาสนาแห่งเหตุผล ศาสนาที่มนุษย์ และเทวดากราบไหว้




อัลเบิร์ต ไอสไตล์ กล่าวถึงพระพุทธศาสนาก่อนเสียชีวิต

ถึงแม้อัลเบิร์ต ไอสไตล์ ได้จากโลกนี้ไปโดยที่เขายังไม่สามารถค้นพบตำตอบตามที่เขากำลังต้องการก็ตาม แต่ไอสไตล์ได้ทิ้งคำพูดที่เป็นปริศนาที่สำคัญมากให้กับมนุษยชาติ ในช่วงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของเขา อัลเบิร์ตได้เริ่มสงสัยแล้วว่า พระพุทธศาสนาอาจจะเป็นศาสนาที่ให้คำตอบต่อคำถามที่เขากำลังพยายามค้นหา ในช่วง 1 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนั้น มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน ได้ตีพิมพ์งานเขียนชิ้นหนึ่งของเขาชื่อเรื่อง " The Human Side " ซึ่งนักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลผู้นี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายให้เป็นปริศนาแห่งโลกอนาคตว่า

The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend personal God and avoid dogma and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If there is any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism. (Albert Einstein)
"ศาสนาในอนาคต จะต้องเป็นศาสนาสากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรจะเว้นคำสอนแบบสิทธันต์ (คือเป็นแบบสำเร็จรูปที่ให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว) และแบบเทววิทยา(คือพึ่งเทวดาเป็นหลักใหญ่) ศาสนานั้นเมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ จึงควรมีรากฐานอยู่บนสามัญสำนึกทางศาสนาที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือ ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างเป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนาตอบข้อกำหนดนี้ได้....ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา
7/1/53 โพสต์โดย อสูรโลกันต์
10 จาก 15
หัวใจของศาสนาพุทธ เป็น อิทัปปัจยตา หรือเรียกว่า ตถตา ก็ได้สั้นดี มีศาสดาผู้ไม่ถือตัวไม่ถือว่าตนยิ่งใหญ่กว่าผู้ใด เพราะท่านได้เรียกตนเองว่า ตถาคต สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็คือตถาคต เราก็คือตถาคต ท่านก็คือตถาคต แมวก็คือตถาคต ....
8/2/53 โพสต์โดย 74c73r
11 จาก 15
ทางหลุดพ้นจากความทุกข์   ด้วยหลักของ เหตุ และ ผล
21/2/53 โพสต์โดย ซิเต็ง
12 จาก 15
พุทธะ  หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ศาสนา  หมายถึง  คำสั่งสอน
6/6/53 โพสต์โดย คนบนเขา
13 จาก 15
ดเกเด
1/7/53 โพสต์โดย Unlock Blackberry Curve 8520
14 จาก 15
พุทธศาสนา คือ วิชาความรู้ที่ว่าด้วยความจริงของโลกและชีวิต สอนเรื่องทุกข์ กับการดับทุกข์ ... เท่านั้น
11/7/53 โพสต์โดย Darkcoder
15 จาก 15
คำสั่งสอนของท่านผู้รู้ ซึ่งเป็นคำสอนในเรื่องการดับทุกข์ของจิตใจมนุษย์ใปจจุบัน


ลองศึกษารายละเอียดจากเว็บนี้ดู
---------------------------------------------------
ขอเชิญปัญญาชนคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย ศึกษาพุทธศาสนาดั้งเดิมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้

อันเป็นหลักคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า ที่ยังไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ผิดเพี้ยนมาก่อน

ซึ่งเป็นหลักวิทยาศาสตร์  ที่มีเหตุผล  พิสูจน์ได้  ไม่มีความงมงาย และไม่มีใครจะโต้แย้งด้วยเหตุผลได้

ที่ทุกคนสามารถจะ "เข้าใจ" และ "เห็นแจ้ง" ได้  หรือศึกษาแล้วเกิดดวงตาเห็นธรรมได้

ที่เว็บ  "ฉันคืออะไร?"   www.whatami.net  -  เว็บไซต์สำหรับบุคคลอัจฉริยะ
14/11/53 โพสต์โดย whatami.net
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
โอวาทปาติโมกข์ : คือพระคาถาที่มาหลักคำสอนที่เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนามีอะไรบ้าง
ถามเรื่อง ศาสนากันบ้างดีกว่า
พระพุทธศาสนาในญี่ปุ่นต่างกับประเทศไทยอย่างไร
พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้คนกลัวกรรม เป็นทาสหรืออยู่ใต้อำนาจของกรรม แต่สอนให้คนรู้จักและควบคุมกรรมของตนในปัจจุบัน
ข้อสอบ ประวัติพระพุทธศาสนา 000158
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู