หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
คนเดินดินกินชายสี่ กับ นิพพาน
คนที่ใช้ชีวิตแบบธรรมดา มีโอกาสได้สัมผัสความสงบที่เรียกว่า นิพพานได้มั่งไหมครับ
ตอนแรกๆก็ไม่ค่อยจะเชื่อ พอลอง ทำเข้า ทำเข้า ทุกวัน ทุกวัน มาเป็นเวลานานหลายปี ชักเริ่มไม่ชัวร์ พอมาเรียนพระอภิธรรม ท่านว่าไว้ นิพพานสำหรับปถุชน ดันมีซะงั้น .... (ท่านหมายถึงพระพุทธเจ้า)
คือให้เรียนจากคัมภีร์แล้วหมายเอา สำนักลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีท่านสอนไว้ว่าไงมั่งครับ เกี่ยวกับให้หมายเอานิพพานเนี่ย

โง่ๆ อย่างผมก็มีหลักวิชาการนะจะบอกให้ แปลภาษาบาลีเป็นแว้วววว
ศาสนา | ธรรมะ 14/2/55 โพสต์โดย ตาย 26 เมษา
คำตอบ
1 จาก 8
นิพพาน.... น่าสนใจค่ะ  รออ่านคำตอบคุณโบยากุจังค่ะ  //
15/2/55 โพสต์โดย Queen of Pirate
2 จาก 8
ละได้รึยังครับ
15/2/55 โพสต์โดย panubkk
3 จาก 8
...ต้องได้แน่นอนอยู่แล้วคะ พี่ชาย....แต่สังสัย คะ นิพพาน เนี้ย มีไว้สำหรับ..คนไม่ธรรมดาหรอคะ...คนไม่ธรรมดาเป็นคนยังงัยคะ พี่ชาย ...

สวัสดียามดึกคะ พี่ชาย
15/2/55 โพสต์โดย praia
4 จาก 8
รอท่านอาจารย์ตัวจริง 555
15/2/55 โพสต์โดย LoGaRiThmLogiS1
5 จาก 8
เรียกว่า นิพพานโดยปริยาย คือการดับกิเลส อันได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ ได้เป็นครั้งเป็นคราว หรือดับได้เพียงบางส่วน

http://www.nabia10.com/sara/nipan.html
15/2/55 โพสต์โดย มารีอา
6 จาก 8
นิพพานที่แปรว่า เย็น หรือเปล่าครับ
กายเย็น ใจเย็น จิตเย็น ...
15/2/55 โพสต์โดย รักคนนอน
7 จาก 8
นิพพาน แปลว่า ดับไม่มีเชื่อ สูญจากกิเลส เป็นที่ไปถึงแล้วไม่กลับมาอีก ไม่เกิดมาจมกองทุกข์อีก
15/2/55 โพสต์โดย เหล่าแปะ
8 จาก 8
สาธุครับ  

ธรรมข้อนี้ไม่มีความรู้เลยครับ  ผมไม่ได้ศึกษาปริยัติ แบบจริงจัง   แต่เคยได้ยินมาเช่นกันประมาณว่า  เมื่อจิตเราว่างจากกิเลส  ก็คืออารมณ์พระนิพพาน  ดังนั้นวันหนึง่ๆเราอาจจะได้ถึงซึ่งพระนิพพานแล้วหลายต่อหลายครั้ง  แต่ว่าอาสวะนี้ไม่ได้ถูกกำจัดไปโดยปัญญา  จึงทำให้ อาสวะกิเลสนี้กลับมามีพละกำลังในการควบคุมจิตใจเราอีกครั้ง  ดังนั้นเราจึงจะต้องพัฒนาจิตใจให้ได้มาซึ่งปัญญาเพื่อที่จะไปกำจัดอาสวะกิเลสทั้งหลายให้หมดไปอย่างถาวร เมื่อกำจัดได้ถาวร อันนี้น่าจะเรียกว่าพระนิพพานของแท้ครับ

ส่วนที่ว่าหลวงพ่อฤาษีท่านว่าไว้อย่างไงอันนี้ก็ไม่แน่ใจครับ  แต่ท่านบอกว่าถ้าตัดกิเลสได้ก็ไปนิพพานได้(หมายถึงการใช้มโนมยิทธิ)แต่ถ้าไม่ได้ใช้ปัญญาในการตัดกิเลสให้หมดไปอย่างที่บอกไว้ตอนแรก เราก็จะถูกกิเลสครอบงำอีกครั้ง  โดยการใช้มโนมยิทธินี้สามารถนิพพานระหว่างวันจะกี่ครั้งก็ได้

ผมไม่ใช่ลูกศิษย์โดยตรงของสายหลวงพ่อฤาษีไม่แน่ใจว่าถูกผิดอย่างไร   เพราะผมศึกษาการปฏิบัติ ปฏิปทา และเคารพในพระสงฆ์ทุกๆรูปเท่าๆกันหมดครับ ผมไม่ค่อยยึดว่าจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้  แต่ผมต้องการรู้และเข้าใจในการประพฤติปฏิบัติในทุกๆรูปแบบ  ไม่ว่าจะสายหลวงปู่มั่น(พุธโธ) หลวงพ่อสด(สัมมาอรหัง)  สายวิปัสสนาล้วนและสติปัฏฐานสี่  หลวงพ่อฤาษี(นะมะ พะทะ) หลวงพ่อจลัญ มหายาน เซน คริสต์ ฮินดู ฯลฯ เหมือนกับว่าวันหนึ่งผมจะต้องนำความรู้ทั้งหลายนี้ไปแนะนำให้แก่พุทธบริษัท โดยให้เหมาะสมแก่จริตและบุรพกรรม จึงต้องศึกษาไว้ให้มากๆ

ช่วงหลังมานี้ผมไม่ได้ศึกษาปริยัติเพิ่มเติมเลย (รวมทั้งไม่ค่อยมีเวลาเล่น เน็ต เล่นกูรูด้วย ฮิๆๆ) เป็นเพราะว่าผมคิดว่าความรู้แค่นี้ก็คงพอเอาตัวรอดได้แล้วละ ผมจึงลงมือปฏิบัติอย่างเดียว และคาดว่าจะปฏิบัติเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  

     สุดท้ายขอฝากหลักในการดูใจตนเอง หรือทดสอบจิตตนเอง ว่ากำลังประพฤติปฏิบัติถูกต้องตามธรรม วินัยของพระพุทธองค์หรือเปล่า มีอยู่8ข้อ ใช้8ข้อนี้ในการเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก(ไม่ต้องไปเสียเวลาจำอย่างธรรมวินัยอื่นๆเลยถ้าจำ8ข้อนี้ได้)  โดยพระพุทธองค์ประทานไว้แก่ผู้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ หรือชอบปฏิบัติธรรมเพียงคนเดียว โดยไม่ต้องไปสอบถามกับผู้ใดว่าตนเองปฏิบัติถูกทางหรือเปล่า ดังนี้

1.ธรรมใด วินัยใด คำสอนใด ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ทำให้ความกำหนัดเพิ่ม ธรรมนั้น วินัยนั้น คำสอนนั้น มิใช่ของเราตถาคต
2.ธรรมใด วินัยใด คำสอนใด ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ทำให้ติดในภพ ธรรมนั้น วินัยนั้น คำสอนนั้น มิใช่ของเราตถาคต (อยากเกิดเป็นโน่นเป็นนี่)
3.ธรรมใด วินัยใด คำสอนใด ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ทำให้กิเลสเพิ่ม ธรรมนั้น วินัยนั้น คำสอนนั้น มิใช่ของเราตถาคต
4.ธรรมใด วินัยใด คำสอนใด ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ทำให้เป็นผู้มักมาก ธรรมนั้น วินัยนั้น คำสอนนั้น มิใช่ของเราตถาคต
5.ธรรมใด วินัยใด คำสอนใด ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ทำให้ไม่สันโดษ ธรรมนั้น วินัยนั้น คำสอนนั้น มิใช่ของเราตถาคต (สันโดษในปัจจัยสี่ เป็นอันดับแรกเลยจะดีมาก)
6.ธรรมใด วินัยใด คำสอนใด ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ทำให้ขี้เกียจเพิ่ม ธรรมนั้น วินัยนั้น คำสอนนั้น มิใช่ของเราตถาคต
7.ธรรมใด วินัยใด คำสอนใด ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ทำให้คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ธรรมนั้น วินัยนั้น คำสอนนั้น มิใช่ของเราตถาคต (ทำอะไรคนเดียวไม่เป็น ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน)
8.ธรรมใด วินัยใด คำสอนใด ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ทำให้เลี้ยงดูยาก ธรรมนั้น วินัยนั้น คำสอนนั้น มิใช่ของเราตถาคต (อันนี้น่าจะสำหรับพระสงฆ์  แต่ว่าฆราวาสอย่างเราๆก็ใช้ได้เช่นกัน)
15/2/55 โพสต์โดย โบยากุจัง
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
พระนิพพานคืออัตตาแหล่งสราญ?จริงหรือไม่ในใจคุณ
นิพพานแล้วได้อะไร
ใครบรรลุนิพพาน นั้นหมายความว่า ละสังขาร(ตาย)
มนุษย์ปัจจุบัน..ฉลาดและคิดมากไปไหม ธรรมมะไม่ไปถึงไหนสักที..?
<<<<...ตายก่อนตาย เป็นยังไง...>>>>
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู