ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256224)
คอมพิวเตอร์ (158473)
การศึกษา (154031)
สังคม (54467)
สุขภาพ (44616)
เกมส์ (41331)
ชอปปิ้ง (19144)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16149)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10421)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8744)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
ประวัตินักเขียนไทย สรจักร
อีคิว
เกมส์ทายปริศนา
แชท
ประวัติและผลงาน
นามปากกา สรจักร    /    สรจักร  ศิริบริรักษ์   /    เภสัชกรสรจักร  ศิริบริรักษ์  

สรจักร  ศิริบริรักษ์   เกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2498   เป็นบุตรคนที่สองของครอบครัวลูกห้า บิดา – นายชัยบุรี ศิริบริรักษ์ รับราชการในกรมชลประทาน และมารดา - นางสมถวิล  ศิริบริรักษ์ เป็นข้าราชการครู  หนึ่งปีถัดมา ครอบครัวย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในขณะนั้นเศรษฐกิจกำลังรุ่งเรืองจากผลของการเข้ามาตั้งฐานทัพของกองทัพสหรัฐในช่วงสงครามเวียดนาม ครอบครัวศิริบริรักษ์มีกิจการบังกะโลให้ทหารอเมริกันเช่า 45 หลัง ตั้งฟาร์มไก่เนื้อ/ไข่ หมู วัว ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และลูกทั้งห้าคนถูกสอนให้มีส่วนช่วยในกิจการตั้งแต่เด็ก โดยเด็กชายสรจักรทำหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวนเก็บเงินค่าเช่าบังกะโลและเงินผ่อนที่ดินจัดสรรหลังเลิกเรียน จึงมีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวชีวิตนอกห้องเรียนของคนหลากภาษาหลายอาชีพตั้งแต่เด็ก รวมไปถึงเรียนรู้เทคนิคการเจรจาต่อรอง ทวงหนี้ และหาวิธีนำเงินสดที่เก็บจากลูกค้าวันละร่วมหมื่นกลับบ้านด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัย
เมื่อเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวราวปี 2510 ครอบครัวศิริบริรักษ์ได้ขยับขยายย้ายเข้ากรุงเทพฯ อย่างค่อยเป็นค่อยไป  หลังจบมัธยมศึกษาปีที่สาม จากโรงเรียนอัสสัมชัญ นครราชสีมา สรจักรได้ย้ายเข้ากรุงเทพ ฯ เพื่อเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนวัดราชโอรส และสอบเข้าเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีความสนใจพืชสมุนไพรไทยเป็นตัวกระตุ้น
หลังจบปริญญาเภสัชศาสตร์บัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2521 สรจักรเลือกทำงานในชนบท โดยเริ่มงานในตำแหน่งลูกจ้างของโรงพยาบาลขนอม  อำเภอขนอม  จ.นครศรีธรรมราช  รับค่าจ้างเริ่มต้น ในอัตราเดือนละ 750 บาท และได้เรียนรู้การดำรงชีวิตแบบชาวบ้านชนบท ปลูกผัก จับปลาทะเล ดำน้ำ เดินป่าหาสมุนไพร ซึ่งประสบการณ์ตรงเหล่านี้ รวมทั้งการช่วยแพทย์ผ่าตัด ชันสูตรศพ ฉีดศพ ฯลฯ  ได้กลายเป็นข้อมูลที่สำคัญยิ่งในการผลิตงานเขียนในเวลาต่อมา
หลังจากศึกษาต่อปริญญาโท ด้านสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต จากม.มหิดล สรจักรขอย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพในตำแหน่งเภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ  กระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปี  2536 – ปัจจุบัน
(คัดลอกบางส่วนจาก " คนสองวิญญาณ " ของสรจักร สนพ.มติชน)
บันทึก #1 7 ต.ค. 2553 20:28:52
เพื่อความสะดวกในการค้นคว้า ขอนำประวัติเพิ่มเติมจาก http://www.neofarmthailand.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539154452&Ntype=777    
ชีวิตกับงานเขียน      สรจักรชอบอ่าน แต่ไม่ชอบเขียน เขาเคยบอกกับคนสนิท  เช่นนี้แล้ว เขากลายเป็นนักเขียนได้อย่างไร?นิสัยประการหนึ่งของสรจักรคืออยู่นิ่งไม่เป็น  ถ้าว่าง เขาจะหยิบอะไรก็ได้ที่มีตัวอักษรขึ้นมาอ่าน  แม้แต่ถุงกล้วยแขกก็ยังถูกเขาแกะอ่าน สรจักรอ่านหนังสือเร็วมาก และเก็บความได้ทันที
    สิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูในวัยเด็กมีบทบาทสำคัญต่อการผลิตงานเขียนของสรจักร บิดาของเขาเป็นนักอ่านที่เอาจริงเอาจัง ทำห้องหนังสือและชั้นวางหนังสือไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ กับทั้งยังหาหนังสือแปลมาสะสมและคัดเลือกงานเขียนต่างประเทศที่เหมาะกับเด็กมาเพิ่มเติมเสมอ ขณะที่มารดาซึ่งเป็นครูภาษาไทยก็ได้จัดหาวรรณคดีที่มีคุณค่ามาใส่ไว้เช่นกัน นิตยสารเล่มโปรดของทุกคนในบ้านคือบางกอก กุลสตรี  ลลนา และฟ้าเมืองไทย สรจักรอ่านหนังสือทุกประเภท แต่ค่อนข้างประทับใจงานวรรณกรรมประเภทเรื่องสั้นหักมุม(twist ending) เป็นพิเศษ ส่วนงานวรณกรรมที่เขาชอบที่สุดคือลิลิตพระลอ

    สรจักรตั้งใจทำหน้าที่นักอ่านอย่างซื่อสัตย์  ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นนักเขียน และไม่คิดว่าตัวเองจะเขียนเป็น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2536 เมื่อย้ายเข้ามาใช้ชีวิตในกทม. ค่าครองชีพที่แตกต่างอย่างมากจนชักหน้าไม่ถึงหลัง  บีบให้สรจักรต้องหารายได้เสริม เขาจึงเขียนเรื่องสั้น 6 เรื่องขณะนั่งรถไฟไปนครศรีธรรมราช และนำเสนอบรรณาธิการนิตยสารพลอยแกมเพชรเพื่อพิจารณา เพียงไม่ถึงสัปดาห์ก็ได้รับคำตอบว่ายินดีรับงานเขียนทั้ง 6 ชิ้น และให้เป็นนักเขียนประจำในคอลัมน์ “อำพรางอำยวน”

    “ผีหลอก” เป็นผลงานชิ้นแรกที่ตีพิมพ์ในนิตยสารพลอยแกมเพชร  และต่อมาได้รับผิดชอบคอลัมน์ประจำในนิตยสารอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น จันทร์  ดีไลท์  รุ้ง วารสารหมออนามัย  คู่ครัว  แพรว  ศรีสยาม  ผู้หญิงวันนี้  ผาสุก  เปรียว  และงานเขียนไม่ประจำในนิตยสารอื่น รวมทั้งหนังสือพิมพ์มติชน

    ในปี พ.ศ. 2545 สรจักรเริ่มรู้สึกว่าตนเองมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ  เขียนหนังสือด้วยตัวอักษรที่เล็กลงจนแทบอ่านไม่ออก  ทำให้เกิดปัญหาในการจัดทำต้นฉบับ และการค้นคว้าข้อมูล  แพทย์วินิจฉัยว่าเขาป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน  ซึ่งวงการแพทย์ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด และไม่อาจหยุดยั้งมันได้  ทำให้เขาต้องค่อยๆ  ลดงานเขียนในนิตยสารต่างๆ และเลิกหมดในปลายปี พ.ศ. 2552

    แต่แล้ว ด้วยกำลังใจจากเพื่อนร่วมงาน  และแฟนหนังสือที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ รวมไปถึงการส่งกำลังใจผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ผลงานเล่มใหม่ รวมเรื่องสั้น “วิญญาณครวญ”  ก็ได้ปรากฏตัวเงียบๆ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2553 และตามมาด้วย “คนสองวิญญาณ”

    ผลงานงานวิจัยชิ้นหนึ่ง กล่าวถึงเรื่องสั้นของสรจักรว่า งานเขียนมีจุดเด่นตรงที่ “กระชับ หักมุม มีเหตุผลในตัว และที่สำคัญที่สุด ความรู้วิชาการต้องเป็นจริง อ้างอิงได้ เพื่อประโยชน์แก่ผู้อ่าน พร้อม ๆ กับการได้รับความเพลิดเพลินในอรรถรส..... “
บันทึก #2 7 ต.ค. 2553 20:29:31
งานเขียนของสรจักร จำแนกได้เป็น 4 กลุ่ม คือวรรณกรรมเรื่องสั้น งานเขียนอาชญคดี งานเขียนด้านสุขภาพ และงานเขียนจิปาถะ  ดังนี้

    1.วรรณกรรมเรื่องสั้น   มี 2 ชนิดคือ  เรื่องสั้นขนาดยาวชื่อจิตกาธาน กับเรื่องสั้นหักมุม  ประมาณ  200 เรื่อง  เขียนเพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ ราวปี 2536 เป็นต้นมา สำนักพิมพ์มติชนได้นำเรื่องสั้นมารวมเล่มเป็นชุด  เรียกกันว่า “สามศพ สามผี”

ชุดสามศพ ประกอบด้วยรวมเรื่องสั้น 3 เล่มคือ ศพใต้เตียง ศพข้างบ้าน และ ศพท้ายรถ

ชุดสามผี ประกอบด้วยรวมเรื่องสั้น 3 เล่มคือ ผีหัวเราะ(ดาวโจร สนพ. ศรีสารา) ผีหัวขาด และ ผีหลอก(อำพรางอำยวน สนพ. ศรีสารา)

และเมื่อเสร็จตามเป้า สรจักร ก็หายไปจากวงวรรณกรรม  จนถึงปี 2553 เขากลับมาอีกครั้งพร้อมเปิดตัวเรื่องสั้นชุดใหม่ คือ “สามวิญญาณ” ทำให้ผลงานกลายเป็น “สามศพ  สามผี สามวิญญาณ “

    ชุดสามวิญญาณ เป็นชุดที่น่ากล่าวถึงเป็นพิเศษคือ หลังจากหยุดเขียนเรื่องสั้นไปนานถึง 9 ปี  สรจักรได้กลับมาทำงานเขียนอีกครั้งเมื่อต้นปี พ.ศ.2553  เขาได้เขียนเรื่องสั้นใหม่ 12 เรื่องภายใน 3 เดือน และตีพิมพ์ในชื่อวิญญาณครวญ จากนั้นสรจักรก็เขียนต่ออีก 12 เรื่องและส่งให้สำนักพิมพ์มติชนตีพิมพ์ในชื่อคนสองวิญญาณ  

    เขาตั้งใจว่าจะพักงานเขียน 1 ปีจึงจะผลิตวิญาณเล่มสุดท้าย ในขณะนี้จึงยังคงเป็น “สามศพ สามผี สองวิญญาณ “

เรื่องสั้นทั้งหมดในชุดสามวิญญาณ เป็นงานเขียนที่ไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน(ยกเว้นเรื่องกรอย)     จัดเป็นงานเขียนยุคที่สองของสรจักร ซึ่งห่างจากสองชุดแรกเกือบสิบปี  

    กำลังใจ
    สรจักรได้บอกกับเพื่อนว่า   เขาทำงานเขียนได้มากมายเพราะได้รับกำลังใจและการต้อนรับจากผู้อ่านด้วยดี มีการพิมพ์ซ้ำทุกเล่ม เช่นศพใต้เตียง ถึงวันนี้ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 27 ศพท้ายรถครั้งที่ 26 ฯลฯ มีการนำไปทำภาพยนตร์  ทำวิจัย   และมีการตั้งสมญานามว่า สตีเฟน คิง เมืองไทย  

    เขาได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติ แต่อึดอัด เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบผลงานของสตีเฟน คิง และเคยอ่านงานของเขาเพียงสองเรื่อง คือ IT กับ Needful Things อีกประการหนึ่งคือ เกรงว่าผู้อ่านจะตั้งความหวังไว้ล่วงหน้าว่างานสรจักรจะต้องเป็นแนวเดียวกับสตีเฟน คิง  มันทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะงานสรจักรก็คือสรจักร  เวลาเขียนไม่เคยสนใจว่าจะต้องทำกลิ่นไอให้เหมือนใคร  และอันที่จริง ปราย พันแสง  ผู้เริ่มต้นให้เกิดสมญานาม สตีเฟน คิง เมืองไทย ไม่ได้กล่าวถึงสรจักรและสตีเฟน คิงไว้ในแง่มุมของสไตล์งานเขียน  เพียงกล่าวว่า

” สรจักรวางพล็อตดี ภาษากระชับ เดินเรื่องฉึบฉับทันใจ จะว่าไปเขียนหนังสือได้น่าอ่านกว่าสตีเฟ่น  คิง  ราชาเรื่องสยองชื่อดังของฝรั่งเขาอีก... เอ้า จริงๆ”
บันทึก #3 7 ต.ค. 2553 20:29:55
2. งานเขียนอาชญคดีที่มิใช่นิยาย

เป็นการติดตามรวบรวมข้อมูลคดีฆาตกรรมระดับโลกที่เกิดขึ้นจริงจากแหล่งต่างๆ นำมาเขียนในแง่มุมเพื่อการศึกษา  ประชาชนทั่วไปสามารถใช้เป็นอุทาหรณ์ และเป็นประโยชน์ในการป้องกันเหตุร้ายรอบตัว ตัวอย่างเช่น วิปลาสฆาตกรรม เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร   ฆาตกรในเสื้อกาวน์ ,   ฆาตกรสาวเสื้อกาวน์เลือด   นักฆ่าบ้ากาม ฯลฯ

    3. งานเขียนด้านสุขภาพ

งานเขียนแนวนี้   เป็นการใช้ความรู้ทางเภสัชเวท  เภสัชพฤกษศาสตร์ และเภสัชวิทยาที่ได้ศึกษามาห้าปีเต็ม นำมาประยุกต์เป็นบทความอ่านเข้าใจง่าย เพื่อประโยชน์แก่คนทั่วไป เช่น เภสัชโภชนา 1 เภสัชโภชนา  2      เภสัชโภชนา  3 โดยสนพ.ศรีสารา(ได้รับรางวัลชมเชยประเภทสารคดี  หนังสือดีเด่น  งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ  2542) พลังมหัศจรรย์ในอาหาร (สนพ.เปรียว) เจ้าหญิงผลไม้ เจ้าชายผัก แห่งอาณาจักรสุขภาพดี  (สนพ.มติชน )พลังมหัศจรรย์ในน้ำผักผลไม้ 1  พลังมหัศจรรย์ในน้ำผักผลไม้  2 สุดยอดสมุนไพรเพื่อสุขภาพ (ซีเอ็ด)  

    4. งานเขียนจิปาถะ

           เป็นการรวมเล่มงานเขียนหลากสไตล์จากนิตยสารต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสบายๆ ขำขัน สรจักรเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาเขียนเรื่องเหล่านี้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หลังจากเคร่งเครียดจากงานเขียนจำพวกสยองขวัญ เช่น พักยิ้ม1  พักยิ้ม2  เล่าสู่กันฟัง 1 เล่าสู่กันฟัง  2   เล่าสู่กันฟัง  3  เก็บมาเล่าเอามาฝาก  จับโกหกนอสตราดามุส ฯลฯ

           เนื่องจากงานเขียนของสรจักรมีมาก ผู้เขียนอาจรวบรวมมาได้ไม่ครบถ้วน  จึงต้องกล่าวขออภัย และขออนุญาตจบดื้อๆ ด้วยบางส่วนของคำนำในหนังสือผีหัวเราะ

ฉันกลุ้มใจ   เด็กกินหวาน  ผู้ใหญ่ชอบขม

หารือช้อนตวง  “ ปรุงรสอะไรดี ? “

ช้อนตวงหัวเราะ

" ปรุงรสของเธอเอง “

                       ด้วยเหตุนี้กระมัง รสชาติงานเขียนของสรจักร  จึงมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

เรียบเรียงโดย
สุรศักดิ์ รักหมาน
คำตอบ (0)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
การโพสต์คำตอบถูกปิดใช้งาน
Google ค้นเว็บ
Google ค้นรูป
เลือกวิดีโอ YouTube
ค้นหา
ป้อน URL
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาภาพ
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อค้นหาวิดีโอ
ช่องค้นหาต้องไม่ว่างเปล่า
วาง URL ในช่องด้านล่าง:
ไม่สามารถโหลดเว็บไซต์ได้
ค้นหาใน YouTube
เพิ่มลิงก์วิดีโอ
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
0
การดู
5184
ติดตาม
1
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว