ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256213)
คอมพิวเตอร์ (158471)
การศึกษา (154025)
สังคม (54467)
สุขภาพ (44616)
เกมส์ (41330)
ชอปปิ้ง (19144)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16149)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10421)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8744)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
กูรูสตาร์ *127* - - - -29 พฤศจิกายน วันสิทธิ ความหลากหลายทางเพศ- - - -
วันสำคัญ
กูรูสตาร์
วัน
เพศที่ 3
เพศ
              สิทธิความหลากหลายทางเพศ ... จนกว่าจะถึงวันฟ้าใส

ธัญญา ใจดี

         เดือนพฤศจิกายนมีความสำคัญในแง่ของสิทธิมนุษยชนต่อคนอย่างน้อยสองกลุ่มในสังคมไทย กลุ่มแรกเป็นผู้หญิง เนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนสากลว่าด้วยการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มความหลากหลายทางเพศ โดยมีที่มาจากการที่ เครือข่ายความหลากหลายทางเพศได้ยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมต่อศาลปกครอง เพื่อให้แก้ไขข้อความในใบรับรองผลการตรวจคัดเลือกทหารกองเกิน (สด. 43) ย้อนหลังสำหรับสาวประเภทสอง ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549

         แม้ว่ากรมสุขภาพจิต จะได้ถอนลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างคนรักเพศเดียวกันออกจากกลุ่มคนที่มีความผิดปกติทางจิต โดยแก้ไขให้สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก และบัญชีการจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD-10) ไปตั้งแต่ปี 2545 แล้วก็ตาม แต่ทางกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น ยังคงระบุในใบ สด. 43 ว่าคนกลุ่มนี้เป็น “โรคจิต” “โรคจิตวิปริต” หรือ “โรคจิตถาวร” ซึ่งเป็นการตีตราพวกเขาไปตลอดชีวิต หากไม่มีการแก้ไขใบ สด. 43 ยิ่งกว่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ทั้งทางเศรษฐกิจและถูกรังเกียจจากสังคม เพราะเอกสาร สด. 43 นี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการสมัครงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน

         เครือข่ายความหลากหลายทางเพศจึงได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ 29 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันสิทธิความหลากหลายทางเพศ โดยจะเริ่มมีการจัดกิจกรรมในปี 2551 เป็นปีแรก ซึ่งจะมีการนำหลักการยอร์กยาการ์ตา (The Yogyakarta Principles) ว่าด้วยการใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในประเด็นความหลากหลายและอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศจำนวน 29 คน จาก 25 ประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนที่ สอนในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก เป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน บ้างก็ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนให้กับองค์การสหประชาชาติ คนกลุ่มนี้ได้ประชุมร่วมกันระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2549 ที่เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อจัดทำหลักการฉบับนี้ขึ้นเป็นแนวทางการทำงานเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ
บันทึก #1 29 พ.ย. 2553 01:22:31
แต่กว่าจะมีวันนี้ วันที่เครือข่ายความหลากหลายทางเพศสามารถรวมตัวกันทำงานในเชิงแก้ไขระบบและโครงสร้างสังคม ก็ได้ผ่านการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย มีทั้งล้มเหลว และสำเร็จ ซึ่งคุณจิตติมา ภาณุเตชะ ผู้ประสานงานแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ ได้ศึกษาการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ในรอบ 11 ปีที่ผ่านมา โดยศึกษาจากฐานข้อมูลข่าวเรื่องเพศของแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ สสส. ตั้งแต่ปี 2540-2550 พบว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ถึง 2550 มีข่าวในประเด็นความหลากหลายทางเพศ จำนวนรวม 1,345 ชิ้น ในจำนวนนี้เป็นข่าวเคลื่อนไหวรณรงค์ของบุคคล องค์กร เครือข่ายประชาสังคม รวมถึงนักวิชาการ จำนวน 288 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 21 ของข่าวทั้งหมด

         ในช่วงปี 2540 – 2545 มีเพียงกลุ่มอัญจารีที่เป็นองค์กรหลักออกมาตอบโต้นโยบายภาครัฐที่ละเมิดสิทธิของคนรักเพศเดียวกันผ่านสื่อต่างๆ น่าสนใจว่า ในปี 2544 เริ่มมีเสียงจากบุคคลนอกกลุ่มคนรักเพศเดียวกันสนับสนุนสิทธิมนุษยชน เช่น รมต. มหาดไทยสมัยนั้น คือ รตอ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์แสดงความเห็นด้วยกับการเปลี่ยนคำนำหน้านามของบุคคลที่แปลงเพศ และการแต่งงานระหว่างคนรักเพศเดียวกัน กล่าวได้ว่าในช่วงปี 2540 – 2545 ลักษณะการเรียกร้องสิทธิของคนหลากหลายทางเพศมีลักษณะที่ทำกันเป็นรายบุคคล และสื่อก็มักนำเสนอในเชิงหวือหวา เช่น นำเสนอเรื่องราวการประกวดมิสทิฟฟานี และการแปลงเพศของน้องตุ้ม ปริญญา เจริญผล ทำให้มีข่าวคราวเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมในแง่มุมต่างๆ ออกมามากมาย แต่ไม่ได้นำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางกฎหมายแต่อย่างใด

         ปี 2548 เป็นปีที่เริ่มปรากฏข่าวการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ เพื่อผนึกกำลังกันทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม โดยเป็นการทำงานร่วมกับองค์กรหลัก คือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรณี สด. 43 และในปีนั้นเอง ก็มีการจัดประชุมนานาชาติเรื่องความหลากหลายทางเพศครั้งแรกในประเทศไทย ตามมาด้วยเวทีสัมมนาเผยแพร่ผลงานวิจัยเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศมากมาย เรียกได้ว่าวิชาการและภาคปฏิบัติการของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศเริ่มทำงานสอดประสานกันเป็นอย่างดี และการเสนอข่าวคนรักเพศเดียวกัน เริ่มปรากฏพลังของความเป็นเครือข่ายมากขึ้น โดยในปี 2549 เครือข่ายความหลากหลายทางเพศได้ทำงานร่วมกับองค์กรอื่นๆ ได้แก่ องค์กรผู้หญิง และเครือข่ายเด็ก เพื่อรณรงค์แก้ไขกฎหมายข่มขืน หรือกฎหมายอาญามาตรา 276 ให้ขยายความคุ้มครองครอบคลุมคนทุกเพศ

         ในปี 2550 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มอบรางวัลแก่คุณฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ ในฐานะนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของคนหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงว่าสิทธิมนุษยชนในความหมายของสังคมไทยจะไม่คับแคบอีกต่อไป นั่นคือ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สิทธิในทางการเมือง เช่น การแสดงความเห็น หรือการชุมนุมโดยสงบเท่านั้น แต่ยังมีความละเอียดอ่อนและมีมิติที่ลึกซึ้งครอบคลุมสิทธิในการเลือกตัวตนทางเพศ การใช้ชีวิตทางเพศของบุคคลอีกด้วย

         ความเคลื่อนไหวระหว่างปี 2548- 2550 จึงเป็นช่วงก้าวกระโดดของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเริ่มมีการสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของคนหลากหลายทางเพศอย่างจริงจังมากขึ้น แตกต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งแหล่งทุนมักตีกรอบการทำงานด้านเอดส์ให้แก่คนกลุ่มนี้ ซึ่งกลับกลายเป็นการสร้างภาพเหมารวมและอคติต่อคนรักเพศเดียวกันโดยไม่รู้ตัว

         การจัดกิจกรรมวันสิทธิความหลากหลายทางเพศ ที่ใช้ชื่องานว่า “วันสิทธิความหลากหลายทางเพศ ... จนกว่าจะถึงวันฟ้าใส” ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรที่หลากหลาย และมีสถานภาพด้านวิชาการ และการปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ ภาคีความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านเพศภาวะ เพศวิถี และสุขภาพ (คอนซอร์เทียม) สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และ Global Fund for Women ซึ่งเป็นองค์กรหรือแหล่งทุนนานาชาติที่สนับสนุนการทำงานประเด็นผู้หญิงและวิถีทางเพศที่หลากหลาย

         สิบเอ็ดปีแห่งความเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ ได้ให้บทเรียนมากมายแก่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร ประเด็นของพวกเขาจะไม่กลายเป็นประเด็นเฉพาะบุคคล หรือประเด็นตลกขบขันในสังคม ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นแบบอย่างแก่กลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมว่าต้องทำงานเป็นเครือข่าย เป็นระบบ อ้างอิงข้อมูลและการวิจัย ขยายองค์กรพันธมิตรให้มากขึ้น ทั้งนักวิชาการ และองค์กรที่ทำงานในประเด็นอื่นๆ ซึ่งทำให้วันฟ้าใสคงอยู่ไม่ไกล
บันทึก #2 29 พ.ย. 2553 01:23:36
อ้างอิงข้อมูลจาก มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
http://www.whaf.or.th/content/185
บันทึก #3 29 พ.ย. 2553 01:25:58
อ่านข้อความเมื่อยตา เราเอาคลิปฮาๆที่สอดคล้องกับเรื่องนี้ วันสิทธิความหลากหลายทางเพศ

รับชม รับฮา ณ บัดนี้

คุณประจักษ์(พระเอก) & ครูกุ๊ก(นางเอก) & อุษา(ส่วนเกิน)
http://www.youtube.com/watch?v=mtWvIdB7iVI&feature=related

คุณประจักษ์ & ครูกุ๊ก2
http://www.youtube.com/watch?v=9LT7YtoqPyM&feature=related

ครูกุ๊กปะทะ พันตรีประจักษ์ (เพลง อยากรู้แต่ไม่อยากถาม)
http://www.youtube.com/watch?v=oQueyT7WP8o&feature=related

เจ๊มดแดง (ตามกระแส)
http://www.youtube.com/watch?v=tnPzVfsxAww&feature=related


นปกรณภวดล@กูรูสตาร์
คำตอบ (2)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
2
การดู
1562
ติดตาม
1
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว