ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256115)
คอมพิวเตอร์ (158447)
การศึกษา (153991)
สังคม (54460)
สุขภาพ (44608)
เกมส์ (41324)
ชอปปิ้ง (19136)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10420)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8743)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
8/11/52
รู้จัก แอลคาร์นิทีน(L-Carnitine) กันมั้ย ???
ฟิตเนส
ลดน้ำหนัก
แอลคาร์นิทีน(L-Carnitine) เป็นชื่อกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ผลิตได้ที่ตับ โดยมีการสังเคราะห์จากกรดอะมิโน 2 ชนิดคือ Lysine และ Methionine พร้อมกับอาศัยตัวเร่งให้เกิดการสังเคราะห์ ได้แก่ Niacin วิตามิน B6 C และธาตุเหล็ก โดยปกติจะพบในสัตว์เนื้อแดงชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนกล้ามเนื้อลายจะมากเป็นพิเศษ

     ซึ่งในความเป็นจริงนั้น หน้าที่หลักของ Carnitine จะช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเล็กๆ เข้าไปใช้ในเซลล์ต่างๆ ซึ่งในจุดนี้เองที่จะทำให้เกิดการนำไขมันไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน ดังนั้นหากร่างกายขาดสาร Carnitine หรือมีไม่เพียงพอที่จะเป็นตัวพาเม็ดไขมันไปเผาผลาญแล้วละก็ ปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากไขมันสะสมก็จะเป็นเรื่องตามมาที่สามารถส่งผลเสีย ต่อร่างกายของคุณอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน และการสะสมของไขมันตามหลอดเลือด ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และนำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือดสูงและมีความดันโลหิตสูงตามมาได้ นอกจากนี้ ยังอาจจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนขา อ่อนเพลีย ซึมและเหนื่อยง่าย

      มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันถึงประโยชน์ของการใช้ L-carnitine ในวงการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก จนไม่สามารถตั้งศีรษะให้ตรงได้ ซึ่งหลังจากมีการใช้ L-carnitine ขนาด 2 กรัม/วัน อาการดังกล่าวก็หายไป หรือการใช้ในนักกีฬา ก็มีการยืนยันว่าสามารถเพิ่มแรงสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น วิ่งมาราธอน   รวมทั้งมีการใช้ L-carnitine เพื่อช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น

     ในส่วนบทบาทในการลดน้ำหนักและลดไขมันสะสม ดูเหมือนว่า L-carnitine น่าจะเป็นคำตอบที่ดีของคุณๆ ที่ประสงค์จะลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติ เนื่องจากมีการทดลองนำเอาเซลล์ไขมัน (Adipose Tissue) ของคนอ้วนมาวิเคราะห์ พบว่าในเนื้อเยื่อดังกล่าวแทบจะไม่มี Carnitine อยู่เหลือเลย ดังนั้นจากความสัมพันธ์นี้เอง ทีมนักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่า กลไกการลำเลียงไขมันเพื่อไปใช้ หากถูกขัดขวางด้วยวิธีใดก็ตาม ก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันได้ แต่หากให้สารชนิดนี้เพิ่มเข้าไป ก็จะส่งผลให้อัตราการเผาผลาญของไขมันสะสมมากขึ้น
บันทึก #1 8 พ.ย. 2552 23:06:45
L-Carnitine นะครับ ถ้าซื้อต้องดูแหล่งดีดีนะึครับ เพราะถ้าเป็นของปลอมมันก็ไม่ส่งผลดีต่อร่างกายแน่นอนละครับ
ตามฉลาก ที่มากับยานั้น จะบอกให้เราทาน L-Carnitine 2 เม็ด ต่อวัน ก่อนมื้ออาหารมือใหญ่นะครับ เพื่อไปดักจับไขมันสัตว์และคาร์โบไฮเดรต อะไรทำนองนั้น ซึ่งขนาด L-Carnitine 1 เม็ดนั้น คือ 500 mg   ฉลากยาบอกว่าให้ทาน 2 เม็ด นั่นก็คือ 1000 mg ถูกมั้ยครับ ทีนี้ โดยสภาพร่างกายของคนเราแล้ว ก็จะสามารถรับได้วันนึง ไม่เกิน 2000 mg  นั่นก็หมายถึง 4 เม็ด นั่นเอง เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกินตามฉลากมันก็ไม่เป็นอันตรายหรอกครับ อีกอย่างนะ เวลาจะใช้ L-Carnitine ผมก็แนะนำให้คุณควบคุมอาหารที่ทานในแต่ละวันไปด้วย เช่นพวก แป้ง ไขมัน ก็พยายามลดลง ส่วนวิธีกินของพวกผมนั้น(คนที่ออกกำลังกาย) หรือ ก็คนทั่วไปนั่นแหละนะ จะแนะนำให้ทานก่อนออกกำลังกายประ่มาณ 20-30 นาทีนะครับ ก่อนออกกำำลังกายนะ  หน้าที่ของ L-Carnitine พูดง่ายๆก็คือไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันให้มากขึ้น ให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น เพราะฉะนั้น ยิ่งถ้าคุณออกกำลังกายมากเท่าไหร่ ในที่นี้แนะนำเป็นการทำคาร์ดิโอนะครับ แบบพวกวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน แอโรบิคอะไรทำนองนั้นอะนะ จะดีที่สุด เพราะจะช่วยเผาผลาญไขมันได้เยอะดี เหงื่อจะออกเยอะกว่าปกติที่คุณไม่ได้กินนะครับ ถ้าคุณทานตามฉลาก ที่ผมบอก คื 2 เม็ด หรือไม่้เกิน 3 เม็ด นั่นแหละ ก็จะดีแล้ว ไม่อันตรายหรอก
ที่ผมไม่ทานถึง 4 เม็ด เหตุผลก็เพราะว่า ผมทานแค่ 3เม็ด ไป ส่วนในปริมาณอีก 1 เม็ดนั้น ผมคิดซะว่าร่างกายผมสามารถสังเคราะห์ กรดอะมิโน L-Carnitine  ได้จากอาหารโปรตีนที่ผมทานเข้าไปมากแล้วในแต่ละวัน
จากที่ผมเคยรีดนำ้หนัก ช่วงแต่ก่อนนั้น ผมทาน 2 เม็ด ก่อนออกกำลังกายนั่นแหละ แล้วก็คาร์ดิโอเป็นเวลา 1 ชม. เป็นเวลา 2 อาทิตย์ครับ ควบคู่ไปกับการจำกัดอาหารที่เป็นของทอด ของมัน และก็ลดอาหารจำพวกแป้งไปด้วย ในเวลา 2 อาทิตย์ น้ำหนักผมลงไป 5 kg .ประมาณนี้ครับ ถ้าคุณทำตามนี้ก็ไม่ต้องกลัวอันตรายหรอกนะครับ แล้วคุณก็ไม่ได้ทานมันเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ ซึ่งแบบนั้น ผมเสียมันก็จะไปลงที่ตับคุณเอง
ผมแนะนำว่าช่วงไหนทืี่คุณอยากจะรีดน้ำหนักจริงๆก็ค่อยทานนะ หลังจากที่คุณพอใจแล้วก็หันมาควบคุมอาหาร+กับการออกกำลังกายไปจะดีที่สุดนะครับ  
คาร์ดิโอ แล้วควบคู่กับการออกกำลังกายโดยยกเวตด้วยนะครับ คุณจะได้ทั้งการลดไขมัน และกล้ามเนื้อที่กระชับไปในตัวนะครับ

สงสัยอะไรก็ถามนะครับ ยินดีครับ........

****** อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงครับ ******
บันทึก #2 8 พ.ย. 2552 23:38:25
ขอบคุณ คุณ kk99 ครับ ที่ช่วยเพิ่มเติมให้ครับ
บันทึก #3 9 พ.ย. 2552 20:55:19
ไม่เกี่ยวนะครับ ว่าต้องใช้ในปริมาณที่มาก แล้วถึงจะลดได้
มันอยู่ที่ตัวคุณเองนะครับ ว่าคุณจะออกกำลังกายมั้ย
ทำไมผมทำได้ละครับ ทำไมเพื่อนผมทำได้ละครับ
แค่ทานตามฉลาก 2 เม็ด แล้วก็ออกกำลังกาย มันก็จะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน
สิ่งสำคัญมันคือการออกกำลังกายนะครับ ร่างกายคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงมันอยู่ที่อาหารการกิน และที่สำคัญคือคุณต้องออกกำลังกายด้วย
ต่อให้คุณกินยาให้ตาย แล้วไม่ออกกำลังกายเลย มัวคิดแต่จะพึ่งยาอะ มันไม่ใช่วิธีที่ดีหรอกนะครับ
สุดท้ายเมื่อไหร่ที่คุณไม่กินยาอีก มันก็ต้องเกิดโยโย่ เอฟเฟคตามมาอยู่แล้วนะครับ
เพราะพฤติกรรมคุณคือคนที่ไม่ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดนะครับ และได้ประโยชน์กับตัวคุณเองมากด้วย
เพียงแต่ แอล-คาร์นิทีน มันช่วยคุณในเรื่องของการเร่งการเผาผลาญไขมัน หรือดึงพลังงานไขมันที่มันสะสมในร่างกายออกมาใช้ให้มากขึ้น ก็เท่านั้นเองครับ
ถ้าคุณรู้จักสรรพคุณ รู้จักที่จะศึกษา รู้จักที่จะเลือกกินแล้วนั้น มันก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณเองนะครับ
ผมไม่ได้มาขายของนะครับ ไม่ใช่พวกที่มาขายของแอบแฝงตามกระทู้นะ กรุณาเข้าใจเจตนาด้วยนะครับ
แค่เข้ามาให้ความรู้นะครับ  ยาทุกตัวมันก็มีทั้งดีและโทษนะครับ ถ้ารู้จักใช้มัน ให้ถูกวิธีมันก็จะเป็นประโยชนน์ต่อตัวคุณเองนะครับ ไม่มียาตัวไหนที่มันไม่มีผลเสียหรอกนะ โปรดจำไว้นะครับ

****** อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงครับ ******
คำตอบ (4)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
13
การดู
149434
ติดตาม
2
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว