ลองอ่านเนื้อหากลุ่มสาระความรู้วิทยาศาสตร์ในช่วงชั้นที่ 2 (ชั้น ป. 5) ที่อธิบายเรื่องความดันอากาศดูก่อนครับ
ความดันอากาศ หมายถึง ค่าของแรงดันอากาศต่อหนึ่งหน่วย พื้นที่ที่รองรับแรงดัน อนุภาคของการเคลื่อนที่ตลอดเวลาในทุกทิศทาง อนุภาคของอากาศซึ่งชนกันเองและชนผนังภาชนะ แรงที่อนุภาคเหล่านี้ชนผนัง ภาชนะ เรียกว่า แรงดันอากาศ นักวิทยาศาสตร์ได้นำความดันอากาศมาใช้ประโยชน์ในการประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้หลายประการ เช่น ใช้ความดันอากาศฉีดพ่นน้ำ มาผลิตเป็นขวดน้ำ หอมแบบสเปรย์ฉีด กระบอกฉีดยากันยุง เป็นต้น
อ่านแล้วพอจะสรุปความได้แบบเข้าใจคร่าวๆ และพอทำข้อสอบระดับชั้น ป.5 ได้ว่า
"แรงดันอากาศ" คือ แรงที่เกิดจากอนุภาคของอากาศที่เคลื่อนที่ชนกันเองตลอดเวลาในทุกทิศทางพุ่งมาชนผนังภาชนะ
ตอบแบบนี้แล้วก็น่าจะได้คะแนนจากอาจารย์ผู้สอนวิทย์ ป.5 นะครับ
แต่กระนั้นเราก็คงจะยังรู้สึก งงๆ อยู่ดี ว่าทำไมอากาศมันต้องชนกัน? หรือทำไมต้องพูดถึงภาชนะด้วยล่ะ?
เพื่อให้เข้าใจได้มากขึ้น ลองมาพิจารณาดูใหม่อีกครั้งนะครับ
เรื่องมันมีอยู่ว่า... มีการทดลองหนึ่งทางฟิสิกส์ ที่ศึกษาเรื่อง "ความดันอากาศ" และในความรู้พื้นฐานของเราทางฟิสิกส์
ก็จะทราบกันทั่วไปว่า ความดัน คือ แรงต่อพื้นที่ (P=F/A)
เอ่อ.. คงไม่ต้องอธิบายนะครับ ว่า แรง คืออะไร? หรือ พื้นที่ คืออะไร? ไม่งั้นเรื่องจะยาวกว่านี้
ย้อนกลับไปที่การทดลอง เค้าก็จะเอาอากาศ (ที่จริงแล้วก็คือก๊าซประเภทหนึ่ง) มาใส่ในหลอดแก้ว
แล้วก็เพิ่มอุณหภูมิมั่ง เพิ่มความดันมั่ง ลดปริมาตรมั่ง เพื่อทดลองโน่นนี่
ตานี้ก็จะประมาณว่า อนุภาค (ซึ่งเป็นส่วนประกอบของก๊าซ) มันวิ่งเร็วขึ้น (มีความเร่ง)
แล้วมันก็มีตั้งหลายอนุภาค มันก็วิ่งชนกันไปมา แล้วก็จะวิ่งไปชนผนังหลอดแก้ว
และนั่นก็คือ แรง(ที่ไปชน)ดัน(ผนังหลอดแก้วของ)อากาศ นั่นแล
ตัวอย่างที่นำหลักการนี้ไปใช้และเห็นภาพได้ชัดเจน ก็คือ กระบอกฉีดยากันยุง หรือ สเปรย์ฉีดน้ำหอม
พอกดปุ่ม (หรือบีบ) อนุภาพในอากาศมันก็จะวิ่งชนกันเอง มีแรงไปดันให้น้ำ (หรือน้ำหอม) ออกมาเป็นฝอยในที่สุด
ปล. ตอบแบบนี้ก็คงจะมีผิดพลาดกันบ้างหลายจุดแหละ เอาเป็นว่าให้ผู้รู้ท่านอื่นๆ มาเสริมเพิ่มเติมก็แล้วกันครับ