ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256246)
คอมพิวเตอร์ (158479)
การศึกษา (154049)
สังคม (54471)
สุขภาพ (44622)
เกมส์ (41337)
ชอปปิ้ง (19145)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16151)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10422)
ธุรกิจ (9557)
การท่องเที่ยว (8745)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4386)
ดูทั้งหมด
2/3/54
กลไกของปืนลมแต่ละชนิด
เคมีวิทยา
วิศวกรรมศาสตร์
ก่อนที่จะเสียเงินซื้อปืนลมมายิ่งเล่นกัน ลองมาทำความเข้าใจกันสักนิดว่าปืนลมแต่ละชนิดมีการทำ
งานกันอย่างไรและมีข้อดีและข้อด้อยอย่างไรบ้าง เมื่อจบแล้วค่อยมาดูกันอีกครั้งครับว่าปืนลมชนิด
ไหนจะตรงตามความต้องการหรือสนองความอยากของท่านได้ดีที่สุด

ตามที่ชื่อของมันก็บอกอยู่แล้ว  ปืนลมใช้แรงดันของอากาศหรือแรงลมเป็นตัวขับดันให้กระสุนเคลื่อน
ไปข้างหน้า ถ้าเราจะแบ่งชนิดของปืนลมตามวิธีการสร้างแรงดันอากาศ เราก็คงสามารถแบ่งปืนลม
ออกได้เป็น 3 ชนิดคือ
1.ปืนลมสปริง
2.ปืน CO2 (คาร์บอนได้อ็อกไซด์)
3.ปืนลมอัดอากาศ
ปืนสปริง   ปืนลมที่เห็นกันจนคุ้นตาที่สุด ก็คงจะเป็นปืนสปริงนี่ละครับ  เมื่อพูดถึงปืนลมคนส่วน
ใหญ่ก็คงจะนึกถึงภาพปืนสปริงก่อน  ในบรรดาปืนลมทั้งหมดปืนสปริงเป็นปืนที่ใช้งานสะดวกและดู
แลง่ายที่สุด หลักการทำงานของปืนสปริงก็ง่ายครับ ก่อนที่จะยิงได้ผู้ยิงจะต้องออกแรงซะก่อนโดยการ
ดันให้สปริงและลูกสูบถอยหลังไปจนเซียร์ล็อคเข้ากับก้านของลูกสูบ  เมื่อผู้ยิงเหนี่ยวไกไปปลดเซียร์
ลูกสูบก็เป็นอิสระ  สปริงที่ถูกอัดไว้ในตอนแรกก็จะดีดตัวกลับดันให้ลูกสูบเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวด
เร็ว การเคลื่อนที่ของลูกสูบนี้ก็จะอัดอากาศที่อยู่ในกระบอกสูบทั้งหมดให้ไปดันกระสุนที่อยู่ปลายด้าน
หนึ่งของกระบอกสูบ  และเป็นตอนท้ายของลำกล้องด้วย  ซึ่งก็จะทำให้กระสุนเคลื่อนที่ไปตามลำกล้อง
อย่างรวดเร็ว พูดง่ายๆ ว่าก็ใช้แรงคนยิงนี่ละครับเป็นตัวขับเคลื่อนกระสุนออกไป
ปืนลมสปริงยังมีความแตกต่างกันออกไปตามวิธีของการขึ้นลำกล้องอีกด้วย ถ้าจะแบ่งประเภทใหญ่ๆ
ก็คงจะได้ 3 ประเภทคือ
1. หักลำกล้อง (Barrel Cocking)
2. คันง้างด้านข้าง (Side Cocking)
3. คันง้างใต้ลำกล้อง (Under-lever Cocking)
ปืนสปริงประเภทหักลำกล้องเป็นปืนที่สร้างง่ายและใช้ชิ้นส่วนน้อย  หลายๆ คนคิดว่าเป็นปืนสปริง
ชนิดหักลำกล้อง มีความแม่นยำน้อยกว่าแบบอื่น เพราะว่าลำกล้องมีการเคลื่อนไหวไม่ได้ยึดติดตาย
ตัวเหมือนแบบอื่นๆ ตัวผมเองก็เคยคิดเช่นนั้น   แต่มีผู้รู้หลายท่านยืนยันว่าในปืนระดับเดียวกันแล้ว  
ปืนชนิดหักลำไม่ได้มีความแม่นยำด้อยกว่าปืนชนิดอื่นเลย ความคิดอคติกับปืนชนิดหักลำกล้องมัก
จะเกิดจากการเปรียบเทียบปืนหักลำกล้องระดับใช้งาน กับปืนคันง้างด้านข้างในระดับแข่งขัน ที่มีราคา
แพงกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งก็ไม่ใช่การเปรียบเทียบที่ยุติธรรมนัก
โดยทั่วไปแล้วปืนชนิดหักลำกล้องจะมีราคาที่ต่ำกว่าปืนชนิดง้างด้านข้างหรือชนิดคันง้างใต้ลำกล้อง
ในระดับเดียวกันอยู่บ้าง  ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่าคุณภาพต่ำกว่าหรือครับ  แต่จะเป็นเพราะว่าเป็นแบบที่ม
ชิ้นส่วนน้อยกว่า ซึ่งก็ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าแบบอื่นๆ
ด้วยสาเหตุที่มีชิ้นส่วนน้อย แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบาและยังมีราคาต่ำกว่าปืนสปริงชนิดหักลำกล้อง
 จึงยังครองแชมป์ปืนยอดนิยมในหมู่นักเลงปืนลมทั่วโลกอย่างเหนี่ยวแน่นไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในระดับปืนใช้งาน (Field gun) ที่ต้องแบกเดินเล่นกันนานๆ
สำหรับปืนสปริงชนิดคานง้างด้านข้างหรือคานง้างใต้ลำกล้องนั้นเริ่มต้นมาจากปืนยาวระดับแข่งขัน  
แต่ในปัจจุบันได้รับความนิยมแพร่หลายมากยิ่งขึ้น จนสามารถพบได้ตั้งแต่ปืนลมผลิตในจีนราคาถูกๆ
จนถึงปืนลมแข่งขันระดับโลก  ชิ้นส่วนและการผลิตออกจะซับซ้อนกว่าแบบหักลำกล้องอยู่บ้าง แต่ก็ตัด
ปัญหาของการทำล็อคบานพับใต้ลำกล้องไป
ปืนลมชนิดคานง้างด้านข้างหรือชนิดคานง้างใต้ลำกล้องนั้นก็มีหลักการทำงานไม่ต่างกันนัก การเลือก
ใช้ก็คงจะขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ผลิต และรสนิยมของผู้บริโภคเป็นหลัก
นอกเหนือจากข้อดีในเรื่องความทนทานดูแลง่ายของปืนลมสปริงแล้ว ปืนลมสปริงก็มีข้อเสียอยู่บ้าง
เรื่องใหญ่ที่สุดเห็นจะไม่พ้นเรื่องของแรงรีคอยล์ ซึ่งเกิดจากการดีดตัวของสปริงและการกระแทกของ
ลูกสูบเมื่อเคลื่อนที่ไปชนกระบอกสูบแรงรีคอลย์ของปืนไม่ได้มีมากมายนักเมื่อเทียบกับปืนที่ใช้ดิน
ขับหรอกครับแต่มีปัญหาอยู่ว่าแรงรีคอลย์ของปืนสปริงวนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่หัวกระสุนยังไม่เริ่มเคลื่อนที่
และนอกจากนั้น Lock Time  (เวลาตั้งแต่ผู้ยิงเหนี่ยวไกไปจนถึงเวลาที่กระสุนพ้นจากลำกล้อง) ของ
ปืนลมนั้นมากกกว่าปืนที่ใช้ดินขับอยู่มาก (เนื่องจากกระสุนปืนลมวิ่งช้ากว่าและยังมีเวลาการทำงาน
ของสปริงเพิ่มอีกด้วย)
บันทึก #1 4 มี.ค. 2554 07:18:22
บริษัทผู้ผลิตปืนลมทั้งหลายได้ทำการค้นคว้าหาวิธีลดแรงรีคอลย์ ด้วยวิธีต่างๆ กัน DIANA ใช้การเคลื่อน
ที่ของลูกสูบที่วิ่งสวนทางกันเพื่อยกเลิกแรงรีคอลย์ Anschutz ใช้ระบบเบรคลมและระบบเบรคไฮดรอลิคส์
Feinwerkbau ใช้วิธีให้ลำกล้องและโครงปืนถอยหลังมาได้  เมื่อยิงเพื่อยกเลิกแรงรีคอลย์   ทั้งหมดนี้
Feinwerkbau ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จมากที่สุดจนทำให้ปืนทั้งสั้นและยาวของ Feinwerkbau
เป็นจ้าวสนามระยะ 10 เมตร ตั้งแต่ปี 1960 มาเกือบ 20 ปี
คำตอบ (1)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกลบออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
5
การดู
8570
ติดตาม
1
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 4
คำตอบ: 1
คำตอบ: 1
คำตอบ: 4
คำตอบ: 1
คำตอบ: 3
คำตอบ: 5
คำตอบ: 1
เรียนรู้เพิ่มเติม
เกี่ยวกับ Google กูรู
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว