ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256246)
คอมพิวเตอร์ (158478)
การศึกษา (154048)
สังคม (54470)
สุขภาพ (44621)
เกมส์ (41337)
ชอปปิ้ง (19145)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16151)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10422)
ธุรกิจ (9557)
การท่องเที่ยว (8745)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4386)
ดูทั้งหมด
9/7/53
ผีตายโหง
อักษรศาสตร์
อินเทอร์เน็ต
สวัสดีคับผมมีเรื่องผีๆมาอีกแล้วครับ
บันทึก #1 9 ก.ค. 2553 03:36:21
บ้านผีสิง "บ้านผีตายโหง หนองจอก"
บ้านร้างหนองจอก

สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมจริง อยู่ในหมู่บ้านร้างที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ สภาพบ้านก่อสร้างไปได้ประมาณ 70 % เพราะตกเย็นหลังเลิกงาน คนงานก่อสร้างชายมักตั้งวงกินเหล้ากันในบริเวณตัวบ้านหลังนี้ และด้วยฤทธิ์ของสุราจึงเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้น และฆ่ากันตายในที่สุด หลังจากที่มีคดีฆ่ากันตาย คนงานก็เริ่มไม่กล้าทำงานกันต่อ เนื่องจากว่าตกดึกทีไรมักจะได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทกันมาจากบ้านหลังนี้ประจำ และด้วยเสียงลือเสียงอ้างต่างๆ นานาทำให้โครงการหมู่บ้านจัดสรรนี้ได้ยุติลง กลายเป็นหมู่บ้านร้างไปโดยพนักงานก่อสร้างกินเหล้า และฆ่ากันตายในบ้านหลังนั้นอีกครั้งเป็นซ้ำสอง ทุกๆ คนจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบ้านหลังนี้เฮี้ยนสุดๆ ใครเข้าใกล้อาจจะถูกผีเข้า หมู่บ้านนี้จึงถูกปล่อยทิ้งร้างจวบจนทุกวันนี้ หลังจากนั้นมาอีกไม่กี่ปี ก็มีคนพบศพหญิงสาวมาผูกคอตายที่บ้านหลังนี้ โดยไม่มีใครทราบประวัติของผู้หญิงคนนี้มาก่อนว่าทำไมเธอถึงได้เลือกบ้านหลังนี้เป็นที่จบชีวิต แต่ด้วยความเฮี้ยนที่คนบอกกันปากต่อปาก ใครที่กล้าแวะเข้าไปแถวนั้นก็จะได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ได้เห็นภาพคนทะเลาะกัน แทงกันตายต่อหน้าต่อตา เหมือนเป็นการฆ่าซ้ำๆ โชว์ให้คนดูต่อมาทุกยุคทุกสมัย ทำให้บริเวณนั้นยากที่จะมีใครกล้าย่างกรายเข้าไป นอกจากมิจฉาชีพ ที่อาศัยความกลัวของผู้คนใช้บ้านหลังนั้นเป็นที่ทิ้งศพซึ่งถูกฆาตกรรมมาจากที่อื่นๆ โดยทางตำรวจได้พบศพชายหนุ่มถูกของแข็งทุบบริเวณศีรษะจนกระทั่งเสียชีวิต และนำศพมายัดไว้ใต้บันไดที่บ้านร้างแห่งนี้ ปัจจุบัน บ้านร้างหลังนี้จึงกลายเป็นสถานที่รำลือกันในอินเตอร์เน็ต เรียกขานกันในชื่อ บ้านผีตายโหง หนองจอก
บันทึก #2 9 ก.ค. 2553 03:39:49
บ้านร้างบางเลน บ้านผีสิง
บ้านร้างบางเลน
สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมจริงในอดีต เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นของคนมีฐานะ คดีเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน เมื่อลูกสาวของเจ้าของบ้านเกิดไปหลงรักอยู่กับแฟนหนุ่มซึ่งฐานะไม่ร่ำรวยนัก แต่หนุ่มคนนี้มีความขยันขันแข็ง ทำงานหาทุนส่งตัวเองเรียนต่อยังต่างประเทศ แต่ฝ่ายพ่อของผู้หญิงไม่ชอบว่าที่ลูกเขยคนนี้เท่าไหร่นัก เพราะอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายที่ฐานะร่ำรวยกว่า แต่ไม่ว่าจะอ้อนวอนอย่างไรลูกสาวก็ไม่ยอมตัดใจจากแฟนหนุ่ม พ่อฝ่ายหญิงจึงออกอุบายเรียกให้แฟนหนุ่มของลูกสาวกลับมาเมืองไทย เมื่อฝ่ายชายกลับมาถึงพ่อของฝ่ายหญิงก็สั่งให้ลูกน้องยิงตายคาบ้าน และนำศพไปอำพรางคดีไว้บริเวณบ่อหน้าหลังบ้าน ที่เคยเป็นคดีเขย่าขวัญพาดหัวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งหลายฉบับมาแล้ว ซึ่งคราบเลือดจากเหตุการณ์ครั้งนั้นกระเซ็นเลอะข้างฝาบ้านจวบจนทุกวันนี้ ต่อมาพ่อแม่ฝ่ายชายทราบเรื่อง จึงว่าจ้างมือปืนให้มาฆ่าพ่อของฝ่ายหญิงให้ตายตกตามกันไป บ้านหลังนี้จึงถูกปล่อยให้รกร้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และไม่มีใครกล่าวถึงฝ่ายหญิงว่าหายไปอยู่ที่ไหน แต่ยามดึกมักมีคนเห็นชายหนุ่มผมเปียกน้ำมายืนรอแฟนสาวอยู่เสมอ ๆ จนกระทั่งมีผู้หญิงมาผูกคอตายที่นี่เป็นคดีรายล่าสุด

   


comments (1)

TOP
Links to this post

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551
บ้านผีสิง "บ้านผีตายโหง หนองจอก"
Posted by iamgotzaa

บ้านร้างหนองจอก

สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมจริง อยู่ในหมู่บ้านร้างที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ สภาพบ้านก่อสร้างไปได้ประมาณ 70 % เพราะตกเย็นหลังเลิกงาน คนงานก่อสร้างชายมักตั้งวงกินเหล้ากันในบริเวณตัวบ้านหลังนี้ และด้วยฤทธิ์ของสุราจึงเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้น และฆ่ากันตายในที่สุด หลังจากที่มีคดีฆ่ากันตาย คนงานก็เริ่มไม่กล้าทำงานกันต่อ เนื่องจากว่าตกดึกทีไรมักจะได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทกันมาจากบ้านหลังนี้ประจำ และด้วยเสียงลือเสียงอ้างต่างๆ นานาทำให้โครงการหมู่บ้านจัดสรรนี้ได้ยุติลง กลายเป็นหมู่บ้านร้างไปโดยพนักงานก่อสร้างกินเหล้า และฆ่ากันตายในบ้านหลังนั้นอีกครั้งเป็นซ้ำสอง ทุกๆ คนจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบ้านหลังนี้เฮี้ยนสุดๆ ใครเข้าใกล้อาจจะถูกผีเข้า หมู่บ้านนี้จึงถูกปล่อยทิ้งร้างจวบจนทุกวันนี้ หลังจากนั้นมาอีกไม่กี่ปี ก็มีคนพบศพหญิงสาวมาผูกคอตายที่บ้านหลังนี้ โดยไม่มีใครทราบประวัติของผู้หญิงคนนี้มาก่อนว่าทำไมเธอถึงได้เลือกบ้านหลังนี้เป็นที่จบชีวิต แต่ด้วยความเฮี้ยนที่คนบอกกันปากต่อปาก ใครที่กล้าแวะเข้าไปแถวนั้นก็จะได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ได้เห็นภาพคนทะเลาะกัน แทงกันตายต่อหน้าต่อตา เหมือนเป็นการฆ่าซ้ำๆ โชว์ให้คนดูต่อมาทุกยุคทุกสมัย ทำให้บริเวณนั้นยากที่จะมีใครกล้าย่างกรายเข้าไป นอกจากมิจฉาชีพ ที่อาศัยความกลัวของผู้คนใช้บ้านหลังนั้นเป็นที่ทิ้งศพซึ่งถูกฆาตกรรมมาจากที่อื่นๆ โดยทางตำรวจได้พบศพชายหนุ่มถูกของแข็งทุบบริเวณศีรษะจนกระทั่งเสียชีวิต และนำศพมายัดไว้ใต้บันไดที่บ้านร้างแห่งนี้ ปัจจุบัน บ้านร้างหลังนี้จึงกลายเป็นสถานที่รำลือกันในอินเตอร์เน็ต เรียกขานกันในชื่อ บ้านผีตายโหง หนองจอก

   


comments (0)

TOP
Links to this post

บ้านร้างบางเลน บ้านผีสิง
Posted by iamgotzaa

บ้านร้างบางเลน
สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมจริงในอดีต เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นของคนมีฐานะ คดีเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน เมื่อลูกสาวของเจ้าของบ้านเกิดไปหลงรักอยู่กับแฟนหนุ่มซึ่งฐานะไม่ร่ำรวยนัก แต่หนุ่มคนนี้มีความขยันขันแข็ง ทำงานหาทุนส่งตัวเองเรียนต่อยังต่างประเทศ แต่ฝ่ายพ่อของผู้หญิงไม่ชอบว่าที่ลูกเขยคนนี้เท่าไหร่นัก เพราะอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายที่ฐานะร่ำรวยกว่า แต่ไม่ว่าจะอ้อนวอนอย่างไรลูกสาวก็ไม่ยอมตัดใจจากแฟนหนุ่ม พ่อฝ่ายหญิงจึงออกอุบายเรียกให้แฟนหนุ่มของลูกสาวกลับมาเมืองไทย เมื่อฝ่ายชายกลับมาถึงพ่อของฝ่ายหญิงก็สั่งให้ลูกน้องยิงตายคาบ้าน และนำศพไปอำพรางคดีไว้บริเวณบ่อหน้าหลังบ้าน ที่เคยเป็นคดีเขย่าขวัญพาดหัวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งหลายฉบับมาแล้ว ซึ่งคราบเลือดจากเหตุการณ์ครั้งนั้นกระเซ็นเลอะข้างฝาบ้านจวบจนทุกวันนี้ ต่อมาพ่อแม่ฝ่ายชายทราบเรื่อง จึงว่าจ้างมือปืนให้มาฆ่าพ่อของฝ่ายหญิงให้ตายตกตามกันไป บ้านหลังนี้จึงถูกปล่อยให้รกร้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และไม่มีใครกล่าวถึงฝ่ายหญิงว่าหายไปอยู่ที่ไหน แต่ยามดึกมักมีคนเห็นชายหนุ่มผมเปียกน้ำมายืนรอแฟนสาวอยู่เสมอ ๆ จนกระทั่งมี
บันทึก #3 9 ก.ค. 2553 03:41:39
เข้าผิดบ้าน บ้านผีสิง
Posted by iamgotzaa

"ใบไผ่" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากบ้านผีสิง

เมื่อราวสิบปีเศษมาแล้ว ดิฉันได้พบกับเหตุการณ์สยดสยองสุดๆ อย่างเต็มหูเต็มตา ขณะนั้น ดิฉันอายุ 25 ปี บริบูรณ์ มีการงานทำเป็นหลักเป็นที่บริษัทการเงินแห่งหนึ่งที่ถนนรัชดาภิเษก ไม่ไกลจากบ้านย่านอโศก-ดินแดงเท่าไรนัก สุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าจะเชื่อตามโชคลางก็คือ "วัยเบญจเพส" นั่นเอง!

สาเหตุที่ทำให้ขนหัวลุก สติแตกไปชั่วครู่ก็เพราะไปบ้านเพื่อนค่ะ

ดิฉันมีเพื่อนสนิทชื่อเอ้ เราคบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย บ้านเอ้อยู่ถึงหมู่บ้าน แถวคลองประปา ประชาชื่นโน่นแน่ะ เป็นบ้านจัดสรร เป็นบ้านตึกสองชั้นปลูกคล้ายๆ กัน แถมทาสีขาวๆ นวลๆ มองไกลๆ สวยเหมือนบ้านตุ๊กตาไม่มีผิด

เรายังอยู่กับพ่อแม่เหมือนกัน แถมมีน้องชายน้องสาวอย่างละคนเหมือนกันอีกด้วย

ครอบครัวเราก็พลอยสนิทสนม ไปมาหาสู่กันตลอด บางทีก็ไปต่างจังหวัดด้วยกัน เอ้เคยมาค้างกับดิฉัน ส่วนดิฉันก็เคยไปค้างบ้านเอ้ มีของกินดีๆ ก็ฝากไปถึงบ้านของกันและกัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องขนหัวลุก มาจากครอบครัวเราไปเที่ยวมหาชัยกันในตอนเช้าวันเสาร์ ดิฉันโทร.ไปชวนเอ้แล้ว แต่ปรากฏว่าแม่เธอไม่ค่อยสบาย ตอนนี้น้าจุ๋มแม่บ้านกำลังขี่จักรยานไปซื้อยาที่คลินิกปากซอย

"ขากลับซื้อของทะเลมาฝากด้วยละกัน" เอ้บอก

ระยะทางใกล้ๆ ที่มีแต่สวนผลไม้ นาเกลือ และแม่น้ำท่าจีนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารทะเลสารพัดชนิด อากาศปลอดโปร่งกว่ากรุงเทพฯ หลายเท่า...พวกเราสนุกกันมากค่ะ ไปเที่ยวมหาชัยนี่ไปเช้ากลับเย็นได้สบายๆ

รถขาเข้ายังบางตา ดิฉันขับรถถึงบ้านราวห้าโมงเย็น นึกยังไงก็ไม่ทราบ ส่งพ่อแม่กับน้องๆ เข้าบ้านแล้วบึ่งต่อไปบ้านเอ้...ฟ้ามืดครึ้มมาตั้งแต่เลี้ยวเข้าประชาชื่นแล้วค่ะ ครู่เดียวฝนก็เทกระหน่ำ รถที่เคยแล่นลิ่วก็ต้องคลานช้าๆ คอยเพ่งมองสะพานข้ามคลองประปาที่มีป้าย หมู่บ้าน โชคดีที่เลี้ยวเข้าไปหน่อยเดียวฝนก็ซาลง แต่ฟ้ายังหนักอึ้งเหมือนเดิม

ครู่ใหญ่ๆ ก็มากดแตรหน้าบ้าน...น้าจุ๋มกางร่มวิ่งมาเปิดประตูรั้วให้ ดิฉันไปจอดรถใต้ถุนห้องนอนเพื่อน ด้านขวามือเป็นห้องรับแขก ของฝากวางอยู่บนเบาะหน้าแล้ว ทำให้คว้าติดมือลงไปได้ทันที

ก้าวเข้าไปก็ชะงักกึกเมื่อได้กลิ่นเหม็นอับ สาบสางโชยมาเข้าจมูก ดิฉันเหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่เห็นเอ้ สงสัยจะยังอยู่ชั้นบน หรือไม่ก็เพิ่งแต่งตัวเพราะไม่รู้ว่าเพื่อนจะมาเยี่ยม

น้าจุ๋มวิ่งผ่านรถหายเข้าไปในห้องพักของแกแล้ว...แสงไฟน้อยแรงเทียนจากเพดาน ส่องให้เห็นร่างที่นอนห่มผ้าอยู่บนเตียงเตี้ยๆ ชิดฝา กลิ่นเหม็นกวนประสาทอ้อยอิ่งอยู่รอบๆ ตัว...ทำไมเอ้ถึงปล่อยให้แม่ลงมานอนคนเดียวนะ? พ่อกับน้องๆ หายไปไหนหมด?

"โอยยย..." เสียงนั้นทำให้ดิฉันเกือบสะดุ้ง หันขวับไปมองก็เห็นแม่เอ้พลิกหน้าไปมาช้าๆ "ขอน้ำ...หิวน้ำเหลือเกิน..."

"ได้ค่ะ" ดิฉันรับปากโดยอัตโนมัติ ได้ยินเสียงบันไดลั่นเอี๊ยดๆ เอ้คงจะลงมาแล้วแต่ก็ไม่เห็นวี่แวว...อากาศหลังฝนเยือกเย็นลงทุกทีจนแทบหนาวสะท้าน ดิฉันเหลือบไปเห็นแก้วน้ำบนโต๊ะเตี้ยๆ หัวเตียง รีบก้าวไปหยิบแก้วน้ำมาให้แม่เอ้ ตั้งใจว่าจะป้อนให้ท่าน...

"คุณพระช่วย!" ดิฉันหลุดอุทาน เมื่อเห็นใบหน้าดำเกรียมจนแทบจำไม่ได้ ผมสีเทากระจายอยู่เต็มหมอน...นัยน์ตาขาวๆ เหลือกไปมา แถมแลบลิ้นเข้าๆ ออกๆ สีแดงสดเหมือนลิ้นตุ๊กแก จนแก้วน้ำหวิดร่วงจากมือ

เอ๊ะ! นั่นไม่ใช่คุณป้าอรทัย-แม่ของเอ้นี่นา! สำนึกนั้นทำให้ดิฉันถอยกรูดๆ แข้งขาสั่น ใจสั่น หัวหมุนติ้วแทบระเบิด...เกิดอะไรขึ้น? ทำไมดิฉันต้องมาพบภาพสยองขวัญนี้ด้วย? ขณะนั้นเองเสียงบันไดก็ลั่นเอี๊ยดๆ อีกครั้ง ขายาวๆ ของใครคนหนึ่งกำลังก้าวลงมาช้าๆ

"เอ้! เอ้เหรอ..." ดิฉันถามเสียงสั่นๆ แต่ไม่มีคำตอบ นัยน์ตาเบิกค้างจ้องมอง หญิงชราร่างร้ายที่นอนอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้น...เหมือนนรกบันดาลให้เป็นไปในพริบตา

ร่างร้ายนั้นมีอาการคล้ายหุ่นกระบอกที่นอนแน่นิ่ง แต่มีผู้ชักให้ผลุนผลันลุกขึ้น...จากท่านอนพรวดพราดเป็นท่ายืนทันที ศีรษะก้มต่ำ ผมยาวปรกหน้า สองแขนลีบเล็กแกว่งไกวไปมาจนดิฉันผงะหน้า กรีดร้องออกมาสุดเสียง

"ช่วยด้วย...!!" ม่านตาพร่าพราย สรรพสิ่งหมุนเคว้งคว้าง...ดิฉันวิ่งเตลิดเหมือนคนบ้าออกจากบ้านนรกจกเปรตนั้น...ชนกับเอ้ที่หน้าประตูก่อนจะสิ้นสติไป

เมื่อมารู้ตัวอีกทีก็พบตัวเองนอนบนโซฟาในห้องรับแขกบ้านเอ้ พ่อแม่กับน้องๆ จ้องมองด้วยความห่วงใย...เอ้เล่าว่าได้ยินเสียงกรีดร้องก็วิ่งออกไปดู เห็นรถยนต์ดิฉันจอดอยู่ที่นั่นกับดิฉันวิ่งกระเจิงออกมา...จากบ้านร้างผีสิงนั่นแหละค่ะ

เพราะฝนฟ้าและบ้านที่คล้ายๆ กันทำให้ดิฉันเข้าบ้านผิด...ไม่ช็อกตายคาที่ก็ถือว่าเป็นบุญแล้วค่ะ!

ใบหนาด
บันทึก #4 9 ก.ค. 2553 03:44:23
10 อันดับ บ้านผีที่เฮี้ยนที่สุด
1. บ้านผี ในซอยรามคำแหง 32
ปล่อยให้ทิ้งร้างเก่าทรุดโทรมอย่างน่าใจหาย ประวัติของบ้านมีว่าเจ้าของบ้านเป็นชาวต่างชาติ วันหนึ่งเจ้าของบ้านขับรถออกไปทำงานตามปกติ ที่บ้านมีสาวใช้อยู่เพียงคนเดียว คนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคงมาแอบสังเกตการณ์นานพอสมควรได้ฉวยโอกาสเข้าปล้น และฆ่าสาวใช้ตายคาที่ นับตั้งแต่นั้นมักจะได้ยินเสียงผู้หญิง ร้องไห้ช่วยดังโหยหวนน่าสยดสยอง และยังเห็นผู้หญิง (เข้าใจว่าเป็นสาวใช้ที่ถูกฆ่าตาย ) เดินวนเวียนวูบวาบอยู่ในบ้าน เจ้าของบ้านทนอยู่ไม่ไหวต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น เล่ากันว่าหลังจากนั้น มีคนได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วย ดังมาจากบ้านร้างบ่อยๆ และมีคนเห็นผู้หญิงลึกลับยืนอยู่หน้าบ้านเป็นประจำเมื่อเข้าไปใกล้ก็หายไป

2.วัดมหาบุศย์ พระโขนง
ที่วัดมหาบุศย์ ยังมีศาลย่านาคตั้งอยู่ สืบเนื่องมาจากตำนานรักของแม่นาคพระโขนง ที่รู้กันแพร่หลายเล่ากันว่า เมื่อผีแม่นาคอาลวาดหลอกหลอน จนชาวบ้านหาปกติสุขมิได้ เจ้าประคุณสมเด็จโต ( วัดระฆัง ) ได้มานำวิญญาณแม่นาคไป พร้อมกับกระดูกกระโหลกหน้าผาก แล้วอบรมสั่งสอนให้รักษาศีล ปฏิบัติธรรม นัยว่าแม่นาคเลื่อนภพเป็นเทพแล้ว หากยังมีผีวนเวียนที่วัดมหาบุศย์ คงมิใช่วิญญาณแม่นาคอย่างแน่นอน
3.บ้านผี ในซอยสายหยุด อู่รถเมลล์เก่า
ที่นี่เป็นสุสานรถเมลล์หรือรถโดยสารประจำทางที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนใช้การไม่ได้ ซากรถเมลล์แต่ละคันมีประวัติคนตายโหงคารถ ในสภาพสยดสยองมาแล้วและเป็นที่เล่าลือกันว่า อยู่ดีๆไฟในรถกลับเปิดสว่างขึ้นมาเอง หรือมีคนมายืนโบกรถหน้าอู่ แท๊กซี่จะเข้าไปจอดรับก็หายไปบางครั้งมีคนวิ่งตัดหน้า และหายไปดื้อๆ


4.บ้านผี ในซอยรอดอนันต์ 1 ถ.สุขาภิบาล1
เป็นบ้านร้างทรงไทยอยู่ริมบึงห่างไกลจากบ้านอื่นๆในระแวกนั้น บริเวณบ้านรกครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยคุณยายเจ้าของบ้าน เสียชีวิตที่บ้านหลังนี้ และน่าเชื่อว่า วิญญาณของคุณยายไม่ยอมไปผุดไปเกิด แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในบ้าน จนกระทั่งลูกหลานไม่กล้าอยู่ ต่างแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นหมด ปล่อยบ้านทิ้งร้างชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และที่บ้านหลังนี้เล่าลือกันว่าผีดุนัก คนอยู่ระแวกใกล้เคียงเคยเห็นผีคุณยายมายืนชี้นิ้วอยู่ที่หน้าบ้านเมื่อมีเด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ในบริเวณหน้าบ้าน เคยมีคนใจกล้าเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงแก่ๆขู่ตะคอก จนต้องเผ่นออกมาแทบไม่ทัน

5.บ้านผี รังสิต คลอง 13
จากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีบ้านพักถูกไฟไหม้เกือบหมดทั้งหลัง แต่ยังเหลือซากบ้านอยู่ส่วนหนึ่ง ข้อมูลบางกระแสเล่าว่า มีผู้หญิงตายในไฟ บ้านหลังนี้อยู่ในสวนมะขามหวาน แต่ถูกทิ้งให้รกร้าง คนในระแวกใกล้เคียงต่างยืนยันกันว่าตอนกลางคืน จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวน มาจากซากบ้านบ่อยๆ พร้อมกันนั้นเคยมีคนเห็นผีผู้หญิงในบริเวณซากบ้านด้วย

6.บ้านผี ในซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถ.พัฒนาการ
เป็นโรงงานร้าง เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำปากกา และเป็นโรงกลึงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 80 ไร่ เหตุที่กลายเป็นโรงงานร้าง ชำรุดทรุดโทรม มีวัชพืชขึ้นปกคลุมรกครึ้มเช่นทุกวันนี้ ว่ากันว่าเจ้าที่เจ้าทางแรง ระหว่างที่ดำเนินงานอยู่ มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหลายคน ผู้ลงทุนขาดทุนย่อยยับจนต้องเลิกกิจการ หากเดินเข้าไปในอาณาเขตโรงงานร้าง จะสัมผัสบรรยากาศยะเยือกผิดปกติ และเล่าลือกันว่าหากไปเคาะแท้งก์น้ำซึ่งตั้งอยู่ 3 ใบ 3 ครั้ง จะปรากฏเจ้าที่เจ้าทางออกมาให้เห็นทันที

7.วัดปราสาท จ.นนทบุรี
เป็นวัดเก่าแก่โบราณ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง เคยขุดพบกำแพงเมืองรอบอุโบสถอายุ 300 ปี ด้านหลังอุโบสถ มีคุ้มเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมว่ากันว่าเจ้าของสถานที่คือ พระนางอุษาวดีเทวี ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกว่า "แม่" และ" เจ้าแม่ " เวลากลางคืน หากไปที่บริเวณคุ้มจะมีบรรยากาศวังเวงน่ากลัวมาก ผู้ใดไปแสดงกิริยาวาจาจ้วงจาบหยาบคาย ไม่เคารพผู้เป็นเจ้าของสถานที่ มักจะพบกับเหตุการณ์แปลกๆน่ากลัว
บันทึก #5 9 ก.ค. 2553 03:47:38
8.โรงงานร้างอยู่ในอุตสาหกรรมบางปู
(ฝั่งเดียวกับเมืองโบราณ) สถานที่อยู่สุดซอย 2 เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำรองเท้า ขณะที่กิจการกำลังดำเนินงานไปด้วยดี ได้เกิดอุบัติเหตุร้างแรง คือเครื่องปั้มลมเกิดระเบิดคนงานหลายคนเสียชีวิตสยอง นับตั้งแต่นั้นคนงานที่ทำงานอยู่ ถูกผีหลอกวิญญาณหลอน จนต้องทะยอยลาออกไปเรื่อยๆจนหมด กิจการประสบความวินาศ เจ้าของโรงงาน ยิงตัวตายในห้องทำงานชั้นบนของโรงงาน และกลายเป็นสถานที่รกร้างเรื่อยมา เล่าลือกันว่าผีดุมาก ปัจจุบันนี้ยังมีเศษรองเท้ากระจายเกลื่อนและปั้มลมมรณะก็ยังอยู่

9.บ้านผี ในซอยวัชรพล
เป็นบ้านทรงยุโรปหลังใหญ่ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ถูกทิ้งร้างค้างคาอยู่ในสภาพเดิม เวลากลางคืนดูน่ากลัวชวนขนลุกยิ่ง และว่ากันว่ามีคนพบเห็นวิญญาณของชายหญิงและเด็ก ปรากฏวูบวาบบ่อยๆ สาเหตุที่บ้านหรูหลังใหญ่ กลายเป็นบ้านร้าง เนื่องจากเจ้าของบ้านหลังนี้ พาครอบครัวขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด และประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตหมดทุกคน

10.บ้านผี ในซอยวัชรพลเช่นกัน
เป็นหมู่บ้านร้างตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ชื่อหมู่บ้านปิยพร คนเก่าคนแก่ในพื้นที่เล่าว่า ที่ดินส่วนนี้เคยเป็นป่าช้ามาก่อน เจ้าของโครงการ ไม่ได้ทำพิธีบอกกล่าวขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง ดังนั้นพอเริ่มงานก่อสร้าง จึงพบกับอุปสรรคนานาประการ ต่อมามีคนงานเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหลายคน ในเขตหมู่บ้านมีบึงใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ก็มีเด็กตกไปตาย 2-3 คน ประกอบกับบ้านในโครงการ ไม่มีผู้สนใจอย่างที่ประเมินเอาไว้ จึงต้องยุติโครงการ กลายเป็นหมู่บ้านร้างกลางกรุง พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเล่าลือว่า ผู้ที่เข้าไปในเขตหมู่บ้านยามวิกาล มักจะพบวิญญาณแสดงตัวหลอกหลอน เล่นเอาขวัญหนีดีฝ่อ ไม่บังอาจกล้ำกลายเข้าไปอีก


comments
บันทึก #6 9 ก.ค. 2553 04:07:58
ขอบคุณคับ
บันทึก #7 13 ม.ค. 2554 10:36:42
ไม่รู้สิครับ
บันทึก #8 10 พ.ค. 2554 02:51:22
ครับขอบคุณ....
บันทึก #9 12 พ.ค. 2554 22:06:45
เดียวจะหามาให้
คำตอบ (14)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกลบออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
4
การดู
7639
ติดตาม
1
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 4
คำตอบ: 2
คำตอบ: 4
คำตอบ: 2
คำตอบ: 11
คำตอบ: 8
คำตอบ: 15
คำตอบ: 5
เรียนรู้เพิ่มเติม
เกี่ยวกับ Google กูรู
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว