การแปลนั้น ไม่ยาก และ ไม่ง่าย ขึ้นอยู่กับ
1. ประเภทของเอกสารว่า ทั่วไป หรือเฉพาะทาง หรืออาจจะเป็นบทความ ข่าว จดหมายราชการ จดหมายทั่วไป เรียงความ โคลง หรือนวนิยาย
2. ความรู้ด้านภาษาของผู้แปล หรือความถนัด ณ จุดนี้ คงจะต้องอาศัยประสบการณ์เก็บเกี่่ยวการแปล การอ่านบ่อยๆ และเก็บสำนวนเล็ก ผสมน้อย คำศัพท์ dictionary เฉพาะทาง หรือเรียนรู้จากตำราที่เกี่ยวข้อง เทียบเคียงกัน
3. การแปล ต้องเริ่มจากอ่านให้เข้าใจ หากจับประเด็นไม่ได้ คงจะต้องหาศัพท์ บางครั้งศัพท์ที่ใช้ ศัพท์เดียวกันแต่ให้ความหมายต่างกัน หรือบางครั้งศัพท์ที่ใช้ ศัพท์ต่างกัน แต่ให้ความหมายเหมือนกัน ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นค่ะ ดังนี้
ระดับอนุบาล
สมัยเรียน ก็ต้องหา ประธาน กิริยา กรรม หรือ ส่วนขยายต่างๆ และศัพท์ที่เป็นเฉพาะทาง จะต้องใช้เวลานำเอาความรู้ภาษาอังกฤษ และส่งครูเพื่อปรึกษาด้านสำนวนการแปลได้นะคะ
ระดับประถม
เมื่อค้นพบแล้ว จับใจความสำคัญ ขัดเกลาเพื่อให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเข้าใจง่าย ส่วนใหญ่แปลลักษณะเป็นภาษาเขียน มากกว่า ภาษาพูด ถ้าเป็นเอกสารราชการ แต่ถ้านำมารายงาน แปลเป็นภาษาพูดที่นิยมแบบสากล
ระดับมัธยม
กวาดตา สรุปเรื่องราวว่า เน้นทางด้านไหน และจับประเด็นออกมา
บางครั้งภาษาไทย สั้นนิดเดียว แต่พอเป็นภาษาอังกฤษยาวมากๆ
หรือบางครั้งสำนวนภาษาอังกฤษ สั้นๆๆ นะ พอแปลเป็นไทยก็ยาวมากเช่นกัน
เช่น
Sit down please. Sit down.
เชิญนั่งตรงนี้คะ กรุณานั่งลงนะึคะ นั่งเดี๋ยวนี้นะ นั่งลงเดี๋ยวนี้เลย นั่ง นั่งลง
ข้อมูลตรงนี้ต้องแล้วแต่สถานการณ์ เพื่อความสอดคล้องสวยงามของภาษาค่ะ