ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256105)
คอมพิวเตอร์ (158444)
การศึกษา (153991)
สังคม (54459)
สุขภาพ (44608)
เกมส์ (41324)
ชอปปิ้ง (19135)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10420)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8743)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
พิธีวิวาห์ บาบ๋าภูเก็ต BA-BA WEDDING
วัฒนธรรม
ข้อมูล
ภูเก็ตเป็นดินแดนแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งนี้เพราะสภาพแวดล้องทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนโภคทรัพย์ที่มีในจังหวัดภูเก็ต จูงใจให้คนต่างชาติต่างภาษา สนใจที่จะเข้ามามีบทบาทในดินแดนแห่งนี้ จนบางครั้งทำให้ภูเก็ตกลายเป็นสมรภูมิเลือด เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ในดินแดนแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว

         ชาวจีนเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมแข็ง ได้เข้ามาครอบงำวัฒนธรรมเดิมและสร้างความเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมขึ้น
ชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓-๔ โดยเข้ามาสร้างตึกดินแบบจีนบริเวณแถวน้ำ บางเหนียว บ้านเรือนแถวกะทู้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระยารัษฎานุประดิษฐฯ ได้นำชาวจีนมาจากปีนังเพื่อให้เข้ามาทำเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ต ชาวจีนกลุ่มนี้ได้นำรูปแบบอาคารบ้านเรือนจากปีนังมาสร้างในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งชาวภูเก็ตและชาวใกล้เคียงรู้จักในชื่อของ อาคารแบบชิโนโปรตุกีส
นอกจากนี้ชาวจีนกลุ่มนี้ได้แต่งงานกับชาวพื้นเมือง ทำให้เกิดกลุ่มชนกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า พวกบาบ๋า และยอหยา ในภูเก็ต ประเพณีวัฒนธรรมแบบจีนได้เข้ามาเผยแพร่ในภูเก็ตบริเวณบ้านกะทู้ บ้านทุ่งคา ชุมชนในภูเก็ตได้รับการถ่ายทอดวัฒนธรรมทางภาษา การแต่งกาย อาหาร ผสมกับวัฒนธรรมพื้นเมืองจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น

        ประเพณีการแต่งงานที่นำเสนอในวันนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากวัฒนธรรมจีนในภูเก็ตนั่นเอง
ถนนถลางย่านธุรกิจเก่าแก่ของชาวจีนในจังหวัดภูเก็ต ชาวจีนเหล่านี้ส่วนใหญ่อพยพมาจากปีนัง บางครอบครัวมีญาติอยู่ที่ปีนัง ย่านนี้ถือว่าเป็นย่านทางประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมของชาวภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรม ประเพณีท้องถิ่น และวัฒนธรรมทางภาษา
การแต่งงานแบบจีนโบราณชุดนี้ เป็นที่นิยมของชาวภูเก็ตเชื้อสายจีนในอดีตย้อนหลังไม่ต่ำกว่า ๗๐-๘๐ ปี (ราวประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๐) เป็นสมัยที่ชาวจีนมีอิทธิพลมากในเมืองภูเก็ต

         ประเพณีการแต่งงานของชาวภูเก็ตในยุคนั้นเป็นยุคที่ผู้หญิงเก็บตัวอยู่ในบ้าน ผู้ชายไม่ค่อยได้พบลูกสาวบ้านใดง่าย ๆ การแต่งงานจึงเป็นผ่านคนกลางคือ แม่สื่อ (อึ่มหลาง) ผู้ทำหน้าที่นี้จะต้องเป็นผู้มีวาทศิลป์ในการพูด โน้มน้าวจิตใจให้เกิดการยอมรับทั้งสองฝ่าย ถ้าเจรจาสำเร็จ "อึ่มหลาง" จะต้องได้รับสมนาคุณเป็นอั้งเปา และขาหมูอย่างดี ๑ ขา
บันทึก #1 5 มิ.ย. 2553 15:58:55
การจัดงานแต่งงานถือเป็นงานมงคลสำคัญในชีวิตของเจ้าบ่าวเจ้าสาว และชาวภูเก็ตถือว่าการเลี้ยงลูกจนได้แต่งงาน ถือเป็นความสำเร็จของพ่อแม่อย่างหนึ่ง ฉะนั้นถ้าบ้านใดลูกสาวได้แต่งงานต้องประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ โดยใช้คณะวงดนตรีจีนนำหน้าขบวนแห่ คนทั่วไปเมื่อได้ยินเสียงจะวิ่งมาดู ชาวภูเก็ตจะเลียนเสียงคนตรีจีนประกอบงานมงคลสมรสว่า ตีต่อตีเฉ้ง คำว่า "ตีต่อตีเฉ้ง" จึงเป็นคำที่ใช้เฉพาะงานแต่งงานเท่านั้น
ประเพณีเริ่มจากบ้านเจ้าบ่าว ก่อนเจ้าบ่าวจะออกจากบ้านจะต้องมีการจุดประทัด จากนั้นขบวนเจ้าบ่าวจะเดินทางไปบ้านเจ้าสาว เมื่อถึงบ้านเจ้าสาวจะมีการจุดประทัดรับเจ้าบ่าวที่หน้าบ้านเจ้าสาว นำเจ้าบ่าวเข้าบ้าน

         เจ้าบ่าวเดินเข้าบ้าน ญาติฝ่ายเจ้าสาวจัดเด็กผู้หญิงมารอรับและเชื้อเชิญเจ้าบ่าว และญาติฝ่ายเจ้าบ่าวเข้ามาในบ้าน
เมื่อเจ้าบ่าวเข้าไปข้างในบ้าน อึ่มหลางจะส่งขันหมากให้แม่เจ้าสาว หลังจากนั้น เพื่อนเจ้าบ่าวจะส่งเสี่ยหนาให้อึ่มหลาง อึ่มหลางจะเป็นผู้ส่งเสี่ยหนาซึ่งบรรจุน้ำชา ๕ รส ให้กับญาติเจ้าสาว

(ในการหมั้น ในเสี่ยหนามี ขนมหวาน ได้แก่ ขนมถั่ว ๑๒ ชิ้น และน้ำตาล (ถั่ว หมายถึง ความเจริญงอกงาม)(น้ำตาล หมายถึง ความหวาน))
เจ้าสาว- ในวันนี้ลูกสาวชาวภูเก็ตถือว่าเป็นวันสำคัญในชีวิต เจ้าสาวจะสวมชุดพิเศษ ถ้าเจ้าสาวเชื้อสายฮกเกี้ยน สวมชุดปั้วตึ่งเต้ เจ้าบ่าวสวมชุดสูทแบบสากล

ถ้าเจ้าสาวเป็นจีนเชื้อสายแผ่นดินใหญ่โดยตรง จะแต่งแบบฮ่องกง คือ

ชุดคลุมหน้า เจ้าบ่าวก็สวมชุดคลุมรุ่มร่ามแบบฮ่องเต้
ชื่อเรียก ชุดปอตึ้งเต้
นิยม ใช้สีชมพู หรือส้มชมพู
ลักษณะการแต่งกาย ประกอบด้วยเสื้อผ้า ๒ ชั้น
- เสื้อตัวใน เป็นเสื้อสั้นแค่เอวติดริมลูกไม้ แขนเสื้อจีบปลายแขน เรียกว่า เสื้อมือจีบ
- เสื้อตัวนอก เป็นเสื้อคลุมยาว ใช้ผ้าป่านรูเบีย กระดุมกลม เรียกว่า กระดุมกิ้มตู้น
คำว่า "กิ้มตู้น" หมายถึง เงินเหริญต่างประเทศโดยเฉพาะเหรียญทองอังกฤษขนาดเล็ก ใช้ทำกระดุม หรืออาจจะเป็นกระดุมกลมฝังเพชรก็ได้
กิ้มตู้น- จะใช้ทำกระดุม หรือทำจี้ก็ได้ เพียงแต่จี้กิ้มตุ้นมีขนาดใหญ่และมีลวดลายเป็นหงส์ นก หรือนกยูงล้อมรอบ ถ้าเป็นกระดุมไม่ต้องหุ้มทองรอบนอก
บันทึก #2 5 มิ.ย. 2553 15:59:52
เครื่องประดับอื่น ๆ
เสื้อครุย
- โกสังข์ ๑ ชุด ๓ ดอก (เงินหรือทองก็ได้)
- หลั่นเตป๋าย( สร้อยแผงหรือสร้อยสังวาล)
- กำไล ๒ ข้าง
- แหวน ๘ นิ้ว, กำไลข้อเท้า
ทรงผม- เกล้าผมทรงสูง ด้านหน้าเรียบตึง ด้านหลังโป่งออกเรียก "ชักอีโบย" เกล้ามวยไว้บนศีรษะ ด้านข้าง ๒ ข้าง ดึงให้โป่งออกเรียกว่าอีเปง บนมวยดึงขึ้นเป็นรูปหอยโข่ง ปักดอกไม้ไหวทำด้วยทองคำ หรือลวดดอกไม้ไหว ทำผมสูงจะต้องทำให้แข็งด้วย "กาโต้หั้ว" ลักษณะคล้าย เยลในปัจจุบัน กาโต้หั้ว ทำด้วยเปลือกไม้ชนิดหนึ่ง ต้ม ยางไม้จะจับให้ผมแข็งตัว คงสภาพอยู่นาน
พัด- นิยมถือพัดขนนก (ขนไก่) สีชมพู
การแต่งกายนี้จะแสดงถึงฐานะของเจ้าสาว

เจ้าบ่าวจะแต่งกายแบบชาวตะวันตก คือสวมเสื้อนอก (แม่เสื้อ) ผูกเนคไท (สวมสูทนั่นเอง)
คนภูเก็ตซึ่งสืบเชื้อสายมาจากจีน มักจะนับถือพระเจ้า เทวดา ฟ้าดิน ดังนั้น ในวันมงคลจึงมักจะมีการไหว้ เง็กเซียนฮ่องเต้ ถือว่าเป็นเทวดาผู้ใหญ่ซึ่งบังคับบัญชาเทวดา ทั้งหลาย ทั้งนี้เพราะเชื่อว่า การที่เลี้ยงลูกมาได้จนเติบ มีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐาน เพราะได้รับการคุ้มครองดูแล
จากเทวดา ฟ้าดิน ทั้งหลาย
บันทึก #3 5 มิ.ย. 2553 16:00:20
ขณะไหว้เทวดาเจ้าสาวจะยืนอยู่ทางขวามือของเจ้าบ่าวหรือเจ้าบ่าวอยู่ทางด้านซ้ายมือของเจ้าสาว ทั้งนี้เพราะชาวจีนจะถือว่ามือซ้ายซึ่งเป็นมือที่ถือถ้วยข้าว เป็นใหญ่กว่ามือขวาที่ถือตะเกียบ
สำหรับการคุกเข่าไหว้เทวดา ๑๒ ครั้ง คำว่า ๑๒ หรือ จับหยี่ป่าย ถือเป็นคำมงคลเป็นฤกษ์ดี ๒๔ ครั้ง หรือ หยี่สี่ป่าย ถือเป็นความกตัญญูกตเวที จากนั้นจึงเข้าไปในบ้านเพื่อไหว้พระในบ้าน ต่อด้วยไหว้บรรพบุรุษ และไหว้พ่อแม่เจ้าสาว

    กิจกรรมในตอนนี้จะมีพิธีล้างเก้าอี้ทรงกลม คือ เจ้าบ่าว เจ้าสาวจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาปูบนเก้าอี้ จะใช้มือซ้ายกวาด ๑ ครั้ง และจะใช้มือขวากวาด ๑ ครั้ง กระพือ ๑ ครั้ง

ขนมที่ใช้ในประเพณี แต่งงานของคนภูเก็ตจะมีขนม ๑๒ อย่าง ซึ่งคนภูเก็ตถือว่าเป็นขนมมงคลได้แก่
-๑ ขนมกันแม (กาละแม) มีความหมายว่า ขอให้ความรักของคู่บ่าวสาว หวานชื่น ยืนยาว แน่นเหนียว มีความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะขนมกันแมมีวิธีทำยุ่งยากมาก กว่าจะทำสำเร็จได้ ต้องใช้ความพยายาม ความมานะอดทน หนักแน่น และมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีความรัก ความสามัคคีกัน ชีวิตและครอบครัวจึงมีความสุข
-๒ ขนมข้าวเหนียวหีบ (ข้าวเหนียวอัด) มีความหมายว่า ให้คู่บ่าวสาวมีความรักที่มั่นคง เหนียวแน่น สีของขนมคือ สีขาวและสีม่วง เปรียบเสมือนสองครอบครัวที่ต่างกันก็ตาม เมื่อมาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน หากมีความรักความสามัคคีกลมเกลียวกัน ร่วมกันสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่น มั่งคง ก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองตลอดกาล
-๓ ขนมปาถ้องโก้(คล้ายขนมถ้วยฟู นึ่งด้วยถาด) มีความหมายว่า ให้ชีวิตครอบครัวรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้าหน้าที่ตลอดไป จัดเป็นขนมฟู หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
-๔ ขนมบูหลู (ขนมไข่) หมายถึง ให้ชีวิตการแต่งงานของคู่บ่าวสาวมีความเจริญรุ่งเรือง
-๕ ขนมห่อ (ขนมสอดไส้) มีความหมายว่า ให้คู่บ่าวสาวอยู่เรียงเคียงคู่เหมือนไส้ขนมที่มี ๒ เม็ด อย่าได้พลัดพรากจากกัน ขอให้ชีวิตคู่มีความสุขตลอดอายุขัย
-๖ ขนมเทียน เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว ไส้ทำจากถั่ว น้ำตาล และจันอับ ความเหนียวหมายถึงความสามัคคี น้ำตาลและจันอับหมายถึงความหวาน ความยิ่งใหญ่ ถั่ว หมายถึง ความเจริญงอกงาม
-๗ ขนมชั้น มีความหมายว่า ให้คู่บ่าวสาว จงครองรักกันด้วยความสุขหวานชื่น มียศฐาบรรดาศักดิ์สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ครอบครัวเจริญก้าวหน้า สืบทอดถึงชั่วลูกชั่วหลาน
(๘)ซีกั้วโก้ย ตัวขนมเป็นสีเหลืองฐานสีเขียว เป็นขนมที่เป็นชื่อของผลไม้ใหญ่ใช้ในงานมงคล หมายถึง ความยิ่งใหญ่ยศฐาบรรดาศักดิ์ ความกลมของผลไม้ หมายถึง ความกลมเกลียวของคู่บ่าวสาว
(๙) กาเป็กโก้ย (ขนมคีบหรือขนมทองม้วน) มีความหมายว่า ให้คู่บ่าวสาวใช้ชีวิตคู่ให้เกาะเกี่ยวยึดติดกันเคียงคู่กันตลอดอายุขัย
(๑๐)ฉ่ายเถ่าโก๊ย (ผสมหัวผักกาด) มีความหมายว่า ให้ชีวิตคู่บ่าวสาว ครองรักครองเรือนอย่างมีความสุข หัวไฉเท้ามีราก ใบ ก้าน ซึ่งหมายถึง ความมีรากฐาน เป็นปึกแผ่นของคู่บ่าวสาว
(๑๑)ขนมหุ้นโก้ย มีความหมายว่า ขอให้ชีวิตครอบครัวของคู่บ่าวสาวมีความอบอุ่น เต็มไปด้วยความรักมีความหวานชื่น เข้าใจซึ่งกันและกัน
(๑๒)ขนมผิง มีความหมายว่า ขอให้ชีวิตครอบครัวของคู่บ่าวสาวมีความอบอุ่น เต็มไปด้วยความรักอันหวานชื่น เข้าใจซึ่งกันและกัน
คนภูเก็ตสมัยโบราณจะสอนให้ลูกหลาน เป็นคนที่อ่อนน้อม ถ่อมตน เคารพนับถือเทวดาฟ้าดิน เชื่อฟังผู้ใหญ่ จะสังเกตเห็นได้จากประเพณีแต่งงานของคนในภูเก็ตที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว จะต้องไหว้เทวดา ซึ่งเป็นพระนอกบ้าน ซึ่งหมายถึงการเคารพอ่อนน้อมต่อคนทั่วไป ไหว้พระในบ้าน ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผู้ใหญ่ นอกจากนั้นการแต่งงานของคนภูเก็ตสมัยโบราณยังไม่มีการรับไหว้ด้วยเงินหรือทอง แต่จะมีเพียงการรับไหว้ซึ่งหมายถึง ความอ่อนน้อมถ่อมตน คนภูเก็ตสมัยโบราณจึงไม่สนใจทรัพย์สิน เงินทองความร่ำรวย การเลือกลูกเขยลูกสะใภ้ จึงมักจะดูเพียงว่าเป็นคนขยันอดทน และเป็นคนดี หรือไม่ ด้วยค่านิยมเช่นนี้ ทำให้ครอบครัวถึงคนภูเก็ตซึ่งส่วนใหญ่ เป็นครอบครัวที่มีลูกมากถึง ๑๐ กว่าคน เมื่อแต่งงานกันแล้วจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ถึงแม้ว่าจะมาจากต่างครอบครัว ก็สามารถอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุขตราบเท่าทุกวันนี้.
บันทึก #4 5 มิ.ย. 2553 16:00:45
http://1.bp.blogspot.com/_C58Y8lXx9Jg/SZY8EXRjwAI/AAAAAAAADHA/XPmjqxe0leA/s320/Phuket002.jpg
บันทึก #5 5 มิ.ย. 2553 16:01:37
http://4.bp.blogspot.com/_C58Y8lXx9Jg/SZY8ET-WRkI/AAAAAAAADHI/kcWN9FNjgKw/s320/Phuket001.jpg
บันทึก #6 5 มิ.ย. 2553 16:06:08
http://i234.photobucket.com/albums/ee307/paewphuket/P5091111.jpg
บันทึก #7 5 มิ.ย. 2553 16:07:18
ขอบคุณท่านแสงธรรมที่ลงรูปภาพให้น่ะค่ะ  น่ารักจัง
คำตอบ (10)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
6
การดู
3109
ติดตาม
0
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว