ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256116)
คอมพิวเตอร์ (158448)
การศึกษา (153991)
สังคม (54460)
สุขภาพ (44608)
เกมส์ (41324)
ชอปปิ้ง (19136)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10420)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8743)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
7/11/53
ประกอบหลัก 5 ประการ ในศาสนาอิสลาม
หลักการปฎิบัติ
รูก่นอิสลาม
อิสลาม

ศาสนาอิสลาม มีองค์ประกอบหลัก 5 ประการเรียกในภาษาอาหรับว่า “อัรฺกานุลฺ-อิสลาม” ได้แก่

1. การปฏิญาณตน (อัช-ชะฮาดะฮฺ)  ข้าพเจ้าขอปฎิญานตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และ  

   แท้จริงท่านนบีมูฮัมหมัด เป็นศาสทูตของพระองค์

2 การละหมาดฟัรฎู 5 เวลา

3 การบริจาคซะกาฮฺ เมื่อมีทรัพย์สินถึงจำนวนและครบรอบปี

4 การถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน ตามบัญญัตศาสนา

5 การประกอบพิธีฮัจญ์ ณ บัยตุลลอฮฺ-อัลฮารอม นครมักะห์ หากสามารถเดินทางทั้งไปและกลับ
 
  ได้โดยไม่เดือดร้อน


(หลักฐาน)รายงานจากอบี อับดิรเราะฮฺมาน อับดิลลาฮฺ อิบนิ อุมัร อิบนิ อัลค็อตตอบ (ร.ฎ.) ว่า

: ฉันเคยได้ยินท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) กล่าวว่า :

بُنِيَ الإِسْلاَمُ عَلى خَمْسٍ : شَهَادَةِ أَنْ لاَ إِلهَ إِلاَّ الله وَأَنَّ مُحَمَّدًارَسُوْلُ اللهِ ،
وإقَامِ الصَّلاَةِ و إيْتَاءِ الزَّكَاةِ ، و حَجِّ الْبَيتِ ، وَصَوْمِ رَمَضَانَ

رَواه البُخارِيّ ومُسْلِم

“อัล-อิสลามตั้งอยู่บน 5 ประการ : (คือ) การปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าองค์ใดที่ถูกเคารพสักการะโดยเที่ยง

แท้นอกจากอัลลอฮฺและแท้จริงมุฮำหมัดคือศาสนทูตของอัลลอฮฺ,การดำรงละหมาด,การนำมาซึ่งการ

บริจาคซะกาฮฺ,การประกอบพิธีฮัจญ์ ณ บัยติลลาฮฺ และการถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน”

(รายงานโดย บุคอรีและมุสลิม)

องค์ประกอบหลักทั้ง 5 ประการในศาสนาอิสลาม

มีความเกี่ยวพันซึ่งกันและกัน ผู้ใดนำพาทั้ง 5 ประการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้นั้นคือมุสลิมผู้มีศรัทธาอัน

สมบูรณ์ และผู้ใดละทิ้งทั้ง 5 ประการ ผู้ นั้นเป็นผู้ปฏิเสธ (กาเฟร) โดยเด็ดขาด และผู้ใดปฏิเสธประการ

หนึ่งประการใดจาก 5 ประการนั้น ผู้นั้นมิใช่มุสลิมโดยมติเห็นพ้อง (อัล-อิจญ์มาอฺ)

และผู้ใดมีความเชื่อในหลัก 5 ประการทั้งหมด แต่ละเลยประการหนึ่งนอกเหนือจากการปฏิญาณตน

(อัชชะอาดะฮฺ) โดยเกียจคร้าน ผู้นั้นเป็นผู้ฝ่าฝืน (ฟาซิก)  และผู้ใดนำพาเพียงแต่การปฏิบัติและยืนยัน

ด้วยลิ้นของตนโดยการเสแสร้ง ผู้นั้นคือผู้กลับกลอก (มุนาฟิก)

(ดร. มุสตอฟา อัลบุฆอ, มุฮัยยิดดีน มิสตู; อัลวาฟีย์ ฟี ชัรฮัล อัลอัรบะอีน อันนะวาวียะฮฺ หน้า 19)
องค์ประกอบหลักของศาสนาอิสลามทั้ง 5 ประการนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

(1) วจีกรรม (เกาลียะฮฺ) คือการปฏิญาณตนด้วย 2 ประโยคนั้น

(2) กิจกรรม (อะมะลียะฮฺ) คือองค์ประกอบหลักจากประการที่เหลือ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น3 ประเภทคือ

1. กิจกรรมทางกาย (บะดะนียะฮฺ) คือการละหมาดและการถือศีลอด

2. กิจกรรมทางทรัพย์ (มาลิยะฮฺ) คือการบริจาคซะกาฮฺ

3. กิจกรรมทางกายและทางทรัพย์ (บะดะนียะฮฺ-มาลิยะฮฺ) คือการประกอบพิธีฮัจญ์ และคำกล่าวของ

หัวใจตลอดจนงานของหัวใจถือเป็นเงื่อนไขในทุกประการ

(ชัยค์ฮาฟิซ อิบนุ อะฮฺหมัด อาล-ฮุกมีย์ ; มุคตะซอร มะอาริญิลกอบูล ; หน้า 170)




บันทึก #1 7 พ.ย. 2553 03:16:53
คุณค่าองค์ประกอบหลัก 5 ประการ ในศาสนาอิสลาม

คุณค่าของการปฏิญาณตน (อัช-ชะฮาดะฮฺ)

การปฏิญาณตน (อัชชะฮาดะฮฺ) ถือเป็นหลักมูลฐานสำหรับองค์ประกอบหลักในศาสนาอิสลามที่เหลืออีก 4

ประการกล่าวคือ บุคคลจะไม่เข้าสู่สิ่งหนึ่งสิ่งใดจากหลักนิติธรรมอิสลาม (จะไม่ถือว่าผู้นั้นเป็นมุสลิม) นอกจาก

ต้องมีการปฏิญาณตนนั้น และบุคคลจะไม่ออกจากศาสนา (ตกมุรตัด) นอกจากด้วยการกระทำที่ขัดแย้งกับนัย

ของ 2 ประโยคที่ถูกกล่าวในการปฏิญาณตน

ด้วยเหตุนี้ ท่านนบีมุฮัมมัด  จึงไม่ได้เรียกร้องสู่สิ่งใดก่อนการปฏิญาณตนด้วยประโยคทั้งสอง

และอัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) จะทรงไม่ตอบรับการกระทำของผู้หนึ่งผู้ใดที่ไม่มีการปฏิญาณตนด้วย 2 ประโยค

นั้น และการกล่าวปฏิญาณด้วยประโยคที่ว่า (لاَ إلهَ اِلاَّالله) เป็นการให้เอกภาพต่อพระผู้ทรงถูกเคารพสักการะโดย

เที่ยงแท้ พระผู้ทรงเอกะและไม่มีภาคีใดๆสำหรับพระองค์ ในการกล่าวประโยคที่ 2 คือ (مُحَمَّدٌرَسُوْلُ اللهِ) เป็นการ

ยอมรับในความเป็นหนึ่งเดียวของวิถีทางที่จะนำสู่การรู้จักอัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) และแนวทางในการเคารพ

สักการะต่อพระองค์

และส่วนหนึ่งจากคุณค่าของการปฏิญาณตนด้วยประโยคทั้งสองนั้นคือ

1.คือหนทางแห่งความผาสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้าการเคร่งครัดในการปฏิบัติตามนัยของประโยคทั้งสอง
 
  คือ ความรอดพ้นจากนรกภูมิ และการได้รับสวนสวรรค์เป็นสิ่งตอบแทน

2. ประโยคทั้งสองถือเป็นความโปรดปราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي)
   
    ทรงประทานแก่มวลบ่าวของพระองค์

3. คือบทรำลึกถึงพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ที่ประเสริฐสุดอีกทั้งเป็นสิ่งที่ทำให้ตาชั่งแห่งคุณงาม
   
    ความดีมีน้ำหนักมากที่สุด เป็นต้น

นักวิชาการได้ระบุถึงเงื่อนไขของการกล่าวคำปฏิญาณทั้ง 2 ประโยคในการบังเกิดคุณค่าข้างต้นว่าต้องมี

เงื่อนไขดังต่อไปนี้เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน คือ

1.มีความตระหนักรู้ถึงจุดมุ่งหมายและนัยของประโยคทั้งสอง (อัล-อิลมุ้)

2.มีความมั่นใจ (อัล-ยะกีน) ไม่สงสัยคลางแคลง

3.ยอมรับโดยดุษฎี (อัล-ก่อบูล)

4.น้อมนำปฏิบัติตาม (อัล-อิงกิยาดฺ)

5.มีความสัตย์ (อัศ-ศิดกุ้)

6.มีความบริสุทธิ์ใจ (อัล-อิคลาศ)

7.มีความรัก (อัล-มะฮับบะฮฺ) ในประโยคทั้งสองนั้น
บันทึก #2 7 พ.ย. 2553 03:20:38
คุณค่าของการละหมาด (อัศ-เศาะลาฮฺ)

การละหมาด (อัศ-เศาะลาฮฺ) ถือเป็นการประกอบศาสนกิจที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวมุสลิม ในแต่ละวันชาว

มุสลิมจะต้องปฏิบัติละหมาด 5 เวลาซึ่งเรียกว่า การละหมาดฟัรฎู 5 เวลา อันประกอบด้วย ละหมาด อัศ-ศุบหฺ,

ละหมาด อัซ-ซุฮฺร์,ละหมาดอัลอัศรฺ,ละหมาดมัฆริบ และละหมาดอิชาอฺ การละหมาดถือเป็นเสาหลักของ

ศาสนา เป็นเครื่องหมายของผู้ศรัทธา ผู้ใดละทิ้งการละหมาดโดยปฏิเสธถึงความเป็นภารกิจของการละหมาด

หรือดูถูกดูแคลนการละหมาด ผู้นั้นถือเป็นผู้ปฏิเสธที่ตกจากศาสนาอิสลาม (มุรตัด)

โดยจำเป็นที่ผู้ปกครองมุสลิมต้องสั่งใช้ให้ผู้นั้นสำนึกผิดและกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮฺ)ถ้าหากผู้นั้นแข็งขืน

และไม่ยอมสำนึกผิดก็ย่อมมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต

(ในกรณีที่ผู้นั้นอยู่ในประเทศมุสลิมที่มีการบังคับใช้กฎหมายอิสลาม) โดยถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ตกจากศาสนา

(มุรตัด) ไม่อนุญาตให้จัดการศพของเขาอย่างชาวมุสลิม และไม่อนุญาตให้ฝังศพของเขา

ในสุสานของชาวมุสลิม

ส่วนผู้ใดละทิ้งการละหมาดเนื่องจากเกียจคร้านโดยเขาเชื่อว่าการละหมาดนั้นเป็นภารกิจจำเป็น ผู้นั้นจะต้อง

ถูกบังคับจากผู้ปกครองมุสลิมให้ทำการชดใช้ (กอฎออฺ) การละหมาดและสำนึกผิดจากกรณีฝ่าฝืนดังกล่าว แต่

ถ้าผู้นั้นไม่ลุกขึ้นชดใช้การละหมาดก็ให้ประหารชีวิตผู้นั้นเสียโดยถือเป็นโทษในลักษณะอาญา (อัล-ฮัดดฺ)

เนื่องจากเป็นการละทิ้งสิ่งที่เป็นภารกิจจำเป็น (ฟัรฎู) และถือว่าเขาผู้นั้นเป็นมุสลิมผู้ฝ่าฝืน (ฟาซิก) มิใช่ผู้ตก

ศาสนา (มุรตัด) โดยปฏิบัติกับศพของเขาอย่างชาวมุสลิมตามปกติ

(เก็บความจาก อัลฟิกฮุ้ล มันฮะญีย์ เล่มที่ 1 หน้า 103)

สำหรับการละหมาดนั้นมีคุณค่าและวิทยปัญญาอันมากมาย กล่าวโดยสรุปคือ

1.การละหมาดจะชำระและขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์

2.การละหมาดทำให้บ่าวผู้ภักดีมีความพร้อมสำหรับการเข้าเฝ้าพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ในโลกดุนยา

  และได้ใกล้ชิดกับพระองค์ในโลกหน้า

3. การรักษาละหมาดอย่างเคร่งครัดและปฏิบัติอย่างครบถ้วนสมบูรณ์จะเป็นสิ่งที่หักห้ามผู้ปฏิบัติละหมาดจาก

    สิ่งน่ารังเกียจทั้งหลายตลอดจนสิ่งที่ผิดต่อหลักศีลธรรมอันดีงาม

4. การละหมาดคือเสาหลักของศาสนาและเป็นสิ่งที่แบ่งแยกระหว่างผู้ศรัทธากับผู้ปฏิเสธ

5. การละหมาดครบ 5 เวลาจะเป็นสิ่งที่ชำระให้ผู้ปฏิบัติละหมาดสะอาดบริสุทธิ์จากบาปเล็กทั้งหลายตราบ

  ใดที่ผู้ที่ปฏิบัติละหมาดนั้นมิได้กระทำบาปใหญ่ เป็นต้น

(เก็บความจาก มินฮาญุ้ลมุสลิม; อบูบักร ญาบิร อัลญะซาอิรีย์ หน้า 166-167)
บันทึก #3 7 พ.ย. 2553 03:26:46
คุณค่าของการบริจาคซะกาฮฺ

การบริจาคซะกาฮฺถือเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาภารกิจสำคัญของศาสนาซึ่งถือเป็นสิ่งที่รู้กันโดยภาวะจำเป็น

ผู้ใดปฏิเสธความเป็นภาระกิจจำเป็นของการบริจาคซะกาฮฺผู้นั้นตกจากศาสนาอิสลามและต้องโทษประหาร

ชีวิตยกเว้นกรณีที่ผู้นั้นเพิ่งเข้ารับอิสลาม ส่วนผู้ที่ปฏิเสธจากการบริจาคซะกาฮฺพร้อมกับมีความเชื่อว่าการ

บริจาคซะกาฮฺเป็นสิ่งที่จำเป็น ผู้นั้นมีบาปและถือเป็นผู้ฝ่าฝืน (ฟาซิก)

โดยผู้ปกครองมุสลิมจำต้องบังคับเอาทรัพย์ซะกาฮฺจากผู้นั้น และถ้าหากกลุ่มชนหนึ่งปฏิเสธที่จะบริจาคซะกา

ฮฺพร้อมกับมีความเชื่อว่าการบริจาคซะกาฮฺเป็นสิ่งจำเป็น และกลุ่มชนนั้นมีกำลังพลและอาวุธก็ให้ประมุขของรัฐ

อิสลามทำการสู้รบกับพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะยอมจ่ายซะกาฮฺ

(เก็บความจาก ฟิกฮุสสุนนะฮฺ,ฮัซซัยยิด ซาบิก เล่มที่ 1 หน้า 466)

ส่วนหนึ่งจากคุณค่าและประโยชน์ของการบริจาคซะกาฮฺคือ

1.การบริจาคซะกาฮฺที่มุสลิมได้ปฏิบัติโดยสนองรับพระบัญชาของพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي)

และมุ่งแสวงหาความโปรดปราณของพระองค์ จะเป็นสิ่งที่ชำระให้ผู้บริจาคซะกาฮฺสะอาดหมดจดจากบาปโดย

เฉพาะบาปที่เกิดจากความตระหนี่ถี่เหนียว

2.การบริจาคซะกาฮฺเป็นการฝึกให้มุสลิมมีจริยธรรมในการเสียสละและการเป็นผู้ให้ตลอดจนเป็นการรักษา
 
  หัวใจให้พ้นจากการหลงโลกดุนยา

3. การบริจาคซะกาฮฺเป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของอัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ที่มีต่อ

   บ่าวและยกระดับจิตวิญญาณของผู้บริจาคซะกาฮฺให้สูงส่ง

4..การบริจาคซะกาฮเป็นการลดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยและนำมาซึ่งความรัก ความผูกผันระหว่าง

 กลุ่มชนทั้งสอง อีกทั้งยังเป็นการชำระให้ทรัพย์สินมีความบริสุทธิ์และทำให้ทรัพย์สินนั้นมีความจำเริญ
 
  และเพิ่มพูน

5..การบริจาคซะกาฮฺเป็นการทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการหมุนเวียนและเป็นการประกันสังคม

(เก็บความจาก ฟิกฮุซ-ซะกาฮฺ ; ดร. ยูซุฟ อัลกอรฏอวีย์ เล่มที่ 2 หน้า 707-934)
บันทึก #4 7 พ.ย. 2553 03:28:17
คุณค่าและประโยชน์ของการถือศีลอด (อัสเศามฺ)

การถือศีลอด (อัส-เศามฺ) ในเดือนรอมาฎอนเป็นส่วนหนึ่งจากองค์ประกอบหลัก 5 ประการในศาสนาอิสลาม

ผู้ใดปฏิเสธความเป็นภารกิจจำเป็นของการถือศีลอด ผู้นั้นเป็นผู้ปฏิเสธ กล่าวคือ ผู้นั้นจะได้รับการปฏิบัติเยี่ยง

ผู้ตกศาสนา (มุรตัด) โดยจะถูกร้องขอให้มีการสำนึกผิด (เตาบะฮฺ) ถ้าหากผู้นั้นยังคงยืนกรานก็ต้องถูกประหาร

ชีวิตตามกฎหมายลักษณะอาญาทั้งนี้ในกรณีที่ผู้นั้นมิใช่ผู้ที่เพิ่งเข้ารับอิสลามหรือเติบโตในสถานที่ห่างไกล

จากบรรดาผู้รู้ทางศาสนา

ส่วนผู้ใดละทิ้งการถือศีลอดโดยไม่มีอุปสรรคที่ศาสนาผ่อนผันให้และมิได้ปฏิเสธความเป็นภารกิจจำเป็นของ

การถือศีลอด ผู้นั้นเป็นผู้ฝ่าฝืน (ฟาซิก) มิใช่เป็นผู้ปฏิเสธ (กาฟิร) และจำเป็นที่ผู้ปกครองมุสลิมจะต้องคุมขังผู้

นั้นและห้ามมิให้ผู้นั้นได้รับอาหารและเครื่องดื่มในช่วงเวลากลางวัน เพื่อให้มีการถือศีลอดเกิดขึ้นกับผู้นั้น ถึง

แม้จะเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกก็ตาม (อัลฟิกฮุลมันฮะญี่ย์ เล่มที่ 2 หน้า 74)

ส่วนหนึ่งจากคุณค่าและประโยชน์ของการถือศีลอด (อัส-เศามฺ) คือ

(1) การถือศีลอดอย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ที่ศาสนากำหนดเอาไว้จะปลุกจิตสำนึกของผู้ศรัทธาให้รับรู้ถึงการ

สอดส่องของพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) และเตือนให้ผู้ศรัทธาตระหนักอยู่เสมอว่าตนเป็นบ่าวผู้ยอมจำนน

ต่อคำบัญชาและพระประสงค์ของพระองค์

(2) การถือศีลอด (อัส-เศามฺ) เป็นการยกระดับจิตวิญญาณให้มีความสูงส่งและเป็นการฝึกให้มีความเคยชินต่อ

ความอดทนอดกลั้นตลอดจนการต่อสู้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำ

(3) เป็นการกระทำให้ผู้ถือศีลอดรับรู้ถึงคุณค่าของความโปรดปราณที่พระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ทรง

ประทานให้ โดยบุคคลจะรับรู้ถึงคุณค่าของความอิ่มที่เกิดจากการทานอาหารและการดื่มน้ำก็ต่อเมื่อเขามีความ

หิวโหยและความกระหาย อีกทั้งยังทำให้บุคคลรับรู้ถึงความลำบากของผู้ขัดสนที่ต้องประสบกับความหิวโหย

อยู่เสมอ อันจักนำไปสู่ความเมตตาสงสารแก่พวกเขาเหล่านั้น

(4) มีข้อมูลทางการแพทย์และงานวิจัยทางวิชาการได้ยืนยันถึงคุณประโยชน์ของการอดอาหารและช่วงเวลาที่

บุคคลจะมีความเคยชินในการปฏิบัติจนเป็นนิสัย การถือศีลอดในเดือนรอมาฎอนจึงเป็นกิจกรรมที่มีส่วนสำคัญ

ต่อการสร้างสุขภาพพลานามัยและนิสัยที่ดีของผู้ถือศีลอดอย่างไม่ต้องสงสัย

(เก็บความจาก ฟิกฮุซ-ซิยาม;ดร. ยูซุฟ อัลกอรฏอวีย์ หน้า 11-15)
บันทึก #5 7 พ.ย. 2553 03:29:16
คุณค่าและประโยชน์ของการประกอบพิธีฮัจญ์

การประกอบพิธีฮัจญ์สำหรับผู้ที่มีความสามารถและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามศาสนบัญญัติถือเป็นภารกิจจำ

เป็น (ฟัรฎู) ด้วยมติเห็นพ้องของประชาชาติมุสลิมและถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลัก 5 ประการของศาสนา

อิสลาม ผู้ใดปฏิเสธความเป็นภารกิจจำเป็นของการประกอบพิธีฮัจญ์ผู้นั้นตกจากศาสนาอิสลาม (มุรตัด) ทั้งนี้

เนื่องจากผู้นั้นได้ปฏิเสธสิ่งที่ได้รับการยืนยันเอาไว้อย่างเด็ดขาดในคัมภีร์อัลกุรฺอาน, อัสสุนนะฮฺและอิจญ์มาอฺ

(อัลฟิกฮุลมันฮะญีย์ เล่มที่ 2 หน้า 115)

คุณค่าและประโยชน์ของการประกอบพิธีฮัจญ์นั้นมีมากมาย ส่วนหนึ่งจากสิ่งดังกล่าว คือ

ในทุกขั้นตอนของการประกอบพิธีฮัจญ์นับแต่เริ่มต้นจวบจนเสร็จสิ้นล้วนแต่มีการแสดงออกถึงความเป็นบ่าวผู้

นอบน้อมและเป็นการให้เอกภาพต่อพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ในการเคารพสักการะ (อิบาดะฮฺ) เพียง

พระองค์เดียว

การเดินทางสู่บัยติลลาฮฺ อัลหะรอมและการประกอบพิธีกรรมตามที่ศาสนาบัญญัติเอาไว้ในพิธีฮัจญ์เป็นสิ่งที่มี

รูปลักษณ์ในเชิงปริศนาธรรมสำหรับโลกหน้าและชีวิตหลังความตาย ซึ่งรูปลักษณ์ดังกล่าวมีเป้าหมายให้ผู้ประ

กอบพิธีฮัจญ์ได้รำลึกถึงบั้นปลายของชีวิต การห่างไกลจากความเพลิดเพลินในชีวิตที่สุขสบาย และเตรียม

พร้อมสำหรับชีวิตอันเป็นนิรันดร์ในโลกหน้า

ในการเดินทางของผู้ประกอบพิธีฮัจญ์สู่นครมักกะฮฺเป็นการเปิดโลกทัศน์และความคิดให้กว้างไกลและเป็นการ

ฝึกให้มีความอดทนอดกลั้นต่อความลำบากในการดำเนินชีวิตและการฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ

การประกอบพิธีฮัจญ์ถือเป็นโอกาสสำคัญที่บรรดามุสลิมทั่วโลกจะได้มาพบปะและมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันโดย

ไม่มีการแบ่งแยกชาติพันธุ์, สีผิวและภาษา ตลอดจนเป็นการร่วมชุมนุมของมนุษยชาติที่เป็นประชาชาติเดียว

กันซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นสากลของหลักคำสอนแห่งอิสลามที่มีความเป็นภราดรภาพและความเสมอ

ภาคอย่างเป็นรูปธรรม

(เก็บความจากกิตาบอัล-อิฎออฺ ฟี มะนาซิกิลฮัจญ์ วัลอุมเราะฮฺ ; อิหม่ามอันนะวาวีย์ หน้า 30-39)
คำตอบ (3)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
การโพสต์คำตอบถูกปิดใช้งาน
Google ค้นเว็บ
Google ค้นรูป
เลือกวิดีโอ YouTube
ค้นหา
ป้อน URL
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาภาพ
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อค้นหาวิดีโอ
ช่องค้นหาต้องไม่ว่างเปล่า
วาง URL ในช่องด้านล่าง:
ไม่สามารถโหลดเว็บไซต์ได้
ค้นหาใน YouTube
เพิ่มลิงก์วิดีโอ
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
4
การดู
7132
ติดตาม
1
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว