ศิลาจารึกเปนสิ่งที่ใหความรูในดานภาษาศาสตรอักษรศาสตรและนิรุกติศาสตรเปนสวน
ใหญในสวนของเนื้อหาสาระถือเปนเอกสารประวัติศาสตรที่แสดงวัฒนธรรมของชนชาติ
เจาของจารึกวามีความเปนมาอยางไร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวครั้งยังดํารงพระอิสริยยศ
เปนสมเด็จพระเจานองยาเธอเจาฟามงกุฏขณะทรงผนวชไดเสด็จจาริกไป
ยังทองถิ่นตางๆทรงคนพบศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่๑อันเปนหลักลายสือ
ไทยของพอขุนรามคําแหงมหาราชณตําบลเมืองเกาอําเภอเมืองสุโขทัย
เมื่อปพ.ศ.๒๓๗๖จากนั้นก็ไดมีการศึกษาคนควาเรื่องราวของศิลาจารึก
อีกหลายหลักที่กลาวถึงเหตุการณในสมัยสุโขทัย
ศิลาจารึกที่สลักขึ้นในสมัยสุโขทัยที่มีการชําระและแปลแลวนํามาพิมพรวบรวมไวใน
ประชุมจารึกสยามภาคที่๑พ.ศ.๒๔๖๗มีจํานวน๑๕หลักจากนั้นไดมีการศึกษาเพิ่มเติมและ
จัดพิมพเผยแพรโดยมีหอสมุดแหงชาติเปนหนวยหลักหลายครั้งเฉพาะที่เปนจารึกสมัยสุโขทัย
ไดมีการรวบรวมจัดพิมพอีกในหนังสือจารึกสมัยสุโขทัยโดยกรมศิลปากรเนื่องในโอกาสฉลอง
๗๐๐ปลายสือไทยพ.ศ.๒๕๒๖ไดจัดกลุมจารึกสุโขทัยตามลักษณะของตัวอักษรจําแนกไวเปน
๕กลุมคือ
- จารึกที่ใชอักษรไทยสุโขทัย
- จารึกที่ใชอักษรขอมสุโขทัย
- จารึกที่ใชอักษรไทยขึ้นตนและตอดวยอักษรขอมสุโขทัย
- จารึกที่ใชอักษรขอมขึ้นตนและตอดวยอักษรไทยสุโขทัย
- จารึกที่ใชอักษรไทยสุโขทัยขึ้นตนและตอดวยอักษรธรรมลานนา
ศิลาจารึกพอขุนรามคําแหง
พุทธศักราช๑๘๓๕
ทะเบียนจารึก
อักษร
ไทยสุโขทัย
ภาษา
ไทย
ศักราช
พ.ศ. ๑๘๓๕
จารึกอักษร
ดานที่๑,๒ดานละ๓๕บรรทัดดาน๓, ๔ดานละ๒๗บรรทัด
วัตถุที่จารึก
หินทรายแปง
ลักษณะวัตถุ
หลักสี่เหลี่ยมดานเทาทรงกระโจมหรือทรงยอ
ขนาดวัตถุ
กวางดานละ๓๕เซนติเมตรสูง๑๑๑เซนติเมตร
บัญชี/ทะเบียนวัตถุสท.๑(สท./๑)
คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพเอกสารทางประวัติศาสตร, สํานัก
นายกรัฐมนตรี.
ประชุมศิลาจารึกภาคที่๑. (กรุงเทพฯ: โรงพิมพสํานักเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรี, ๒๕๒๑) เรียกศิลาจารึกหลักนี้วา“จารึกหลักที่๑”
พบเมื่อ
พ.ศ. ๒๓๗๖
สถานที่พบ
เนินปราสาทเมืองเกาสุโขทัยอําเภอเมืองจังหวัดสุโขทัย
ผูพบ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว
ศิลาจารึกหลักนี้เรียกวา“จารึก
พอขุนรามคําแหง” หรือ“จารึกหลักที่
๑” ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่ง
เกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่๓แหงกรุง
รัตนโกสินทรเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่๔ยัง
ดํารงพระอิสริยยศเปนสมเด็จพระเจา
นองยาเธอเจาฟามงกุฎฯขณะทรงผนวช
ไดเสด็จจาริกธุดงคไปทางหัวเมืองแถบ
เหนือของประเทศไทยเมื่อปพุทธศักราช๒๓๗๖เสด็จถึงเมืองสุโขทัยทรงพบศิลาจารึก
พอขุนรามคําแหงที่เนินปราสาทเมืองเกาสุโขทัยทอดพระเนตรเห็นเปน“โบราณวัตถุที่
สําคัญ” จึงโปรดใหนําลงมาที่กรุงเทพฯเมื่อปพุทธศักราช๒๓๗๖พรอมกับศิลาจารึกวัด
ปามะมวงภาษาเขมร(สท.๓) หลักที่๔และ
พระแทนมนังศิลาบาตรโดยนํามาเก็บ
รักษาไวที่วัดราชาธิวาสเปนแหงแรก
หนังสือศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่๑จารึกพอขุนรามคําแหงฉบับหอสุมดแหงชาติ
จัดสัมมนาพ.ศ. ๒๕๒๐ไดกลาวถึงประวัติศิลาจารึกพอขุน
รามคําแหงไวดังนี้
“ปรากฏในสมุดจดหมายเหตุซึ่งเดิมเก็บอยูณกรม
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ซึ่งไดมาจากราช-เลขาธิการในพระบรมหา
ราชวังกอนเปลี่ยนการปกครอง) และในสมุดไทยซึ่งเดิมเปนของ
สมเด็จพระมหาสมณเจากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณมีขอความ
ตรงกันวา
“เมื่อศักราช๑๑๙๕ ปมเสงเบญศก (ตรงกับพ.ศ. ๒๓๗๖ ในรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวทรง
ผนวชอยูณวัดราชาธิวาสเดิมเรียกวาวัดสมอราย)
จะเสด็จขึ้นไปประภาสเมืองเหนือมัศการเจตียสฐานตางๆ...ครั้นณวันขึ้นหกค่ํากลับมาลง
เรือเจ็ดค่ําเวลาเที่ยงถึงทาธานีเดินขึ้นไปเมืองศุโขทัยถึงเวลาเยนอยูที่นั้นสองวันเสด็จไป
เที่ยวประภาษพบแทนสีลาแหงหนึ่งอยูริมเนินปราสาทกอไวเปนแทนหักพังลงมาตะแคง
อยูที่เหลานั้นชาวเมืองเขาเครพย(เคารพ) สําคัญเปนสานเจาเขามีมวย สมโพธทุกป...
รับสั่งใหฉลองลงมา
กอเปนแทนขึ้นไวใตตนมะขามที่วัดสมอรายกับเสาสิลา
ที่จารึกเปนหนังสือเขมรฯที่อยูในวัดพระศรีรัตนศาสดา
รามนั้นเอามาคราวเดียวกับแทนสีลา”
ในสมุดไทยฉบับของสมเด็จพระมหาสมณเจา
กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณยังไดกลาวถึง“เสาสิลา”
อีกเสาหนึ่งวาเปนเสาศิลาที่มาแตเมืองสุโขทัยมีขอความเกี่ยวกับหนังสือไทยแรกมีขึ้นใน
เมืองนั้นและพรรณนาขอความที่ปรากฏในศิลาจารึกพอขุนรามคําแหงดานที่๔
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเสด็จมาประทับณวัดบวรนิเวศวิหาร
โปรดใหยายศิลาจารึกทั้งสองหลักไปที่วัดบวรนิเวศวิหารคงจะไดทรงพากเพียรอานคํา
จารึกอักษรไทยในชวงเวลานี้สวนจารึกภาษาเขมรนั้นสมเด็จพระมหาสมณเจากรมพระ
ยาปวเรศวริยาลงกรณทรงอานและแปลครั้นเสด็จเสวยราชยแลวโปรดเกลาฯใหนําศิลา
จารึกไปตั้งไวที่ศาลารายในวัดรพะศรีรัตนศาสดารามขางดานเหนือพระอุโบสถหลังที่สอง
นับจากตะวันตกจนถึงพ.ศ. ๒๔๖๖พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ
ใหยายมารวมกับศิลาจารึกหลักอื่นๆที่ไดพบภายหลังเก็บไวที่ตึกถาวรวัตถุหนาวัดมหาธาตุ
ฯซึ่งเปนที่ทําการหอพระสมุดวชิรญาณสําหรับพระนคร
ครั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวเสด็จสวรรคตแลวพระบาทสมเด็จ
พระปกเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯใหยายหนังสือตัวเขียนและศิลาจารึกของหอพระสมุดว
ชิรญาณสําหรับพระนคร มาเก็บไว ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ในพระราชวังบวรสถาน
มงคล ใหพระที่นั่งนั้นเปนที่ทําการของหอพระสมุดวชิรญาณสําหรับพระนครตอไป
พระราชทานนามตึกถาวรวัตถุใหมวาหอพระสมุดวชิราวุธ
ผูซึ่งอานจารึกไดเปนคนแรก คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว ในป พ.ศ.
๒๓๗๙ สมเด็จพระมหาสมณเจากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณทรงเปนแมกองควบคุม
คณะนักปราชญราชบัณฑิตคัดอักษรจากศิลาจารึก
ครั้นเมื่อปพุทธศักราช ๒๓๙๘ เซอร ยอหน โบวริง ไดเขามาในเมืองไทย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวไดพระราชทานสําเนาคัดอักษรพิมพหินพรอมดวย
แปลเปนภาษาอังกฤษบางคํา เซอร ยอหน โบวริง ไดนําตัวอยางมาตีพิมพไวในหนังสือ
“เดอะ คิงสดัม แอนด พีพึล อ็อบว ไซแอม”
นอกจากนี้แลวพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา
เจาอยูหัวยังไดพระราชทานสําเนาคําอานศิลา
จารึกพอขุนรามคําแหงแกราชทูตฝรั่งเศสอีก
ชุดหนึ่ง
ครั้นตอมาภายหลัง สมเด็จพระเจา
บรมวงศเอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ
ขณะที่ทรงดํารงตําแหนงสภานายกหอพระ
สมุดวชิรญาณ สําหรับพระนคร ไดจางชาว
ฝรั่งเศสผูหนึ่งคือศาสตราจารยยอรชเซเดย
มารับราชการในบรรณารักษใหญมีหนาที่
เปนผูตรวจคนสอบสวนและอาน แปลศิลา
จารึกตาง ๆ ซึ่งหอพระสมุดวิรญาณสําหรับพระนครไดใหพิมพขึ้นเปนครั้งแรก เมื่อป
พุทธศักราช ๒๔๖๗ เนื่อในงานทําบุญฉลองอายุครบ๔รอบของพระยาราชนกูล(อวบ
เปาโรหิตย) ใหชื่อหนังสือวา “ประชุมจารึกสยาม ภาคที่ ๑ จารึกกรุงสุโขทัย” พิมพทั้ง
ภาษาไทยและภาษาฝรั่งเศส
ดานที่๑
คําจารึก
คําอาน
๑. พ ูก ืช ีสร ีนทรา ีทตยแม ูก ืช พอกูชื่อศรีอินทราทิตยแมกูชื่อ
นาง ืเสอง ีพ ูก ืชบาน ืเมอง
นางเสืองพี่กูชื่อบานเมือง
๒. ูต ีพนองทองดยวหาคน ูผชายสาม
ตูพี่นองทองเดียวหาคนผูชายสาม
ูผ ีญงโสง ีพ ืเผอ
ผูญีงโสงพี่เผื-
๓. อ ูผอายตายจาก ืเผออตยมแฏญงงเลก
อผูอายตายจากเผือเตียมแตยังเล็ก
ืเมออ ูก ืฃนใหญได
เมื่อกูขึ้นใหญได
๔. ีสบเกาเขา ุฃนสามชนเจา ืเมองฉอด
สิบเกาเขาขุนสามชนเจาเมืองฉอด
มาท ืเมองตากพ ูกไปรบ
มาทเมืองตากพอกูไปรบ
๕. ุฃนสามชนหววซาย ุฃนสามชนขบบ
ขุนสามชนหัวซายขุนสามชนขับ
มาหววฃวา ุฃนสาม
มาหัวขวาขุนสาม-
๖. ชน ืเกลอนเฃาไพรฝาหนาใสพ ูก ีหน
ชนเกลื่อนเขาไพรฟาหนาใสพอกูหนี
ญญายพายจแจ
ญญายพายจแจ-
๗. (น ู)กบ ีหน ูก ีขชางเบกพล ูกขบบ
นกูบหนีกูขี่ชางเบกพลกูขับ
เฃากอนพ ูก ูกฏ
เขากอนพอกูกูตอ
๘. (ชา)งดวย ุฃนสามชนตน ูก ูพงชาง
ชางดวยขุนสามชนตนกูพุงชาง
ุฃนสามชน ตวว ืช
ขุนสามชนตัวชื่อ
๙. มาส ืเมองแพ ุฃนสามชนพาย ีหนพ
มาสเมืองแพขุนสามชนพายหนีพอ
ูก ีจง ืฃน ืช ูก
กูจึงขึ้นชื่อกู
๑๐. ืชพระรามคําแหง ืเพออ ูก ูพงชาง ุฃน ชื่อพระรามคําแหงเพื่อกูพุงชางขุน
สามชน ืเมอ
สามชนเมื่-
๑๑. อชววพ ูก ูกบํเรอแกพ ูก ูกบํเรอแกแม
อชั่วพอกูกูบําเรอแกพอกูกูบําเรอ
แกแม
ูก ูกไดตวว
กูกูไดตัว
๑๒. ืเนออตววปลา ูกเอามาแกพ ูก ูกได
เนื้อตัวปลากูเอามาแกพอกูกูได
หมากสํ๋หมากหวา
หมากสมหมากหวา-
๑๓. นอนนใด ิกนอรอย ิกน ิด ูกเอามาแก
นอันใดกินอรอยกินดีกูเอามาแก
พ ูก ูกไปตี
พอกูกูไปตี-
๑๔. หนงงวงงชางได ูกเอามาแกพ ูก ูกไป
หนังวังชางไดกูเอามาแกพอกูกูไป
ทบานท ืเม
ทบานทเมื-
๑๕. องไดชางไดงวงไดปววไดนางได
องไดชางไดงวงไดปวไดนางได
ืเงอนไดทอง ูกเอา
เงือนไดทองกูเอา
๑๖. มาเวนแกพ ูกพ ูกตายญงง ีพ ูก ูก
มาเวนแกพอกูพอกูตายยังพี่กูกู
พรําบํเรอแก ีพ
พร่ําบําเรอแกพี่
๑๗. ูกฎงงบํเรอแกพ ูก ีพ ูกตาย ีจงได
กูดั่งบําเรอแกพอกูพี่กูตายจึงได
ืเมองแก ูกทงง
เมืองแกกูทั้ง
๑๘. (ก)ลํ ืเมออชววพ ุฃนรามคําแหง ืเมอง
กลมเมื่อชั่วพอขุนรามคําแหงเมือง
ุษกโขไท ีน ีดในน๋ํา
สุโขทัยนี้ดีในน้ํา
๑๙. ( ีม)ปลาในนา ีมเขาเจา ืเมองบเอา
มีปลาในนามีขาวเจาเมืองบเอา
จกอบในไพร ูลทาง ืเพ
จกอบในไพรลูทางเพื่-
๒๐. (อ)น ูจองวววไปคา ีขมาไปขายใคร
อนจูงวัวไปคาขี่มาไปขายใคร
จกกใครคาชางคาใคร
จักใครคาชางคาใคร
๒๑. จกกใครคามาคาใครจกกใครคา ืเงอน
จักใครคามาคาใครจักใครคาเงือน
คาทองคาไพรฝาหนาใส
คาทองคาไพรฟาหนาใส
๒๒. ูลกเจา ูลก ุฃน ูผใดแลล๋ําตายหายกวา
ลูกเจาลูกขุนผูใดแลลมตายหายกวา
อยาว ืเรอนพ ืเชออ
เหยาเรือนพอเชื้อ
๒๓. ืเสออฅํามนนชางข ูลก ีมยย ียยเขา
เสื้อคํามันชางขอลูกเมียเยียขาว
ไพรฝาขาไทปา
ไพรฟาขาไทปา
Page 8
๒๔. หมากปา ูพลพ ืเชออมนนไวแก ูลก
หมากปาพลูพอเชื้อมันไวแกลุก
มนน ีสนไพรฝา
มันสิ้นไพรฟา
๒๕. ูลกเจา ูลก ุฃน ีผแล ีผดแผกแสก
ลูกเจาลูกขุนผิแลผิดแผกแสก
วางกนนสวน ูด
วางกันสวนดู
๒๖. แทแล ีจงแลงฅวาม(แ)กขาดวย ืซบ
แทแลจึ่งแลงความแกขาดวยซื่อบ
เฃา ูผ ลกกมกก
เขาผูลักมัก
๒๗. ูผซอนเหนเขาทานบใคร ีพนเหน ีสน
ผูซอนเห็นขาวทานบใครพีนเห็น
สิน
ทานบใคร ืเดอ
ทานบใครเดือ
๒๘. ดคนใด ีขชางมาหาพา ืเมองมา ูศชอย
ดคนใดขี่ชางมาหาพาเมืองมาสูชอย
ืเหนออ ืเฟอ
เหนือเฟ-
๒๙. อ ูกมนนบ ีมชางบ ีมมาบ ีมปววบ
อกูมันบมีชางบมีมาบมีปวบ
ีมนางบ ีม ืเง(อ)
มีนางบมีเงือ-
๓๐. นบ ีมทองใหแกมนนชอยมนนตวง
นบมีทองใหแกมันชอยมันตวง
เปนบานเปน ืเมอ
เปนบางเปนเมือ-
๓๑. งไดขา ืเสอกขา ืเสออหวว ูพงหววรบ
งไดขาเสือกขาเสือหัวพุงหัวรบ
ก ีด บฃาบ ีตใน
ก็ดีบฆาบตีใน
๓๒. ปาก ูปต ีมก ีดงอนน ืณงแขวงไว
ปากประตูมีกะดิ่งอันณื่งแขวนไว
หนนไพรฝาหนา
หั้นไพรฟาหนา
๓๓. ปกกลางบานกลาง ืเมอง ีมถอย ีม
ปกกลางบานกลางเมืองมีถอยมี
ฅวามเจบทอง
ความเจ็บทอง
๓๔. (ข)องใจมนนจกกกลาว ืเถงเจา ืเถง
ของใจมันจักกลาวเถิงเจาเถิง
ุฃนบไรไปลนนก
ขุนบไรไปลั่นกะ-
๓๕. ีดงอนนทานแฃวนไวพ ุฃนรามคําแหง
ดิ่งอันทานแขวนไวพอขุนราม
เจา ืเมองได
เจาเมืองได
Page 9
ดานที่๒
คําจารึก
คําอาน
๑. ีญนรย(ก ืเ)มออถามสวนฅวามแก
ยินเรียกเมือถามสวนความแก
มนนดวย ืซ ไพรใน
มันดวยซื่อไพรใน
๒. ( ืเม)อง ุสกโขไท ีน ีจงชํสางปา
เมืองสุโขทัยนี้จึ่งชมสรางปาหมากปา
หมากปา ูพลทวว ืเมอ
พลูทั่วเมือ-
๓. ง ีน ุทกแหงปาพราวกหลายใน ืเมอง
งนี้ทุกแหงปาพราวก็หลายในเมือง
ีนปาลาง
นี้ปาลาง
๔. กหลายใน ืเมอง ีนหมากมวงกหลาย
ก็หลายในเมืองนี้หมากมวงก็หลาย
ใน ืเมอง ีน
ในเมืองนี้
๕. ห(มา)กฃามกหลายใน ืเมอง ีนใครสาง
หมากขามก็หลายในเมืองนี้ใครสราง
ไดไวแกมนน
ไดไวแกมัน
๖. กลาง ืเมอง ุสกโขไท ีน ีมน๋ําตรพงง
กลางเมืองสุโขทัยนี้มีน้ําตระพัง
โพย ีสใส ิกน ีด
โพยสีใสกินดี
๗. ...(ฎ)งง ิกนนน๋ําโขง ืเมออแลงรอบ
...ดั่งกินน้ําโขงเมื่อแลงรอบ
ืเมอง ุสกโขไท ีน ีตร
เมืองสุโขทัยนี้ตรี-
๘. ูบ(ร)ไดสามพนน ีศรอยวาคนใน
บูรไดสามพันสี่รอยวาคนใน
ืเมอง ุสกโขไท ีน
เมืองสุโขทัยนี้
๙. มก(ก)ทานมกกทรง ีสลมกกโอยทาน
มักทานมักทรงศีลมักโอยทาน
พ ุฃนรามคําแหง
พอขุนรามคําแหง
๑๐. เจา ืเมอง ุสกโขไท ีนทงงชาวแมชาว
เจาเมืองสุโขทัยนี้ทั้งชาวแมชาว
เจาทวยปววทวยนา
เจาทวยปวทวยนา-
๑๑. ง ูล(ก)เจา ูลก ุฃนทงง ีซนทงงหลาย
งลูกเจาลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย
ทงง ูผชาย ูผ ีญง
ทั้งผูชายผูญีง
๑๒. ูฝงทวย ีมสรธาในพระ ุพทธสาสน
ฝูงทวยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน
ทรง ีสล ืเมออพรน
ทรงศีลเมื่อพรร-
Page 10
๑๓. ษา ุทุกคน ืเมออโอกพรนษากราน
ษาทุกคนเมื่ออกพรรษากราน
ก ิถน ืเดอน ืณง ีจ
กฐินเดือนณื่งจิ่-
๑๔. งแลว ืเมออกรานก ีถน ีมพนํ ีบยย ีม
งแลวเมื่อกรานกฐินมีพนมเบี้ยมี
พนํหมาก ีม
พนมหมากมี
๑๕. พนํดอกไม ีมหมอนณงงหมอนโนน
พนมดอกไมมีหมอนนั่งหมอนโนน
บ ีรพารก ีถนโอ
บริพารกฐินโอ-
๑๖. ยทานแล ีปแล ิญบลานไป ูสดญดด
ยทานแลปแลญิบลานไปสูดญัติ
ก ิถน ืเถงอ
กฐินเถืงอ-
๑๗. ไร ิญก ูพน ืเมออจกกเฃามาวยงรยง
รัญญิกพูนเมื่อจักเขามาเวียงเรียง
กนนแฏอไร
กันแตอรั-
๑๘. ิญก( ูพ)นเทาหววลานดํบงคํกลอง
ญญิกพูนเทาหัวลานดํบงคํกลอง
ดวยสยงพาดสยง ีพ
ดวยเสียงพาดเสียงพิ-
๑๙. นสยง ืเลอนสยงฃบบใครจกกมกก
ณเสียงเลื้อนเสียงขับใครจักมัก
เหลนเหลนใครจ
เลนเลนใครจั-
๒๐. กกมกกหววหววใครจกกมกก ืเลอน
กมักหัวหัวใครจักมักเลื้อน
ืเลอน ืเมอง ุส
เลื้อนเมืองสุ-
๒๑. กโขไท ีน ีม ีศปาก(ป ู)ตหลวง
โขทัยนี้มีสี่ปากประตูหลวง
ทยนญอมคนสยดกนน
เที้ยรยอมคนเสียดกัน
๒๒. เฃามา ูดทานเผาทย(น)ทานเหลนไฟ
เขามาดูทานเผาเทียนทานเลนไฟ
ืเมอง ุสโขไท ีน
เมืองสุโขทัยนี้
๒๓. ีมฎงงจกกแตกกล(าง) ืเมอง ุสโขไท
มีดั่งจักแตกกลางเมืองสุโขทัย
ีน ีม ีพหาร ีม
นี้มีพิหารมี
๒๔. พระ ุพทธ ูรบทอง ีมพระอฎฐารศ ีม
พระพุทธรูปทองมีพระอัฏฐารศมี
พระ ุ(พ)ทธ ูรบ
พระพุทธรูป
๒๕. ีมพระ ุพทธ ูรบอนนใหญ ีมพระ
มีพระพุทธรูปอันใหญมีพระ
ุพทธ ูรบอนน
พุทธรูปอัน
๒๖. ราม ีม ีพหารอนนใหญ ีม ีพหารอนน
รามมีพิหารอันใหญมีพิหารอัน
ราม ีม ูป
รามมีปู
Page 11
๒๗. ูคร ีนสไ(สย ูม)ด ีมเ(ถร ี)มมหาเถร
ครูนิสัยมุตกมีเถรมีมหาเถร
ืเบองตวนนตก
เบื้องตะวันตก
๒๘. ืเมอง ุสโข(ไท) ีน ีมอ(ไร ิ)ญญก
เมืองสุโขทัยนี้มีอไรญิก
พ ุฃนรามคํแหงกทํา
พอขุนรามคําแหงกระทํา
๒๙. โอยทานแกมหาเถรส(งงฆ)ราชปราชญ
โอยทานแกมหาเถรสังฆราช
ปราชญ
รยนจบ ีบดกไตร
เรียนจบปฎกไตร
๓๐. หลวกกกวา ูป ูครใน ืเมอง ีน ุทกคน
หลวกกวาปูครูในเมืองนี้ทุกคน
ุลกแฏ ืเมอง ีสรธ
ลุกแตเมืองศรีธ-
๓๑. รมมราชมาใ(นก)ลางอร ิญญก ีม ีพ
รรมราชมาในกลางอรัญญิกมีพิ
หารอนน ืณงมน
หารอันณื่งมน
๓๒.ใหญ ูสงงามแกกํ ีมพระอฎฐารศอนน
ใหญสูงงามแกกมมีพระอัฏฐารศอัน
ืณง ุลก ือย
๓๓. น ืเบองตวน(น)โอก ืเมอง(ง) ุส(โ)ข
นเบื้องตะวันโอกเมืองสุโข
ไท ีน ีม ีพหาร ีมปู ูคร
ทัยนี้มีพีหารมีปูครู
๓๔. ีมทเลหลวง( ีมป)าหมากปา ูพล ีมไร
มีทะเลหลวงมีปาหมากปาพลูมีไร
ีมนา ีม ีถนถาน
มีนามีถิ่นถาน
๓๕. ีมบานใหญบา(นเ)ลก ีมปาม(ว)ง ีม
มีบานใหญบานเล็กมีปามวงมี
ปาฃาม ูดงามฎงงแกล
ปาขามดูงามดังแกส
Page 12
ดานที่๓
คําจารึก
คําอาน
๑. (งแฏ)ง ืเบอง ีตนนอน ืเมอง ุสโขไท
(งแต)งเบื้องตีนนอนเมืองสุโข
ีน ีมตลาดป
ทัยนี้มีตลาดป-
๒. (สา)น ีมพระอจน ีมปราสาท ีมปา
สานมีพระอจนะมีปราสาทมีปา
หมากพราว ปาหมาก
หมากพราวปาหมาก
๓. ลาง ีมไร ีมนา ีม ีถนถาน ีมบานใหญ ลางมีไรมีนามีถิ่นถานมีบานใหญ
บานเลก ืเบ
บานเล็กเบื้-
๔. องหววนอน ืเมอง ุสโขไท ีน ีม ูก ีด องหัวนอนเมืองสุโขทัยนี้มีกุฎี
พีหาร ูป ูคร
พิหารปูครู
๕. ูอย ีม ีสรดภงส ีมปาพราวปาลาง ีม
อยูมีสรีดภงสมีปาพราวปาลางมี
ปามวงปาฃาม
ปามวงปาขาม
๖. ีมน๋ําโคก ีมพระข ุพง ีผเทพดาใน
มีน้ําโคกมีพระขพุงผีเทพดาใน
เฃาอนนนนน
เขาอันนั้น
๗. เปนใหญกวา ุทก ีผใน ืเมอง ีน ุฃน
เปนใหญกวาทุกผีในเมืองนี้ขุน
ูผใด ืถ ืเมอง
ผูใดถือเมือง
๘. ุสโขไท ีนแลไหว ีด ีพล ูถก ืเมอง
สุโขทัยนี้แลวไหวดีพลีถูกเมือง
ีนทยง ืเมอง
นี้เที่ยงเมือง
๙. ีน ีด ีผใหวบ ีด ีพลบ ูถก ีผในเขา
นี้ดีผิไหวบดีพลีบถูกผีในเขา
อนนบ ูฅมบ
อั้นบคุมบ
๑๐. เกรง ืเมอง ีนหาย ๑๒๑๔สก ีปมโรง เกรงเมืองนี้หาย๑๒๑๔ศกปมะโรง
พ ุฃนรามคํ
พอขุนรามคํา-
๑๑. แหงเจา ืเมอง ีศรสชชนนาไล ุสโขไท แหงเจาเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัย
ีน ูปลกไมตา
นี้ปลูกไมตา-
Page 13
๑๒. น ีนได ีสบ ีศเขา ีจงใหชางฟนน
ลนี้ไดสิบสี่เขาจึงใหชางฟน
ขดาร ีหนฏงงหวาง
ขดานหินตั้งหวาง
๑๓. กลางไมตาน ีนวนน ืเดอนดบบ
กลางไมตาลนี้วันเดือนดับ
ืเดอนโอกแปดวนนวน
เดือนโอกแปดวันวั-
๑๔. น ืเดอนเตม ืเดอนบางแปดวนน ูฝง
นเดือนเต็มเดือนบางแปดวันฝูง
ูป ูครเถรมหาเถ
ปูครูเถรมหาเถ-
๑๕. ร ืฃนณงง ืเหนอขดาร ีหน ูสดธรมม
รขึ้นนั่งเหนือขดานหินสูดธรรม
แก ูอบาสก ูฝ
แกอุบาสกฝู
๑๖. งทวยจํา ีสล ีผใชวนน ูสดธรมมพ
งทวยจําศีลผิใชวันสูดธรรมพอ
ุฃนรามคําแหง
ขุนรามคําแหง
๑๗. เจาเ ืเมอง ีศรสชชนนาไล ุสโขไท ืฃน เจาเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยขึ้น
ณงง ืเหนอขดา
นั่งเหนือขดา-
๑๘. ร ีหนให ูฝงทวย ูลกเจา ูลก ุฃน ูฝง
นหินใหฝูงทวยลูกเจาลูกขุนฝูง
ทวย ืถบาน ืถ
ทวยถือบานถือ
๑๙. ืเมอง คนนวนน ืเดอนดบบ ืเดอน
เมืองครั้นวันเดือนดับเดือน
เตมทานแฏงชาง ืเผ
เต็มทานแตงชางเผื-
๒๐. (อ)กกรพดดลยางทยนญอมทองงา...
อกกระพัดลยางเที้ยรยอมทองงา...
ฃวา ืช ูรจา ีคร
(ซาย) ขวาชื่อรูจาครี
๒๑. (พ) ุฃนรามคําแหง ืฃน ีขไปนบพร(ะ) พอขุนรามคําแหงขึ้นขี่ไปนบพระ
...อร ิญญกแล
(เถิง) อรัญญิกแล-
๒๒. (วเฃ)ามา จา ิรกอนน ืณง ีมใน
วเขามา จารึกอันณื่งมีใน
ืเมองชลยงสถาบกไว
เมืองชเลียงสถาบกไว
๒๓. (ดวย)ยพระ ีศรรดนธา ุดจา ิรกอนน
ดวยพระศรีรัตนธาตุจารึกอัน
ืณง ีมในถ๋ํา ืชถ๋ํา
ณื่งมีในถ้ําชื่อถ้ํา
๒๔. (พ)ระราม ูอยฝงงน๋ําสํพายจา ิรกอนน พระรามอยูฝงน้ําสําพายจารึกอัน
ืณง ีมในถ๋ํา
ณื่งมีในถ้ํา
๒๕. (รด)นธารในกลวงปาตาน ีน ีมษาลา
รัตนธารในกลวงปาตาลนี้มีศาลา
สองอนนอนน ืณง ืช
สองอันอันณื่งชื่อ
Page 14
๒๖. (ษา)ลาพระมาสอนน ืณง ืช ุพทธษาลา ศาลาพระมาสอันณื่งชื่อพุทธศาลา
(ขา)ดาร ีหน ีน ืชม
ขดานหินนี้ชื่อม
๒๗. นงง ีษลาบาตรสถาบกไว ีหน ี(จง)
นังศิลาบาตรสถาบกไวนี่จึ่ง
ทงงหลายเหน
ทั้งหลายเห็น
ดานที่๔
คําจารึก
คําอาน
๑. พ ุฃนพระ(รา)มคําแหง ูลกพ ุฃน ีษร
พอขุนพระรามคําแหงลูกพอขุนศรี
ีนทรา ีทตยเป
อินทราทิตยเป-
๒. (น ุ)ฃน(ใ)น ืเมอง ีษรสชช(นาไ)ล
นขุนในเมืองศรีสัชชนาลัย
ุสโขไททงงมากาวลาว
สุโขทัยทั้งมากาวลาว
๓. (แ)ลไท ืเมองใตหลาฟาฏ...ไท
แลไทยเมืองใตหลาฟาฏ... ไทย
ชาว ูอชาวของมาออ
ชาวอูชาวของมาออ-
๔. ก๑๒๐๗สก ีป ุกรให ุขด(เอา)พระ
ก๑๒๐๗ศกปกุนใหขุดเอาพระ
ธา ุดออกทงงหลาย
ธาตุออกทั้งหลาย
๕. เหนกทํา ูบชาบํเรอแกพระธา ุดได
เห็นกระทําบูชาบําเรอแกพระธาตุได
ืเดอนหกวนน ีจ
เดือนหกวันจึ่-
๖. งเอาลงฝงงในกลาง ื(เมอ)ง ีษรสชช
งเอาลงฝงในกลางเมืองศรีสัชช
นาไลกพระเจ
นาลัยกอพระเจ-
๗. ีด ืเหนอหกเขา ีจงแลวตงงวยงผา
ดียเหนือหกเขาจึ่งแลวตั้งเวียงผา
ลอมพระม
ลอมพระม-
๘. หาธา ุดสามเขา ีจงแลว ืเมอกอนลาย
หาธาตุสามเขาจึ่งแลวเมื่อกอนลาย
ืสไท ีนบ
สือไทยนี้บ
๙. ีม๑๒๐๕สก ีปมแมพ ุฃนรามคํแหง มี๑๒๐๕ศกปมะแมพอขุนรามคําแหง
หาใครใจ
หาใครใจ
๑๐. ในใจแลใศลาย ืสไท ีนลาย ืสไท ีน
ในใจแลใสลายสือไทยนี้ลายสือไทยนี้
ีจง ีม ืเพ
จึ่งมีเพื่-
Page 15
๑๑. อ ุฃน ูผนนนใศใวพ ุฃนพระรามคํ
อขุนผูนั้นใสไวพอขุนพระรามคํา
แหงนนนหา
แหงนั้นหา
๑๒. เปนทาวเปนพรญาแกไททงงหลายหา
เปนทาวเปนพระยาแกไทยทั้งหลายหา
เปน
เปน
๑๓. ูครอาจารยสงงสอนไททงงหลายให ูร ครูอาจารยสั่งสอนไทยทั้งหลายใหรู
๑๔. ุบน ูรธรมมแทแตคนอนน ีมใน ีเมอง บุญรูธรรมแทแตคนอันมีในเมือง
ไทดวย
ไทยดวย
๑๕. ูรดวยหลวกกดวยแกลวดวยหานดวย
รูดวยหลวกดวยแกลวดวยหาญดวย
แคะ
แคะ
๑๖. ดวยแรงหาคนจกกเสมอ ีมไดอาจ
ดวยแรงหาคนจักเสมอมิไดอาจ
ปราบ ูฝงฃา
ปราบฝูงขา
๑๗. ีเสก ีม ืเมองกวางชางหลายปราบ
เสิกมีเมืองกวางชางหลายปราบ
ีเบองตวนนอ
เบื้องตะวันอ-
๑๘. อกรอดสรลวงสองแฅว ุลํบาจายสคา
อกรอดสรลวงสองแควลุมบาจายสคา
เทาฝงงขอ
เทาฝงขอ-
๑๙. ง ีเถงวยงจนนวยงฅําเปน ีทแลว ีเบง
งเถีงเวียงจันทนเวียงคําเปนที่แลวเบื้(อ)ง
หวว
หัว
๒๐. นอนรอดคน ีท พระบางแพรก ูส
นอนรอดคนทีพระบางแพรกสุ
พรณณ ูภ
พรรณภู-
๒๑. มราช ูบ ีรเพช( ูบ ี)ร ีศรธรมมราช
มิราชบุรีเพชรบุรีศรีธรรมราช
ฝงงทเล
ฝงทะเล
๒๒. ส ุมทรเปน ีท(แลว ี)เบองตวนนตก
สมุทรเปนที่แลวเบื้องตะวันตก
รอด ีเมอ
รอดเมือ-
๒๓. งฉอด ีเมอง...นหงศาพ ิดส ุมทร
งฉอดเมือง...นหงสาวดีสมุทร
หาเป
หาเป-
๒๔. นแดน ีเบอง( ีตน)นอนรอด ีเมอง
นแดน เบื้องตีนอนรอดเมือง
แพล ีเม
แพรเมื-
Page 16
๒๕. องมาน ีเมองน.. ีเมองพลววพนฝงง
องมานเมืองน.. เมืองพลัวพนฝง
ของ
ของ
๒๖. ีเมองชวาเป(น ีท)แลว ูปลกลยง
เมืองชวาเปนที่แลว ปลูกเลี้ยง
ูฝง ูลกบา
ฝูงลูกบา-
๒๗. น ูลก ีเมอง(นน)นชอบดวยธรมม
นลูกเมืองนั้นชอบดวยธรรม
ุทกคน
ทุกคน
ที่มา: จารึกสมัยสุโขทัย. กรุงเทพฯ, กรมศิลปากร, ๒๕๒๗
(กรมศิลปากรจัดพิมพเนื่องในโอกาสฉลอง๗๐๐ปลายสือไทยพุทธศักราช ๒๕๒๖)
Page 17
คําอานหลักศิลาจารึกพอขุนรามคําแหงรวมทั้ง๔ดาน
ดานที่๑
พอกู ชื่อศรีอินทราทิตย แมกูชื่อนางเสืองพี่กูชื่อบานเมืองตูพี่นองทองเดียว
หาคน ผูชายสามผูญีงโสง พี่เผือผูอายตายจากเผือเตียมแตยักเล็กเมื่อกูขึ้นใหญได สิบเกา
เขาขุนสามชนเจาเมืองฉอดมาทเมืองตากพอกูไปรบขุนสามชนหัวซาย ขุนสามชนขับมา
หัวขวาขุนสามชนเกลื่อนเขาไพรฟาหนาใสพอกู หนีญญายพายจแจน กูบหนี กูขี่ชางเบ
กพล กูขับเขากอนพอกูกูตอชางดวยขุนสามชนตนกูพุงชาง ขุนสามชนตัวชื่อมาส
เมือง แพ ขุนสามชนพายหนีพอกูจึงขึ้นชื่อกู ูชื่อพระรามคําแหงเพื่อกูพุงชางขุนสามชน
เมื่อชั่วพอกู กูบําเรอแกพอกู กูบําเรอแกแมกูกูไดตัวเนื้อตัวปลากูเอามาแกพอกูกูได
หมากสมหมากหวาน อันใดกินอรอยกินดีกูเอามาแกพอกูกูไปตีหนังวังชางไดกูเอามาแก
พอกู กูไปทบานทเมืองไดชางไดงวงไดปวไดนางไดเงือนไดทองกูเอามาเวนแกพอกู พอ
กูตายยังพอกูกูพร่ําบําเรอแกพี่กูดั่งบําเรอแกพอกูพี่กูตาย จึงไดเมืองแกกูทั้งกลมเมื่อชั่วพอ
ขุนรามคําแหงเมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ํามีปลา ในนามีขาวเจาเมืองบเอาจกอบในไพรลูทาง
เพื่อนจูงวัวไปคาขี่มาไปขาย ใครจักใครคาชางคาใครจักใครคามาคาใครจักใครคาเงือน
คาทองคา ไพรฟาหนาใสลูกเจาลูกขุนผูใดแลลมตายหายกวาเหยาเรือนพอเชื้อเสื้อคํามัน
ชางขอลูกเมียเยียขาวไพรฟาขาไทปาหมากพลูพอเชื้อมันไวแกลูกมันสิ้น ไพรฟาลูกเจา
ลูกขุนผิแลผิดแผกแสกวางกันสวนดูแทแลจึ่งแลงความแกขาดวยซื้อ บเขาผูลักมักผูซอน
เห็นขาวทานบใครพีนเห็นสินทานบใครเดือด คนใดขี่ชางมาหาพาเมืองมาสูชอยเหนือเฟอ
กูมันบมีชางบมีมาบมีปวบมีนาง บมีเงือนบมีทองใหแกมันชอยมันตวงเปนบานเปนเมือง
ไดขาเสือกขาเสือ หัวพุงหัวรบก็ดีบฆาบตีในปากประตูมีกระดิ่งอันณื่งแขวนไวหั้นไพร
ฟาหนาปก กลางบานกลางเมืองมีถอยมีความเจ็บทองของใจมันจักกลาวเถิงเจาเถิงขุนบไร
ไปลั่นกะดิ่งอันทานแขวนไวพอขุนรามคําแหงเจาเมืองได
Page 18
ดานที่๒
ยินเรียกเมือถาม สวนความแกมันดวยซื่อไพรในเมืองสุโขทัยนี้จึ่งชม สราง
ปาหมากปาพลูทั่วเมืองนี้ทุกแหงปาพราวก็หลายในเมืองนี้ ปาลางก็หลายในเมืองนี้หมาก
มวงก็หลายในเมืองนี้หมากขามก็หลายในเมืองนี้ ใครสรางไดไวแกมันกลางเมืองสุโขทัยนี้
มีน้ําตระพังโพยสีใสกินดี... ดั่งกินน้ําโขงเมื่อแลงรอบเมืองสุโขทัยนี้ตรีบูรไดสามพันสี่
รอยวา คนในเมืองสุโขทันนี้มักทานมักทรงศีลมักโอยทานพอขุนรามคําแหงเจาเมือง
สุโขทัยนี้ ทั้งชาวแมชาวเจาทวยปวทวยนางลูกเจาลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผูชายผูญีง ฝูง
ทวยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อออกพรรษากรานกฐินเดือน
ณื่งจิ่งแลวเมื่อกรานกฐินมีพนมเบี้ยมีพนมหมาก มีพนมดอกไมมีหมอนนั่งหมอนโนน
บริพารกฐินโอยทานแลปแลญิบลาน ไปสูดญัติกฐินเถืงอรัญญิกพูนเมื่อจักเขามาเวียงเรียง
กันแตอญญิกพูนเทาหัวลาน ดํบงดํกลองดวยเสียงพาดเสียงพิณเสียงเลื้อนเสียงขับใครจัก
มักเลนเลน ใครจักมักหัวหัวใครจักมักเลื้อนเลื้อนเมืองสุโขทัยนี้มีสี่ปากประตูหลวง
เที้ยรยอมคนเสียดกัน เขามาดูทานเผาเทียนทานเลนไฟเมืองสุโขทัยนี้ มีดั่งจักแตกกลาง
เมืองสุโขทัยนี้มีพิหารมีพระพุทธรูปทองมีพระอัฏฐารศ มีพระพุทธรูปมีพระพุทธรูปอัน
ใหญมีพระพุทธรูปอันรามมีพิหารอันใหญมีพิหารอันราม มีปูครูนิสัยมุตกมีเถรมีมหา
เถรเบื้องตะวันตกเมืองสุโขทัยนี้มีอไรญิก พอขุนรามคําแหงกระทําโอยทานแกมหาเถร
สังฆราชปราชญเรียนจบปฎกไตรหลวก กวาปูครูในเมืองนี้ทุกคนลุกแตเมืองศรีธรรมราช
มาในกลางอรัญญิก มีพิหารอันณื่งมนใหญสูงงามแกกมมีพระอัฏฐารศอันณื่งลุกยืน
เบื้องตะวันโอกเมืองสุโขทัยนี้มีพิหารมีปูครูมีทะเลหลวงมีปาหมากปาพลูมีไร มีนามีถิ่น
ถานมีบานใหญบานเล็กมีปามวงมีปาขามดูงามดังแกส
Page 19
ดานที่๓
(งแต)ง เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยนี้มีตลาดปสานมีพระอจนะมีปราสาทมี
ปาหมากพราว ปาหมากลางมีไรมีนามีถิ่นถานมีบานใหญบานเล็กเบื้องหัวนอนเมือง
สุโขทัยนี้ มีกุฎีพิหารปูครูอยูมีสรดีภงสมีปาพราวปาลางมีปามวงปาขามมีน้ําโคก มี
พระขพุงผีเทพดาในเขาอันนั้นเปนใหญกวาทุกผีในเมืองนี้ ขุนผูใดถือเมืองสุโขทัยนี้แล
ไหวดีพลีถูกเมืองนี้เที่ยงเมืองนี้ดีผิไหวบดี พลีบถูกผีในเขาอั้นบคุมบเกรงเมืองนี้หาย
๑๒๑๔ศกปมะโรง พอขุนรามคําแหงเจาเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยนี้ปลูกไมตาลนี้ไดสิบ
สี่เขา จึงใหชั่งพันขดานหินตั้งหวางกลางไมตาลนี้วันเดือนดับเดือนโอกแปดวัน วันเดือน
เต็มเดือนบางแปดวันฝูงปูครู เถรมหาเถร ขึ้นนั่งเหนือขดานหินสูดธรรมแกอุบาสกฝูง
ทวยจําศีลผิใชวันสูดธรรมพอขุนรามคําแหง เจาเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยขึ้นนั่งเหนือ
ขดานหินใหฝูงทวยลูกเจาลูกขุน ฝูงทวยถือบานถือเมืองครั้นวันเดือนดับเดือนเต็มทาน
แตงชางเผือกกระพัดลยาง เที้ยรยอมทองงา... (ซาย) ขวาชื่อรูจาครีพอขุนรามคําแหงขึ้นขี่
ไปนบพระ(เถิง) อรัญญิกแลวเขามาจารึกอันณื่งมีในเมืองชเลียงสถาบกไวดวยพระศรี
รัตนธาตุ จารึกอันณื่งมีในถ้ํารัตนธารในกลวงปาตาลนี้มีศาลาสองอันอันณื่งชื่อศาลาพระ
มาส อันณื่งชื่อพุทธศานาขดานหินนี้ชื่อมนังศิลาบาตรสถาบกไวนี่ จึ่งทั้งหลายเห็น
Page 20
ดานที่๔
พอขุนพระรามคําแหง ลูกพอขุนศรีอินทราทิตยเปนขุนในเมืองศรีสัชชนาลัย
สุโขทัยทั้งมากกาวลาว แลไทยเมืองใตหลาฟาฎ... ไทยชาวอูชาวของมาออก๑๒๐๗ศกป
กุน ใหขุดเอาพระธาตุออกทั้งหลายเห็นกระทําบูชาบําเรอแกพระธาตุไดเดือนหกวัน จึ่งเอา
ลงฝงในกลางเมืองศรีสัชชนาลัยกอพระเจดียเหนือหกเขาจึ่งแลว ตั้งเวียงผาลอมพระ
มหาธาตุสามเขาจึ่งแลวเมื่อกอนลายสือไทยนี้บมี๑๒๐๕ ศกปมะแมพอขุนรามคําแหง
หาใครใจในใจแลใสลายสือไทยนี้ ลายสือไทยนี้จึ่งมีเพื่อขุนผูนั้นใสไวพอขุนรามคําแหง
นั้นหา เปนทาวเปนพระยาแกไทยทั้งหลาย หาเปนครูอาจารยสั่งสอนไทยทั้งหลายใหรูบุญ
รูธรรมแทแตคนอันมีในเมืองไทยดวย รูดวยหลวกดวยแกลวดวยหาญดวยแคะดวยแรง
หาคนจักเสมอมิไดอาจปราบฝูงขาเสีก มีเมืองกวางชางหลายปราบเบื้องตะวันออกรอด
สรลวงสองแควลุมบาจายสคา เทาฝงของเถีงเวียงจันทนเวียงคําเปนที่แลวเบื้(อ)งหัวนอน
รอดคนทีพระบางแพรก สุพรรณภูมิราชบุรีเพรชบุรีศรีธรรมราช ฝงทะเลสมุทรเปนที่
แลวเบื้องตะวันตก รอดเมืองฉอดเมือง...น หงสาวดีสมุทรหาเปนแดน เบื้องตีนนอน
รอดเมืองแพร เมืองมานเมืองน... เมืองพลัวพนฝงของเมืองชวาเปนที่แลวปลูกเลี้ยง ฝูง
ลูกบานลูกเมืองนั้นชอบดวยธรรมทุกคน
Page 21
กําเนิดลายสือไทย
พอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐลายสือไทยหรือตัวหนังสือไทยขึ้นเมื่อมหาศักราช
๑๒๐๕(พุทธศักราช๑๘๒๖) นับมาถึงพุทธศักราช๒๕๒๖ได๗๐๐ปพอดีใน
ระยะเวลาดังกลาวชาติไทยไดสะสมความรูทั้งทางศิลปะวัฒนธรรมและวิชาการตางๆ
และไดถายทอดความรูเหลานั้นสืบตอกันมาโดยอาศัยลายสือไทยของพรองคทานเปนสวน
ใหญกอนสมัยสุโขทัยชาติไทยเคยรุงเรืองอยูที่ไหนอยางไร
ไมมีหลักฐานยืนยันใหทราบแนชัดแตเมื่อพอขุนรามคําแหง
มหาราชทรงประดิษฐลายสือไทยขึ้นแลวมีศิลาจารึกและ
พงศาวดารเหลืออยูเปนหลักฐานยืนยันวาชาติไทยเคย
รุงเรืองมาอยางไรบาในยุคสุโขทัยอยุธยาธนบุรีและรัตนโกสินทรในโอกาสครบรอบ
๗๐๐ปนี้คนไทยทุกคนจึงควรนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถ
ของพระองคทานโดยพรอมเพรียงกัน
ศิลาจารึกหลักที่1ของพอขุนรามคําแหงมหาราชมีขอความปรากฎวา
“เมื่อกอนลานสืไทนี๋บมี๑๒๐๕สกปมแมพขุนรามคํแหงหาใครใจในใจแลใศลายสืไทนี๋
สายสืไทนี๋จี่งมีเพื่อขุนผูนนนใศไว” หาแปลวาดวยตนเอง(ไทยขาวยังใชอยู) ใครในใจ
แปลวาคํานึงในใจ(จากพจนานุกรมไทยอาหม) ขอความที่
อางถึงแสดงวาพอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐ
ตัวหนังสือไทยแบบที่จารึกไวในศิลาจารึกหลักที่๑ขึ้นเมื่อ
พ.ศ. ๑๘๒๖
ศาสตราจารยยอชเซเดสไดกลาวไวในตํานาน
อักษรไทยซึ่งตีพิมพเมื่อพ.ศ. ๒๔๖๘วาคําที่ใชในจารึกมีคํา
นี้อยูตอคําลายสือทุกแหง(สามแหง) หมายความวาหนังสือไทยอยางนี้ไมมีอยูกอน
มิไดประสงคจะทรงแสดงวาหนังสือของชนชาติไทยพึ่งมีขึ้นตอเมื่อพ.ศ. ๑๘๒๖เซเดส
ยังเห็นวาพวกไทยนอยซึ่งมาอยูทางลําน้ํายมชั้นแรกเห็นจะใชอักษรไทยซึ่งไดแบบมาจาก
มอญ (ตํานานอักษรไทยหนา๑หนา๖และหนา๑๑) ตอมาขอมมีอํานาจปกครอง
Page 22
สุโขทัยพวกไทยคงจะศึกษาอักษรขอมหวัดที่ใชในทางราชการแลวจึงแปลอักษรเดิมของ
ไทยมาเปนรูปคลายตัวอักษรขอมหวัดถาประสงคจะสมมติวาอักษรไทยเดิมเปนอยางไร
ควรจะถือเอาอักษรอาหม(ใชในอัสสัม) กับอักษรไทยนอย(ใชในอีสานและประเทศ
ลาว) นี้เปนหลักนายฉ่ําทองคําวรรณไดเขียนเรื่อง“สันนิษฐานเทียบการเขียนอักษรไทย
กับอักษรขอมในสมัยพอขุนรามคําหง” ไวและไดสันนิษฐานวาอักษรพอขุนรามคําแหง
ทุกตัวดัดแปลงนาจากอักษรขอมหวัด
หนังสือจินดามณีเลม๑ของหอสมุดแหงชาติเลขที่11 เปนสมุดไทยดํามีขอ
คามเหมือนกับจินดามณีฉบับพระเจาบรมโกศซึ่งนายขจรสุขพานิชไดมาจากกรุง
ลอนดอนแตคลาดเคลื่อนนอยกวามีขอความวา“อนึ่งมีในจดหมายแตกอนวาศกราช
๖๔๕มแมศกพญารวงเจาไดเมืองศรีสัชนาไลยไดแตงหนังสือไทยแลจไดแตงรูปก็ดี
แตงแมอักษรก็ดีมิไดวาไวแจงอนึ่งแมหนังสือแตกกากนฯ,ฯถึงเกอยเมืองขอมก็แตงมี
อยูแลวเห็นวาพญารวงเจาจะแตงแตรูปอักษรไทย” แทจริงพอขุนรามคําแหงมิไดทรงแตง
แตรูปอักษรไทยเทานั้นแตยังไดทรงเปลี่ยนอักษรวิธีการเขียนภาษาไทยใหดีขึ้นกวาเดินอีก
ปลายประการดังจะไดกลาวถึงตอไปขางหนานี้
มีหนังสือไทยเดิมกอนลายสือไทยหรือไม
ผูเขียนเคยบรรยายไวที่หอสมุดแหงชาติเมื่อพ.ศ. ๒๕๑๐วาถาลายสือไทยนี้บอ
มีหมายความวาหนังสือไทยชนิดนี้ไมมีแตคงจะมีหนังสือไทยแบบอื่นอยูกอนแลวใน
จารึกหลักเดียวกันนี้ไดกลาวถึงเมืองสุโขทัย๑๔ครั้งทุกครั้งใชคําเมืองสุโขทัยนี้จะ
ตีความวามีเมืองสุโขทัยอยูกอนแลวแลวจึงมาตั้งเมืองสุโขทัยขึ้นใหมกระนั้นหรือผูเขียน
เห็นวานี้เปนแตคําชี้เฉพาะถาเทียบกับภาษาอังกฤษก็คงจะตรงกับthe เทานั้นมิได
หมายความวาthis เพราะฉะนั้นที่วาลายสือไทยนี้บมีคงมิไดหมายความวามีลายสือไทย
อื่นอยูแลวแตผูเขียนยอมรับวาอาจจะมีหนังสือของไทยอาหมเกิดขึ้นทางอัสสัมในเวลา
ใกลเคียงกับการกอกําเนิดตัวหนังสือในสุโขทัยก็เปนได(หนังสือรวมการบรรยายเรื่องตัว
อักษรไทยหนา๕๕)
ประวัติไทยอาหมปรากฏอยูในหนังสือบูราณยีคําวายีอาจจะตรงกับสือใน
ลายสือหรือรากศัพทเดียวกับจื่อซึ่งใชอยูในภาคเหนือและภาคอีสานแปลวาจดจําเชน
ไดจื่อจําไวบูราณยีบอกประวัติผูครองราชยมาตั้งแตยุคที่นิยมแตงตํานานเปนเทพนิยายลง
มาศักราชแรกที่กลาวถึงคือพ.ศ. ๑๗๓๓สวนใหญเผาอื่นเริ่มมีประวัติเปนหลักเปนฐาน
Page 23
ไมเกาไปกวายุคไทยอาหมหากเกากวานั้นขึ้นไปจะเปนเรื่องเทพนิยายแบบพงศาวดาร
เหนือหรือตํานานเกาๆของเราซึ่งเกี่ยวกับปาฏิหาริยเปนสวนมากประวัติศาสตจรไทยทุก
เผามาเริ่มจดเปนหลักเปนฐานในยุคพอขุนรามคําแหงมหาราชนี้ผูเขียนจึงเห็นวา
ตัวหนังสือไทยคงจะเกิดขึ้นตนยุคสุโขทัยนี้เองเมื่อมีตัวหนังสือใชแลวก็อาจจะจดเรื่องราว
ยอนหลังขึ้นไปไดอีกสองสามชั่วคน
อีกประการหนึ่งไมเคยมีผูพบจารึกภาษาไทยกอนยุคสุโขทัยขึ้นไปเลยจริงอยู
เปนไปไดวาคนไทยอาจจะมีตัวอักษรอื่นใชอยูกอนแลวแตเผอิญจารึกหายไปหมดหรือ
อาจจะเขียนไวบนไมไผหรือสิ่งอื่นที่ผุพังไปไดงายก็เปนไดแตถามีตัวอักษรอื่นอยูกอน
แลวตัวอักษรแบบนั้นก็นาจะปรากฏขึ้นที่ใดที่หนึ่งเพราะดินแดนตั้งแตอัสสัมถึงเวียดนาม
และจีนตอนใตถึงมลายูมีคนไทยอาศัยอยูทั่วไปทําไมจึงไมปรากฏตัวอักษรแบบดังกลาว
เลยไมวาจะจารึกไวในรูปลักษณะใดๆทั้งสิ้น
ตัวหนังสือของพอขุนรามคําแหงมหาราชแพรหลายเขาไปใน
ลานนาดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที่๖๒วัดพระยืนวาพระมหาสุมน
เถรนําศาสนาพุทธนิกายรามัญวงศหรือนิกายลังกาวงศเกาเขาไปใน
ลานนาเมื่อพ.ศ. ๑๙๑๒และไดเขียนจารึกดวยตัวหนังสือสุโขทัยไว
เมื่อพ.ศ. ๑๙๑๔ตอมาตัวหนังสือสุโขทัยนี้ไดเปลี่ยนรูปรางและ
อักขรวิธีไปบางกลายเปนตัวหนังสือฝกขามและลานนายังใชตัวหนังสือชนิดนี้มาจนถึง
สมัยตนกรุงรัตนโกสินทร
เชียงตุงและเมืองที่ใกลเคียงในพมามีศิลาจารึกอักษรฝกขามซึ่งดัดแปลงไปจากลายสือ
ของพอขุนรามคําแหงมหาราชอยูกวา10 หลักเริ่มแตศิลาจารึกวัดปา
แดงพ.ศ. ๑๙๙๔เปนตนมานอกจากนี้ยังมีจารึกที่เจดียอานันทะใน
พุกามเขียนดวยตัวหนังสือสุดขทัยประมาณพ.ศ. ๑๙๑๐ –๑๙๔๐อยู
หลักหนึ่ง
ในประเทศลาวมีจารึกเขียนไวที่ผนังถ้ํานางอันใกลหลวงพระ
บางดวยตัวอักษรสุโขทัยซึ่งมีลักษณะใกลเคียงกับตัวหนังสือสมัยพระ
เจาลิไทย(พ.ศ. ๑๘๙๐–๑๙๑๑)
ไทยขาวไทยดําไทยแดงเจาไทยในตังเกี๋ยผูไทยในญวนและลาวปจจุบันนี้ยังใช
ตัวอักษรที่กลายไปจากลายสือของพอขุนรามคําแหงมหาราช
Page 24
ถาคนไทยมีตัวอักษรไทยเดิมอยูแลวก็คงจะไมยอมรับลายสือไทยเขาไปใชจน
แพรหลายกวางขวางไปในหลายประเทศดังกลาวมาแลวเพราะการเปลี่ยนแปลงใหผิดไป
จากของที่เคยชินแลวทําไดยากมากเปนตนวาเราเคยเขียนคําวา“น้ํา” บัดนี้ออกเสียเปน
“นาม” แตก็มิไดเปลี่ยนวิธีเขียนใหตรงกับเสียง
ผูเขียนเห็นวาในชั้นแรกเมื่อคนไทยมิไดเปนชนชั้นปกครองก็จําเปนจะตองเรียน
ตัวหนังสือที่ทางราชการบานเมืองใชอยูเพื่ออานประกาศของทางราชการใหเขาใจถาจะ
ประดิษฐตัวหนังสือขึ้นใชเองจะไปบังคับใครใหมาเรียนหนังสือดังกลาวเมื่อใดคนไทยได
เปนชนชั้นปกครองขึ้นก็นาจะดัดแปลงตัวหนังสือที่ใชกันอยูในถิ่นนั้นมาเปนตัวหนังสือ
ของไทยเชนคนไทยในเมืองจีนคงดัดแปลงตัวหนังสือจีนมาใชคนไทยในลานนาคงจะ
ดัดแปลงตัวหนังสือมอญซึ่งนิยมใชกันในถิ่นนี้มากอนสวนพอขุนรามคําแหงมหาราชก็
นาจะดัดแปลงตัวหนังสือขอมซึ่งนิยมใชกันอยูแถวลุมน้ําเจาพระยามาแตเดิมหากมีตัว
อักษรไทยเดิมอยูแลวพอขุนรามคําแหงมหาราชคงจะทรงใชตัวอักษรไทยเดิมหรือทรง
ดัดแปลงจากนั้นบางเล็กนอยแทนที่จะดัดแปลงจากอักษรขอมเปนสวนใหญแทจริงนั้นมี
เคาเงื่อนอยูในพงศาวดารเหนือวาพอขุนรามฯไดทรงอาศัยนักปราชญราชบัณฑิตที่
เชี่ยวชาญตัวหนังสือชาติตางๆที่อยูใกลเคียงไทยยกเวนแตจีนเพราะจีนใชหลักการเขียน
หนังสือเปนรูปภาพผิดกับหลักการเขียนเปนรูปพยัญชนะและสระแบบของไทยรูปอักษร
ของพอขุนรามคําแหงคลายตัวหนังสือลังกาบังคลาเทศขอมและเทวนาครีฯลฯ
เปนตนวาตัวจฉหันหนาไปคนละทางกับอักษรขอมแตหันไปทางเดียวกับตัวอักษร
ลังกาที่มีใชอยูกอนแลว
สมัยพอขุนรามคําแหงยังไมมีไมหันอากาศแตใชพยัญชนะตัวเดียวกันหรือวรรค
เดียวกันเขียนติดกันเชนอนนแทนอันและอฏฐแทนอัฏฐ
พอขุนรามคําแหงทรงประดิษฐลายสือไทยขึ้น
โดยมิไดทรงทราบวามีตัวหนังสือไทยเดิมอยูกอนขอ
พิสูจนขอหนังคือไทยอาหมและไทยคําที่(ขําตี้) ออก
เสียงคําอันคลายกับคําอานแตเสียงสระสั้นกวาและ
ออกเสียงอัก-อากอังอางอัด-อาดอับ-อาบเหมือนกับ
ตัวหนังสือของเราโดยออกเสียงคําตนสั้นกวาคําหลังในคู
เดียวกันแตออกเสียงอัววาเอาเพราะถือหลักการที่
Page 25
กลาวมาขางตนแลววาอัวคืออาวที่เสียงสระสั้นลงพอขุนรามคําแหงทรงใชอวา(คืออัว)
เปนสระอัวแทนที่จะเปนสระเอาหากคนไทยเคยอานอัวเปนเอาซึ่งถูกตามหลัก
ภาษาศาสตรมาแตเดิมแลวคงยากที่จะเปลี่ยนแกใหอานเปนอัวซึ่งขัดกับความเคยชิน
ฉะนั้นจึงนาเชื่อวาพอขุนรามคําแหงทรงประดิษฐตัวหนังสือไทยขึ้นโดยมิไดทรงทราบวา
มีตัวหนังสือไทยเดิมอยูกอนแลว
พอขุนมังรายมหาราช(เปนพระนามที่ถูกตองของพระยาเม็งราย) คงจะได
ดัดแปลงตัวอักษรมอญมากใชเขียนหนังสือไทยในเวลา
ใกลเคียงดังตัวอยางอักษรในจารึกลานทองสุโขทัยพ.ศ.
๑๙๑๙
สวนไทยอาหมคงสรางตัวหนังสือขึ้นใน
ระยะเวลาใกลเคียงกับตัวหนังสือสุโขทัยทั้งนี้เพราะคนไทยเริ่มจะสรางอาณาจักรเปน
ปกแผนกวางขวางออกไปในระยะนั้นอยางไรก็ดีนักอานศิลาจารึกหลายทานเชื่อวารูป
ตัวอักษรของไทยอาหมชี้ใหเห็นวาอักษรไทยอาหมพึ่งเกิดใหมหลังอักษรพอขุน
รามคําแหงเปนระยะเวลานานทีเดียว
คุณวิเศษของลายสือไทย
๑. ลายสือไทยของพอขุนรามคําแหงมหราราชมีลักษณะพิเศษกวา
ตัวอักษรของชาติอื่นซึ่งเปนลูกศิษยของชาวอินเดียวกลาวคือชาติอื่นขอยืมตัวหนังสือของ
อินเดียมาใชโดยมิไดประดิษฐพยัญชนะและสระเพิ่มขึ้นใหพอกับเสียงพูดของคนในชาติ
ยกตัวอยางเชนเขมรโบราณเขียนเบกอานออกเสียงเปนเบกแบกหรือเบิกก็ไดไทย
ใหญเขียนปนอานออกเสียเปนปนเปนหรือแปนก็ไดเวลาอานจะตองดูความหมายของ
ประโยคกอนจึงจะอานออกเสียใหถูกตอง
พอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐตัวพยัญชนะสระอีกทั้งวรรณยุกตขึ้น
เปนตนวาไดเพิ่มฃฅซฎดบฝฟอสระอึอือแอเอือฯลฯไมเอกไมโท(ในรูป
กากะบาท) จนทําใหสามารถเขียนคําไทยไดทุกคํา
๒. อักขรวิธีที่ใชสามารถเขียนตาก-ลมแยกออกไปจากตา-กลมทําใหอาน
ขอความไดถูกตองไมกํากวมกลาวถือถาเปนอักษรควบกล้ําใหเขียนติดกันสวนตัวสะกด
ใหเขียนแยกหางออกไปเชนตา-กลมเขียนเปนตากลํสวนตาก-ลมเขียนเปนตากลํ
Page 26
๓. ตัวหนังสือแบบพอขุนรามฯยังมีลักษณะพิเศษอีกอยางหนึ่งคือนําสระมา
เรียงอยูระดับเดียวกับพยัญชนะแบบเดียวกับตัวหนังสือของชาติตะวันตกทั้งหลายนา
เสียดายที่สระเหลานั้นถูกดึงกลับไปไวขางบนตัวพยัญชนะบางขางลางบางในสมัยตอมา
ทั้งนี้เพราะคนไทยเคยชินกับวิธีเขียนขางบนขางลางตามแบบขอมและอินเดียซึ่งเปนตนตํา
หรับดั้งเดิมถายังคงเขียนสระแบบพอขุนรามฯอยูเราจะประหยัดเงินคากระดาษลงไดหนึ่ง
ในสามทีเดียวเพราะทุกวันนี้จะตองทิ้งชองวางระหวางบรรทัดไวเพื่อเขียนสวนลางของฏ
ฐสระอุอูวรรณยุกตและสระอือรวมเปนชองวางที่ตองเตรียมไวสี่สวนใหเขียนไดไม
ซอนกันยิ่งมาถึงยุคคอมพิวเตอรการเก็บขอมูลและการคนหาขอมูลจะประหยัดทั้งเวลา
และคาใชจายไดมหาศาลแตตัวอักษรไทยในปจจุบันบรรทัดเดียวคอมพิวเตอรจะตองกวาด
ผานตลอดบรรทัดไปถึง๔ครั้งกลาวคือครั้งแรกกวาดพวกวรรณยุกตครั้งที่สองกวาด
พวกสระบนเชนสระอีอึครั้งที่สามกวาดพวกพยัญชนะและครั้งที่สี่กวาดพวกสระลางคือ
สระอุอูจึงทําใหเสียเวลาเปนสี่เทาของตัวอักษรของอังกฤษซึ่งเครื่องคอมพิวเตอรจะ
กวาดเพียงบรรทัดละครั้งเดียวถาใชอักขรวิธีแบบของพอขุนรามคําแหงมหาราชเครื่อง
คอมพิวเตอรจะกวาดเพียงบรรทัดละสองครั้งลดเวลาและคาใชจายลงไดกวาครึ่งถายิ่ง
ดัดแปลงใหวรรณยุกตไปอยูบรรทัดเดียวกับพยัญชนะเสียดวยก็จะลดคาใชจายลงไดกวาสี่
เทา
๔. ลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่งของตัวหนังสือพอขุนรามคําแหงมหาราชคือ
พยัญชนะทุกตัวเขียนเรียงอยูบรรทัดเดียวกันไมมีตัวพยัญชนะซอนกันเหมือนตัวหนังสือ
ของเขมรมอญพมาและไทยใหญเชนเขียนอฏฐแทนที่จะเปนอฏฐ เซเดยไดกลาวไววา
การที่พระองคไดทรงแกไขตัวอักษรของชาวสุโขทัยใหเรียงเปนแนวเดียวกันไดนั้นเปน
การสําคัญยิ่งแลควรที่ชาวสยามในปจจุบันนี้จะรูสึกพระคุณและมีความเคารพนับถือที่
พระองคไดทรงจัดแบบอักษรไทยใหสะดวดขึ้นขอนี้ใหมากอนึ่งในสยามประเทศทุก
วันนี้การคิดแบบเครื่องพิมพดีดและการพิมพหนังสือไดเจริญรุงเรืองเปนประโยชนยิ่งใน
วิชาความรูแลทางราชการนับวาเพราะพอขุนรามคําแหงไดทรงพระราชดําริเปลี่ยน
รูปอักษรขอมและเรียงพยัญชนะเปนแนวเดียวกันใหสะดวกไวสวนบรรดาประเทศที่ยังใช
วิธีซอนตัวพยัญชนะเชนประเทศเขมรและประเทศลาวการพิมพ
หนังสือของประเทศเหลานั้นเปนการยากไมสูจําเริญแลยังไมมีผูใดในชาตินั้นๆไดคิดจะ
ออกแบบพิมพดีดสําหรับตัวอักษรของตนๆเลย(พ.ศ. ๒๔๖๘)
Page 27
๕. ตัวอักษรทุกตัวสูงเทากันหางจองศสก็ขีดออกไปขางๆแทนที่จะสูงขั้นไป
กวาอักษรตัวอื่นๆหางของปและฝสูงกวาอักษรตัวอื่นๆเพียงนิดเดียวสระทุกตัวสูง
เทากับพยัญชนะรวมทั้งสระโอใอและไอตัวอักษรแบบนี้เมื่อตีพิมพหางตัวปและสระ
ขางลางขางบนจะไมหักหายไปอยางปจจุบันไมตองคอยตรวจซอมกันอยูตลอดเวลา
๖. พอขุนรามคําหงมหาราชทรงประดิษฐรูปแบบตัวอักษรไทยใหเขียนไดงาย
และรวดเร็วพยัญชนะแตละตัวตอเปนเสนเดียวตลอดในขณะที่ตัวหนังสือขอมตองเขียน
สองหรือสามเสนตอพยัญชนะตัวหนึ่ง
๗. ประการสุดทายพอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐรูปวรรณยุกตขึ้นทํา
ใหสามารถอานความหมายของคําไดถูกตองโดยไมตองดูขอความประกอบทั้งประโยค
สมมติวาเราเขาใจภาษาไทยใหญเปนอยางดีแตถาจะอานภาษาไทยใหญเขาเขียนปนคํา
เดียวอาจจะอานเปนปนปนปนปนปนเปนเปนเปนเปเปนแปนแปนแปนแปนและ
แปนรวมเปน15 คําถาไมอานขอความประกอบจะไมทราบวาคําที่ถูกตองเปนคําใดกัน
แนแตตัวหนังสือของพอขุนรามคําแหงมหาราชอานไดเปนปนแตอยางเดียว
ที่มา : ศ. ดร. ประเสริฐณนคร รวมบทความเรื่องภาษาและอักษรไทย กองวรรณคดี
และประวัติศาสตรกรมศิลปากร(2526)
การอ้างอิง