ค้นหา ค้นรูป แผนที่ Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา ภาพถ่าย อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
กูรูไม่ได้รับการสนับสนุนบนเบราว์เซอร์ของคุณ: คุณสมบัติบางอย่างอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง โปรดคลิกตรงนี่เพื่อดูรายชื่อเบราว์เซอร์ที่สนับสนุน
กูรู
เลข IMEI ที่อยู่ในโทรศัพท์คืออะไร เอาไว้ทำอะไรได้บ้าง
เลข IMEI ที่อยู่ในโทรศัพท์คืออะไร เอาไว้ทำอะไรได้บ้าง
คำตอบ (5)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
ลงชื่อเข้าใช้ หรือ ลงชื่อสมัคร เพื่อตอบคำถามนี้ได้เลย
Google ค้นเว็บ
Google ค้นรูป
เลือกวิดีโอ YouTube
ค้นหา
ป้อน URL
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
ช่องค้นหาต้องไม่ว่างเปล่า
วาง URL ในช่องด้านล่าง:
ไม่สามารถโหลดเว็บไซต์ได้
ค้นหาใน YouTube
เพิ่มลิงก์วิดีโอ
เลขอีมี่(IMIE) หรือ International Mobile Equipment Identity ซึ่งเป็นรหัสประจำตัวเครื่องโทรศัพท์สามารถเช็ครหัสอีมี่ได้ด้วยการกดแป้น *#06# จะมีตัวเลขปรากฏขึ้นมาซึ่งแต่ละเครื่องก็จะมีจำนวน 15 หลักด้วยกัน ตัวเลขทั้งหมดนี้จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 TAC (Type Approval Code) ประกอบด้วยตัวเลข 6 ตัวแรก ที่ระบุที่อยู่ของโทรศัพท์ โดยสองตัวแรกจะเป็นรหัสประเทศนั้น ๆ อาทิ ประเทศไทยจะเป็นเลข 49

กลุ่มที่ 2 FAC (Final Assembly Code) ตัวเลขลำดับที่ 7-8 จะระบุถึงโรงงานประกอบโทรศัพท์ เช่น โนเกีย จะเป็นเลข 30

กลุ่มที่ 3 SNR (Serial Number) ตัวเลขลำดับที่ 9-14 เป็นหมายเลขประจำเครื่อง

กลุ่มสุดท้าย SP (Spare) ตัวเลขลำดับที่ 15 เป็นตัวเลขสำรองหลักสุดท้าย

เมื่อกด *#06# แล้ว จดเลขอีมี่ไว้ จากนั้นปิดโทรศัพท์มือถือแล้วลองเปิดดูที่ข้างหลังเครื่องจะมีตัวเลขอยู่ลอง นำมาเทียบกัน โดยหลักความเป็นจริงแล้ว เลขทุกตัวต้องตรงกัน

หน้าที่ของอีมี่ (IMIE) นั้นก็คือ เมื่อคุณเอาซิมการ์ด (Sim Card) ใส่ ไปในเครื่องโทรศัพท์แล้วเปิดเครื่อง เลขอีมี่ประจำเครื่องจะถูกส่งไปยังศูนย์ข้อมูลของผู้ให้บริการของเจ้าของซิ มนั้น เพื่อติดต่อลงทะเบียนอีมี่ของมือถือเครื่องดังกล่าวกับระบบ โดยศูนย์ข้อมูลจะมีระบบลงทะเบียนที่ชื่อว่า "อีไออาร์" (Equipment ID Register: EIR) ซึ่ง จะบันทึกข้อมูลเครื่องโทรศัพท์ที่นำเข้ามาจำหน่ายของบริษัท รวมทั้งหากตรวจสอบพบว่า เลขอีมี่ ที่ส่งมามีอยู่ในระบบ ผู้ให้บริการก็จะเปิดสัญญาณให้ใช้งานได้ ทั้งนี้ ขั้นตอนดังกล่าวเป็นระบบการทำงานของเครือข่ายผู้ให้บริการที่ยังไม่ปลดล็อก อีมี่ ขณะ ที่หากคุณใส่ซิมของผู้ให้บริการที่ปลดล็อกอีมี่แล้ว การทำงานของระบบจะต่างกัน นั่นคือ ระบบเครือข่ายจะไม่สนใจและไม่ตรวจสอบเลขอีมี่ โดยยอมให้เข้าระบบและเปิดสัญญาณให้เครื่องโทรศัพท์นั้นใช้งานได้ทันที

อ้างอิงจาก http://tang-mae.exteen.com/20061015/entry-2
17/7/52
RusTie
IMEI (อีมี่) หรือ International Mobile Station Equipment Identity เป็นรหัสประจำตัวเครื่องโทรศัพท์แต่ละเครื่องที่มีจำนวน 15 หลัก ท่านสามารถเช็ครหัสอีมี่ได้ด้วยการกดแป้น *#06# หลังจากนั้น จะได้ชุดตัวเลขซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่หนึ่ง TAC (Type Approval Code) ประกอบด้วยตัวเลข 6 ตัวแรก ที่ระบุที่อยู่ของโทรศัพท์ โดยสองตัวแรกจะเป็นรหัสประเทศนั้นๆ อาทิ ประเทศไทยจะเป็นเลข 49 เป็นต้น
กลุ่มที่สอง FAC (Final Assembly Code) ตัวเลขลำดับที่ 7-8 จะระบุถึงโรงงานประกอบโทรศัพท์ เช่น โนเกีย จะเป็นเลข 30
กลุ่มที่สาม SNR (Serial Number) ตัวเลขลำดับที่ 9-14 เป็นหมายเลขประจำเครื่อง
กลุ่มสุดท้าย หรือ กลุ่มที่ 4 SP (Spare) ตัวเลขลำดับที่ 15 เป็นตัวเลขสำรองหลักสุดท้าย


สำหรับหน้าที่ของอีมี่นั้น คือ หมายเลขที่เป็นรหัสประจำตัวในเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดย IMEI (อีมี่) แต่ละเครื่องไม่สามารถซ้ำกับ IMEI (อีมี่) ของโทรศัพท์เครื่องอื่นๆได้ ซึ่งจะถูกลงทะเบียนไว้ในเครือข่ายของผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการจะแบ่งการลงทะเบียน IMEI (อีมี่) เป็น 3 แบบ คือ
White List คือ รายการ IMEI (อีมี่) เครื่องโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่สามารถใช้งานในเครือข่ายได้
Black List คือ รายการ IMEI (อีมี่) เครื่องโทรศัพท์มือถือที่ผู้ให้บริการไม่ต้องการให้ใช้งานในเครือข่าย เช่น โทรศัพท์มือถือที่มีผู้แจ้งหายหรือถูกขโมย
Grey List คือ รายการ IMEI (อีมี่) เครื่องโทรศัพท์มือถือที่ต้องการให้โครงข่ายส่งรายงานไปที่ผู้ควบคุมระบบทุกครั้งที่มีการใช้ งานเช่น เครื่องที่มีซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่ามากๆหรือเครื่องที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้งานว่าใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพื่อที่จะติดตามหาสาเหตุเหล่านั้น


โดยปกติแล้ว ผู้ให้บริการจะลงทะเบียน IMEI (อีมี่) ของเครื่องโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องไว้ใน White List และจะลงทะเบียนเครื่องที่ได้รับแจ้งหายหรือถูกขโมยไว้ใน Black List และจะส่ง Black List นี้ไปยังผู้ให้บริการต่างๆ เพื่อแจ้งว่า รหัส IMEI (อีมี่) ของเครื่องโทรศัพท์มือถือเหล่านี้ เป็นเครื่องที่ถูกขโมยหรือแจ้งหายไว้ หากมีการนำไปใช้งานในเครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่นก็จะสามารถติดตามได้ เครื่องโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ถูกลงทะเบียนไว้ใน White List หรือถูกลงทะเบียนไว้ใน Black List ก็จะไม่สามารถใช้งานได้ในเครือข่ายนั้นๆ


ส่วนการปลดล็อก IMEI (อีมี่) ไม่ได้หมายความว่า เครือข่ายของผู้ให้บริการ จะไม่ตรวจสอบ IMEI (อีมี่) การปลดล็อก IMEI (อีมี่) หมายถึง การที่ผู้ให้บริการได้บอกให้ระบบไม่ต้องตรวจสอบ IMEI (อีมี่) ใน White List เท่านั้น ส่วนการตรวจสอบใน Black List และ Grey List ยังมีตามปกติ นั่นหมายความว่าผู้ใช้บริการสามารถที่จะนำ SIMcard ของตนไปใช้ในเครื่องโทรศัพท์มือถือเครื่องใดก็ได้ อย่างไรก็ดี หากผู้ใช้บริการได้ขโมยเครื่องโทรศัพท์มือถือมาจากผู้อื่น และผู้นั้นได้แจ้งไว้ที่ผู้ให้บริการแล้ว เครื่องโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นก็ไม่สามารถใช้งานได้อยู่ดี เนื่องจากผู้ให้บริการจะบันทึก IMEI (อีมี่) ของเครื่องที่ถูกขโมยไว้ใน Black List


จะเห็นได้ว่าการปลดล็อก IMEI (อีมี่) ไม่ได้ทำให้ความปลอดภัยของระบบ GSM ลดลงไปเลย นอกจาก IMEI แล้ว ระบบ GSM ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆ อีก เช่น การล็อก SIM card เข้ากับเครื่องโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทำให้เครื่องโทรศัพท์มือถือไม่ยอมรับ SIM card ที่มาจากผู้ให้บริการรายอื่น เป็นต้นครับ
ที่มา http://community.siamphone.com
ขอบคุณ rustie ใช่เขาเรียกอีมี่พึ่งนึกออกผมให้ 1คะแนนที่ทำให้นึกออก
ไม่ต้องไปหากล่องหรอกคับ  กด *#06# ดูเอาคับ  นอกจากบอกสถานที่ผลิตแล้ว  ยังบ่งบอกถึงคุณภาพของตัวเครื่องด้วยนะคับ  พิจารณาเอา เพราะ 2 ตัวแรก หมายถึงสถานที่ที่ตรวจสอบ QC นะจ๊ะ
31/7/52
Prime
ยังนึกอยู่ครับว่าอยู่ตรงไหนถ้านึกออกจะกลับมาบอกนะครับ
เกี่ยวกับคำถามนี้
รางวัลคำตอบดีที่สุด 0 คะแนน
เปิดดูแล้ว 47155 ครั้ง
มีคนตอบแล้ว 5 คำตอบ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 1 คะแนน: 0
คำตอบ: 5 คะแนน: 0
คำตอบ: 1 คะแนน: 0
คำตอบ: 3 คะแนน: 1
คำตอบ: 4 คะแนน: 0
x
©2013 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว - หลักเกณฑ์ของชุมชน