อนุภาคมูลฐาน
ในอดีต Democritus ได้ตั้งสมมติฐาน ขึ้นมาว่าสสารทุกชนิดในจักรวาล ประกอบด้วยอนุภาคที่เล็กที่สุดที่เรียกว่า อะตอม (atom)เป็นคำในภาษากรีกที่แปลว่าแยกไม่ได้ เป็นความรู้ ที่ผู้คนพากันเชื่อมั่นและถือมั่นเป็นเวลานานกว่า 2,000 ปีจนกระทั่ง E.Rutherford ได้ทดลองยิงอนุภาคอัลฟา (alpha) ผ่านแผ่นทองคำเปลวบาง ๆ แล้วได้ข้อสรุปว่า อะตอมประกอบด้วยส่วนที่เป็นแกนกลาง ซึ่งเรียกว่านิวเคลียส (nucleus) และอิเล็กตรอน (electron) ที่โคจรอยู่รอบนิวเคลียส โลกจึงรู้ว่าอะตอมนั้นจริงๆ แล้วแบ่งแยกได้
เมื่อวิทยาศาสตร์ได้วิวัฒนาการขึ้นนักวิทยสศาสตร์ พบว่า นิวเคลียสของอะตอมยังประกอบด้วยอนุภาคที่เล็กลงไปอีก คือโปรตอน(proton) ที่มีประจุบวกและนิวตรอน(neutron) ที่เป็นกลาง คือไม่มีประจุบวกหรือลบใด สรุปว่าอนุภาคมูลฐานของอะตอม ประกอบด้วย
1. อิเล็กตรอน Electron (e ) ค้นพบโดย ทอมสัน
2. โปรตอน Proton (p ) ค้นพบโดย โกลด์ชไตน
3. นิวตรอน Neutron (n) ค้นพบโดย แชดวิก
ปัจจุบันมีอนุภาคมูลฐานนับร้อยชนิด การจำแนกชนิดก็ยังไม่สมบูรณ์มากนัก อย่างไรก็ตามมีการจำแนกอนุภาคอย่างคร่าวๆ คือ โฟตอน, เลปตอน (Lepton), เมซอน (Mason) แบรีออน (Baryon) และQuark
ทฤษฎีเกี่ยวกับ Quark
หลังจากที่ได้มีการพบนิวตรอนแล้วเป็นเวลานานร่วม 40 ปีที่คนส่วนมากคิดว่าโปรตอนและนิวตรอนเป็นอนุภาค ที่เล็กที่สุดของ สสาร แต่ในปี พ.ศ. 2503 นั่นเอง J.Friedman , H. Kendall และ R. Taylor ได้ใช้เครื่องเร่งอนุภาค (accelerator) ยิงอิเล็กตรอนพลังงานสูงให้พุ่งชนโปรตอน ผลการทดลองของเขาทั้งสาม ได้แสดงให้โลกรู้ว่า โปรตอนนั้นยังประกอบด้วยอนุภาคที่เล็กกว่าลงไปอีก คือ ควาร์ก(quark)
ระบุว่าควาร์ก(quark)เป็นอนุภาคมูลฐานที่แท้จริง นักฟิสิกส์ได้พบว่า ควาร์กในธรรมชาติมี 6 ชนิด คือ up, down, strange, charm, top และ bottom ซึ่งสามารถประกอบเป็นอนุภาคมูลฐานต่างๆ ได้เช่น
top 2 ตัว กับชนิด down 1 ตัวรวมกัน เราจะได้โปรตอน
ชนิด top 1 ตัว และชนิด down 2 ตัว ก็จะได้อนุภาคนิวตรอน
อนุภาคตัวอื่น ๆ ก็ได้จากการรวมควาร์กรูปแบบต่าง ๆ กัน
ควาร์กเป็นอนุภาคทีมีประจุ แต่การที่มันอยู่รวมกันได้ เพราะมีแรงนิวเคลียร์ชนิดรุนแรงกระทำมัน แรงชนิดนี้แตกต่างจากแรงชนิดอื่น ๆ ในประเด็นที่ว่าเมื่อควาร์กอยู่ใกล้กันแรงดึงดูด จะมากมหาศาลและนี่ก็คือ เหตุผลว่า เหตุใดตราบเท่าทุกวันนี้นักฟิสิกส์ จึงไม่สามารถแยกควาร์กออกมาให้เราเห็นเป็นอนุภาคอิสระได้
ดังนั้นตลอดระยะเวลา 37 ปีที่ผ่านมานักฟิสิกส์ จึงมีความเชื่ออย่างระมัดระวังว่า ควาร์กเป็นอนุภาคมูลฐาน (elementary particle) ที่เล็กที่สุดที่เราไม่มีวันแบ่งแยกมันได้อีกต่อไปแล้ว
การอ้างอิง