"ตัน" ประกาศขายหุ้น / ออกจาก "โออิชิ" หลังมีข่าวต่อเนื่องถึงความขัดแย้งกับ 'ไทยเบฟ'
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป (OISHI) เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ กับที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2553 โดยจะมีผลในวันที่ 9 ก.ย.นี้ สำหรับเหตุผลในการลาออกนั้นยังไม่ขอเปิดเผยในขณะนี้ แต่จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันนี้ (29 ก.ค.) สำหรับหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดนั้นยังยืนยันว่าภายในปี 2553 นี้จะยังไม่มีการขายออกอย่างแน่นอน
แหล่ง ข่าวกล่าวว่า การลาออกของนายตันในครั้งนี้ เป็นไปตามกระแสข่าวก่อนหน้าที่ระบุว่า นายตันเตรียมจะยื่นหนังสือลาออกจากบริษัทโออิชิ และคาดว่าน่าจะมาจากความขัดแย้งในการบริหารจัดการภายใน เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตัน เคยถือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจการบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จในบริษัทโอ อิชิ แต่ภายหลังจากที่ขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดีแล้ว นายตันก็เหลือหุ้นไม่ถึง 10% เท่านั้น ขณะที่อำนาจการบริหารจัดการก็ไม่ได้เต็มที่เหมือนเดิม
ก่อนหน้านี้ นายตัน และภรรยาได้ตัดสินใจขายหุ้นบริษัท โออิชิ จำนวน 103.125 ล้านหุ้น หรือ 43.9% ในราคา 32.50 บาท รวมเป็นมูลค่า 3,352 ล้านบาทให้กับกลุ่มบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ของนายเจริญ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2551 และทางบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ก็ได้ทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้นทั่วไป (เทนเดอร์-ออฟเฟอร์) ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ถึง 18 พ.ย.2551 ส่งผลให้บริษัทไทยเบฟเวอเรจเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในโออิชิในสัดส่วน 89.9% ที่เหลือเป็น บริษัทยูโอบี เคย์เฮียน ไพรเวท ลิมิเต็ด ถือในสัดส่วน 4.64% นายตัน ภาสกรนที สัดส่วน 3.50% ไทยเอ็นวีดีอาร์ สัดส่วน 0.87% และอื่นๆ 0.66%
“โออิชิ” เป็น หนึ่งในพอร์ตธุรกิจของเจ้าพ่อน้ำเมา “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ที่ประสบความสำเร็จสูงในแง่ยอดขายเติบโตในอัตราเฉลี่ย 20% ต่อเนื่องทุกปี ตั้งเป้าหมายสิ้นปีนี้โออิชิ มียอดขายไม่ต่ำกว่า 8,400 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2553 มีกำไรสุทธิ 193.64 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 190.88 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อีก ด้านหนึ่งต้องยอมรับว่าตัน ยังมีธุรกิจส่วนตัวจำนวนไม่น้อยทั้งที่ดำเนินการอยู่แล้ว และมีอภิมหาโปรเจคปลุกปั้นอีกหลายโครงการ ทั้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ชอปปิงมอลล์ คอนโดมิเนียม แม้กระทั่ง “สนามฟุตบอล” นอกจากอารีน่าเท็น (อารีน่า 10) ยังอยู่ระหว่างพัฒนาสนามฟุตบอลอารีน่าย่านสุขุมวิท 22 ขนาด 12 ไร่อีกด้วย
สำหรับแลนด์แบงก์แปลงงามใจกลางทองหล่อ ซอย 10 ขนาดกว่า 10 ไร่ นั้น อยู่ในแผนปลุกปั้นให้เป็น “เจแปนนิส ทาวน์” ด้วย ความเป็น “เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมมูนิตี้ มอลล์” มีองค์ประกอบหลากหลาย ตั้งแต่สนามฟุตบอลอารีน่าเท็น สถานบันเทิง “ฟังกี้” ธุรกิจใหม่ล่าสุด “เยส คาราโอเกะ” ที่เปิดบริการแล้วในขณะนี้
ใน กลุ่มของร้านอาหารที่จะเป็น “จุดขาย” สไตล์ญี่ปุ่น เล็งไว้ถึง 10 ร้านด้วยกัน ประเดิมด้วยร้านอาหารในเครือครอบครัว “ภาสกรนที” อาทิ “Melt Me” ร้านช็อกโกแลต สไตล์ ฮอกไกโดและไอศกรีมเจลาโต และ ร้าน “แซ่บอีลี่” สไตล์อีสานเทรนดี้
สำหรับ ธุรกิจ “เยส คาราโอเกะ” ขนาด 30 ห้อง บนที่ดินแปลงนี้เช่นกัน “ตัน” ได้ลงทุนไปหลายสิบล้านบาท สร้าง คอนเซปต์ใหม่ ในลักษณะ “บุฟเฟ่ต์ คาราโอเกะ” อยู่ระหว่างเคาะราคาต่อหัว คาดประมาณ 400-500 บาท พร้อมจุดขาย ดีไซน์แต่ละห้องมีเอกลักษณ์ แตกต่างตามแนวคิดที่สร้างขึ้น เช่น ห้องฉิ่งฉับทัวร์ ห้องคุก ห้องส้วม ห้องโรงภาพยนตร์ ฯลฯ เป็นต้น ขณะนี้ทดลองเปิดบริการอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ในแนวเอ็นเตอร์เทนเมนท์ “ตัน” ยังเตรียมขึ้น “ทอล์คโชว์” ของตัวเองในเร็วๆ นี้อีกด้วย
ทาง ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “ตัน” ยังมีที่ดินหลายแปลงในหัวเมืองใหญ่ ทั้ง เชียงใหม่ ชลบุรี ลพบุรี ที่ได้ถูกพัฒนาในคอนเซ็ปต์ต่างๆ อาทิ ตลาดนัด ที่ลพบุรี และธิงค์ พาร์ค ที่เชียงใหม่ ส่วนที่ดินบริเวณหัวมุมถนนเพลินจิต ยังเหลือพื้นที่ครอบครองอีกประมาณหนึ่งไร่ครึ่ง รอจังหวะพัฒนา
สไตล์การลงทุนของ “ตัน” จะ “ไม่ยึดติด” และ พร้อมเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจรองรับโอกาสทางการตลาดในห้วงเวลานั้นๆ เช่นเดียวกับ แผนพัฒนา คอมมูนิตี้มอลล์ใจกลางทองหล่อครั้งนี้ หาก 4-5 ปีข้างหน้า “ไม่บูม” แล้ว อาจเปลี่ยนเป็น “คอนโดมิเนียม”
http://www.suthichaiyoon.com/detail/4555
บันทึก #1
29 ก.ค. 2553, 15:00:45
งงครับ เห็นท่านทักมาสองครั้งแล้ว
ผมเข้าทุกวันนา?
บันทึก #2
29 ก.ค. 2553, 15:23:14
นึกไม่ออกเลยครับ โออิชิ ที่ไม่มี "ตัน" ต่อไปจะเป็นยังไง -_-?