ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256215)
คอมพิวเตอร์ (158471)
การศึกษา (154025)
สังคม (54467)
สุขภาพ (44616)
เกมส์ (41330)
ชอปปิ้ง (19144)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16149)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10421)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8744)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
4/11/53
มารู้จักโรคภูมิแพ้กันดีกว่า
ตา หู จมูก ปาก
ดูแลสุขภาพ
ความรู้เรื่องโรค
โรคภูมิแพ้คืออะไร
เมื่อพูดถึงโรคภูมิแพ้ หลายคนจะนึกถึงแต่เฉพาะคนที่มีอาการของหวัดเรื้อรัง น้ำมูกไหลเป็นเดือนๆ ความจริงแล้วโรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มของโรคที่แสดงอาการได้กับหลายระบบของร่างกาย สาเหตุของโรคภูมิแพ้เกิดจากปฏิกริยาที่ร่างกายมีต่อสารก่อภูมิแพ้ซึ่งสารเหล่านี้ไม่ทำให้เกิดปฏิกริยาในคนปกติ สารก่อภูมิแพ้ที่พบเป็นสาเหตุได้บ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น แมลงสาบ ขนสัตว์ รังแคจากสัตว์ เชื้อรา เกสรดอกไม้ เป็นต้น

โรคที่จัดอยู่ในกลุ่มของโรคภูมิแพ้
   • จมูกอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง (Allergic/Non-allergic rhinitis) : คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันจมูก อาการอาจเป็นครั้งคราวตามฤดูกาล หรือเป็นตลอดทั้งปีก็ได้
   • หอบหืด (Asthma)  : ไอ แน่นหน้าอก หายใจติดขัด หายใจมีเสียงวิ๊ดๆ
   • เยื่อบุตาอักเสบจากอาการแพ้  (Allergic conjunctivitis)  : ตาแดง คันตา น้ำตาไหล แสบตา เปลือกตาบวม
   • ผื่นแพ้พันธุกรรม (Atopic dermatitis/Eczema)  :  ผื่นคันแห้งแดงบริเวณข้อพับแขน ขา หัวเข่า ข้อศอก หรือบริเวณอื่นๆของร่างกาย
   • ผื่นแพ้ผิวหนังจากการสัมผัส  (Contact dermatitis)  : ผื่นคันที่เกิดจากการแพ้สารต่างๆที่มาสัมผัส เช่น ผงซักฟอก เครื่องสำอาง ยาย้อมผม ตุ้มหู ถุงมือ เป็นต้น
   • ลมพิษ (Urticaria)  : ผื่นนูน คัน คล้ายตุ่มยุงกัด เกิดตามผิวหนังส่วนต่างๆของร่างกาย
   • แพ้อาหาร (Food allergy)  : อาจมีอาการแสดงได้ตั้งแต่ อาเจียน ท้องเสีย ผื่นขึ้นตามตัว รวมไปถึงภาวะ  อาหารที่พบว่าเป็นสาเหตุได้บ่อยได้แก่ นม ไข่ ถั่วลิสง อาหารทะเล เป็นต้น
   • ภาวะ Anaphylaxis  :  เป็น  ปฏิกริยาการแพ้ที่รุนแรง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาที ทำให้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัดเหมือนเป็นหอบหืด ความดันโลหิตต่ำ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ พบในคนที่แพ้อาหาร แพ้ยา โดนแมลงและสัตว์ต่างๆกัดต่อย เช่น ผึ้ง ต่อ แตน มด

ปัจจัยเสริมที่ทำให้โรคภูมิแพ้กำเริบ
   • การเปลี่ยนแปลงของอากาศ เช่น อากาศเย็นหรือร้อน หรือ เวลาโดนลม
   • สารระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ กลิ่นน้ำหอม น้ำยาหรือสารเคมีต่างๆ
   • ภาวะตึงเครียดจากการอดนอน หรือมีอารมณ์ตึงเครียด

ทำอย่างไรจึงรู้ว่าเป็นภูมิแพ้
ในคนที่มีลักษณะอาการที่เข้าข่ายของโรคภูมิแพ้ แพทย์จะทำการทดสอบทางผิวหนัง (skin test) ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัยโรค และหาสาเหตุของการแพ้ นอกจากนี้แพทย์อาจใช้การตรวจอื่นๆร่วมด้วย เช่น การทดสอบสมรรถภาพของปอด (spirometry) ในรายที่สงสัยว่าจะมีโรคหอบหืด หรือมีความผิดปกติอื่นๆของปอด


เพื่อความแม่นยำในการแปลผลการทดสอบทางผิวหนัง  ก่อนมาพบแพทย์ควรงดยาลดน้ำมูก (antihistamine)  เป็นเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง และ อาจต้องงดนานกว่านั้นถ้ารับประทานยาที่ออกฤทธิ์ยาวนาน

เมื่อไหร่ควรจะไปพบแพทย์โรคภูมิแพ้
ท่านควรจะไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้เมื่อมีอาการต่อไปนี้
   • แน่นจมูกหรือมีน้ำมูกมากจนทำให้หายใจไม่สะดวก
   • เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง
   • รับประทานยายาลดน้ำมูกแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น
   • โรคภูมิแพ้/หอบหืด ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันหรือทำกิจกรรมได้ตามปกติ
   • โรคหอบหืดที่มีอาการหายใจติดขัด หรือแน่นหน้าอกบ่อยๆ ไอหรือหายใจดังวิ๊ดๆบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานอนหรือขณะออกกำลังกาย
   • ได้รับการรักษาด้วยยาที่รักษาโรคหอบหืดแล้วแต่ยังมีอาการไอและแน่นหน้าอกบ่อยๆ

การรักษาโรคภูมิแพ้
1. หลีกเลียงสิ่งต่างๆที่แพ้
2. การรักษาด้วยยา
   • ยากลุ่ม Antihistamine หรือที่เรียกกันว่ายาแก้แพ้/ลดน้ำมูก การเลือกใช้ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ยาบางชนิดมีผลทำให้ง่วงนอนได้
   • ยาพ่นกลุ่มสเตียรอยด์ มีผลข้างเคียงน้อย ได้ผลดีในการรักษา
3. การฉีดยารักษาภูมิแพ้ (Allergy shot/Immunotherapy)  เป็นการรักษาโดยการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกายของผู้แพ้ทีละน้อยๆ และค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นจนผู้ป่วยมีความต้านทานต่อสิ่งที่แพ้ วิธีนี้จะต้องใช้เวลา  3 – 5 ปี เป็นวิธีที่สามารถควบคุมอาการแพ้ได้ดี ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถลดหรือหยุดการใช้ยารับประทานหรือยาพ่นได้

ที่มา : http://www.samitivejhospitals.com/healthblog/Sukhumvit/blogdetail.php?id=34
คำตอบ (10)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
การโพสต์คำตอบถูกปิดใช้งาน
Google ค้นเว็บ
Google ค้นรูป
เลือกวิดีโอ YouTube
ค้นหา
ป้อน URL
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาภาพ
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อค้นหาวิดีโอ
ช่องค้นหาต้องไม่ว่างเปล่า
วาง URL ในช่องด้านล่าง:
ไม่สามารถโหลดเว็บไซต์ได้
ค้นหาใน YouTube
เพิ่มลิงก์วิดีโอ
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
4
การดู
3296
ติดตาม
1
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว