ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256078)
คอมพิวเตอร์ (158436)
การศึกษา (153978)
สังคม (54456)
สุขภาพ (44603)
เกมส์ (41321)
ชอปปิ้ง (19134)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15950)
เครือข่าย (10418)
ธุรกิจ (9554)
การท่องเที่ยว (8742)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4384)
ดูทั้งหมด
11/3/53
ข่าวแนวหน้า ใครจะตายไม่รู้ ครอบครัวและตัวกู ต้องปลอดภัย
ข่าวแนวหน้า
กวนน้ำให้ใส
ใครจะตายก็ไม่รู้ ครอบครัวและตัวกู ต้องปลอดภัย (สารส้ม)
มันก็เป็นอย่างนี้ทุกที...

ช่วงเมษายน ปีที่แล้ว... ขณะที่ทักษิณ ชินวัตร กำลังปลุกปั่นชาวบ้านออกมาเคลื่อนไหว ก่อเหตุการณ์ความไม่สงบ เผาบ้านเผาเมืองอย่างเมามัน ก็ปรากฏว่า ทั้งลูกเมีย ญาติพี่น้อง คนรับใช้ใกล้ชิด หอบหิ้วกันออกจากประเทศไทย หลบลี้ไปอยู่ที่อื่น

พี่น้องออกมากันเยอะๆ... ชักชวนกันออกมาเยอะๆ...ฯลฯ แต่ไม่บอกความจริงด้วยว่า ส่วนผมจะดูอยู่ห่างๆ และลูกเมียของผมก็จะหลบไปกินอยู่สบาย ปลอดภัย สุดหรู...

1) ผู้ที่ปอกเปลือกทักษิณอย่างล่อนจ้อน คือ "พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร" เขียนในหนังสือ "รู้ทันทักษิณ 5 - รู้ทันสงครามการเมือง" ยืนยันว่า คนอย่างทักษิณไม่สามารถเป็นผู้นำการปฏิวัติของประชาชน หรือ popular revolution เพราะเป็นโมฆบุรุษ หรือเป็นผู้นำเก๊

หากเทียบเคียงกับผู้นำอย่างเลนิน เหมาเจอตง โฮจิมินห์ หรือฟิเด็ล คัสโตร เป็นส่วนหนึ่งของประชาชนจริงๆ มาก่อนตั้งแต่เกิดและเริ่มการต่อสู้ แต่ทักษิณเพิ่งจะมาสนใจในประชาชนก็เมื่อตนเป็นนายทุนและมีอำนาจในการบริหาร ประเทศแล้ว ได้เป็นรัฐมนตรี และต่อมาก็เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนก็มียศข้าราชการพลเรือนสูงถึงมหาอำมาตยนายก

ความสนใจในประชาชนของทักษิณไม่ได้เกิดเพราะความเห็นอกเห็นใจหรือความเข้าใจ ทุกข์ของประชาชน หรืออยากจะช่วยเหลือให้ประชาชนพ้นทุกข์ แต่เกิดเพราะได้ลิ้มรสของอำนาจและรู้ว่าพลังมหาชนนั้น ใช้เป็นฐานสร้างและเสริมอำนาจของตนเองและพรรคพวกได้!

โครงการ "ประชานิยม" ต่างๆ ในสมัยที่ทักษิณเป็นนายกฯ เป็นไปเพื่อสร้างฐานอำนาจของตนเอง ในขณะที่ตัวทักษิณและพรรคพวกสาละวนหาเงินใส่คลังส่วนตัวที่ซ่อนเอาไว้ ไม่ให้คนอื่นรู้

เพราะไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แต่ทำเพื่อตนเองและพรรคพวก เมื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือ "ทำสงครามครั้งสุดท้าย" ทักษิณจึงไม่กล้าจะอยู่ต่อสู้เคียงข้างประชาชนในสนามรบ เหมือนอย่างเลนิน เหมาเจอตุง โฮจิมินห์ หรือฟิเด็ล คัสโตร แต่หลบหนี และบัญชาการสงครามอยู่นอกประเทศ!

การบัญชาการสงครามจากนอกประเทศของทักษิณ เป็นแบบของแม่ทัพนายทุนแท้ๆ!

ในช่วงเมษายน 2552 โรงแรมชางกริลาในกรุงดูไบ สหรัฐเอมิเร็ต ที่ทักษิณใช้เป็นกองบัญชาการนั้น เป็นโรงแรมชั้นหนึ่งระดับ 5 ดาว ห้องพักอันหรูหราโอ่โถงของทักษิณ บนชั้น 41 ของโรงแรมนั้น เป็นสวรรค์ เมื่อเทียบกับเวทีข้างทำเนียบรัฐบาลที่ "ทหาร" ของทักษิณใช้เป็นฐานในการทำสงครามปฏิวัติเพื่อล้มรัฐบาล

2) บรรดาแม่ทัพนายกองของทักษิณก็ขาดคุณสมบัติเหมือนกัน เพราะแทบทั้งหมดเป็นนักการเมืองหรืออำมาตย์ที่เคยเสวยอำนาจ และเคยร่วมหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่มาด้วยกัน แล้วสูญเสียอำนาจหรืออกหัก อย่างเดียวกับทักษิณ

การต่อสู้ ก็กระทำเพื่อชิงอำนาจคืนมา ด้วยความหวังว่าจะได้กลับไปเป็นอำมาตย์ เสวยอำนาจ และร่วมกันหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่กันใหม่อีกเท่านั้นเอง

ปัจจัยสำคัญในการต่อสู้ คือ เงิน

เงินที่ทักษิณลอบสะสมเก็บเอาไว้นอกประเทศ เป็นจำนวนมหาศาล

บันทึก #1 11 มี.ค. 2553 02:59:40
พล.ต.อ.วสิษฐ สรุปบทเรียนจากช่วงเมษายน 2552 น่ารับฟังว่า ทักษิณและสมุนคงนึกว่าการกวนเมืองของตนจะประสบผลสำเร็จ และรัฐบาลคงจะล้ม มิฉะนั้นก็คงไม่กำหนดเอาวันที่ 8 เมษายนเป็นเส้นตาย และคงจะแน่ใจด้วยว่า เมื่อเริ่มปิดถนนในกรุงเทพมหานคร เช่นที่ดินแดง การจราจรในกรุงเทพฯ จะเป็นอัมพาต ประชาชนจะหมดความเลื่อมใสเชื่อถือในรัฐบาล แล้วรัฐบาลก็จะต้องยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทักษิณกำหนด

ครั้งนั้น ทักษิณกับพวกคงจะได้วางแผนสงครามปฏิวัติของตนเอาไว้อย่างละเอียด เป็นขั้นเป็นตอนทุกระยะ แต่ที่ทักษิณหรือสมุนของตนมองข้าม หรือนึกไม่ถึง ก็คือกำพืดของตนเองที่ไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นนายทุนหรือศักดินาหรืออำมาตย์

ทักษิณและพวกคงจะย่ามใจจนนึกไม่ถึง หรือมองไม่เห็นว่า ประชาชนชาวกรุงเทพฯ จะไม่กลัวและไม่ยอมรับการข่มเหงรังแกของตน จนถึงกับจะลุกขึ้นต่อต้าน ทำให้สงครามปฏิวัติของประชาชนของทักษิณในช่วง เมษายน 2551 กลายเป็น "สงครามอนารยชน" ในที่สุด!

3) ปัจจุบัน... ก่อนจะถึงวัน "สงคราม" ที่ฝ่ายทักษิณและบริวารโหมกระพือผ่านสื่อมวลชนไปทั่ว ว่าจะก่อการใหญ่ในช่วงวันที่ 12-14 มี.ค.2553 เป็นตัวการทำให้ประชาชนคนไทยต้องตกอยู่ในภาวะวิตกกังวล

รู้สึกเหมือนถูกคุกคามจากปีศาจร้าย

ท่ามกลางกระแสข่าวที่แกนนำเสื้อแดงแบ่งแยกเป็นหลายกลุ่ม หลายก๊ก มีแนวทางความรุนแรงแตกต่างกันไป และเกิดเหตุการณ์ที่คนเสื้อแดงบางส่วนเริ่มก่อการรุนแรง เช่น ปาระเบิด

สุจริตชนคนไทย โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯ เหมือนถูกจองจำด้วยความเลวของนักการเมืองทุจริต ที่ยังลอยนวลก่อความเสียหายแก่แผ่นดินอย่างไร้สำนึก

ปล้นผลประโยชน์แผ่นดินไปจากคนไทยไม่พอ ยังหวนกลับมา "ข่มขืน" สวัสดิภาพและความสงบสุขในการดำรงชีวิตของคนไทยไปอีกด้วย!

และที่น่าฉงนสนเท่ห์เป็นอย่างมาก คือ รายงานข่าวระบุว่า คนในครอบครัว ญาติพี่น้องคนใกล้ชิดของทักษิณ จะไม่อยู่ในประเทศไทยระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.2553!

เข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว!

เรียกร้องให้ลูกเมียพี่น้องญาติมิตรของคนอื่น ออกมากันเยอะๆ แต่ตัวเองและลูกเมียของตน กลับไปเสพสุขอยู่ที่อื่น!

เพียงเท่านี้... สำหรับใครก็ตามที่ไม่ใช่ "ทาสทักษิณ" หากใช้สติปัญญาคิดด้วยสามัญสำนึก ย่อมจะคิดได้เองว่า ที่อ้างว่าการชุมนุมจะไม่มีความรุนแรง จะอยู่ในกรอบ หรือจะเป็นการสู้ที่ดีงามนั้น... มันไม่จริง!

ถ้าจริง.. ทำไมทักษิณจึงไม่ให้ลูกเมียญาติพี่น้องของตนเองไปอยู่ตรงนั้น อยู่กับชาวบ้านที่พวกเขาปลุกระดม จัดการ จัดจ้าง กะเกณฑ์กันมา เพื่อหวังให้เกิดสถานการณ์บางอย่างเล่า!

พูดง่ายๆ ว่า ถ้ามีคนตาย ก็จะเป็นชาวบ้านที่ตายแทน

เข้าสโลแกนว่า ใครจะตายก็ไม่รู้ ครอบครัวและตัวกู ต้องปลอดภัย!
คำตอบ (7)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
5
การดู
1732
ติดตาม
1
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว